อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 4 วันที่ 20 ส.ค.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 4 วันที่ 20 ส.ค.59

กระถินมิได้คิดถึงตัวเอง แต่ดีใจที่รู้ว่าสร้อยสนปลอดภัยแล้ว

เมื่อสร้อยสนฟื้นเธอร้องไห้เสียใจที่ขาเป็นแผล บอกพุดกรองว่าจะเอาคืนราม ทั้งหมดเป็นเพราะรามคนเดียว พุดกรองตกใจเมื่อรู้ความจริงจากลูก เอากระถินไปเค้นถามว่ารามเป็นคนบีบแตรใส่ม้าใช่ไหม กระถินยืนกอดอกเงียบเพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดความจริงออกไปก็จะกลายเป็นศัตรูกับรามแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อกระถินไม่ยอมพูดพุดกรองเอาไม้เรียวหวดที่น่อง รามแอบดูอยู่อย่างวัดใจว่ากระถินจะเลือกใคร

พุดกรองเปิดปากกระถินไม่ได้ก็ตวาดให้ไสหัวออกจากบ้านนี้ไป



“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” เสียงเอมปรีดิ์แทรกขึ้นแล้วเข้ามาโดยมีแม่นิ่มกับจันทร์เดินตามมา เอมปรีดิ์สั่งเฉียบขาดว่า “ฉันจะเป็นคนสะสางความจริงเรื่องนี้เอง!”

ทุกคนตะลึง เงียบกริบ

ooooooo

คุณยายเอมปรีดิ์เรียกรามกับสร้อยสนไปซักถาม แล้วถามรามว่ายอมรับใช่ไหมว่าตัวเองทำผิด รามยอมรับ คุณยายถามกระถินว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วย บอกมาซิว่ารามจงใจทำให้สร้อยสนเจ็บจริงไหม

“คุณรามแค่จะเรียกตัวกระถิน ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายคุณสร้อยหรอกค่ะ”

พุดกรองหาว่ากระถินแก้ตัวให้ราม เอมปรีดิ์ถามว่าเหตุผลอะไรที่กระถินต้องทำอย่างนั้น พุดกรองฟ้องว่ารามเกลียดตนหาเหตุแกล้งตนกับลูกหลายครั้งแล้ว

“มันเป็นอุบัติเหตุ รามก็แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์” รามชี้แจง พุดกรองโวยวายว่าถ้าคนที่โดนลากไปเป็นรามบ้างล่ะ รามย้อนถามว่า “เธอจะให้ฉันชดใช้ให้ลูกเธอยังไงจะต้องเห็นฉันเจ็บปางตายใช่ไหมเธอถึงจะพอใจ”

“เอาล่ะ ยังไงรามก็มีส่วนผิดแม้จะไม่ตั้งใจ แต่เพราะประมาทเกินไปก็ขอโทษสร้อยสนซะ” เอมปรีดิ์เอ่ย

พุดกรองไม่ยอมเพราะเท่ากับสร้อยสนเจ็บตัวฟรี แม่นิ่มสุดทนถามว่าแล้วที่เธอลงโทษกระถินให้เจ็บตัวเปล่าๆ ทั้งที่กระถินไม่ผิดล่ะ? พุดกรองตะแบงว่าผิด เพราะช่วยปกปิดความผิดให้ราม

“ฉันเชื่อว่า กระถินไม่พูดก็เพราะถูกบีบบังคับด้วยหน้าที่ ไม่ได้มีเจตนาจะเข้าข้างรามหรอก เรื่องกระถิน รามก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน ดังนั้น เพื่อความยุติธรรมฉันจะส่งตัวรามไปดัดนิสัย รามจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป จะต้องไปอังกฤษให้เร็วที่สุด”

พุดกรองถือโอกาสจะเฉดหัวกระถินด้วย ถามว่าเมื่อนายไม่อยู่จะเก็บขี้ข้าไว้ทำไมเกิดมาเอาคืนตนขึ้นมาจะว่ายังไง แม่นิ่มบอกว่าตนจะอบรมสั่งสอนกระถินเอง กระนั้นพุดกรองก็ให้คาดโทษไว้ว่าถ้ากระถินหาเรื่องตนจะต้องออกจากที่นี่ไป

เอมปรีดิ์ถามว่าต่อไปถ้ากระถินก่อเรื่องอีกก็จะไม่เลี้ยงไว้แค่นี้พอใจไหม พุดกรองจำต้องรับ แต่ในใจอาฆาตหมายมาดที่จะต้องเฉดหัวกระถินออกไปให้ได้

พุดกรองและละมุดออกไปพูดกันอย่างสะใจที่รามแพ้ภัยตัวเองแต่เสียดายที่กระถินยังอยู่

“ลำพังนังกระถินมันคงไม่อยากอยู่ที่นี่เท่าไหร่นักหรอก ต้องโทษนังนิ่มที่ออกโรงปกป้อง ถ้าไม่มีนังนิ่มอยู่ซักคนมันคงเผ่นไปนานแล้ว” ละมุดถามว่าแล้วจะปล่อยให้อยู่เป็นหนามยอกอกทำไม พุดกรองจิกตาบอกว่า “ก่อนคุณพระกลับ ฉันจะต้องหาทางไสหัวมันไปให้พ้นทางฉันให้ได้”

รามได้ยินการพูดคุยกันนี้ทั้งหมด คิดถึงกระถินที่ยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องตน นึกสงสัยว่าทำไมกระถินถึงได้งี่เง่าอย่างนี้ เมื่อคิดถึงที่กระถินโต้ว่าตนไม่เคยกลัวเขาแต่ที่ตนทนอยู่เพราะแม่นิ่มอยู่ที่นี่แต่ตอนนี้เขากำลังทำให้ตนเปลี่ยนใจ ถ้าเลือกได้ตนก็ไม่อยากทนอยู่ที่นี่อีกแล้ว

คิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว รามรู้สึกว่า ตัวเองร้ายกับกระถินจนไม่น่าให้อภัย...

เมื่อกลับไปถึงที่พัก กระถินกอดแม่นิ่มบอกว่านึกว่าตนจะไม่ได้อยู่กับแม่นิ่มอีกแล้ว แม่นิ่มบอกว่าถ้ากระถินไม่อยู่ตนก็จะไม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน จันทร์บอกว่าถ้าไม่ใช่แม่นิ่มนั่งเรือไปรับคุณท่านมาจากบางปะอิน ป่านนี้กระถินคงยังไม่ได้ออกจากคอกม้า

“ขอบพระคุณที่ช่วยกระถินค่ะ” กระถินกราบแม่นิ่ม

“แม่นิ่มสิต้องขอบคุณที่กระถินอุตส่าห์อดทนอยู่ที่นี่เพื่อแม่นิ่ม ต่อไปนี้แม่นิ่มจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรกระถินอีกแล้ว”

กระถินโผกอดแม่นิ่มเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต...

ooooooo

รุ่งขึ้น กระถินสำรวจบาดแผลจากการถูกพุดกรองทำร้ายในกระจก เห็นจี้ทองก็จับขึ้นดูจำได้ว่าเหมือนรูปสักยันต์ที่แขนของเสือกาจที่ตนเห็นในความฝันขณะเสือกาจทายาให้ที่คอกม้า กระถินแปลกใจที่จู่ๆตนก็ฝันถึงเสือกาจ...

จันทร์เข้ามาบอกกระถินให้ไปที่เรือนคุณท่านเดี๋ยวนี้ กระถินไปเจอรามกำลังถูกคุณท่านอบรมอยู่ว่า

“เพราะความหุนหันพลันแล่นของเราเลยพลอยทำให้ผู้หญิงเจ็บตัว ถ้าแม่รู้เขาคงผิดหวังที่รามไม่เป็นลูกผู้ชาย ผู้ชายดีๆเขาไม่ทำให้ผู้หญิงเจ็บหรือเสียใจ ไปปรับปรุงตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าฝากชีวิตไว้กับคนอย่างราม”

กระถินเข้ามาได้ยิน รู้สึกสะใจที่ถูกคุณท่านกำราบราม แล้วคุณท่านก็ถามกระถินว่าได้ยินว่าคนที่วังเป็นคนช่วยสร้อยสนไว้หรือ กระถินบอกว่าเขาชื่อพี่บรรณอยู่วังข้างๆเรา แม่นิ่มรีบแก้ให้ว่า

“ต้องเรียกว่าท่านชายบรรณ ชื่อเต็มๆของท่านคือหม่อมเจ้าบรรณบริวัฒน์ ท่านชายเป็นน้องของท่านหญิงบัว ท่านทรงช่วยอุบัติเหตุของบ้านเราไว้สองครั้งแล้วค่ะ”

รามอึ้ง กระถินตกใจที่ตนเองตีสนิทกับท่านชายไปโดยไม่รู้ตัว

“ยายสร้อยอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ เราต้องไปขอบพระทัยท่านชาย ที่ท่านทรงอุตส่าห์มาช่วยชีวิตแม่สร้อยเอาไว้ ประเดี๋ยวท่านจะทรงนึกว่าเราเป็นพวกไม่รู้คุณคน”

“เจ้าค่ะ” แม่นิ่มรับคำ

กระถินอึดอัด กระอักกระอ่วนใจที่ต้องไปเจอท่านชายที่ตนคิดว่าเป็นคนรับใช้ในวังอีก...

ooooooo

เมื่อสร้อยสนหายแล้ว เอมปรีดิ์และแม่นิ่มพาสร้อยสนกับกระถินไปเฝ้าท่านชายและท่านหญิงที่วัง สร้อยสนตื่นเต้นกับความหรูหราของวัง ดีใจที่จะได้เจอผู้ช่วยชีวิตตน แต่กระถินนั่งไม่เป็นสุข

เมื่อท่านชายกับท่านหญิงเข้ามา เอมปรีดิ์กราบพระบาทท่านหญิงกับท่านชาย ท่านหญิงถามว่าสบายดีหรือ

“สบายดีเพคะ วันนี้หม่อมฉันพาสร้อยสนลูกเลี้ยงของคุณพระมากราบขอบพระทัยท่านชายที่ทรงช่วยชีวิตเอาไว้”

“หม่อมฉันซาบซึ้งในพระกรุณา ถ้าไม่ได้ท่านชายวันนั้น หม่อมฉันคงอยู่มาไม่ถึงวันนี้เพคะ” สร้อยสนเรียกความสนใจ ท่านชายบอกว่าดีใจที่ได้เห็นเธออีกครั้ง ถามว่าหายดีแล้วหรือ “ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

“แม่ของเธอเป็นห่วงเธอมาก ตอนนี้เธอคงโล่งใจ ไม่โทษว่าเป็นความผิดของกระถินแล้วใช่ไหม”

ทุกคนแปลกใจที่ท่านชายเรียกกระถินอย่างสนิทสนม กระถินทำตัวไม่ถูกกลัวความผิดรีบก้มกราบ

“กราบขอประทานอภัย หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านชายเพคะ”

ท่านชายบอกว่าตนยังไม่ทันว่าอะไรเลย กระถินก็พร่ำแต่ขอประทานอภัย ตนผิดไปแล้ว พูดและทำท่าอย่างที่จำมาจากลิเก จนท่านชายกับท่านหญิงขำ แม่นิ่มแก้ต่างให้ว่า

“ขอประทานอภัยเพคะ กระถินเป็นเด็ก ยังไม่ค่อยรู้ประสา”

กระถินยังคงก้มกราบก้นโด่ง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาท่านชายอีกเลย

เอมปรีดิ์ทูลเชิญท่านหญิงและท่านชายเสด็จไปเสวยที่บ้านสักวัน สร้อยสนรีบย้ำว่าท่านชายต้องเสด็จไปให้ได้ เมื่อทุกคนมาขึ้นรถแล้ว กระถินกำลังจะขึ้นรถท่านชายเรียกไว้ถามเย้าว่า วันนี้ไม่มีเขาควายมาขายหรือ กระถินเงอะงะไม่นึกว่าท่านชายจะพูดด้วย ได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เห็นฉันเป็นพี่บรรณคนเดิมของเธอเถอะ แล้วบอกสายฟ้าด้วยนะว่าฉันคิดถึง”

“สงสัยท่านชายจะทรงล้อเล่นแรงไป คราวนี้เลยเกร็งท่านชายไปเลยกระหม่อม” เสมอพูดขำๆ

ท่านหญิงถามท่านชายว่าไปสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“เด็กคนนั้นถือเป็นเพื่อนคนแรกของชาย เสียดาย ดูท่าเขาจะไม่อยากคบกับชายเสียแล้ว”

ฝ่ายสร้อยสนเข็ดขยาดที่ตกม้าจนไม่อยากจะไปหัดขี่ม้าอีก นิธิจะพาไปฝึกก็ปฏิเสธไม่ไปเพราะแผลยังไม่หายอักเสบ แต่พอพุดกรองรู้ก็ไม่ยอม ถามว่า “แล้วงานวันเกิดแกจะทำยังไง แม่อุตส่าห์ซื้อม้ามาให้ตั้งเท่าไหร่ เชิญแขกมามากมายบอกเขาว่าจะมีแข่งม้าเพราะหนุ่มๆ ก็อยากมาดูม้ากันทั้งนั้น ขืนบอกว่ามางานแกใครเขาจะมา”

สร้อยสนถามว่าเขาต้องการมาดูม้าไม่ได้มาดูตนหรือ

“แกก็ต้องรู้จักทำตัวให้เตะตา ผู้ชายรวยๆจะได้อยากจับจองแกไว้” สร้อยสนถามว่าท่านชายบรรณมาไหม เพ้อว่าท่านหล่ออย่างกับชายในฝัน พุดกรองเบ้หน้าถามว่า “ท่านชายตกอับ แกจะไปชายตาแลทำไม”

“ตกอับอะไรคะ วังท่านใหญ่โตจะตาย”

“จำใส่หัวเอาไว้ถึงแกจะโง่แค่ไหน ก็ต้องฉลาดเลือกผู้ชายให้เป็น ความรักไม่ใช่เรื่องสำคัญ เงินเท่านั้นที่เป็นสิ่งจำเป็น” พุดกรองบ่นอย่างหงุดหงิดที่สร้อยสนไม่ได้ดั่งใจ

ooooooo

วันนี้ พุดกรองเห็นทดเอากุญแจให้แม่นิ่มก็สงสัยว่าเป็นกุญแจอะไร พอทดจะเดินไปก็เรียกไว้

“อย่าเพิ่งไป ฉันต้องการเบิกเครื่องเพชรมาไว้ใส่ในวันงาน”

“ถ้าเป็นสมบัติส่วนตัวของท่าน คุณพระให้คุณนิ่มเป็นคนดูแล คุณนิ่มเธอเป็นคนดูแลทรัพย์สินในบ้านถ้าคุณต้องการ ต้องไปขอเบิกจากเธอ”

พุดกรองคิดว่ากุญแจดอกนั้นคงเป็นกุญแจเซฟ นึกไม่ถึงว่าคุณพระจะไว้ใจแม่นิ่มขนาดนั้น เมื่อเจอแม่นิ่มพุดกรองวางมาดสั่งให้เอากุญแจหีบเงินของคุณพระมา ละมุดสาระแนแทรกว่าคุณผู้หญิงต้องการเครื่องประดับในงานวันเกิดคุณสร้อย

“ฉันคงอนุญาตไม่ได้ เพราะพวกนั้นเป็นของแม่คุณราม แม้แต่คุณพี่ก็ไม่มีสิทธิ์เอาไปให้เธอ”

พอแม่นิ่มกับกระถินเดินไป พุดกรองจิกตาร้ายกาจ พึมพำ

“มันคงนึกว่าเป็น ‘โชค’ ของมัน แต่ฉันว่าเป็น ‘เคราะห์’ ของมันมากกว่า ดูซิถ้าของที่มันเฝ้าหายไป มันยังจะลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านนี้ได้อีกไหม”

ooooooo

พุดกรองจดรายการของที่ต้องการใช้ในการจัดการไปให้แม่นิ่ม สั่งว่าต้องได้ครบภายในวันนี้

แม่นิ่มเห็นรายการยาวเหยียดบอกว่าคุณพระไม่ได้ให้เงินไว้แต่จะไปเอาที่ห้างให้

พอแม่นิ่มออกไปห้างกับจันทร์ พุดกรองก็ส่งสัญญาณให้ละมุดขึ้นไปค้นหากุญแจที่ห้องแม่นิ่มแต่หาไม่เจอ พุดกรองคาดว่าแม่นิ่มคงเอาติดตัวไปด้วย บอกละมุดว่ากำจัดแม่ไม่ได้ก็ให้กำจัดลูก แล้วพุดกรองเองก็สั่งให้กระถินรีดชุดของสร้อยสนหลายชุด กระหนาบว่า รีดให้เรียบ ถ้ามีปัญหาก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ในบ้านนี้อีก

ขณะกระถินกำลังรีดผ้า นิธิมาเห็นจึงอาสาช่วยรีด ละมุดขึ้นห้องแม่นิ่มไม่ได้จึงออกอุบายหลอกนิธิว่าคุณผู้หญิงเรียก พอนิธิไป ละมุดก็เอาถ่านใส่เตาพัดจนลูกไฟกระเด็นแล้ววางไว้ที่เดิม กระถินกลับมาไม่เห็นนิธิแต่เตาหนักๆ ก็คิดว่านิธิเติมถ่านให้แล้วจึงลงมือรีด ลูกไฟกระเด็นถูกชุดของสร้อยสนเป็นรอยไหม้

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าแกทำผิดอีกครั้ง แกจะอยู่ที่นี่ไม่ได้” กระถินขอโทษแล้วขอโทษอีก ขอโอกาสตนอีกครั้ง “เก็บข้าวของของแก แล้วไสหัวออกไปภายในวันนี้” พุดกรองเด็ดขาดจนกระถินช็อก

ooooooo

กระถินเข้าห้องเพื่อเก็บของ ต้องตกใจผงะเมื่อเห็นข้าวของถูกรื้อกระจุยกระจาย พอดีรามตามเข้ามาเพื่อห้ามกระถินไปเห็นสภาพห้องถามว่านี่มันอะไรกัน

กระถินนึกถึงวันที่พุดกรองจะเอากุญแจจากแม่นิ่ม ลำดับเหตุการณ์แล้วรู้ทันทีว่าเรื่องราวทั้งหมดวันนี้เป็นแผนการของพุดกรองเพื่อจะขโมยกุญแจจากแม่นิ่ม รามถามว่าพุดกรองมาเกี่ยวอะไรด้วย

กระถินพุ่งไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเทอับแป้งร่ำขนาดใหญ่ออกเพราะรู้ว่าแม่นิ่มซ่อนกุญแจไว้ในนั้น

เมื่อเทอับแป้งเห็นกุญแจร่วงลงมา กระถินถอนใจโล่งอกที่กุญแจยังอยู่ รามดูแล้วจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ขณะพุดกรองกับสร้อยสนกำลังถ่ายแฟชั่นเซตสุดท้ายอย่างสวยงามอยู่นั้น รามเดินเข้ามาพร้อมกระถิน ละมุดที่คอยอวยสองแม่ลูกอยู่ข้างๆ เห็นเข้าก็โวยว่าทำไมกระถินยังไม่เก็บข้าวของไปอีก

“รอให้ฉันจับโจรให้ได้ก่อน” รามเดินเข้าไปจ้องหน้าพุดกรองถามว่า “เธอให้คนไปค้นห้องแม่นิ่มเพื่อหากุญแจดอกนี้ใช่ไหม” พลางชูกุญแจจ้องจับผิด

พุดกรองกับละมุดหน้าเสียแต่ปรับได้ทันทีตีหน้าซื่อถามว่ารามพูดอะไรไม่รู้เรื่อง มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำตน กระถินทนไม่ได้เปิดโปงว่า

“คุณหลอกให้แม่นิ่มออกจากบ้าน แล้วก็เรียกฉันมาใช้งาน เพราะคุณต้องการขโมยของในหีบที่แม่นิ่มเก็บไว้”

“ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามาเฉไฉ ความผิดตัวเองมีหลักฐานคาตายังดื้อด้านอยู่ได้” พุดกรองหยิบชุดของสร้อยสนที่มีรอยไหม้ให้รามดู

รามเดินเข้าไปที่กล่องใส่สัมภาระของช่างกล้อง ค้นกล่องแล้วดึงฟิล์มออกมาให้โดนแสง สร้อยสนกับพุดกรองโวยวายลั่น กระถินก็ร้องให้รามหยุด

“นั่นใครโวยวายอะไร” คุณพระกลับมาได้ยินเสียงโวยวายจากในบ้านหันไปถามทดที่ไปรับที่สถานีรถไฟมา คุณพระเดินไปหลังบ้านเห็นสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากันขึงขัง บ่นอย่างระอาว่า “พอฉันไม่อยู่ เกิดเรื่องอีกจนได้”

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขกต่อหน้าคุณพระ

สร้อยสนฟ้องฉอดๆว่ารามอิจฉา พยายามทำลายงานวันเกิดตน สองแม่ลูกรุมกันฟ้อง รามปล่อยให้พูดแล้วย้อนถามว่าทีพวกเธอไปขโมยของคนอื่นเขาล่ะ

“แกมีหลักฐานอะไรไปโทษว่าเป็นความผิดของพุดกรอง” คุณพระถาม

รามบอกว่าเรื่องขโมยตนไม่มีหลักฐานแต่เรื่องชุดที่มีรอยไหม้ตนเห็นละมุดสับเปลี่ยนถ่านให้เกิดลูกไฟ เชื่อว่า...

“กระถินถูกป้ายความผิดเพื่อจะได้ไล่ออกจากบ้าน ลูกมั่นใจว่ากระถินบริสุทธิ์แน่นอน”

คุณพระพอใจที่เห็นรามกล้าที่จะปกป้องกระถิน เสนอว่าเมื่อไม่มีหลักฐานว่ากระถินตั้งใจทำชุดเสียหายก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน พุดกรองไม่ยอม คุณพระจึงบอกว่า “ก็เหมือนกับที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเธอให้คนไปค้นห้องของเขานั่นแหละ”

สร้อยสนถามว่าแล้วที่รามทำลายฟิล์มของตนล่ะ ตนจะเอารูปที่ไหนไปแจกแขก

“ลุงจะให้รามชดใช้ด้วยการลงแข่งม้าในงานของสร้อย ถ้าหากรามแข่งม้าชนะ กระถินจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป แต่ถ้าแพ้กระถินจะต้องออกจากบ้านไปทำงานที่โกดังสินค้า ถ้าเป็นแบบนี้แกยังยืนยันจะช่วยกระถินอยู่ไหม” คุณพระถาม รามไม่อยากไปร่วมงาน คุณพระบอกสร้อยสนว่า “ทำแบบนี้ก็จะได้ไม่มีเหตุผลที่รามจะเล่นงานสร้อยอีกแล้วไง”

รามหนักใจเพราะตนไม่ชอบและไม่เคยขี่ม้ามาก่อน แต่คุณพระพอใจที่รามจะได้รู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อคนอื่นบ้าง

นิธิดีใจที่กระถินไม่ต้องไปแล้ว กระถินพูดปลงว่าอะไรก็ยังไม่แน่นอน รามไม่พอใจประชดว่าถ้านิธิลงแข่งเธอคงมั่นใจกว่านี้ใช่ไหม กระถินฮึดขึ้นมาบอกว่าถ้าเขาไม่เต็มใจก็ไม่ต้องฝืน รามวางท่าว่าถ้าขอร้องดีๆ ตนก็อาจจะยอมสู้เพื่อเธอ

“งั้นก็อย่าเสียเวลาเลยค่ะฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” กระถินเดินคอแข็งไปอย่างไม่แยแส

เมื่อกลับห้องแม่นิ่มจัดของเข้าที่แล้ว กระถินส่งกุญแจคืนแม่นิ่มถามว่าทำไมแม่นิ่มจึงเป็นคนรักษาสมบัติเหล่านี้ไว้ “เพราะต่อไปรามจะต้องเป็นเจ้าของที่นี่แม่นิ่มจะต้องเก็บรักษาทุกอย่างให้แน่ใจว่าตกไปถึงมือของราม”

กระถินจึงรู้ว่านี่คือเหตุที่พุดกรองพยายามเฉดพวกตนออกไป แม่นิ่มบอกว่าไม่ต้องห่วงรามจะต้องช่วยได้

ฝ่ายสร้อยสนถามพุดกรองว่าถ้ารามชนะตนจะต้องเต้นรำกับเขาใช่ไหม พุดกรองยืนยันว่ารามไม่มีวันชนะแน่นอน ตนมีวิธีที่จะทำให้รามชนะไม่ได้

ooooooo

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 4 วันที่ 20 ส.ค.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ