อ่านละคร เพลิงนรี ตอนอวสาน(4) วันที่ 26 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนอวสาน(4) วันที่ 26 ส.ค.59

“เอ้าก็ผมจองคุณไว้แล้วนี่ ก็ต้องกอดคุณสิ” อธิรุธกอดมิราไม่ยอมปล่อย มิราคร้านจะต่อว่าอธิรุธอีกจึงยอมให้อีกฝ่ายกอดไว้แต่โดยดี “โชคดีนะที่คุณไม่ใช่เจ้าหญิง ไม่อย่างงั้นผมคงกอดคุณไว้แบบนี้ไม่ได้”

“ถึงฉันจะไม่ใช่เจ้าหญิง แต่พ่อแม่ฉันก็รักและหวงฉันมากนะจะบอกให้”
“ไม่ต้องห่วงผมจะพิสูจน์ให้พวกท่านได้เห็นว่าผมพร้อมจะปกป้องดูแลคุณตลอดชีวิตเลย”
มิราอมยิ้มกับคำพูดของอธิรุธ ทั้งคู่ยืนมองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆลับเหลี่ยมเขาไปด้วยกัน

ห้องสอบสวน ราห์มานนั่งอยู่ มีทหารยืนคุมอยู่ด้านหลัง ราอิลและนายพลพอลเดินเข้ามา ทหารทำความเคารพ ราห์มานจ้องมองราอิลด้วยดวงตาเคียดแค้น


ราอิลเอ่ย “ไม่คิดเลยว่าผ่านมา17 ปี เราสองคนกลับต้องมาเจอกันในสภาพแบบนี้”
“นั่นก็เป็นสิ่งที่ท่านพี่อยากให้เป็นอยู่แล้ว”
“เมื่อไหร่ถึงจะเข้าใจสักทีราห์มาน ไทรจีสไม่ใช่สิ่งของที่เราจะต้องมายื้อแย่งกัน”
ราห์มานลุกขึ้นจ้องมองราอิลอย่างเยาะหยัน ทหารเข้ามาจับตัวราห์มานไว้แน่นไม่ให้ก่อเหตุอะไรขึ้น “เก็บคำพูดพวกนี้ไว้หลอกคนโง่เถอะท่านพี่ ใครบ้างไม่ต้องการอำนาจ ใครบ้างไม่ต้องการความยิ่งใหญ่ ในเมื่อท่านพี่ได้มันไปแล้ว จะพูดกับคนพ่ายแพ้ให้ตัวเองดูดีแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ท่านพี่ไม่ต้องห่วง สักวันคนที่พ่ายแพ้อย่างน้องชายคนนี้จะ ขอทวงคืนชัยชนะของตัวเองให้ได้”สายตาราห์มานบ่งบอกว่าไม่ยอมจำนนจนวันตาย
“เอาตัวออกไป”
ทหาร 2 คนคุมตัวราห์มานออกไป ก่อนออกไปราห์มานหันมา “มันจะไม่จบแค่นี้แน่ๆท่าน จำคำของน้องชายคนนี้เอาไว้” ทหารพาตัวราห์มานออกไป
ราอิลได้แต่ถอนใจ นึกเสียใจที่พี่น้องต้องมาบาดหมางกัน หมดทางที่จะประนีประนอมกัน

ธีภพเดินกลับเข้ามาในกระท่อม เห็นพริริสายืนอยู่ริมหน้าต่างเหม่อมองออกไป
“ทำไมยังไม่นอนอีกพะย่ะค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้ว”
“ยังไงฉันไม่คุ้น ที่คุณจะพูดแบบนี้กับฉัน”
“แต่สำหรับกระหม่อมควรทำทุกอย่างให้คุ้นชินเอาไว้”
พริริสามองธีภพอย่างเศร้าๆ “คุณเคยถามฉันว่า ถ้าตอนนี้เราสามารถทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ปล่อยใจให้ว่าง แล้วถามตัวเองว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง ตอนนี้ฉันอยาก ขอเวลาให้ฉันได้เป็นตัวเอง เป็นแค่ผู้หญิงที่ชื่อริสาที่คุณเคยรู้จัก อีกสักพักได้ไหมคะ”

พริริสากลัวใจตัวเองเมื่อได้ใกล้ชิดธีภพจะปลดผ้าห่มออกจากตัว
ธีภพตัดสินใจโอบไหล่พริริสาไว้ไม่ยอมให้ออกจากผ้าห่ม “ถ้าตอนนี้เราสามารถทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ปล่อยใจให้ว่าง แล้วถามตัวเองว่าตอนนี้เรารู้สึกยังไง”

ธีภพยังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ธีภพเดินไปหยิบเสื้อคลุมมาคลุมไหล่ให้พริริสาอย่างอ่อนโยน พริริสาเอนไปซบไหล่ธีภพไว้ อยากรักษาช่วงเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด ธีภพโอบพริริสาไว้ ทั้งคู่นั่งกอดกันมองท้องฟ้านอกหน้าต่างผ่านเวลาไปนานอย่างไม่รู้ตัว
“อีกไม่กี่ชั่วโมงพระอาทิตย์ก็จะขึ้น คุณไม่ง่วงหรือไง”
“ถ้าฉันหลับเวลาที่อยู่ที่นี่ก็ยิ่งเหลือน้อยลงไปอีก ถ้าหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ได้มันจะดีแค่ไหนคะ”
“เราคงหยุดเวลาไม่ได้ ถึงยังไงเวลาก็ต้องเดินไปตามวิถีของมัน”
“คุณจะโกหกให้ฉันดีใจเล่นไม่ได้บ้างเหรอคะ บางทีผู้หญิงเราก็อยากฟังคำโกหกที่ทำให้สบายใจบ้าง”
“ผมไม่ชอบโกหกคุณก็รู้”
“มิน่าคุณถึงชอบจับผิดฉัน”
“แต่คุณก็โกหกไม่เก่งหรอกนะริสา แค่ครั้งแรกที่ผมเจอคุณที่บูรพเกียรติผมก็รู้แล้ว ว่าคุณซ่อนอะไรไว้มากมาย แค่คิดไม่ถึงว่าคุณคือเจ้าหญิงของไทรจีส”
“แต่คุณก็ทำให้ฉันอยากเป็นแค่ริสา เลขาธรรมดาคนหนึ่งมากกว่า”
“เราคงเปลี่ยนแปลงความจริงอะไรไม่ได้ สิ่งที่ทำได้คือใช้เวลาที่เหลืออยู่ในมีความสุขที่สุด”
“แต่ได้อยู่แบบนี้ฉันก็มีความสุขแล้วจริงๆ”
ธีภพกอดพริริสาไว้อย่างไม่อยากสูญเสียเวลานี้ไปเช่นกัน

เวลารุ่งสาง ในกระท่อมบนเขา พริริสานอนหลับอยู่ที่โซฟา ธีภพหยิบสร้อยข้อมือที่เคยให้พริริสาไว้ออกมา ธีภพลังเลใจว่าควรจะให้สร้อยข้อมือนี้กับพริริสาอีกครั้งดีหรือเปล่า เสียงเฮลิคอปเตอร์ ธีภพตัดใจเก็บสร้อยข้อมือ เวลาของเขากับพริริสาหมดลงเพียงเท่านี้ ธีภพมองพริริสาอย่างเต็มตาอีกครั้งก่อนจะต้องลากันจริงๆแล้ว
หน้ากระท่อมบนเขา ธีภพพาพริริสาออกมา เฮลิคอปเตอร์มารอรับพริริสากลับไป ทหารไทรจีสยืนรอเห็นพริริสาก็โค้งทำความเคารพ พริริสาหันมามองธีภพอีกครั้งอย่างเศร้าใจ เวลาความสุขของเธอหยุดลงแล้วเช่นกัน ธีภพยิ้มให้พริริสาก่อนโค้งทำความเคารพเพื่อให้พริริสาไปกับทหารไทรจีส พริริสาตัดใจหันหลังให้ธีภพเดินไปกับทหารไทรจีสเพื่อไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ธีภพมองตามเฮลิคอปเตอร์ที่บินห่างออกไป หัวใจของเขาก็เหมือนหลุดลอยตามไปด้วย

ธีภพยืนอยู่ริมทะเลสาบกับอธิรุธ
อธิรุธสรุป “ภารกิจที่ไทรจีสของเราสองคนก็หมดเท่านี้ เจ้าหญิงกับพระชายาก็กลับวังกันไปหมดแล้ว”
“นายกับฉันก็คงต้องกลับเหมือนกันสินะ”
“เพื่อนว่าไงฉันก็ว่าตาม แต่...” อธิรุจอึกอัก
“แต่อะไรของนาย”
“ขอเวลาอีกสักสองสามวันได้ไหมวะ ฉันทำเรื่องลาไปแล้วด้วย”
ธีภพมองอธิรุธอย่างแปลกใจที่อยากอยู่ต่อ ธีภพหันไปมองอีกด้านเห็นมิราหลบแอบฟังตนกับอธิรุธอยู่ก็เข้าใจทันที
“ฉันนึกว่าคุณมิราจะกลับไปพร้อมพระชายาแล้ว”
อธิรุธเขิน “ฉันบอกเขาว่าจะไปส่งเขาเอง”
ธีภพตบบ่าอธิรุธอย่างเข้าใจเพื่อนเดินเลี่ยงออกไป เพื่อให้เวลาอธิรุธกับมิรา
มิราเดินเข้ามาอธิรุธ “คุณไปบอกอะไรคุณภพเขา”
“บอกว่าขอเวลาอยู่กับแฟนหน่อย”
“ใครแฟนคุณ”
“ก็คุณไง”
มิราเขินตีแขนอธิรุธอย่างเขินๆ ก่อนนึกได้หันไปมองธีภพที่เดินไปไกลแล้ว อย่างเห็นใจ “ตอนนี้ฉันเองก็นึกดีใจนะที่ตัวเองเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าฉันเป็นเจ้าหญิงเหมือนริสา เราสองคนก็คงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้”
อธิรุธเห็นใจธีภพ “เพื่อนผมเป็นคนเก่ง แต่ดันต้องมาอาภัพเรื่องความรักซะได้ ผมนึกภาพตัวเองไม่ออกเหมือนกัน ถ้าเป็นตัวเองจะเป็นยังไง”

พริริสานั่งซึมคิดถึงธีภพอยู่ในสวนวังไทรจีส คามิน ราอิลและไคซัจ ยืนมองดูอยู่ห่างๆ
ราอิลสงสัย “น้องเป็นอะไรตั้งแต่กลับมาดูเหมือนมีอะไรในใจ”
คามินรู้ว่าพริริสาเป็นอะไรแต่ทำเป็นพูดเลี่ยงไป “คงยังตกใจเรื่องท่านอาอยู่นะครับ”
“คามิน คิดว่าพ่อมองไม่ออกหรือไงว่าคนตกใจ กับคนทุกข์ใจต่างกันยังไง”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ ไม่ว่าตอนนี้ริสาจะทุกข์ใจเรื่องอะไร เวลาจะช่วยเยียวยารักษาทุกอย่างได้เอง”
ไคซัจตัดสินใจพูด “แต่เรื่องบางเรื่องเวลาก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้นะพะยะค่ะ เหมือนเรื่องที่เจ้าหญิงตัดสินใจกลับไปประเทศไทย”
“ไคซัจพูดถูก อย่าเอาสิ่งที่ตัวเองเชื่อ ตัดสินความรู้สึกของคนอื่น พ่อรู้นะว่าเรารักน้องมาก อยากให้น้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคน จะต้องให้คนๆนั้นเป็นคนตัดสินเอง ไม่ใช่คนอื่นมาตัดสินให้”
ไคซัจเห็นด้วยกับราอิล คามินได้ฟังก็นิ่งไปเริ่มรู้สึกผิดที่พยายามขัดขวางพริริสากับธีภพ

เนินเขาใกล้ทะเลสาบ ธีภพเดินเลี่ยงมาอีกด้านเพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเองก่อน ยังไม่อยากกลับเข้าเมืองไป
“คุณภพ” ธีภพหันไปตามเสียงเรียก เห็นพริริสายืนยิ้มกว้างให้
ธีภพเผลอยิ้มตอบก่อนจะรู้ว่าเป็นเพียงภาพที่คิดไปเอง ที่ตรงนั้นไม่มีพริริสาอยู่จริงๆ

กรุงเทพฯ หน้าห้องพักฟื้น คณิน กรนันท์ออกมาจากห้องพักฟื้นของกานดาพร้อมกับหมอ
“อาการภายนอกของคุณกานดาดีขึ้นมากแล้วครับ หลังจากนี้เราคงต้องมาคุยเรื่องการรักษาอื่นๆกันต่อ”
“ขอบคุณคุณหมอมากครับ”
“ยังไงหมอขอตัวก่อนนะครับ”
“ครับ” หมอเดินออกไป
กรนันท์สีหน้าสบายใจขึ้นกับอาการของกานดา “คุณแม่จะหายใช่ไหมคะคุณพ่อ”
“ทุกอย่างต้องใช้เวลานะลูก”
“นานแค่ไหนเกรซก็จะรอค่ะ รอให้คุณแม่หายดี”
โรซี่ ชนิตาและบุษกรถือช่อดอกไม้เดินเข้ามา ทั้งคู่เห็นคณินและกรนันท์ก็รีบยกมือไหว้
กรนันท์เสียงเข้ม “มาทำไม”
โรซี่และบุษกรพากันผวากลัวโดนกรนันท์ด่า “พวกเราเอาดอกไม้มาเยี่ยมคุณกานดาค่ะ”
“ใครให้เอามา”
บุษกรแจง “ริสา เอ๊ย เจ้าหญิงฝากให้พวกเราหมั่นเอาดอกไม้มาเปลี่ยนที่ห้องคุณกานดาน่ะค่ะ บอกว่าคุณกานดาได้เห็นดอกไม้สวยๆทุกวันจะได้สดชื่น”
โรซี่เสริม “ใช่ค่ะ พวกเราก็เลยมาทำตามหน้าที่ที่เจ้าหญิงฝากมา”
“พวกเธอรู้เรื่องริสาแล้วเหรอเนี่ย” คณินซัก
สามสาวพร้อมกัน “ค่ะ!”
กรนันท์เห็นเป็นโอกาสดี “แสดงว่าพวกเธอยังติดต่อกับพี่ริสาอยู่สินะ”
โรซี่ยอมรับ “ก็มีแชทกันทางไลน์บ้างน่ะค่ะ”
“ดีงั้นมีเรื่องจะให้พวกเธอทำ”
โรซี่ ชนิตา บุษกรมองหน้ากันแปลกใจว่ากรนันท์ใช้พวกตนให้ทำอะไร

ถนนสายช็อปปิ้งในไทรจีส มิราพาอธิรุธเดินเข้าออกร้านค้าต่างๆบริเวณนั้น อธิรุธพยายามดึงมิราไว้ไม่ให้เข้าไปบางร้าน แต่มิราไม่ยอมลากอธิรุธเข้าไปในร้านเหล่านั้นจนได้ อธิรุธหอบหิ้วถุงช็อปปิ้งให้มิราเต็มสองแขน
บริเวณน้ำพุในเมืองไทรจีส อธิรุธหอบถุงช้อปปิ้งเดินมานั่งที่บริเวณน้ำพุ ทุบขาตัวอย่างปวดเมื่อย “นี่คุณไม่เมื่อยบ้างหรือไง เดินเข้าเดินออกแทบทุกร้านเลย”
“คุณอาสาจะมากับฉันเองนะ ไม่ทันไรก็บ่นซะแล้ว แบบนี้จะไปบอกพ่อกับแม่ฉันว่าจะปกป้องดูแลฉันได้ยังไง”
อธิรุธรีบคว้ามือมิรามาจับ “แหมผมก็บ่นไปอย่างงั้นเอง ให้เดินอีกสิบกิโล อ่อ ให้อุ้มคุณด้วยก็ยังไหวนะ” อธิรุธแกล้งทำท่าจะเข้าไปอุ้มมิราโชว์
มิรารีบถอยหนี “ไม่ต้องมาพูดดีเลย ของพวกนี้ก็มีของๆคุณด้วยนะ” มิราดูของในถุงว่ายังขาดอะไรบ้าง
“ของผม?”
“ก็ชุดของคุณไง ท่านนายพลจะจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน ขอบคุณคุณกับคุณธีภพ ถึงจะเป็นงานเลี้ยงเล็กๆแบบไม่เป็นทางการอะไร แต่คุณก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย”
“แล้วเจ้าภพรู้เรื่องนี้หรือเปล่าคุณ”
“เห็นไคซัจว่าจะให้คนไปบอกคุณภพที่โรงแรมนะ นี่คุณหายเมื่อยหรือยังฉันจะได้ไปช้อปต่อ”
“ยังไม่หมดอีกเหรอคุณ”
มิราแกล้งไม่สนใจอธิรุธเดินนำออกไป อธิรุธรีบหอบถุงเดินตาม

หน้าโบสถ์ พริริสาเดินออกมาจากโบถส์ เดินคุยโทรศัพท์ออกมา “ริสามาที่โบถส์น่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะแม่ ริสาก็แค่นึกถึงเรื่องช่วงที่กลับไปที่ประเทศไทยเท่านั่นเอง”
“ถ้าเป็นเรื่องบูรพเกียรติทุกอย่างก็ลงตัวหมดแล้วนี่ลูก หรือยังมีอะไรที่ค้างใจอยู่ที่นั่นอีก”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนอวสาน(4) วันที่ 26 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ