อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 7 วันที่ 27 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 7 วันที่ 27 ส.ค.59

จบคำก็พยายามเอื้อมมือหาจะแตะตัวชายหนุ่มอันเป็นที่รัก แต่สภาพผิวกายเหี่ยวย่นและใบหน้าแก่ตามอายุนับพันปีก็ทำให้ผีร้ายทำใจไม่ได้ กรีดร้องโหยหวนและหายวับไปในที่สุด!

กฤตธรสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ไม่ค่อยรู้ตัวนักว่าเจอกับอะไรก่อนหน้านี้ เพราะใจมัวพะวงถึงโยสิตาที่ไม่ยอมรับสายเขาตั้งแต่บ่าย ช่างภาพสาวใจแข็งมาก แม้จะรู้สึกใจหายที่เห็นชื่อเขาบนหน้าจอมือถือ แต่เธอก็ต้องหักใจและตัดสินใจไปช่วยพ่อขุดของโบราณในคืนนั้นเอง

เช้าวันต่อมา...กฤตธรก็ไปดักเจอปารมีและพยายามคาดคั้นถามว่าโยสิตาหายไปไหน ประชาสัมพันธ์สาวไม่ยอมบอกเพราะสัญญากับเพื่อนไว้แล้ว แต่เมื่อเขาเอ่ยถามเรื่องที่โยสิตาไม่พอใจ ก็ถึงกับเงียบไปอึดใจ



“คำถามนี้ผมถามคุณในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่จริงใจต่อเพื่อนของคุณ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณตอบดิฉัน คุณจริงใจต่อเพื่อนของดิฉันจริงๆรึเปล่า คุณชอบไอ้โยมันจริงหรือเปล่า...”

ปารมีอยากให้เพื่อนมีแฟนแสนดีอย่างเจ้านายหนุ่มอยู่แล้ว แถมเห็นสายตาจริงใจของเขา เลยไว้ใจยอมเล่าเรื่องทั้งหมด กฤตธรจึงถึงบางอ้อและไม่รอช้าจะตามช่างภาพสาวไปถึงแหล่งขุดค้นของอธิน

โยสิตาถึงกับอ้าปากค้าง พูดไม่ออกเมื่อเห็นหน้านายจ้างหนุ่ม แต่กฤตธรก็ไม่สะทกสะท้าน เสนอหน้าช่วยเธอทำโน่นนี่จนเธอทนไม่ไหว ต้องแหวออกไปอย่างเหลืออด

กฤตธรดีใจมากที่เธอยอมพูดด้วย “ถ้าคุณโกรธจริง คุณไม่เป็นอย่างนี้หรอกผมรู้”

“อย่ามารู้ดีกว่าตัวฉัน แล้วนี่คุณตามฉันมาได้ยังไง”

“ผมมีเซ้นส์ แล้วเซ้นส์ของผมก็ไม่ค่อยผิดซะด้วย”

“คนเดียวที่รู้ว่าฉันมาอยู่ที่นี่คือยายผักบุ้ง”

“ปารมี...เขายังเห็นใจผมเพราะเขายอมเปิดใจรับฟังผม คุณอย่าโกรธเขาเลย”

“ฝากไว้ก่อนเหอะยายผักบุ้ง...เพื่อนทรยศ!”

พูดจบก็เดินหนี กฤตธรตามไปดักหน้าก็ถูกไล่กลับกรุงเทพฯ

“ไม่ถึงสามชั่วโมงก็ถึงแล้ว คุณกลับไปซะเถอะ”

“ผมเตรียมเสื้อผ้ามาด้วยเรียบร้อยแล้ว คุณไม่ต้องห่วง”

“ใครบอกฉันห่วงคุณ”

“คุณอยู่ได้แล้วทำไมผมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ คุณกลับผมก็กลับ เพราะผมตั้งใจมารับคุณโดยเฉพาะ อย่าลืมนะว่าคุณยังทำงานให้ผมไม่เสร็จ!”

ooooooo

ความพยายามของโยสิตาไม่เป็นผล กฤตธรตื๊อไม่เลิกและตามติดจนเธอทนไม่ไหว เมื่อเจอพ่อที่ไซต์งานเลยฟ้องและขอให้ช่วยไล่นายจ้างหนุ่มกลับกรุงเทพฯ

“พ่อคะ...โยคิดว่ามันคงไม่เหมาะ นี่มันงานราชการ พ่อจะปล่อยให้คนนอกมายุ่มย่ามวุ่นวายในแคมป์ได้ยังไง”

“คนนอกที่ไหนกัน คุณกฤตถือว่าเป็นแขกที่เราต้องรับรองนะลูก เพราะเขาเป็นตัวแทนผู้ให้ทุนสนับสนุนโครงการนี้ ถ้าจะพูดกันตามตรง...เรานั่นแหละคนนอก”

อธินเย้าลูกขำๆ เรียกเสียงหัวเราะได้จากคนรอบตัว โยสิตาหัวเสียมากและยิ่งหงุดหงิดเมื่อกฤตธรตามไปวุ่นวายช่วยเธอทำอาหารในครัว แต่ถึงโดนเหวี่ยงแค่ไหน นักธุรกิจหนุ่มหล่อก็ไม่ถือสา และเมื่อมีโอกาสได้อยู่กับอธินตามลำพังก็ชวนคุยเรื่องความคืบหน้าการขุดค้นฯอย่างสนอกสนใจ

“คุณอาครับ...แผ่นหินที่ขุดเจอวันนี้บอกอะไรเราได้บ้างไหมครับ”

“ไม่ใช่หินคุณกฤต แต่เป็นศิลาจำแลง คนทั่วไปเรียกให้สั้นกลายเป็นศิลาแลง จริงๆมันเป็นดินเหนียวชั้นล่างที่ถูกทับถมอัดบีบด้วยแรงกดจากผิวโลก แต่พอเอาขึ้นมาถูกอากาศมันจะแข็งตัวแบบหิน เราถึงเรียกมันว่าศิลาจำแลง มันเป็นความชาญฉลาดของคนสมัยโบราณที่รู้จักเอาของใกล้ตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์”

การพูดคุยกับอธินทำให้กฤตธรสบายใจขึ้นและมีความกล้าจะไปปรับความเข้าใจกับโยสิตาในเวลาต่อมา

“ผมขอเวลาแค่สองนาที ผมแค่อยากให้คุณรับฟังคำอธิบายของผม”

“จำเป็นด้วยเหรอคะ”

“จำเป็น...เพราะคุณกำลังเข้าใจผมผิดเรื่องเมธาวี มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นสักนิด”

“ผู้ชายมักจะแก้ตัวด้วยการปัดภาระไปให้ผู้หญิงงั้นเหรอคะ”

“คุณโย...ถ้าผมจะคิดทำเรื่องสกปรกกับเมธาวีจริงๆ ผมจะทำให้ประเจิดประเจ้อทำไม”

“คุณอาจจะคิดว่าที่ส่วนตัวของคุณ ใครหน้าไหนจะเข้าไปได้ก็ได้”

“ผมคิดกับเมธาวีอย่างน้องสาว ไม่เคยคิดอย่างอื่น แล้วผมจะทำร้ายน้องชายตัวเองอย่างนั้นได้ยังไง”

“ที่อุตส่าห์ตามมาถึงที่นี่ก็แค่จะแก้ตัวเรื่องนี้เหรอคะ”

“ไม่ได้แก้ตัวแต่แก้ข้อกล่าวหาต่างหาก ผมไม่มีทางสบายใจไปได้หรอกนะ ถ้าคุณโยเข้าใจผมผิดไปอย่างนี้ เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ผมแคร์”

คำสารภาพซื่อๆของกฤตธรทำให้โยสิตาใจเต้นแรง จนถึงกับนอนไม่หลับเพราะมัวครุ่นคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา แล้วพลันภาพน่ากลัวของผีบุษกรก็ลอยในหัว พร้อมเรื่องราวจากในอดีตนับพันปีก่อนที่ผุดเข้ามาในความฝันของเธออีกครั้ง...

ooooooo

เหตุการณ์ในป่านอกจันทรปุระวนมาอีก คีรินกลับมาที่พลับพลาที่พักหลังจากตามจนแน่ใจว่าอริยะควบม้าถึงวังอย่างปลอดภัย เกศอาภาเบาใจมากและตัดสินใจกลับเข้าเมืองในคืนเดียวกันนั่นเอง

อริยะนอนหมดเรี่ยวหมดแรงบนตักของบุษกรจนถึงเช้า แสงแดดที่ค่อยๆสาดส่องเข้ามาทำให้ต้องหรี่ตา และขอให้เธอปิดหน้าต่าง บุษกรนั่งมองผัวด้วยความรัก และเอ็นดู ก่อนจะเปรยเสียงหวาน

“ใจคอท่านจักนอนหนุนข้าอยู่เยี่ยงนี้มิยอมลุกขึ้นมากินอะไรบ้างเลยรึไร”

“เจ้าป้อนอาหารทิพย์ข้าจนอิ่มขนาดนี้ แล้วข้ายังจักต้องกินอะไรอีกเล่าบุษกร...”

รัชทายาทหนุ่มแห่งจันทรปุระขลุกตัวในตำหนักของบุษกรตั้งแต่เช้าจนบ่าย และไม่มีวี่แววจะไปไหน อุษาตามสืบจนรู้และเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเกศอาภามาก เลยอาสาจะไปตามกลับโดยอ้างว่าเจ้านายสาวไม่สบาย

“ทำอย่างนั้นเพื่ออะไรอุษา”

“นางปั้นเรื่องมา ทำไมเราจักปั้นเรื่องกลับไปบ้างมิได้ ก็ให้นางรู้ไปว่าเรารู้ไส้รู้พุงนางขนาดไหน”

“ข้าละอายใจเกินกว่าจักทำเรื่องเยี่ยงนั้นได้ ในเมื่อ เขามีความสุขที่อยู่เรือนโน้นมากกว่า ก็สุดแท้แต่ใจเขาเถอะ”

อุษาเจ็บใจมากที่ทำอะไรบุษกรไม่ได้ เลยต้องไประบายกับคีรินในค่ำวันเดียวกัน

“นายเจ้าทำให้นายข้าต้องเสียใจเสียน้ำตามาหลายครั้ง ข้าหมดสิ้นความนับถือแล้ว”

“นี่เจ้ากำลังชวนให้ข้าสิ้นความนับถือในตัวนายข้าด้วยรึไร”

“เจ้ามันคนขี้ขลาด ข้ารู้ว่าเจ้ามิมีความกล้าแม้แต่จักคิด”

“แล้วตัวเจ้าเล่า วันหนึ่งหากนายของเจ้าทำสิ่งที่มิถูกใจเจ้า เจ้าคิดจักเปลี่ยนนายรึ”

“เกิดเป็นข้าที่ดีต้องภักดีต่อนายคนเดียว”

“เจ้าก็รู้นี่ แล้วไยมาชวนข้าให้เสื่อมศรัทธานายข้า”

“นายเจ้ามิเหลือศรัทธาอะไรให้นับถืออีกต่อไปแล้ว... ฝากกลับไปบอกนายของเจ้าด้วยว่าผู้หญิงมิได้เกิดมาเพื่อเป็นเมียแต่เพียงอย่างเดียว...จำเอาไว้!”

อริยะตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ ไม่รู้เรื่องและไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไร แม้เมื่อเจอหน้าเกศอาภาในเวลาตั้งสำรับอาหาร ก็เอาแต่เมินหน้าหนี ก้มหน้าก้มตากินข้าวตามที่บุษกรบอกทุกประการ

สีหน้าช้ำใจของเกศอาภาทำให้บุษกรสาแก่ใจมาก แต่เพื่อให้แน่ใจก็อดไม่ได้จะหยั่งเชิงจากอริยะ

“ท่านพี่มิได้คิดถึงเกศอาภาบ้างเลยเชียวรึ”

“ใคร...เกศอาภา ข้ามิเคยรู้จัก มิเคยได้ยินแม้แต่ชื่อ ในหัวข้ามีแต่คนชื่อบุษกรเพียงผู้เดียว”

พูดจบก็ดึงเธอไปกอดจูบอย่างเร่าร้อนและดุดัน บุษกรโน้มตัวเข้าหาด้วยความเต็มใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่ในที่สุดความปรารถนาจะครอบครองอริยะก็เป็นจริง

ooooooo

อริยะลุ่มหลงกับมนต์เสน่ห์ของบุษกรแบบไม่ลืมหูลืมตา จนแม้เมื่อองค์สูริยะมีข้อราชการต้องหารือ รัชทายาทหนุ่มก็ไม่ออกมาพบ คีรินอาสาไปตามให้แต่ก็ถูกตะเพิดไล่อย่างไม่ไยดี

บุษกรเห็นท่าทางแข็งกร้าวของผัวก็ตกใจมาก ถลาเข้าไปขวางไม่ให้เขาลงดาบกับคีริน

“ท่านพี่...ท่านพี่ใจเย็นๆเถิด คีรินก็ทำงานตามหน้าที่ของเขาเท่านั้น องค์สูริยะเรียกหาท่านพี่เยี่ยงนี้ ข้อราชการงานเมืองก็คงสำคัญมากจริงๆ น้องว่าท่านพี่รีบไปเถิด”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 7 วันที่ 27 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ