อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 20 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 20 ส.ค.59

คืนเดียวกันที่บ้านกสินทร์...กฤตธรคาใจเรื่องพาหุรัดหรือกำไลรัดศอกฝังบุษราคัมในฝัน รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นมาก่อน และเขาก็นึกถึงกำไลเสี้ยวที่พ่อซื้อมาจากชาวบ้าน กสินทร์แปลกใจที่ลูกชายคนโตทำท่าเหมือนสนอกสนใจของโบราณแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากแค่อยากรู้เหตุผลเท่านั้น

“แกเกิดสนใจจะเก็บของเก่าขึ้นมาบ้างรึไง”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมแค่รู้สึก...บอกไม่ถูกกับของชิ้นนี้...มันติดตาและเข้ากวนความคิดผมหลายครั้งแล้ว”

“อืม...ชาติที่แล้วแกคงเป็นเจ้าของมันละมัง”



ไม่ใช่แค่กฤตธรที่คาใจเรื่องพาหุรัดโบราณ อธินก็สะกิดใจและอดไม่ได้จะหยิบครึ่งที่ตนมีมาตรวจสอบอีกรอบ โยสิตาเห็นพ่อสนใจก็แกล้งถามเผื่อว่าเธอจะนำอีกครึ่งของกสินทร์มาให้พ่อดูได้

“ถ้าได้อีกครึ่งหนึ่งมาประกบกัน เราคงจะรู้อะไรๆ ขึ้นอีกเยอะเลยใช่ไหมคะพ่อ”

“ถ้าโชคดีอีกครึ่งหนึ่งมีรอยสลักหรือจารึกอะไรไว้บ้าง...แต่ที่แน่ๆคนที่เป็นเจ้าของคงไม่ใช่คนธรรมดาหรอกลูก”

ooooooo

พาหุรัดโบราณทำให้กฤตธรรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างบอกไม่ถูก และเพื่อให้รู้แน่ว่ามันเป็นของจากยุคจันทรปุระจริงหรือไม่ เขาจึงตัดสินใจขอพ่อนำไปให้นักโบราณคดีตรวจสอบ

“แกอย่าลืมธรรมชาติอย่างหนึ่ง...นักสะสมกับนักโบราณคดียังไงก็อยู่ขั้วตรงข้ามกันเสมอ”

“แต่เจตนาเราเป็นไปในทางที่ดีเพื่อความรู้ทางด้านวิชาการนี่ครับคุณพ่อ”

“มันก็ขึ้นกับว่านักวิชาการคนนั้นเป็นใคร ถ้าหัวอนุรักษ์รุนแรงก็อย่าหวัง”

“คุณพ่อของคุณโยไงครับ”

กสินทร์แปลกใจไม่น้อยที่ได้รู้ว่าพ่อของโยสิตาเป็นนักโบราณคดี แต่ตะลึงมากกว่าเมื่อรู้ว่าชื่ออธิน

“นายกฤต...คนคนนี้ไม่ธรรมดาหรอกนะ”

กฤตธรสงสัย กสินทร์เลยพูดตามที่ได้ยินชื่อเสียงและกิตติศัพท์มา

“เก่งมาก...แล้วก็เถรตรงมากด้วย ทำงานด้วยอุดมการณ์ล้วนๆ พ่อว่าแกล้มเลิกความคิดซะเถอะ”

“ผมรู้มาว่าคุณอาอธินกำลังค้นคว้าเรื่องจันทรปุระน่ะครับ ของชิ้นนี้อาจมีประโยชน์ถ้าเป็นจันทรปุระจริง”

“พ่อก็เห็นในข่าว เขาขุดได้ของสำคัญมานี่...ศิลาจารึกแผ่นนั้น ถ้าอ่านออกก็คงได้ข้อมูลอีกเยอะ”

ความสนใจและหลงใหลเรื่องจันทรปุระของพ่อทำให้กฤตธรลองขอพ่อให้ช่วยเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนโครงงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีของอธิน กสินทร์เห็นว่าตัวเองอาจได้ประโยชน์เลยรับปากด้วยความเต็มใจ

กฤตธรเลยเข้านอนด้วยความสบายใจ โดยนำพาหุรัดครึ่งวงวางบนหัวเตียงด้วย และในคืนนั้นเอง

เขาก็ฝันถึงอดีตเมื่อพันปีก่อนอีกครั้ง ถึงเหตุการณ์ในห้องหอหลังพิธีอภิเษกกับเกศอาภา

เจ้าสาวหมาดๆของเขานั่งหันหลังให้ด้วยความงอนที่เขาลวงให้เธอมาเข้าพิธีอภิเษกโดยไม่เต็มใจ เขาเลยต้องกระแซะไปใกล้และง้องอนเสียงอ่อน

“หากข้ามิลวงแล้วข้าจักรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ารักข้าขนาดไหน”

“ข้ามิเคยบอกสักคำว่ารักท่าน”

“ความจำเจ้าเลอะเลือนหรือไร เจ้าสัญญากับข้าเองว่าข้าไปไหนเจ้าจักไปกับข้าทุกที่ จักยอมทำทุกสิ่งที่ข้าสั่ง จักยอมเป็นทุกอย่างแม้แต่สมบัติของข้า”

“นั่นมิได้แปลว่ารักสักนิด ท่านเข้าใจผิดแล้ว”

“มิได้แปลว่ารัก แล้วจักมอบชีวิตให้ข้าได้อย่างไร”

จบคำก็จูบหัวไหล่มนอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยคำรักแสนหวาน

“ข้าดีใจที่ได้พบเจ้า ข้าหลงรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ”

เกศอาภาขวยเขินหน้าแดงก่ำ แต่ไม่วายตัดพ้อว่าเขามีบุษกรคนรักและอดีตคู่หมั้นอยู่แล้ว อริยะเลยต้องสาบานรักและจูบให้เธอมั่นใจอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ถือโอกาสสวมพาหุรัดฝังบุษราคัมให้เธอด้วย

“เทวะดลใจให้ข้าได้พบมณีเม็ดนี้ แลข้าตั้งสัจจะไว้ว่าข้าจักมอบมณีเม็ดนี้แก่หญิงที่ข้ารัก วันนี้ข้าสุขใจนัก ...มณีเม็ดนี้คู่ควรแก่เจ้าแต่เพียงผู้เดียว”

ระหว่างที่อริยะกับเกศอาภาใช้ค่ำคืนเข้าหอด้วยกันเป็นครั้งแรก บุษกรซึ่งโกรธแค้นโชคชะตาและองค์เทวะที่ทำให้พลาดหวังในรักก็กำลังทำพิธีต่อหน้าแท่นบูชา พร้อมอธิษฐานด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ข้าบูชาแลถวายความจงรักภักดีแก่ท่านเสมอมา หากวันนี้เทวะกลับทรยศข้า ท่านดูดายความทุกข์ในใจข้าเยี่ยงนี้ ข้าก็ขอทวงคืนชะตาชีวิตของข้าที่เคยมอบไว้ในอุ้งหัตถ์ท่าน ข้าจักลิขิตทางเดินชีวิตด้วยตัวของข้าเอง...ในเมื่อความอยุติธรรมฉกชิงความรักและความสุขจากมือข้า ข้าจักทวงมันคืนด้วยตัวข้าเอง!”

ooooooo

แผนการทวงแค้นของบุษกรยังเป็นความลับ แม้แต่มหาพราหมณ์กัมพูก็เชื่อสนิทว่าลูกสาวคนเดียวเศร้าซึมเพราะอกหักและกำลังทำใจอย่างยากลำบาก เกศอาภาก็เชื่อเช่นนั้น คงมีเพียงอุษาที่คิดว่าบุษกรไม่น่าไว้ใจ

และแผนการของบุษกรก็เริ่มในเช้าวันต่อมา ด้วยการตามไปดักพบอริยะพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ชีวิตที่เหลือของข้าคงถวายแก่องค์เทวะแต่เพียงผู้เดียว”

“ไยเจ้าสิ้นหวังถึงเพียงนั้น”

“ข้าคงเกิดมาอาภัพ แม้แต่รักเดียวของข้ายังมิสมหวัง”

น้ำตาของอดีตคู่หมั้นทำให้เจ้าชายรัชทายาทใจอ่อนยวบ แต่ก็ทำได้แค่ลูบหัวปลอบ

“ข้าหวังว่าเจ้าจักมิต้องจมอยู่ในทุกข์นี้อีกนาน”

“ผิดไปจากท่าน ชาตินี้ข้าไม่ขอมีใคร ชีวิตนี้ข้าถวายแก่เทวะแต่เพียงผู้เดียว”

บุษกรจงใจมาขอความเห็นใจจากอริยะเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง และก็ได้ผลเกินคาดเพราะเกศอาภา คนที่เธออยากให้เห็นภาพนี้ผ่านมาเห็นอย่างจัง อัครมเหสีคนใหม่หน้าเสียแต่พยายามเก็บอาการ อุษาเสียอีกที่ทนไม่ไหว

“นางผู้นี้ถือสิทธิ์อะไรมายุ่มย่ามเดินอยู่ในสวนของเจ้า”

“นางก็คงเข้าออกที่นี่ได้เป็นปกติมานานแล้วอุษา ข้าเสียอีกเป็นผู้มาทีหลัง”

“เจ้าควรบอกองค์อริยะให้ประกาศว่าสวนแห่งนี้เป็นเขตหวงห้าม”

“จักมีประโยชน์อันใดเล่าอุษา สวนแห่งนี้อาจเป็นที่ที่เขานัดให้นางมาพบเพื่อพลอดรักกันเสมอก็ได้มิใช่รึ”

“เมื่อก่อนมิรู้ได้ แต่เดี๋ยวนี้สมควรรึ ในเมื่อเจ้าเป็นเมียอย่างถูกต้องตามประเพณี”

เกศอาภาช้ำใจมาก ผละไปอีกทางเพื่อหนีภาพแสลงใจ แต่บุษกรก็รู้ทันและแอบไปดักหน้า แถมตาไวเห็นพาหุรัดวงสวยที่อริยะมอบให้อีกฝ่ายอีกต่างหาก เธอริษยามากแต่ก็ต้องข่มใจเอ่ยชมเสียงหวาน

“ของล้ำค่าควรคู่แผ่นดินอย่างไรเสียก็ควรตกแก่ผู้ที่เหมาะสม”

อุษาซึ่งตามมาคุ้มกันเจ้านายมองมาอย่างไม่ไว้ใจ เช่นเดียวกับเกศอาภา บุษกรเลยแกล้งพูดให้สับสน

“พี่หมายถึงตัวน้องเองนั่นแหละ แรกทีเดียวองค์อริยะให้ความหวังพี่ไม่น้อย แต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่ความฝัน มิต่างไปจากลมเย็นที่พัดมาวูบเดียวแลพัดผ่านไป”

เกศอาภาหน้าเจื่อน เข้าใจความหมายที่แฝงมาทุกอย่าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ออกเมื่ออีกฝ่ายชวนไปไหว้เทวะด้วยกันที่ปราสาทหิน อริยะตามมาหลังจากนั้น บุษกรเลยเดินแผนต่อไปด้วยการเอ่ยชวนเกศอาภาเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

อุษารีบส่ายหน้าไม่ให้เกศอาภายินยอม แต่คำพูดต่อมาของอริยะก็ทำให้อัครมเหสีคนใหม่พูดไม่ออก

“เจ้าทั้งสองคนก็เป็นลูกคนเดียว หากสาบานเป็นพี่น้องกัน จักได้เกื้อกูลพึ่งพาอาศัยได้อย่างสนิทใจ...”

ooooooo

พิธีสาบานตนเป็นพี่น้องของเกศอาภาและบุษกรดำเนินไปอย่างเรียบร้อย อริยะสบายใจมากที่สองสาวดูเข้ากันดี ต่างจากอุษาที่หัวเสียมากเพราะไม่ไว้ใจบุษกร ถึงกับเอ่ยเตือนเจ้านายสาว แต่เกศอาภาก็ทำได้แค่ตัดพ้อปลงๆ

“ในเมื่อชีวิตข้ามอบแก่องค์อริยะแล้ว จักให้ข้าคิด เป็นอื่นได้อย่างไร ข้าเป็นผู้มาทีหลังนะอุษา...การแต่งงานของข้ากับองค์อริยะก็เป็นไปตามเทวะบัญชาเท่านั้น ว่าไปแล้วข้าเข้ามาเป็นส่วนเกินระหว่างเขาสองคนด้วยซ้ำ”

สภาพจิตใจย่ำแย่ หวั่นไหวเพราะถูกสั่นคลอนอย่างหนักของเกศอาภาเปิดโอกาสให้บุษกรทำฤทธิ์อีกมากมาย ทั้งเอาอกเอาใจแบบออกนอกหน้าและแย่งทำหน้าที่ของเมียที่ดี จนอัครมเหสีคนใหม่เริ่มทำตัวไม่ถูก บุษกรสาแก่ใจ มากและไม่รอช้าจะตามไปแกล้งพูดเหมือนรู้สึกผิด

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 20 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ