อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 6 วันที่ 26 ส.ค.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 6 วันที่ 26 ส.ค.59

ทุกคนตกใจไม่รู้ว่าแม่นิ่มเป็นอะไร เอมปรีดิ์มาเรียกแม่นิ่ม เห็นปรือตาขึ้นก็ดีใจร้องว่าฟื้นแล้ว แต่พอได้ยินแม่นิ่มพูดเสียงแผ่ว “พี่ประไพ...มารับนิ่มเหรอคะ” ทุกคนก็ใจหาย กระถินถึงกับร้องไห้โฮ

ละมุดวิ่งไปบอกพุดกรองว่าแม่นิ่มนอนชักอยู่ที่เรือนคงไม่รอดแน่ พุดกรองอาสาจะตามหลวงแพทย์ให้เอง พุ่งไปที่โทรศัพท์หมุนโทร.ออก ละมุดรู้ทันว่าพุดกรองถ่วงเวลาเพราะเธอจำเบอร์โทร.ของหลวงแพทย์ไม่ได้ จึงไล่ชบากับจันทร์ที่ยืนลุ้นอยู่ให้ไปดูแม่นิ่ม พอทั้งสองไปพุดกรองก็ลดหูโทรศัพท์ลง สร้อยสนถามว่าโทร.ไม่ติดหรือ พุดกรองพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “เราจะปล่อยให้มันรอดทำไมล่ะ” สร้อยสนตกใจที่เห็นแม่ตัวเองเลือดเย็นขนาดนี้

พุดกรองเอาหูโทรศัพท์วางไว้นอกเครื่อง กล่อมสร้อยสนว่า



“ถ้าไม่มีนังนิ่ม คุณท่านก็จะไม่มีทายาท ยิ่งรามตายในสงครามสมบัติทุกอย่างของคุณท่านกับคุณพระก็จะตกมาเป็นของแก” สร้อยสนบอกว่าไม่เอา ตนไม่อยากฆ่าใคร พุดกรองย้อนถามว่าตนฆ่าที่ไหน สร้อยสนชี้ว่าแม่ไม่ช่วยก็เท่ากับปล่อยให้เขาตาย แล้วพุ่งไปเปิดสมุดหาเบอร์โทรศัพท์ของหลวงแพทย์ พุดกรองไปกระชากสมุดโทรศัพท์ไม่ให้โทร.พูดเหี้ยม

“บนโลกนี้ ไม่มีที่ให้คนอ่อนแออย่างแกนังสร้อย” สร้อยสนอึ้งที่เห็นแม่ตัวเองใจร้ายขนาดนี้

ooooooo

ทุกคนคอยหลวงแพทย์ที่พุดกรองอาสาโทร.ตามให้ แต่ไม่เห็นมา กระถินโทร.ตามเองจึงรู้จากพยาบาลที่รับสายว่าวันนี้หมอไม่เข้าและไม่เห็นมีใครโทร.มา กระถินบอกทุกคนว่าเราโดนหลอกแล้ว หยิบโทรศัพท์โทร.ไปที่วังปรียวัฒน์ทันที

ปรากฏว่าท่านชายเพิ่งออกไปเดี๋ยวนี้เอง กระถินวิ่งเท้าเปล่าออกไปหวังจะตามรถท่านชายให้ทัน สร้อยสนเห็นดังนั้นวิ่งออกจากบ้านไปเหมือนกัน

ละมุดบอกพุดกรองอย่างกังวลว่าถ้าแม่นิ่มรอดก็เสียแผนหมด ตนเป็นคนวางยาแม่นิ่มเองเพราะกลัวแม่นิ่มจะฉกคุณพระไป โดยละมุดให้โม่ไปหาเมล็ดลำโพงแล้วแอบเอาใส่หม้อต้มยาที่กระถินต้มให้แม่นิ่มกินประจำ

กระถินวิ่งตามรถท่านชายไป โชคดีที่ท่านชายนึกได้ว่าลืมเอกสารจึงหยุดรถตรวจดู จึงเห็นกระถินวิ่งตามมา

ฝ่ายสร้อยสนวิ่งไปหานิธิที่บ้านทดขอให้ไปช่วยแม่นิ่ม พอนิธิไปถึงก็เห็นท่านชายมาถึงก่อนแล้ว กระถินรีบเข้าไปพาแม่นิ่มออกจากห้อง ชบาบอกว่าคุณพระกำลังเอารถกลับมา ท่านชายบอกว่าเรารอไม่ได้แล้วรีบพาแม่นิ่มไปหาหมอเลย

แพทย์วินิจฉัยว่าอาการของแม่นิ่มน่าจะเกิดจากร่างกายได้รับสารพิษบางอย่าง คงต้องล้างท้อง แต่ยังไม่รู้ว่าจะช่วยให้อาการทางประสาททุเลาลงได้ไหม ห่วงว่าจะมีผลกับระบบทางเดินหายใจ ต้องรอดูว่าคนไข้จะผ่านคืนนี้ไปได้หรือเปล่า

กระถินร้องไห้อ้อนวอนให้ช่วยแม่นิ่มด้วย ตนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแม่นิ่ม

ขณะที่ทุกคนช่วยแม่นิ่มกันเต็มที่นั้น พุดกรองบอกทดเรื่องละมุดวางยาแม่นิ่ม ทดบอกว่าถ้าเกิดจับได้มันต้องโทษเธอแน่ พุดกรองจิกตาพึมพำ “จะเอาหลักฐานที่ไหนมามัดตัวเราล่ะ ฉันไม่โง่ปล่อยให้มันสาวมาถึงตัวหรอก”

ละมุดฉวยโอกาสที่คนกำลังชุลมุนและไม่มีใครอยู่แอบเข้าไปห้องแม่นิ่มค้นเจอขวดยาธาตุวางอยู่ที่หัวเตียงก็ฉวยเอาไป

ooooooo

รามฝันว่าแม่นิ่มบอกว่าเสียใจที่จะไม่ได้ดูความสำเร็จของราม เขาใจไม่ดี เมื่อเขียนจดหมายจึงเล่าให้กระถินฟังถามว่า

“แม่นิ่มเป็นอย่างไรบ้าง อยากฟังเสียงแม่นิ่มร้องเพลงกล่อมให้นอนแทบขาดใจ ทุกคืนที่ฝันร้าย ฉันยังอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะลืมสวดมนต์ก่อนเข้านอนอย่างที่แม่นิ่มเคยขู่เอาไว้ แต่อีกปีเดียวก็จะจบแล้ว ใจหนึ่งก็อยากจะกลับ แต่อีกใจก็อยากจะเอาความสำเร็จไปฝากทุกคนที่รออยู่ให้ได้ มันมีลางอะไรบางอย่างทำให้ฉันเริ่มสงสัยว่ามันคุ้มกันจริงไหม ระหว่างปริญญาหนึ่งใบ กับการที่ไม่ได้อยู่กับทุกคนเลยแบบนี้...”

หลวงแพทย์ตรวจอาการของแม่นิ่มแล้วบอกคุณพระกับกระถินก่อนให้แม่นิ่มกลับไปพักที่บ้านว่า

“คนไข้ตายังพร่าอยู่มาก แล้วก็จำสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ เป็นผลจากสารอะโทรปีนที่พบในร่างกาย ซึ่งไม่รู้ว่ารับมาจากทางไหน อาจจะเป็นพืชหรือสมุนไพร ทั้งจากการกิน การสัมผัสก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ตอนกลับไปพักฟื้นที่บ้าน คงจะต้องระวังดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ”

ขณะกระถินไปรับยา ท่านชายที่มาเยี่ยมแม่นิ่มเห็นแต่เรียกไม่ทันจึงเดินตามไป กระถินเจอพุดกรองที่มาดักเยาะเย้ยกระถินว่าเกือบกำพร้าแม่อีกคนแล้วสินะ กระถินต่อว่าที่วันนั้นไม่ได้โทร.ตามหลวงแพทย์ให้เพราะตั้งใจปล่อยให้แม่นิ่มตาย

ท่านชายได้ยินสองคนโต้เถียงกัน ถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าที่แท้กระถินเป็นลูกของพุดกรองที่ถูกแม่ทิ้งเพราะเป็นลูกโจร เมื่อท่านชายกลับไปเล่าให้ท่านหญิงฟัง ท่านหญิงก็ยิ่งสงสารและเวทนากระถิน

วันนี้กระถินป้อนอาหารให้แม่นิ่มแล้วลุกไปเอาของหวาน พุดกรองย่องเข้ามาหมายกำจัดแม่นิ่ม แม้ไม่เห็นแต่แม่นิ่มจำกลิ่นน้ำปรุงของพุดกรองได้ ถามว่ามาถึงที่นี่มีอะไรรึ พุดกรองเสแสร้งว่ามาดูเพราะเป็นห่วง แม่นิ่มประชดว่าไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเป็นห่วงตนถึงขนาดนี้

“รอดูฉันเป็นเจ้าของที่นี่ก่อนสิ ถึงตอนนั้นเธอก็คงกระอักเลือดตายเอง” พุดกรองเผยโฉมตัวเอง

“ถ้าอย่างนั้นหล่อนคงต้องรอให้ฉันตายก่อนละมั้ง” เอมปรีดิ์เอ่ยขึ้น พุดกรองตกใจที่เอมปรีดิ์เข้ามาได้ยิน ตัดพ้อว่าคุณท่านพูดอะไรอย่างนั้น “เธอคงจะแช่งชักให้ฉันตายวันตายพรุ่งเพื่อจะชุบมือเปิบเป็นเจ้าของที่นี่สินะ...ไม่สำนึกบุญคุณก็อย่าเนรคุณกัน แค่เป็นเมีย

คุณพระไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเห็นหัวใครที่นี่ อย่าใฝ่สูงจนเกินตัว อย่าเหลิงจนเกินเหตุ ไม่งั้นความโลภจะกัดกินตัวเอง”

เอมปรีดิ์ปรามแล้วออกไปอย่างชิงชัง กระถินกลับมาถามแม่นิ่มว่าพุดกรองมายุ่งอะไรหรือเปล่า แม่นิ่มบอกว่าแค่มาทักทายตามประสาของเขาเท่านั้น กระถินระแวงว่าพุดกรองจะมาทำอะไร สั่งบ่าวให้เอาอาหารที่เหลือทั้งหมดไปเททิ้งและให้ระวังอย่าให้ใครเข้ามาป้วนเปี้ยนที่เรือนครัวด้วย

แม่นิ่มถามว่ากลัวเขาจะมาวางยาแม่หรือไง ติงว่าอย่าเพิ่งไปหาความ ถ้ายังหาหลักฐานมัดใครไม่ได้

“กระถินสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายแม่นิ่มลอยนวลอยู่ในเรือนแน่ค่ะ”

พุดกรองกลับไปบอกละมุดว่าพวกนั้นคงสงสัยเราแล้ว ตำหนิละมุดว่าพลาดที่โง่ปล่อยให้แม่นิ่มรอดมาได้

“เอ๊า...นี่ข้าผิดอีกแล้วหรือวะ แล้วอย่างนี้มันฟ้องคุณพระ ข้าก็เสร็จสิ”

“เราก็ต้องอย่าให้มันชิงฟ้องได้สิ คราวก่อนเอ็งเบามือไป คราวนี้เอ็งต้องทำให้มันไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้ แค่นี้ความลับก็จะตายไปกับพวกมัน” พุดกรองจิกตาร้าย ละมุดคิดหาทางที่จะวางยาแม่นิ่มอีกครั้งให้หนักกว่าเก่า

แต่คราวนี้ถูกกระถินจับได้ โดยแกล้งวานให้ละมุดดูหม้อยาที่ต้มให้แม่นิ่มอ้างว่าจะไปจัดโต๊ะให้คุณพระ แต่ไปแอบดูจับได้ว่าละมุดเทบางอย่างลงในหม้อยา จึงเทยาออกแล้วเอากากที่เหลือให้นิธิเอาไปตรวจดูว่ายาพวกนี้มีพิษไหม

พุดกรองกับทดติดบ่วงสวาทกัน นับวันคบกันเปิดเผยขึ้นจนหลายคนผิดสังเกต กระทั่งชบาที่หวังจับทด จับได้ว่าพุดกรองมานอนที่บ้านทด แม้จะเจ็บปวดแต่ชบาก็พยายามอดกลั้น

ท่านชายซื้อจักรยานให้กระถินและช่วยสอนให้บอกว่าต่อไปจะได้ไม่ต้องวิ่งเท้าเปล่าอีก สร้อยสนให้นิธิสอนขี่จักรยานที่ยืมมาแต่ขี่ไม่เป็นสักที เห็นท่านชายสอนกระถินก็ริษยา เมื่อตัวเองขี่จักรยานล้มท่านชายรีบมาดูด้วยความเป็นห่วง สร้อยสนอ้อนให้ช่วยสอนให้ตนบ้างอ้างว่านิธิสอนไม่ได้เรื่อง ท่านชายจึงสอนให้ กระถินเลยชวนนิธิขี่จักรยานไปในสวนกัน

ooooooo

วันนี้กระถินอยู่ในห้องทำงานที่ทดนั่งอยู่ด้วย เขียนจดหมายเล่าอาการป่วยของแม่นิ่มให้ราม แต่เกรงจะเพิ่มภาระทางใจให้รามจึงขยำทิ้งแล้วเขียนใหม่เพื่อให้รามสบายใจ

นิธิเอากากยาที่กระถินให้ไปให้เพื่อนตรวจ บอกกระถินว่ายาที่กระถินต้มให้แม่นิ่มมีพิษจากเมล็ดหัวลำโพงอยู่ด้วย

“แบบนี้ก็แปลว่ามีคนจงใจวางยาแม่นิ่มถึงได้ใส่ลงไป กระถินรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนทำ”

กระถินรู้ทันทีว่าใครทำ แต่นึกถึงคำเตือนของท่านชายเมื่อรู้ว่าพุดกรองเป็นแม่ว่า “ฉันรู้ว่ากระถินแค้นพุดกรอง แต่ขอร้องอย่าวู่วาม เราต้องตอบโต้คนพาลอย่างมีสติ สัญญากับฉัน เมื่อมีปัญหาให้มาบอกฉัน อย่าผลีผลามทำอะไรตามลำพัง”

ฝ่ายทดเห็นกระถินขยำกระดาษเขียนจดหมายทิ้งจึงแอบเก็บอ่านรู้ว่ากระถินรู้ว่าพุดกรองเป็นคนวางยาแม่นิ่มก็คิดหาทางจัดการกระถินไม่ให้เล่นงานพุดกรองได้

ooooooo

จู่ๆรามก็กลับมาโดยมีปาริชาติหรือปูเป้ตามมาอย่างเกาะไม่ปล่อย คุณพระดีใจมากถามว่านึกยังไงถึงมาไม่บอกกล่าว ปูเป้ชิงตอบว่ารามอยากเซอร์ไพรส์ทุกคนเลยชวนตนกลับมาเยี่ยมบ้านตอนปิดภาคเรียน

ปูเป้รู้จักกระถินจากที่ได้แอบอ่านจดหมายติดต่อ มองกระถินอย่างสำรวจทำเป็นชมว่าโตเป็นสาวแล้ว อ่านในจดหมายนึกว่ายังเด็กเห็นขยันส่งมา ถามหยั่งเชิงว่า “คงจะคุยเก่งนะคะน้องสาวของรามคนนี้”

“ไม่ใช่น้องสาวค่ะ กระถินเป็นแค่คนรับใช้ของคุณราม”

ปูเป้ร้องอ้าว รามชี้แจงหน้านิ่งว่า “เขาคงไม่อยากนับญาติกับผมเท่าไรนัก เพราะตอนเด็กๆผมร้ายกับเขาไว้มาก” พอดีพุดกรองเดินเข้ามากับละมุดและสร้อยสน รามสวัสดีพุดกรองถามสร้อยสนว่าสบายดีนะ คุณพระชมว่ารามกลับมาคราวนี้โตขึ้นมากและสำรวมกว่าเก่า

พุดกรองตีหน้าชื่นบอกว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน รามเอ่ยตอบพลางแนะนำปูเป้ว่า

“ยินดีที่ได้มาเจอทุกคนเหมือนกัน นี่ปูเป้ ปาริชาติ ลูกสาวพลโทคร้าม บุรีรมย์” แนะพุดกรองกับปูเป้ว่า “แล้วนี่คุณพุดกรอง ภรรยาคุณพ่อ แล้วก็สร้อยสน ลูกสาวคุณพุดกรอง...”

ปูเป้ยกมือจะไหว้ แต่พอรู้ว่าเป็นแค่แม่เลี้ยงก็ลดมือลง ทำเอาพุดกรองรับไหว้เก้อ ปูเป้ถามว่าบ้านนี้ก็มีแต่รามกับคุณพ่อเท่านั้นหรือ พอรามบอกว่ายังมีคุณยายกับแม่นิ่ม ปูเป้ก็เร่งเพื่อแสดงตัวว่า

“งั้นรีบพาปูเป้ไปเจอสิคะ ปูเป้จะได้ฝากเนื้อฝากตัวกับท่าน”

พอเจอแม่นิ่มกับคุณยายเอมปรีดิ์ ปูเป้ก็แสดงความสนิทสนมกับรามเป็นพิเศษ คุณยายถามว่าเรียนที่เดียวกันหรือ

“เราเรียนอยู่คนละคอลเลจกัน แต่ก็ไปมาหาสู่กันทุกวันค่ะ บางวันปูเป้ก็ไปขลุกอยู่ห้องราม” รามรีบแก้ว่าไปกันหลายคน มีเพื่อนๆเราด้วย ปูเป้แก้เกี้ยวว่า “เพิ่งจะได้มีโอกาสได้อยู่สองต่อสองก็ตอนพักอยู่บนเรือขากลับนี่แหละค่ะ” รามแก้อีกว่าแค่โดยสารเรือมาด้วยกัน ปูเป้ทำเป็นตกใจแก้ว่า “ตายจริง ก็แค่ร่วมทางไม่ได้ร่วมเตียงกันหรอกค่ะ ปูเป้ไม่ทันระวัง เพราะอยู่นู่นเขาไม่ถือเรื่องแบบนี้กัน คุณยายกับแม่นิ่มอย่าถือสาเลยนะคะ” ปูเป้พูดจ๋อยๆอย่างไม่ขัดเขินเลย ทำให้คุณยายกับแม่นิ่มยิ่งรับไม่ได้

ปูเป้วางท่ากับชบาที่มาเสิร์ฟน้ำตะไคร้ว่าตนต้องการ “จิงเจอร์เอล” กระถินเข้าไปปรามความกร่างของปูเป้ว่าถ้าชอบวันหลังก็พกติดตัวมาด้วยเพราะบ้านนี้มีแต่น้ำเปล่า มีหลายโอ่งด้วย ปูเป้ปรามว่าไม่เคยเห็นคนใช้บ้านไหนปากเสียเท่าเธอ

“อ้อ...แสดงว่าไปเยี่ยมผู้ชายมาหลายบ้านแล้วเหรอคะ หวังว่าจะมาเยี่ยมบ้านนี้เป็นบ้านสุดท้ายนะคะไม่เช่นนั้นคุณรามคงจะช้ำใจน่าดู”

“เธอ!” ปูเป้โมโหที่ถูกกระถินย้อนเอาอย่างเจ็บแสบเดินกระแทกไหล่กระถิน ขึ้นรถขับออกไปทันที

รามขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมา เห็นกระถินเก็บที่เขี่ยบุหรี่กับถาดเครื่องดื่มกลับไปก็รู้ว่ากระถินอยู่กับปูเป้เป็นคนสุดท้าย ถามว่าทำไมปูเป้จึงรีบออกไปอย่างนั้น กระถินประชดว่าคงคอแห้งรีบกลับไปดื่มน้ำที่บ้านน้ำฝนที่บ้านเราคงระคายคอ

รามย้อนว่าคำพูดคำจาของเธอก็ระคายหูตนเหมือนกัน ชักสงสัยว่าเป็นคนเดียวกับที่เขียนจดหมายให้ตนหรือเปล่า กระถินสวนไปว่าตนเขียนแลกค่าจ้าง รามหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นออกมาถามว่ารวมทั้งเครื่องรางชิ้นนี้ด้วยใช่ไหม มิน่าถึงไม่ยอมเรียกตนว่า “พี่ราม” ตามสัญญา

“ขอบคุณที่เอามาคืนนะคะ” รามบอกว่าให้เรียกพี่รามก่อนแล้วจะคืนให้ “ถึงเรียกไปก็คงระคายหูอยู่ดี”

พอดีท่านชายเดินเข้ามาถามว่าแขกที่เพิ่งกลับไปใช่ปูเป้หรือเปล่า ท่านชายแปลกใจที่เห็นรามกลับมากะทันหัน

รามรู้สึกว่าท่านชายเข้านอกออกในบ้านนี้ได้อย่างสนิทสนม ระแวงว่ากระถินคุยกับตนแต่แอบติดต่อกับท่านชายด้วย

ooooooo

กระถินถามท่านชายว่ารู้จักปูเป้ด้วยหรือ ท่านชายบอกว่าเคยเจอกันสมัยอยู่ที่อังกฤษ ไม่นึกว่าตอนนี้เธอจะหันมาคุ้นเคยกับราม กระถินถามอีกว่าเขาเป็นคนอย่างไรหรือ

“เอาเป็นว่าเขาเป็นคนที่เราจะตัดสินจากการรู้จักเพียงผิวเผินไม่ได้ แต่หากรามสนิทกันถึงอย่างนี้ แปลว่าน่าจะชอบพอกันดี”

กระถินนึกขึ้นได้เล่าอาการป่วยของแม่นิ่มว่าเกิดจากได้รับพิษจากเมล็ดลำโพงและพุดกรองเป็นตัวการสำคัญ ท่านชายถามว่าเธอบอกใครหรือยัง กระถินส่ายหน้า ท่านชายพอใจ แล้วทั้งสองก็ปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด

ฝ่ายพุดกรองก็เป่าหูรามว่าพอเขาไปกระถินก็หาที่คุ้มกะลาหัวใหม่ ป่านนี้คงไม่เห็นหัวเขาแล้วกระมัง แต่รามไม่หลงกลบอกว่าตนก็ยังเห็นปกติดี

“งั้นก็ลองดูไปแล้วกันค่ะ ว่ามันจะยังคงจงรักภักดีกับคุณอยู่ไหมในเมื่อเจ้านายคนใหม่ก็ออกจะแสนดีขนาดนี้”

พุดกรองกลับไปเจอละมุดกับสร้อยสนกำลังนินทารามว่าทำไมเอาผู้หญิงอย่างปูเป้มาเป็นคนรัก สร้อยสนบ่นว่าถ้าปูเป้มาเป็นสะใภ้ที่นี่เราคงแย่ พุดกรองยุว่าถ้าไม่อยากได้คนอย่างนั้นมาเป็นพี่สะใภ้ก็ต้องหาทางกีดกัน โดยแต่งงานกับรามเสีย

“ถ้าแกเป็นเมียราม สมบัติทุกอย่างก็จะเป็นของแก ชีวิตทั้งชีวิตแกจะไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีกเลย ถ้าแกรับปาก แม่จะช่วยให้แกไม่ต้องเรียนหนังสือต่อยังได้...ผู้หญิงถ้าไม่เรียนหนังสือก็ต้องฉลาดหาผัว ของดีอยู่ใกล้ตัว แกจะปล่อยให้คนอื่นมาสอยเอาไปได้ยังไง” แล้วจับสร้อยสนขยับนั่นแต่งนี่ชมว่า “ลูกแม่น่ะสวยเฉิดกว่ายายปูเป้นั่นเป็นไหนๆ

ooooooo

กระถินกลับไปทำบัญชีที่ห้อง คุณพระเดินเข้ามากับราม เธอนึกรู้ทันทีว่ารามต้องรายงานเรื่องปูเป้กับคุณพระแล้วแน่

คุณพระเข้ามาถามว่ารู้เรื่องคนใช้เราไปหาเรื่องเพื่อนของรามหรือเปล่า กระถินรับอย่างไม่ลังเลว่าเป็นตนเอง รามถามว่าทำไมเสียมารยาทกับเขา ทำให้เขาดูถูกได้ หรือจงใจให้เขาดูถูก

กระถินโต้ว่าเป็นคนหัวนอกไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจใคร รามดุว่าเจอเขาไม่เท่าไร ไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขาแบบนั้น กระถินโต้ว่าถ้าวันหลังปูเป้มาแล้วบ่าวพากันวิ่งหนีหมดก็อย่ามาว่าก็แล้วกัน

คุณพระเห็นกระถินเถียงคำไม่ตกฟากก็ปรามว่าปากพาจน กระถินหาว่าท่านไม่เข้าข้างตน เพราะเขามาดูถูกคนของเราก่อน คุณพระบอกว่านั่นมันเรื่องของคนอื่น แต่ตอนนี้กำลังพูดถึงที่มีเรื่องกับรามอยู่

“มันก็เรื่องเดียวกันแหละค่ะ”

“คุณพ่อเห็นรึยังครับ แบบนี้เขาเรียกว่าหาเรื่องมากกว่าอยากจะพูดกันให้รู้เรื่อง”

“ถึงจะหวงรามก็ควรมีขอบเขต ไปเอะอะกับคนของรามเขามันไม่งาม” คุณพระพูดแทงใจดำจนกระถินตกใจเถียงเสียงดังว่าตนไม่ได้หวง “เวลาจนมุม ต้องตะเบ็งเสียงใส่ทุกที โดนจี้ใจดำล่ะสิ”

“ก็กระถินไม่ได้หวงคุณรามจริงๆนี่ คุณรามจะคบใคร เป็นเพื่อนกับใครก็เป็นเรื่องของเขาสิคะ กระถินเป็นแค่เด็กรับใช้ไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจสักหน่อย”

คุณพระเห็นกระถินยิ่งเถียงก็ยิ่งเขว ตัดบทว่าไม่หวงก็ไม่หวง กระถินอายจนรีบออกจากห้องไป รามดูแล้วอดคิดไม่ได้ว่าหรือกระถินจะหวงตนจริงๆ ส่วนคุณพระพูดขำๆแกมเอ็นดูว่า

“เรื่องใจแข็งไม่เท่าไหร่ ปากแข็งนี่เป็นที่หนึ่ง”

รามตามกระถินออกไปบอกว่าเรายังคุยกันเรื่องปาริชาติไม่จบ กระถินบอกว่าจบแล้ว รามยังตามตื๊อ เมื่อกระถินยังรั้นเขาใช้ไม้ตายของคุณพ่อถามว่าเธอหวงตนใช่ไหม กระถินสะดุ้งถามว่าจะหวงทำไม

“ถ้าไม่หวงแล้วเธอไปแสดงฤทธิ์เดชขนาดนั้นทำไม เขาจะหาว่าเธอหย่อนการอบรมเอาได้ ถ้าไม่หวงก็บอกมาว่าเธอเป็นอะไรกันแน่”

“ก็เป็นลูกโจรที่ไม่มีสกุลรุนชาติไงคะ ถึงได้หย่อนการอบรมแบบนี้” กระถินประชดกระทืบเท้าอย่างขัดใจแล้ววิ่งหนีไป รามจะคว้าไว้แต่ไม่ทัน เขาตกใจไม่นึกว่าจะทำให้กระถินโกรธได้ถึงขนาดนี้

กระถินวิ่งไปที่หลังบ้าน เจอชบาปามะเขือเทศที่กำลังล้างด่าตัวเองว่า “อีชบา...อีโง่ รักเขาข้างเดียวอยู่ได้” กระถินเห็นอาการของชบาแล้วนึกถึงตัวเองที่ไม่ต่างจากชบาเวลานี้เลย ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่ารู้สึกกับรามแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

กลับไปเรือนพุดซ้อนแม่นิ่มถามว่าหน้าจ๋อยมาแบบนี้มีเรื่องอะไร กระถินสารภาพว่าตนขึ้นเสียงและกระทืบเท้าใส่ราม แม่นิ่มบ่นว่าทำไมไม่เก็บกิริยา ทำแบบนี้ไม่งามเลย กระถินสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว แม่นิ่มสั่งพรุ่งนี้ไปขอโทษรามเสีย กระถินต่อรองว่าให้แม่นิ่มตีขาสิบทีแทนได้ไหม แม่นิ่มถามว่าทำไมถึงโกรธรามขนาดนั้น

“กระถินไม่ชอบคุณปาริชาติค่ะ”

“ไม่ว่าคุณปาริชาติจะทำกิริยาอย่างไร พูดจาดูถูกใครแค่ไหน ถ้าเราทำเฉยเสียเราก็จะไม่เป็นไปตามเขา ถ้ากระถินตอบโต้ด้วยกิริยาอย่างเขาก็เท่ากับว่าเราเป็นเสียเอง ถ้าไม่อยากเป็นเด็ก ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ได้แล้ว”

“ค่ะแม่นิ่ม กระถินจะโตคืนนี้เลย จะไม่ทำน่าเกลียดอีกแล้ว”

แม่นิ่มบอกว่าเมื่อรู้ตัวแล้วก็ไปขอโทษรามเสีย กระถินไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรถ้าไปขอโทษ เพราะรู้แก่ใจตัวเองดีว่าทำไปเพราะหึงราม

ฝ่ายคุณพระถามรามว่าคบกับปูเป้ถึงไหนแล้ว ผู้ใหญ่เขารับรู้ด้วยหรือเปล่า รามยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนกันแต่สนิทกันเพราะปูเป้เป็นคนหัวสมัยใหม่ ไม่ค่อยถือเรื่องเพื่อนชายเลยเข้ากับกลุ่มเพื่อนได้ ส่วนเรื่องกระถินนั้นตนขอจัดการเอง ดื้ออย่างนี้คงจะใจอ่อนด้วยไม่ได้ พูดอย่างหมายมาดว่า

“กับผู้หญิง เขาว่าต้อง Treat them mean, Keep them keen.” คุณพระหัวเราะชอบใจบอกว่าจริง อย่าตามใจเขาแล้วเขาจะตามใจเรา รามพูดอย่างมันเขี้ยวที่จะปราบพยศกระถินให้ได้ว่า “เห็นเราใจดีด้วยก็เลยได้ใจ แบบนี้เห็นทีจะต้องดัดนิสัย ถึงเวลาลูกต้องกำราบลูกเสือให้กลายเป็นลูกแมวเสียแล้ว”

ฝ่ายท่านชายกลับไปเล่าให้ท่านหญิงฟังว่ารามกลับมาพร้อมปูเป้ ท่านหญิงถามว่าเขาคบกันอยู่หรือ เปรยว่า

“ถ้าเขารู้ว่าชายรู้จักราม เขาจะทำหน้ายังไงนะ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าโลกจะกลมอย่างนี้ สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น”

ooooooo

พุดกรองวางแผนให้สร้อยสนจับราม วันนี้จึงเสนอคุณพระว่าที่โรงเรียนมีผู้ชายมาติดพันสร้อยสน ตนเลยจะให้หยุดเรียนเพื่อตัดปัญหา
https://store.line.me/stickershop/product/1313410/th
คุณพระถามสร้อยสนว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่เรียน เธอบอกว่าตัดสินใจดีแล้ว คุณพระติงว่ายังไงก็น่าจะมีความรู้ติดตัวไว้

“ช่วงนี้สร้อยก็ว่างแล้ว ถ้าคุณรามต้องการอะไรก็ไหว้วานให้ทำได้นะคะ หนุ่มสาววัยเดียวกันน่าจะรู้ใจกันดี”

ทั้งแม่นิ่มและรามต่างแปลกใจที่พุดกรองเปิดทางให้ราม แม่นิ่มตัดบทถามว่ารามอยากกินอะไรจะทำให้กินให้หายอยากเลย รามบอกว่าคิดถึงต้มกะทิสายบัวที่สุด แม่นิ่มให้คนไปเก็บมาทำให้กินได้ไหม

คุณพระเสนอว่าให้รับปูเป้มาทานเสียด้วยเลย ถือว่าเราเลี้ยงไถ่โทษเขาสักมื้อ

รุ่งขึ้นกระถินกระเดียดกระจาดและมีดมาเก็บสายบัว พบรามรออยู่แล้ว กระถินจ้องรามคิดว่าเขาต้องมาดักหาเรื่องแน่

“จ้องฉันเหมือนแมวจ้องตะปบหนู บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่กลัวสักนิดเดียว” รามเปิดฉากอย่างยียวนและท้าทาย

ทั้งสองประชดประชันกันด้วยอารมณ์ค้างจากเมื่อวาน กระถินประชดรามเรื่องปูเป้ ส่วนรามหาว่าลับหลังตนกระถินก็คงมีผู้ชายอื่นเหมือนกัน กระถินประชดว่าเหมือนกับที่เขามีปูเป้นั่นแหละ

“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเราหายกันแล้วนะ” รามกระโดดลงเรือแย่งพายไปพายเอง ปรากฏว่าเขาพายได้เก่งจนกระถินทึ่ง

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 6 วันที่ 26 ส.ค.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ