อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 24 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 24 ส.ค.59

“ในเมื่อต่างฝ่ายยืนยันว่าเด็กทารกเบื้องหน้านี้คือลูก ในขณะที่ความจริงคือทารกนี้มีแม่ได้เพียงคนเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่แม่ทั้งสอง จึงเห็นสมควรให้ใช้ดาบอันคมกริบผ่าแบ่งทารกผู้นี้เป็นสองส่วนให้แม่แต่ละคน”

วิธีการของเกศอาภาทำให้ทุกคนพูดไม่ออก แต่คนเดือดร้อนสุดคงหนีไม่พ้นหญิงชาวบ้านทั้งสอง บุษกรเบ้หน้าและประณามวิธีการของเกศอาภาว่าน่าขันและโง่เขลา แต่อัครมเหสีคนสวยก็ไม่สนใจ ยืนกรานตัดสินใจตามเดิม จนกระทั่งความจริงปรากฏในอีกอึดใจต่อมา เมื่อหนึ่งในสองของหญิงชาวบ้านประกาศลั่นทั้งน้ำตา

“ยอมแล้ว...ข้ายอมแล้ว ข้ายอมยกเด็กคนนั้นเป็นลูกของนางก็ได้ ขออย่างเดียวอย่าฆ่าเขา หากความผิดนี้ต้องอาญาแผ่นดิน ข้าก็ขอรับโทษนั้นแต่เพียงผู้เดียว อย่าทำอะไรเขาเลย”



บุษกรไม่รอช้า เรียกร้องให้ลงโทษหญิงคนนั้น แต่เกศอาภาก็ค้านเสียก่อน

“ท่านเข้าใจผิดแล้ว นางผู้นี้ต่างหากคือแม่ที่แท้จริงของเด็กคนนี้”

ชายารองไม่เชื่อ อัครมเหสีคนสวยเลยต้องอธิบายเหตุผล

“หัวอกคนเป็นแม่ มีรึจะทนเห็นเลือดในอกตัวเองมีอันเป็นไปต่อหน้าต่อตา นางผู้นี้มีหัวใจของความเป็นแม่ นั่นคือเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อความสุขของลูก แม้ต้องแลกด้วยชีวิตตัวเองนางก็ยอม องค์สูริยะโปรดเมตตา พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แลตัดสินเรื่องพิพาทบาดหมางนี้ให้กระจ่างเถิด”

องค์สูริยะทึ่งในสติปัญญาของอัครมเหสีของลูกชายคนเดียวมาก หลังจากตัดสินโทษและมอบทารกน้อยคืนแม่ที่ถูกต้องแล้ว ก็เรียกตัวเกศอาภามาชื่นชมต่อหน้าทุกคน

“แยบยลมาก เป็นการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นธรรมที่สุด สติปัญญาของเจ้าล้ำเลิศนักเกศอาภา”

“ข้ามิอาจรับคำชม ข้าเพียงใช้หัวใจแลความรู้สึกของข้าแทนพวกนางเท่านั้น”

บุษกรอดไม่ได้ ต้องโพล่งออกมาด้วยความหมั่นไส้เป็นกำลัง “น้องเกศอาภา...ไยน้องต้องถ่อมตนถึงเพียงนั้น วันนี้หากมิได้น้องช่วยแก้ปัญหา อาญาแผ่นดินอาจลงทัณฑ์ผิดคนจนเป็นที่ติฉินก็ได้ พี่ชื่นชมในตัวน้องจริงๆ”

จบคำก็ลูบเนื้อตัวอีกฝ่ายอย่างจงใจ ราวกับรักและชื่นชมหนักหนา เกศอาภารู้ทันแต่ก็ไม่อยากตอบโต้

“หากสิ่งที่ข้าทำวันนี้เป็นกุศล ข้าขออุทิศถวายแด่เทวะแลองค์สูริยะเป็นบารมี จันทรปุระจักได้สงบสุขตลอดไป”

ooooooo

วีรกรรมของอัครมเหสีคนสวยเป็นที่กล่าวขานทั่วเมือง โดยเฉพาะองค์สูริยะที่ประทับใจเป็นพิเศษ บุษกรเจ็บใจมากแต่ก็ข่มความริษยาไว้ภายใต้ใบหน้าฉาบรอยยิ้ม จนแม้แต่อริยะก็ดูไม่ออกและคิดว่าระหว่างสองเมียคงไม่มีเรื่องมีราวอะไร นอกจากความน้อยใจตามประสาเท่านั้น

และคืนนั้นเอง อริยะก็ได้พิสูจน์ความคิดของตนด้วยการง้องอนเกศอาภาที่เอาแต่หนีหน้าและไม่พูดกับเขาเลยตลอดวัน แม้ว่าเขาจะเพียรพยายามเข้าหาและเข้าใกล้ตลอดเวลา

“เจ้าโกรธขึ้งข้ารึ”

“ข้ามีสิทธิ์อันใด ในเมื่อข้าก็เป็นแค่สมบัติชิ้นหนึ่งของท่าน”

“ถ้าอย่างนั้น เห็นทีข้าต้องใช้อำนาจสำแดงสิทธิ์เสียแล้ว...ข้าขอออกคำสั่งให้เจ้าเข้านอนได้แล้ว”

“ท่านมิห่วงรึว่าคนเรือนโน้นจักตั้งตาคอย”

“นั่นปะไร...ความจริงปรากฏออกมาแล้ว”

เกศอาภาหน้าแดงก่ำ อารมณ์ขุ่นมัวเลือนหายไปทางไหนไม่รู้เมื่อเจอสายตาออดอ้อนของเขา

“เจ้าเหนือกว่าหญิงใดในจันทรปุระ นี่คือความสัตย์จากหัวใจข้า ยิ่งวันนี้เจ้าทำให้ทุกคนได้ประจักษ์ว่าความงามของเจ้ามิใช่เพียงรูปโฉม หากจิตใจของเจ้ายังงดงามเหนือใครอีกด้วย”

บรรยากาศแสนหวานดำเนินต่อตามครรลอง

หลังจากนั้น พร้อมกับความรักและความผูกพันที่เบ่งบานงอกเงยมากขึ้นตามกาลเวลา และคืนนั้นเองเกศอาภาก็สารภาพความในใจว่าตนอยากมีลูกกับเขาแค่ไหน...

คงเพราะคำขอของเมียรัก ทำให้อริยะตัดสินใจพาเกศอาภาไปเที่ยวป่านอกเมืองแต่เช้า โดยมีคีรินกับอุษาตามไปด้วยเหมือนเคย เมื่อบุษกรรู้เรื่องก็โกรธมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากไประบายกับองค์เทวะ

มหาพราหมณ์กัมพูเห็นอาการลูกสาวก็อดไม่ได้จะถามไถ่ด้วยความห่วงใย

“เจ้ามีเรื่องทุกข์ร้อนใจอันใดรึ”

“หามิได้...ลูกมีความสุขดีทั้งกายแลใจ ไยท่านพ่อจึงคิดว่าลูกมีความทุกข์”

“บางสิ่งมิต้องสำแดงด้วยวาจา แววตาของเจ้ามิได้มีความสุขอย่างที่พูด”

อาการกำมือแน่นและไม่ยอมสบตาของบุษกร ทำให้มหาพราหมณ์เชื่อว่าเธอคงกลุ้มใจเรื่องอริยะกับเกศอาภาเลยช่วยเตือนสติไม่ให้ลุ่มหลงและมัวเมาในความริษยา

“พลาดจากสิ่งหวังนั้นเป็นทุกข์ ความต้องการที่ไม่จบสิ้นก็เป็นทุกข์เช่นกัน”

บุษกรนิ่งฟังทั้งที่ในใจเดือดพล่าน พยายามทำสีหน้าสงบจนมหาพราหมณ์เชื่อสนิทว่าเธอยอมฟัง

“หากเจ้าต้องการสงบจิตใจก็จงสวดบูชาองค์เทวะเถิด แล้วเจ้าจักได้รับพรเป็นสิ่งตอบแทน”

และทันทีที่มหาพราหมณ์กัมพูผละไป บุษกรก็ปัด ข้าวของบนแท่นบูชาทิ้ง พึมพำเสียงกร้าว

“แล้วเราจักได้เห็นดีกัน...เกศอาภา!”

ooooooo

ความรักสุกงอมของอริยะกับเกศอาภาทำให้ บุษกรแทบคลั่ง และแล้วโอกาสก็มาถึงในวันหนึ่ง เมื่อชายารองผ่านไปเห็นเหตุการณ์หญิงชาวบ้านตบตีกันพร้อมข้อกล่าวหาว่าอีกฝ่ายทำเสน่ห์ยาแฝด!

เมื่อองค์สูริยะรู้เรื่อง ก็เรียกมหาพราหมณ์กัมพูมาหารือและซักถามถึงที่มาของมนต์ดำนี้

“ข้าได้ยินว่ามีสิ่งชั่วร้ายนี้เกิดมาพักหนึ่งแล้ว แรกทีเดียวข้าไม่เชื่อว่าจักเป็นไปได้”

“เทวะประทานสิ่งนี้ลงมาได้อย่างไรกันท่านมหาพราหมณ์”

“หาได้เป็นพรจากเทวะไม่”

“หมายความว่าท่านเองก็ยอมรับว่ามนต์นี้มีอยู่จริง”

“มนต์นี้เกิดจากจิตใจอันมืดบอด ประสงค์แค่การแย่งชิงของรักผู้อื่นมาเป็นของตน มันเป็นมนต์จากคนเถื่อน นอกวิถีเทวะ...มนต์จักสำเร็จได้กอปรด้วยบรรดาสิ่งของ สกปรกต่ำทรามทั้งสิ้น”

คำสั่งจากองค์สูริยะให้กวาดล้างและปราบปรามผู้สร้างมนต์ดำพ้นจากแผ่นดินจันทรปุระทำให้หมอผีจากแดนไกลถูกคุมตัวมาสอบสวนอย่างหนัก จนได้ความว่าวิชานี้มาจากชายแดนตะวันออก องค์สูริยะกริ้วมากและเกือบจะลงโทษประหาร ถ้าปุณณะจะไม่ทัดทานไว้ หมอผีเลยไม่ต้องตายแต่เรือนพักก็ถูกเผาจนแทบไม่เหลือซาก

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 6 วันที่ 24 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ