อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 21 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 21 ส.ค.59

สภาพจิตใจย่ำแย่ หวั่นไหวเพราะถูกสั่นคลอนอย่างหนักของเกศอาภาเปิดโอกาสให้บุษกรทำฤทธิ์อีกมากมาย ทั้งเอาอกเอาใจแบบออกนอกหน้าและแย่งทำหน้าที่ของเมียที่ดี จนอัครมเหสีคนใหม่เริ่มทำตัวไม่ถูก บุษกรสาแก่ใจ มากและไม่รอช้าจะตามไปแกล้งพูดเหมือนรู้สึกผิด

“หากทายมิผิด เป็นเพราะพี่จุ้นจ้านเกินไปใช่รึไม่ หากน้องคิดเยี่ยงนั้นพี่ก็เสียใจ พี่มิได้มีเจตนาให้น้องเสียหน้า แต่ไหนแต่ไรพี่ก็ปรนนิบัติทั้งองค์สูริยะแลองค์อริยะเยี่ยงนี้ คิดแต่เพียงมิให้ขาดตกบกพร่องเท่านั้น”

“ข้ามิได้เคืองท่าน อย่าได้กังวลไปเลย”



“เอาอย่างนี้ไหม น้องจักได้สบายใจ น้องคงไม่ประสาว่าหน้าที่เมียหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดีควรทำอย่างไร พี่จักสอนทุกสิ่งให้น้องเอง พอคล่องตัวรู้งานแล้วพี่จักค่อยๆถอนตัวออกไป...น้องว่าดีรึไม่”

เกศอาภามีท่าทางลังเลและไม่ไว้ใจ บุษกรเลยต้องแกล้งพูดเหมือนหวังดี

“สิ่งใดที่องค์สูริยะชอบหรือมิชอบพี่รู้หมดสิ้น พี่จักถ่ายทอดให้น้องหมด ส่วนตัวพี่เองจักได้มิต้องกลายเป็นส่วนเกินในสายตาของน้อง”

เมื่ออุษารู้เรื่องก็บอกไม่ให้หลงเชื่อคารมบุษกร เกศอาภาสับสนมากและเมื่อหาทางออกไม่ได้เลยหนีไปพักใจที่บ้านพ่อ ดูแลและเตรียมปรนนิบัติอย่างดีเหมือนเมื่อก่อนแต่งงาน แต่ปุณณะกลับไม่ปลื้มด้วย เอ็ดลั่น

“เจ้าจงกลับไปเดี๋ยวนี้ เจ้าเป็นเด็กอมมือรึไร จึงมิรู้ควรมิควร มิรู้จักหน้าที่ของตัวเอง”

“หน้าที่ลูกคือปรนนิบัติดูแลท่านพ่อ”

“แต่เวลานี้มิเหมือนเดิมแล้ว เจ้ามิใช่สมบัติของพ่ออีกต่อไป กลับไปดูแลปรนนิบัติองค์อริยะให้ดี อย่าได้ขาดตกบกพร่อง เจ้าจึงจักได้ชื่อว่ากตัญญูต่อพ่อด้วยรู้หน้าที่ของตัวเอง”

เกศอาภาน้ำตาร่วง ความกดดันที่มีมาทั้งวันทำให้พูดไม่ออก ปุณณะคิดว่าลูกสาวยังเสียใจที่ต้องแต่งงานเพราะถูกบังคับเลยต้องแกล้งทำเสียงแข็งขู่แกมปลอบ

“หากเจ้ายังคิดว่าเจ้าเป็นลูกของพ่อ จงเห็นแก่หน้าพ่อแลสำนึกให้ดีว่าหน้าที่นั้นสำคัญเท่าชีวิต”

“มีแต่สำนึกในหน้าที่ แต่ท่านพ่อจักมิถามไถ่ลูกสักคำหรือว่าในหน้าที่นั้นลูกมีความสุขดีรึไม่...”

ooooooo

อริยะตามหาเมียรักทั่ววังแต่ไม่พบแม้แต่เงา คีรินช่วยตามหาและพบว่าอัครมเหสีคนใหม่แอบไปพักใจที่เรือนของปุณณะ อุษาซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมาของเขามาตลอดปกป้องเจ้านายสาวเต็มกำลัง คีรินเลยตัดสินใจกลับไปตามอริยะมาตามเมียรักกลับวังด้วยตัวเอง

เมื่อบุษกรรู้เรื่องเกศอาภาหนีกลับเรือนพ่อก็สาแก่ใจมาก แต่เพื่อความแนบเนียนเลยแกล้งตีโพยตีพายโทษตัวเองว่าเป็นคนทำให้อัครมเหสีคนใหม่คิดมากและอาสาไปตามตัวกลับ อริยะต้องห้ามไว้เพราะไม่อยากให้เมียรักเข้าใจผิด และเขาเองก็อยากไปตามเองมากกว่า

ปุณณะพยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวคนเดียวให้กลับวัง แต่ไม่ว่าจะหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้าแค่ไหนเจ้าตัวก็ไม่เปลี่ยนใจ ทั้งกราบกรานและอ้อนวอนขอให้พ่อเมตตาให้อยู่ที่เรือนด้วย

แม่ทัพใหญ่แห่งจันทรปุระที่ชนะศึกมานับครั้งไม่ถ้วนต้องมาตกม้าตายเพราะกล่อมลูกสาวไม่ได้ ได้แต่ทอดถอนใจ และสุดท้ายก็ต้องใช้ไม้ตายอ้างหน้าที่และโองการเทวะเหมือนเคย

“เจ้าฝากชีวิตกับองค์อริยะแล้ว เจ้ายังกังวลสิ่งใด ความสุขอยู่ในหัวใจ มิมีผู้ใดมาแย่งชิงไปได้ดอก”

เกศอาภาน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ แต่ไม่ทันโต้ก็ต้องชะงักเมื่อมีบริวารมารายงานว่าสามีมาตามกลับแล้ว ปุณณะรีบออกไปต้อนรับลูกเขย พร้อมกับขอสมาลาโทษหากเกศอาภาทำให้อีกฝ่ายต้องลำบากและเดือดเนื้อร้อนใจ

“หากลูกสาวข้าทำสิ่งใดอันเป็นการมิควร ท่านโปรดเมตตาสั่งสอนนางด้วย”

อริยะหัวเราะไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ก่อนจะปรายตาไปทางเมียรัก “ท่านแม่ทัพ...ข้ามิอาจถึงเพียงนั้นดอก จักว่าไป...ข้ารักนางก็อย่างที่นางเป็นเยี่ยงนี้แล เกศอาภา...กลับเรือนเราเถิด ท่านพ่อของเจ้าจักได้พักผ่อนเสียที”

พูดจบก็เอื้อมมือไปรับตัวขึ้นเสลี่ยง เกศอาภาไม่มีทางเลือกต้องกลับวังแต่ไม่วายส่งสายตาทุกข์ระทมไปให้พ่อ ปุณณะไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองตามจนลับตา สงสารลูกสาวเหลือเกินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเทวะได้เลือกแล้ว

บุษกรรออยู่แล้ว ทันทีที่เห็นหน้าน้องสาวร่วมสาบานก็โถมตัวหาพร้อมฟูมฟายขอโทษ

“หากพี่เป็นต้นเหตุให้น้องคิดมากและเข้าใจผิด พี่ก็เสียใจ ยกโทษให้พี่ด้วยเถิด ต่อไปนี้คงมิเกิดเรื่องเยี่ยงนี้อีก เพราะพี่รู้ตัวพี่แล้วว่าควรทำอย่างไร”

คร่ำครวญจบก็ลาจากไปทั้งน้ำตา สร้างความสะเทือนใจให้แก่เกศอาภายิ่งนัก จนแม้เมื่ออยู่ตามลำพังกับอริยะก็ไม่ยอมพูดอะไรจนเขาเริ่มอ่อนใจ ขยับไปใกล้แล้วกระเส้าเสียงอ่อน

“เจ้ามิยอมพูดจากับข้าสักคำ โกรธเคืองข้าด้วยเรื่องอันใดกันนี่”

“ข้ามีสิทธิ์โกรธเคืองท่านด้วยรึ”

“ผู้หญิงนี่ยากจะเข้าใจ”

“ผู้ชายก็เช่นเดียวกัน”

“เจ้ายังมิแน่ใจในความรักของข้ารึ”

“หากมิใช่บัญชาเทวะ ข้าก็คง...”

“ถึงมิใช่บัญชาเทวะ ข้าก็เลือกเจ้าอยู่ดี”

พูดพลางจูบแนบชิดจนเธอต้องสะท้าน แล้วก็ถึงกับไม่มีแรงขัดขืนเมื่อเขาหยอดคำหวาน

“เจ้าจงแน่ใจในตัวข้าเถิด ความรักของข้าต่อเจ้าจักมิมีวันลดน้อยลงดอก นับวันมีแต่จักมากขึ้นแล้วจักให้ข้าแบ่งหัวใจไปให้ใครอื่นได้อย่างไร...”

ooooooo

ค่ำคืนแสนหวานของอริยะกับเกศอาภาผ่านพ้นไปด้วยดี ต่างจากค่ำคืนแสนทรมานของบุษกรที่ต้องช้ำใจแทบกระอักเมื่อเห็นสายตาฉายแววรักที่อริยะมีให้อัครมเหสีคนใหม่ มหาพราหมณ์กัมพูเห็นลูกสาวคนเดียวร้องไห้คนเดียวกลางดึกก็สงสาร แต่ก็ทำได้แค่ปลอบและเชื่อว่าเธอจะทำใจได้ในไม่ช้า

อริยะเองก็คิดเช่นนั้นจึงทุ่มเทความรักทั้งหมดให้เกศอาภา และเช้าวันต่อมาเพื่อเป็นนิมิตหมายอันดีเขาจึงตัดสินใจไปเก็บดอกไม้ในสวนพร้อมเธอเพื่อนำไปสักการะเทวะบนปราสาทหิน

แต่เพราะบรรยากาศเงียบสงบและกลิ่นอายแห่งรักเมื่อคืนยังอบอวล ทำให้เขามีอารมณ์สุนทรีย์เด็ดดอกไม้มาปักผมให้เธอ อุษาซึ่งแอบตามมารับใช้เจ้านายสาวแบบห่างๆอดเขินแทนไม่ได้และรีบปลีกตัวไป แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้เกศอาภาอายน้อยลง เบี่ยงตัวหนีจมูกของเขาที่ซุกไซ้ไม่ยอมห่าง

“เจ้าจะอายข้าไปไย อุษามิได้มองมาสักหน่อย”

“อายสายตาผู้อื่นบ้างเถิด”

“ในสวนนี้มีแต่เพียงเจ้าแลข้า”

“ใครบางคนอาจจ้องมองอยู่ก็เป็นได้”

ถ้อยคำและท่าทางแสนงอนของเมียรักทำให้เขานึกรู้ว่าเธอคงหมายถึงบุษกร เลยดึงตัวมากอด

“เจ้าจักกังวลเรื่องบุษกรไปไย เมื่อหัวใจข้าเวลานี้ ร่ำร้องแต่ชื่อเกศอาภาผู้เดียว หากมิเชื่อก็ลองฟังดูเถิด”

เกศอาภาเขินจัดจนต้องเดินหนีไปปราสาทหินล่วงหน้า อริยะตามติด ตระกองกอดเมียรักไม่ให้ห่างกายด้วยใจปฏิพัทธ์ แต่สองผัวเมียก็ต้องตะลึงตาค้าง เมื่อมาถึงปราสาทหินแล้วพบว่าบุษกรพยายามจะฆ่าตัวตาย!

“ชีวิตข้าอาภัพ อยู่ไปคงหาความสุขมิได้ ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าขอไปอยู่รับใช้เทวะอย่างใกล้ชิดจักดีกว่า”

แผนการฆ่าตัวตายของบุษกรได้ผลเกินคาด แน่นอนว่าอริยะกับเกศอาภาช่วยกันห้ามไว้ทันเวลา แต่กระนั้นก็มิอาจห้ามความรู้สึกผิดที่ถาโถมและทำให้ลูกสาวคนเดียวของมหาพราหมณ์กัมพูต้องเจ็บช้ำน้ำใจขนาดนี้

ระหว่างที่บุษกรพร่ำโทษตัวเองที่ขาดสติทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย องค์สูริยะ ปุณณะและมหาพราหมณ์กัมพูก็หารือกันเพื่อหาทางออกให้บรรดาลูกๆ และหนทางดีที่สุดก็หนีไม่พ้นการแต่งตั้งบุษกรให้เป็นชายารองของอริยะ!

กฤตธรถูกดึงกลับจากอดีตหลังจากนั้น เช่นเดียวกับโยสิตาที่ถูกผีบุษกรดึงมารับรู้เรื่องราวเมื่อพันปีก่อนด้วย และไม่รู้ว่าเพราะฝันประหลาดเมื่อคืนหรือเพราะความรู้สึกพลุ่งพล่านในใจตั้งแต่แรกพบกันแน่ ทำให้กฤตธรตัดสินใจสารภาพรักและขอความเห็นใจจากโยสิตาในเช้าวันรุ่งขึ้น

“ผมอยากเห็นคุณมาทำงานที่นี่นานๆ”

“คุณกำลังพูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ฉันเป็นฟรีแลนซ์ นะคะ”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 5 วันที่ 21 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ