อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 23 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 23 ส.ค.59

“เจ้าเลิกพูดเยี่ยงนี้เสียทีเถิดเกศอาภา เจ้ากำลังน้อยใจ...ข้ารู้ แต่เจ้ากำลังหมิ่นความรักในหัวใจข้าด้วย ต่อให้มีบุษกรสักกี่คน ความรักที่มีต่อเจ้าก็มิมีวันลดน้อยลงได้หรอก ในหัวใจข้ามีเพียงเจ้าเท่านั้น”

บุษกรเก็บซ่อนความดีใจไว้อย่างดีเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์สูริยะ แผนทำทีเหมือนจะฆ่าตัวตายของเธอได้ผลดีเยี่ยม และเวลานี้เธอก็แค่แกล้งตีอกชกหัวโทษตัวเองที่ทำให้เกิดเรื่องการแต่งตั้งชายารองเท่านั้น

“ข้ามิอาจสบายใจ น้องเกศอาภาอาจคิดว่าข้าพยายามช่วงชิงองค์อริยะจากนาง”

“เจ้าจงทำใจให้สบายเถิด อย่างไรเสียเกศอาภาก็ได้ชื่อว่าเป็นอัครชายา นางเข้าใจทุกอย่างดี ถึงจักเป็นเมียรองแต่สิ่งใดก็มิสำคัญเท่าผู้ใดจักให้กำเนิดรัชทายาทจันทรปุระรุ่นต่อไปได้ก่อน เจ้าคงเข้าใจที่ข้าพูดนะบุษกร”



คำประกาศิตขององค์สูริยะทำให้บุษกรย่ามใจมาก และไม่รอช้าจะไปเย้ยศัตรูหัวใจคนสำคัญ เกศอาภาเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของว่าที่ชายารองของสามีก็เบือนหน้าหนี ไม่อยากเสวนาด้วย โดยมีอุษาช่วยกีดกัน แต่บุษกรก็ไม่ยอมแพ้ตามไปดักหน้าและพูดจาถากถางจนได้

“ตะวันมิได้โผล่พ้นขอบฟ้าแต่เพียงวันนี้วันเดียวดอก จริงรึไม่...วันนี้เป็นวันของเจ้า แต่วันพรุ่งมันอาจเป็นวันของข้า ใจคนเรายังเปลี่ยนแปลงกันได้ นับประสาอันใดกับกฎเกณฑ์แห่งจันทรปุระ”

บุษกรเตรียมตัวเข้าพิธีถวายตัวเป็นชายารองในคืนนั้นเอง เกศอาภาว้าวุ่นใจมากจนต้องระบายกับอุษาซึ่งพยายามปลอบเจ้านายสาวให้เชื่อมั่นใจตัวอริยะ เพราะเขายืนยันมาตลอดว่ารักเธอคนเดียว

“องค์อริยะเองก็คงลำบากใจมิใช่น้อย”

“เขาเป็นคนที่มีความสุขกว่าใครๆเสียมากกว่า”

“อย่าน้อยใจไปเลย...อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นอัครชายา”

“ไม่มีความหมายอันใดเลยอุษา ตำแหน่งใดก็หามีความหมายต่อข้าไม่...”

อริยะไม่รู้ถึงความน้อยใจนั้น เขาแวะหาบุษกรเพื่อดูว่าเธอสุขสบายดีหรือไม่เท่านั้นจึงกลับเรือน และเมื่อมาถึงห้องนอนก็อดยิ้มด้วยความปลื้มใจไม่ได้เมื่อได้ยินถ้อยคำตัดพ้อของเมียรัก

“ป่านนี้เขาก็คงมีความสุขอยู่ที่เรือนโน้น คนเรือนโน้นเขาช่างเอาอกเอาใจนี่นะ คืนนี้ทั้งคืนเขาก็คงมิกลับมาที่นี่ดอกอุษา...เจ้ามิต้องไปบอกเขาดอกนะว่าข้ารู้สึกเยี่ยงไร เขาจักหัวเราะเยาะเอาเปล่าๆ อุษา...เจ้าเข้ามานอนเป็นเพื่อนข้าเถิด คืนนี้กว่าข้าจะข่มตาหลับลงได้มิรู้ว่าจะสักกี่ทุ่มกี่ยาม”

อุษาไม่ได้ตอบคำถามนั้น เกศอาภาเลยต้องหันไปดู แล้วก็อายแทบแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเห็นหน้าสามี

“ข้าแวะไปเรือนบุษกรมาแล้ว...แต่แค่ว่าแวะไปดูว่านางอยู่สบายดีรึไม่”

“ก็แล้วไยมินอนค้างเสียที่นั่นเล่า”

“ข้าจักทำเยี่ยงนั้นได้อย่างไร ถึงตัวข้าอยู่ที่นั่น...แต่หัวใจข้าอยู่ที่นี่”

ooooooo

เพราะเจ็บใจที่อริยะไม่ยอมค้างคืนด้วย บุษกรเลยบุกไประบายกับเกศอาภาด้วยการเยาะเย้ยถากถางที่อัครมเหสีคนโปรดทำตัวเยี่ยงสามัญชนไม่ให้ข้าทาสบริวารซักเสื้อผ้าให้

เกศอาภารู้ทันแต่ไม่อยากมีเรื่อง “ขอบใจท่านพี่ที่อุตส่าห์เตือนสติ แต่ข้ากลับเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นนายหรือขี้ข้าก็เกิดเป็นคนเหมือนกัน หามีความจำเป็นต้องแบ่งชนชั้นไม่”

“น้องคิดเยี่ยงนี้ อีกหน่อยเถิดจะเสียการปกครอง ขี้ข้าจะขึ้นมาเล่นบนหัว”

“แค่งานซักผ้าหาใช่เรื่องใหญ่ไม่ แต่ก่อนข้าก็ซักผ้าเอง ถึงวันนี้ข้าก็ยังเต็มใจซัก”

“พระอัครชายาช่างมีน้ำใจนัก...อย่างนั้นคงมิรังเกียจถ้าจะต้องซักเพิ่มอีกนิดหน่อย”

อุษามัวเล่นน้ำกับพวกทาสสาวๆอีกทาง และหวิดจะมีเรื่องกับคีรินซึ่งมาจับจองพื้นที่อาบน้ำอยู่ก่อน เลยไม่รู้ว่าเกศอาภาต้องอึดอัดใจแค่ไหนที่เจอฤทธิ์เดชบุษกรจนต้องซักผ้าให้ และกว่าคนสนิทสาวจะกลับมา อัครมเหสีคนสวยก็ซักผ้าทั้งหมดของบุษกรเกือบเสร็จแล้ว

“นางหมิ่นเกียรติ หมิ่นศักดิ์ศรีเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยได้อย่างไร ข้าจักไปเอาเรื่องนาง”

“อุษา...เจ้าอย่าได้ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ มิเช่นนั้นเรื่องเดือดร้อนรำคาญใจอาจไปถึงองค์สูริยะ ข้ามิได้ถือสาว่านี่เป็นการหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีอันใด หากเจ้ามิได้เต็มใจซักผ้าให้นางก็มิเป็นไร...ข้าซักให้นางเอง”

อุษาไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้ากองผ้าที่ยังไม่ได้ซักไปทำต่อ ทิ้งเกศอาภาให้มองตามด้วยสีหน้าอ่อนใจ รู้ดีว่าบุษกรตั้งตัวเป็นศัตรูแต่ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเพราะไม่อยากให้อริยะลำบากใจ

แต่ที่เกศอาภาคิดไม่ถึงคือบุษกรจะคิดการใหญ่ หลังแอบไปได้ยินองค์สูริยะประกาศต่อหน้าปุณณะและมหาพราหมณ์กัมพูเรื่องรัชทายาทรุ่นต่อไปของจันทรปุระว่าหากเกิดแก่ชายาองค์ใด ชายาองค์นั้นจะได้รับสิ่งตอบแทน ด้วยการแกล้งป่วยเพื่อหลอกล่อให้อริยะไปเยี่ยมถึงเรือน

แผนล่อลวงของบุษกรเป็นผลสัมฤทธิ์ อริยะพ่ายแพ้แก่เสน่หาและมนต์ตราของชายาคนใหม่จนถึงกับยอมค้างคืนด้วย ทิ้งเกศอาภาให้รอด้วยใจทุกข์ตรมที่เรือน อุษาเดือดร้อนใจแทนเจ้านาย ตั้งท่าจะไปเอาเรื่อง แต่อัครมเหสีคนสวยก็รั้งไว้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต

“นางกำลังประกาศสงครามกับเจ้านะ”

“ในเมื่อข้าไม่คิดสู้รบกับนาง แล้วมันจะเป็นสงครามไปได้อย่างไร”

“เจ้าวางใจคนร้ายกาจอย่างนางมิได้ดอกนะ”

“เลิกพูดเรื่องนี้เสียทีเถิด”

แม้จะตัดบทคนสนิทแบบนั้น แต่เกศอาภาก็นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเพราะอริยะไม่กลับเรือน และเช้าวันต่อมาอัครมเหสีคนสวยก็ได้คำยืนยันทั้งหมดจากปากบุษกรที่อดไม่ได้ต้องมาเยาะเย้ย

“ข้าหายป่วยเป็นปลิดทิ้งเพราะหมอดีแท้ๆ ดูแลทั้งคืนจนแทบมิได้หลับได้นอน”

เกศอาภาช้ำใจมาก พยายามกลั้นน้ำตา แต่บุษกรก็รู้ทันตามมาดักหน้าเย้ยหยัน

“น้องจักโกรธเคืองพี่มิได้ดอกนะ กับข้าวอย่างเดียวกันแต่รสชาติต่างกัน คนกินเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสิน”

ถ้อยคำถากถางเป็นนัยๆทำให้เกศอาภาแทบกระอัก และบุษกรก็รู้ดี ขู่ทิ้งท้าย

“สิ่งใดในโลกนี้ล้วนมีแต่ความไม่แน่นอน น้องว่าจริงดังนั้นรึไม่ สักวันน้องอาจต้องเรียกพี่ว่าพระอัครชายา... เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้เถิดเกศอาภา!”

ooooooo

ถ้อยคำเยาะเย้ยถากถางของบุษกรไม่ได้ทำให้เกศอาภาเจ็บช้ำน้ำใจเท่าการที่อริยะไม่กลับเรือนจน

ถึงเช้า อุษาแค้นเคืองและเจ็บใจแทนเจ้านายสาวมาก อาสาจะไปตามรัชทายาทหนุ่มที่เรือนของบุษกร

“หามีความจำเป็นต้องทำเยี่ยงนั้นไม่”

อุษานิ่วหน้าไม่เข้าใจ แย้งเสียงเข้ม “นางใช้จริตมารยาล่อให้องค์อริยะไปหา แล้วนี่ก็คงใช้มารยาสารพัดยื้อตัวองค์อริยะไว้ไม่ยอมให้กลับมาเยี่ยงนี้...เจ้ายอมได้อย่างไร”

“ตบมือข้างเดียวมิมีทางเกิดเสียงดังได้ดอกอุษา”

“หมายความว่าองค์อริยะต้องการสิ่งไร เจ้าก็ยอมตามใจได้ทุกอย่าง”

เกศอาภาถอนใจยาว เหนื่อยใจกับชะตากรรมของตนเหลือเกิน “ข้ายอมรับสภาพของตัวเองมากกว่าอุษา เกิดเป็นผู้หญิงอย่างไรเสียก็ต้องอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้ อีกอย่าง...ข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสมบัติของเขาแล้ว”

“องค์อริยะควรรู้จักรักษาน้ำใจเจ้าด้วย”

“สิ่งใดเป็นความสุขความพอใจของเขา ข้าก็ควรร่วมยินดีมิใช่รึอุษา...”

สถานะของบุษกรที่กลายเป็นชายารองโดยสมบูรณ์ทำให้เจ้าตัวลำพองใจ แสดงอิทธิฤทธิ์และอำนาจบาตรใหญ่ไม่เว้นแต่ละวันจนอริยะหนักใจมาก เกศอาภาก็ลำบากใจไม่แพ้กัน แต่ไม่ทันคิดหาทางออกก็ต้องช่วยแก้ปัญหาให้หญิงชาวบ้านสองคนที่ก่อวิวาทแย่งทารกน้อยกลางตลาดเสียก่อน

เรื่องราววิวาททำให้เกศอาภาตัดสินใจนำหญิงชาวบ้านทั้งสองคนเข้าวังให้องค์สูริยะตัดสิน ทั้งสองต่างโต้เถียงและให้หลักฐานต่างๆนานาว่าตนเป็นแม่แท้ๆของทารกน้อย เสียงร่ำไห้และด่าทอทำให้ทุกคนในวังต้องหันหน้าหารือกันอย่างจริงจัง และเกศอาภาก็หาวิธีพิสูจน์ความจริงได้ในที่สุด

“ในเมื่อต่างฝ่ายยืนยันว่าเด็กทารกเบื้องหน้านี้คือลูก ในขณะที่ความจริงคือทารกนี้มีแม่ได้เพียงคนเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่แม่ทั้งสอง จึงเห็นสมควรให้ใช้ดาบอันคมกริบผ่าแบ่งทารกผู้นี้เป็นสองส่วนให้แม่แต่ละคน”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 23 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ