อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 18 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 18 ส.ค.59

บรรยากาศแสนหวานอบอวลเพียงไม่กี่อึดใจ เกศอาภาก็ต้องพูดไม่ออกเมื่อพ่อแจ้งข่าวร้ายว่าเรื่องเธอเก็บโคมลอยได้กลางป่าเมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

“โคมนั้นคือโคมเสี่ยงทายตามบัญชาเทวะ หญิงนางแรกที่เก็บโคมนั้นได้จักต้องอภิเษกกับเจ้าอริยะ”

ปุณณะสงสารลูกสาวแต่ด้วยหน้าที่และบัญชาเทวะทำให้เขาต้องตัดใจ

“เจ้าจงเตรียมตัวให้ดี วันเพ็ญหน้าเป็นฤกษ์สำคัญ”



“ไม่...ลูกไม่แต่ง ลูกจักแต่งงานกับคนที่ลูกไม่เคยรู้จักแม้แต่หน้าตาได้อย่างไรท่านพ่อ”

“อย่างไรเจ้าก็ต้องแต่ง...เจ้าไม่มีทางปฏิเสธได้หรอกเพราะนี่คือเทวะบัญชา!”

เสียงร่ำไห้และอาการตีโพยตีพายของลูกสาวทำให้ปุณณะสะเทือนใจ แต่ก็จำต้องบังคับเสียงแข็ง

“เทวะกำหนดแล้วให้เจ้ามีส่วนสร้างอนาคตจันทรปุระ เพราะอีกไม่นาน...องค์อริยะก็ต้องครองบัลลังก์”

“ลูกไม่ต้องการเป็นใหญ่เหนือใคร ลูกขอแค่เป็นลูกของท่านพ่อเยี่ยงนี้ตลอดไป”

“เจ้าพูดในสิ่งที่เป็นไปมิได้”

“มันคือความเขลาของลูกเองที่เก็บโคมนั้นขึ้นมา หากย้อนเวลากลับไปได้ ลูกจักไม่แตะต้องมันเด็ดขาด จักยกให้บุษกรอย่างเต็มอกเต็มใจ นางเป็นผู้สมควรได้รับตำแหน่งนั้น ท่านพ่อช่วยลูกด้วยเถิด...”

เพราะความรักลูกแท้ๆทำให้ปุณณะบากหน้าไปขอความเห็นใจจากองค์สูริยะในวันต่อมา

“ลูกสาวข้าจักสมาโทษต่อหน้าองค์เทวะแลท่าน นางยินดีเป็นล้นพ้นหากพิธีอภิเษกจักเกิดขึ้น แลเจ้าสาวขององค์อริยะจักเป็นบุษกรลูกสาวท่านกัมพูดังเดิม”

“เทวะบัญชาจักต้องถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างนั้นรึ ท่านพราหมณ์กัมพู...ท่านคิดเห็นเยี่ยงไร”

มหาพราหมณ์กัมพูมีสีหน้าหนักใจมาก เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อดี แต่ก็ขัดบัญชาเทวะไม่ได้

“มิเป็นการบังควรอย่างยิ่ง...เทวะบัญชาคือเทวะบัญชา ผู้ใดละเมิดเสียมิได้ มิเช่นนั้นบ้านเมืองจักบังเกิดแต่ความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า!”

ประกาศจบก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้ เพราะมหาพราหมณ์กัมพูก็ต้องรับมือกับบุษกรในเวลาต่อมาเช่นกัน

“ลูกรู้แจ้งแก่ใจเดี๋ยวนี้เองว่าลูกมิได้มีค่า มีความหมายเลยในสายตาท่านพ่อ ท่านพ่อมิได้รักลูกเลยสักนิด”

“บาปจักตกแก่ตัวเจ้าเองบุษกร เจ้าตำหนิพ่อเยี่ยงนั้นได้อย่างไร”

“ท่านมิได้เห็นแก่ความสุขของลูกเลย แล้วจักให้ลูกคิดเป็นอื่นได้อย่างไรกัน”

“เจ้าฟังพ่อให้ดี ระหว่างความรักที่พ่อมีต่อลูกกับภาระหน้าที่ต่อแผ่นดิน พ่อมิอาจเห็นแก่ตัวได้ เราคือเชื้อสายผู้ถือบัญชาเทวะ แล้วเจ้าจักบีบบังคับให้พ่อทรยศต่อภาระหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร”

“ไยต้องเป็นนาง ไยมิเป็นข้า เทวะลำเอียง ข้ารักของข้ามานานเท่าไรแล้ว เทวะมิได้รับรู้รึไร”

“เจ้าเลิกคร่ำครวญเสียที หากเจ้ารักองค์อริยะจริง จงร่วมอวยพรแลยินดีในความสุขในวันอภิเษกของท่านเถิด”

บุษกรกัดฟันแน่นด้วยความคับแค้นใจ มหาพราหมณ์เลยต้องย้ำถึงสถานะของตระกูล

“เราเกิดมาอุทิศตนทำงานรับใช้เทวะแลราชบัลลังก์ จงภาคภูมิใจในภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงนั้นเถิด...”

ooooooo

คำขาดของพ่อทำให้เกศอาภากินไม่ได้นอนไม่หลับ และเมื่อได้เจอครูฝึกหนุ่มก็อดไม่ได้จะระบายด้วยความอึดอัดใจว่าเธอต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักและไม่เคยแม้แต่เห็นหน้า

น้ำตาของเธอทำให้เขาสงสารและเห็นใจ แต่ก็สารภาพไม่ออกว่าตนคือคนที่เธอจะแต่งงานด้วย

“เจ้าอาจตีตนไปก่อนไข้ เจ้าบ่าวของเจ้าเขาอาจเป็นคนดีอย่างหาที่ติมิได้ ก็เป็นไปได้มิใช่รึ”

“เจ้าเป็นผู้ชายจักมาเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงได้อย่างไร”

“คนที่เจ้าจักฝากชีวิตไว้เป็นคนดี ขยันและดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เท่านั้นมิเพียงพอที่เจ้าจักเป็นเจ้าสาวเขารึ”

“แล้วความรักเล่า เจ้ามิพูดถึงความรักเลยรึไร”

“อยู่กินกันไป ข้าว่าเจ้าก็จักรักเขาไปเอง”

“ผู้ชายมีความคิดเยี่ยงเจ้าทุกคนอย่างนั้นรึ”

“แล้วผู้หญิงมีความคิดเยี่ยงเจ้าทุกคนรึไม่”

“ข้ามิรู้ ทำไมจึงต้องเป็นเช่นนี้ หญิงที่เหมาะสมกว่าข้าก็มี ไยเขาต้องมาจำเพาะที่ตัวข้า ไยมิแต่งกับนาง”

อริยะสะเทือนใจมากแต่ก็ไม่ยอมบอกความจริงและถือโอกาสบอกลาไปค้าขายนอกเมืองตามแผน เกศอาภาใจหายมากแต่ก็ฝืนทำแข็งใจอวยพรให้เขาโชคดี

“ข้าจักมิลืมเพื่อนที่ดีเยี่ยงเจ้าเลยเจ้าโจรป่า เราจักมิได้พบกันอีกเลยใช่รึไม่”

“หากยังมิสิ้นลมหายใจก็คงได้พบกันอีก แต่จักนานเพียงใดข้าก็มิรู้ได้ คืนวันพรุ่งข้าจักต้องเดินทางแล้ว”

สองหนุ่มสาวแยกกันหลังจากนั้น เกศอาภามุ่งหน้ากลับเรือนทั้งน้ำตา และเสี้ยววินาทีนั้นเอง...เธอก็ตัดสินใจเด็ดขาดวิ่งไปหาครูฝึกหนุ่มอีกครั้งและขอออกไปนอกเมืองด้วย

“เจ้ากำลังล้อข้าเล่นรึ”

“ข้ามิได้ล้อเล่น ข้าพูดด้วยใจจริงของข้า”

“เจ้าจักไปกับข้าได้อย่างไรในเมื่อเจ้าต้องเข้าพิธีแต่งงาน”

“ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าขอไปตายดาบหน้า ไปให้พ้นการแต่งงานเท่านั้นเป็นพอ”

“เป็นเรื่องเขลาเบาปัญญาแท้ๆที่เจ้าคิดเยี่ยงนี้”

“ในเมื่อข้าปฏิเสธการแต่งงานมิได้ นี่ก็เป็นหนทางออกเดียวของข้า”

“แล้วพ่อของเจ้าเล่า จักมิโกรธเป็นฟืนเป็นไฟรึ”

“โกรธแน่ แต่ข้ารู้ว่าสักวัน...พ่อข้าจักเข้าใจแลให้อภัยข้าได้”

“แล้วเจ้าบ่าวของเจ้าเล่า เขาจักมิเสียหน้าจนแค้นเคืองเจ้ารึ”

เกศอาภาอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งออกไปด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

“เขามีหญิงที่รักแลพร้อมจักเป็นสมบัติของเขาอยู่แล้ว ถึงมิได้แต่งงานกับข้า เขาก็จักได้แต่งงานกับนาง ข้าคิดดูดีแล้ว นี่เป็นหนทางออกดีที่สุดสำหรับทุกคน เมตตาข้าด้วย...ให้ข้าได้ไปกับเจ้าด้วยคน”

สีหน้าขอความเห็นใจของเธอทำให้อริยะเกือบใจอ่อน แต่หน้าที่และบัญชาเทวะทำให้เขาต้องปฏิเสธ เกศอาภาหน้าเสียและตัดสินใจคุกเข่าลงทันที

“ข้าขอให้สัญญาต่อหน้าป่าเขา ข้าจักมิทำให้เจ้าเดือดร้อนเพราะข้า ข้าจักไม่เป็นภาระของเจ้า ข้าจักยอมทำทุกสิ่งตามคำสั่งเจ้า จักให้ข้าเป็นข้ารับใช้เจ้าตลอดชีวิต ข้าก็ยอม”

ooooooo

อริยะกลัวว่าที่เจ้าสาวจะหาทางหนีพิธีอภิเษกด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจตลบหลังด้วยการยอมตกลงให้เธอออกนอกเมืองด้วย เกศอาภาดีใจมากแต่ก็ต้องเสียใจไม่น้อยที่ต้องลาจากพ่อ

ความทุกข์ใจที่ต้องจากพ่อทำให้เกศอาภาไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไร ส่วนปุณณะสงสารลูกสาวมาก แต่ก็ทำได้แค่พูดปลอบให้ยอมรับความจริงและทำตามหน้าที่ของชาวจันทรปุระที่ดี

“มิใช่ว่าพ่ออยากเสือกไสไล่ส่งเจ้าไปจากอก แต่วันหนึ่งมิช้าก็เร็ว เจ้าก็ต้องจากพ่ออยู่ดี เจ้ามิควรหมดอาลัย ตายอยากเยี่ยงนี้ มิเช่นนั้นพ่อเองก็คงหามีความสุขไม่”

เกศอาภาสะเทือนใจมาก ความรักของพ่อยิ่งทำให้รู้สึกผิดที่ตัดสินใจหนีพิธีอภิเษก

“ท่านพ่อ...หากลูกทำสิ่งใดแล้วทำให้ท่านพ่อเสียใจแลผิดหวัง ท่านพ่อโปรดยกโทษให้แก่ลูกด้วยเถิด บุญคุณท่านพ่อที่เลี้ยงดูอุ้มชูลูกมา สักวันลูกคงมีโอกาสได้กลับมาตอบแทน”

“ความสุขของพ่อแม่คือเห็นลูกมีความสุข แต่ยามใดเจ้ามีทุกข์ เจ้าจงรู้ไว้เถิดพ่อแม่ทุกข์กว่าเจ้าหลายเท่านัก”

เกศอาภาน้ำตาร่วง ก้มกราบแทบเท้าพ่อ แสดงความเคารพสูงสุด เหมือนจะเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย...

เวลาเดียวกันที่ปราสาทหิน...บุษกรซึ่งพลาดหวังจะได้อภิเษก กำลังอธิษฐานและสวดอ้อนวอนต่อองค์เทวะผู้คุ้มครองและชี้เป็นชี้ตายแก่ชาวเมืองจันทรปุระ สาปแช่งให้พิธีล่ม!

“ลูกเคารพบูชาแลยกท่านเหนือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง หากท่านแลเห็นความรักที่ลูกมีต่อองค์อริยะจงโปรดดลบันดาลให้งานพิธีอภิเษกในวันพรุ่งมิมีทางเกิดขึ้นได้ ขออุปสรรคจงขัดขวาง ขอองค์อริยะจงมีดวงตาเห็นแจ้งในความรักที่ลูกมีต่อท่าน แลดลใจให้ท่านกลับมาปรารถนาแต่ข้าเพียงผู้เดียว”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 4 วันที่ 18 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ