อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/2 วันที่ 14 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/2 วันที่ 14 ส.ค.59

“พอสบายใจอะไรก็ดูดี ดูถูกใจไปหมดเลยนี่คะ เกรซก็เลยเหมามาหมดเลย”
“เห็นลูกสบายใจแม่ก็ค่อยหายห่วง”
“ว่าแต่วันนี้คุณแม่ไปคุยกับคุณป้ามาเป็นยังไงบ้างคะ เกรซจะได้เตรียมตัวถูก”
กานดาจับมือกรนันท์มาลูบอย่างทะนุถนอม “งั้นเกรซก็เตรียมดูแลตัวเองให้ดีๆ ทำตัวให้สดชื่นเข้าไว้ เพราะอีกไม่นานลูกแม่จะต้องได้สวมแหวนหมั้นแน่นอน”
กรนันท์ดีใจมาก “จริงเหรอคะคุณแม่”
กรนันท์เข้าไปกอดกานดาอย่างดีใจ กานดากอดกรนันท์ตอบอย่างพร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูกสาวคนนี้

ธีภพและพริริสากำลังเดินกลับเข้าโรงแรม
“เสร็จธุระวันนี้แล้ว เราจะกลับกันเลยใช่ไหมคะ”


“เรามาทำงาน ไม่ได้มาเที่ยวเล่น ถ้าเสร็จงานแล้วก็ต้องกลับสิ”
“ฉันก็แค่ถาม ไม่ได้บอกว่าจะอยู่เที่ยวต่อซักหน่อย ฉันก็อยากจะรีบกลับไปทำงานนี้ให้สำเร็จเร็วๆ เหมือนกัน”
“ดูคุณอยากเร่งให้บูรพเกียรติขายหุ้นเร็วๆ เหลือเกิน”
“ถ้าการขายหุ้นจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ฉันก็อยากให้มันเกิดขึ้นเร็วๆ ไม่ถูกเหรอคะ”
“คุณพูดเหมือนตัวจะได้ผลประโยชน์ไปด้วย”
“พนักงานทุกคนก็อยากทำงานในบริษัทที่มั่นคงนี่คะ”
แต่ธีภพไม่รู้สึกอย่างงั้น คำพูดพริริสาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่มากมาย
ล็อบบี้โรงแรม ไคซัจมาบอกข่าวเรื่องสนามบินกับธีภพและพริริสา “ตอนแรกผมจะพาพวกคุณไปส่งที่สนามบิน แต่มีข่าวเข้ามาก่อนว่ามีการประท้วงกันขึ้นครับ”
“แล้วกัน” พริริสาโพล่งออกมา
“ความจริงก็มีกระแสมาหลายวันแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะนัดประท้วงกันวันนี้” ไคซัจหนักใจ
“แล้วพวกเราจะกลับกันยังไงล่ะครับ” ธีพบถามสีหน้าเป็นกังวล
“ตอนนี้ผู้บริหารสนามบินกำลังแก้ปัญหากันอยู่ คิดว่าคงไม่เกินสองวัน ยังไงผมขอเป็นตัวแทนไทรจีสขอโทษคุณด้วยที่ทำให้ต้องลำบาก”
“เหตุสุดวิสัย ทำไงได้ล่ะครับ”
พริริสาแอบเซ็งที่ไม่ได้รีบกลับไปจัดการเรื่องงานต่อ

พริริสาเดินอยู่ที่ถนนสายการค้ากับธีภพ “ทำไมต้องมาประท้วงกันที่สนามบินวันนี้ด้วยนะ” พริริสาดูเป็นกังวลมากกว่าปกติ
ธีภพจึงสงสัย “ดูคุณอยากรีบกลับไปทำงานเหลือเกินนะ”
“คุณต่างหากที่อยากรีบกลับ แถมยังหาว่าฉันอยากอยู่เที่ยวเล่นอีก ตอนนี้ก็เลยได้เที่ยวเล่นกันจริงๆ”
“ผมว่าจะได้หลงทางซะมากกว่า คุณพาผมเดินจะไปไหนเนี่ย”
“มากับฉันคุณไม่มีทางหลงหรอก”
“ทำไมคุณโตที่นี่เหรอถึงได้รู้ถนนหนทางที่นี่ดี”
“ใช่” พริริสาตอบไปแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ “ที่ไหนล่ะคะ ฉันเป็นคนมีเซ้นส์ในการเดินทางต่างหาก อ่อแล้วก็มี” พริริสารีบหยิบแผ่นพับไกด์นำเที่ยวออกมาโชว์ให้ธีภพดู
ธีภพประชด “คุณนี่เตรียมพร้อมมากเลยนะ”
พริริสาแอบยิ้มเยาะยักไหล่ยังไงธีภพก็จับผิดเธอไม่ได้แน่ๆ พริริสาพาธีภพเดินถนนสายการค้า พลางเปิดแผ่นพับนำเที่ยว ชี้ชวนให้ธีภพดูโน่นนี่ไปตามทาง

ธีภพและพริริสาอยู่บนรถม้าที่วิ่งไปตามถนนในเมือง รถม้าหยุดจอด ธีภพลงจากรถม้าก่อน ยื่นมือให้พริริสาจับเพื่อลงมา พริริสายอมให้ธีภพจับมือตนลงจากรถม้าแต่เสียหลักเกือบล้ม ธีภพดึงพริริสาไว้ไม่ให้ล้มไป

บ้านธีภพ วิวรรณนั่งเลือกแหวนเพชรจากกล่องเครื่องประดับของตน หยิบดูหลายวงยังไม่ถูกใจสักที
ธเนศไปเดินออกกำลังกายตอนเช้า เดินกลับเข้ามามองอย่างแปลกใจ “จะไปงานไหนเหรอคุณ เห็นเลือกไปเลือกมาไม่ได้สักที”
วิวรรณหยิบแหวนวงหนึ่งให้ธเนศดู “วงนี้สวยไหมคะ”
“แหวนคุณสวยทุกวงล่ะ”
“แล้วคุณว่าเด็กสาวๆ จะชอบแบบนี้ไหมคะ หรือว่าควรจะสั่งใหม่ดี เอาแบบทันสมัยกว่านี้หน่อย”
ธเนศนั่งลงข้างๆ วิวรรณหันมาเลือกดูแหวนต่อ “นี่คุณจะเอาแหวนไปให้ใคร” ธเนศสงสัย
“ฉันจะเอาไปหมั้นว่าที่ลูกสะใภ้น่ะสิคะ”
“เจ้าภพจะหมั้นเหรอ ทำไมผมไม่รู้เรื่องเลย” ธเนศแปลกใจ
“งั้นก็รู้ไว้เลยนะคะ ตาภพกลับจากไทรจีสเมื่อไหร่ จะต้องหมั้นกับ...” วิวรรณเห็นธเนศเงียบไปหันไปมองเห็นสามีมีอาการเจ็บหน้าอก นั่งตัวงอกุมหน้าอกอยู่ วิวรรณตกใจ “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
ธเนศโบกมือแทนคำตอบ อาการปวดค่อยๆ หายไป “ไม่เป็นไรแล้ว แค่รู้สึกเจ็บหน้าอกนิดหน่อยเท่านั้นเอง เมื่อกี้คุณว่าไงนะ เจ้าภพจะหมั้นกับใคร”
“เรื่องหมั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ฉันว่าคุณไปพักผ่อนข้างบนก่อนดีกว่า” วิวรรณ ตะโกน “เจียม มาช่วยประคองคุณผู้ชายที”
สาวใช้รีบเดินเข้ามาช่วยวิวรรณประคองธเนศออกไป

โชว์รูมเพชร วิวรรณ กานดาและกรนันท์มาเลือกแหวนเพชรด้วยกัน มีผู้จัดการคอยดูแลด้วยตัวเอง
“แล้วอาการคุณธเนศเป็นยังไงบ้างคะ” กานดาเอ่ยถาม
“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ ฉันก็เลยนัดคุณกับหนูเกรซออกมาได้” วิวรรณหันมาบอกกับกรนันท์ “บอกตามตรง ป้าเลือกเองก็กลัวจะไม่ถูกใจหนูเกรซ เลยคิดว่าพามาเลือกด้วยตัวเองเลยดีกว่า”
กานดาและกรนันท์แอบลอบยิ้มที่วิวรรณสนับสนุนการหมั้นกับธีภพ
“คุณป้าว่าวงไหนเหมาะ เกรซก็ชอบหมดล่ะค่ะ”
กานดาเลือกแหวนวงที่เพชรเม็ดใหญ่สุดขึ้นมา “วงนี้ก็ดีนะลูก ว่าแต่ธีภพจะไม่มีปัญหาใช่ไหมคะคุณวิ”
“ภพเขารู้คะว่าพ่อแม่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาเสมอ”
พนักงานคนนึงเดินเข้ามาหาผู้จัดการ พร้อมกล่องสร้อยข้อมือ
“ผู้จัดการคะ สร้อยข้อมือที่คุณภพส่งมาซ่อมเสร็จแล้วค่ะ” ทุกคนได้ยินรีบหันไปมอง
กรนันท์ลืมตัวเสียงดัง “สร้อยอะไร” กรนันท์นึกได้ลดเสียงลง “พี่ภพเอาอะไรมาซ่อม”
“สร้อยข้อมือน่ะครับ” ผู้จัดการบอก
“ขอฉันดูหน่อย” ผู้จัดการไม่กล้าส่งให้วิวรรณ “ฉันเป็นแม่จะดูของที่ลูกชายเอามาซ่อมไม่ได้หรือไง”
ผู้จัดการจำใจส่งกล่องให้วิวรรณ วิวรรณเปิดกล่องดูเห็นสร้อยข้อมือที่ธีภพเคยให้พริริสาไว้
กรนันท์กระซิบกานดา “สร้อยข้อมือที่พี่ภพเคยให้นังริสาไปค่ะ”
กานดาทำทีไม่พอใจ “เรามาเลือกแหวนกันเองแบบนี้ ฉันกลัวว่ายัยเกรซจะเสียเวลาเปล่า ฉันไม่อยากให้ลูกสาวของฉันต้องเสียใจ เสียหน้า ฉันว่าเราอย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรตอนนี้เลยนะคะ เพราะแค่แหวนวงเดียวคงรับประกันอะไรไม่ได้”
วิวรรณหน้าเสียที่กานดาไม่พอใจธีภพซะแล้ว
กานดาพากรนันท์ออกมาจากโชว์รูม
กรนันท์ไม่พอใจที่กานดาไม่ยอมให้เลือกแหวน “อะไรกันคะคุณแม่ อยู่ๆ ก็ไม่ให้เกรซเลือกแหวน ตกลงจะไม่ให้เกรซได้หมั้นกับพี่ภพเพราะแค่เรื่องสร้อยข้อมือกิ๊กก็อกนั่นเหรอคะ เกรซไม่ยอมนะ” กรนันท์เขย่าแขนกานดาอย่างร้อนใจ
“ใจเย็นๆ สิ แม่ก็ทำเป็นไม่พอใจไปอย่างงั้นล่ะ ธีภพเอาสร้อยเส้นนั่นมาซ่อมแสดงว่ามีใจกับนังริสาอยู่ ลูกคิดว่าธีภพกลับมาจะได้หมั้นกันง่ายๆ เหรอ”
“ก็คุณป้ารับปากแล้ว พี่ภพก็ต้องยอมสิคะ”
“ยังไงเราก็ต้องทำทุกอย่างให้มั่นใจก่อนว่าถึงเวลาจริงๆ ธีภพจะไม่เบี้ยว “
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่เราต้องทำเป็นไม่อยากหมั้นด้วยล่ะคะ”
กานดาระอาใจนิดๆ ที่กรนันท์เข้าใจอะไรยากเหลือเกิน “เราแสดงท่าทีไม่พอใจออกไป คุณวิเขาก็จะร้อนใจ จนต้องหาทางจัดการกับธีภพแทนเราเองไงล่ะลูก”
กรนันท์เข้าใจทันที “คุณแม่นี่เก่งจริงๆ เลย นี่คุณแม่ใช้วิธีแบบนี้ถึงได้แต่งงานกับคุณพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” กานดาหน้าตึงเหมือนถูกสะกิดแผล เพราะอดีตตนทำมากกว่านี้มาแล้ว กรนันท์นึกได้ “เกรซพูดเล่นนะคะคุณแม่”
“เกรซ แม่จะบอกอะไรให้นะ ชีวิตคนเราไม่ว่าเรื่องอะไร แม้แต่เรื่องความรัก ถ้าเราไม่รู้จักช่วงชิงมา เราก็จะไม่มีวันเป็นคนชนะ จำเอาไว้”
กรนันท์ซึมซับคำสอนกานดาอย่างคล้อยตามไปด้วย

ถนนสายการค้า ในไทรจีส ธีภพเดินไปตามทางหันมาอีกทีไม่เห็นพริริสาก็แปลกใจ จู่ๆ พริริสาก็เดินกลับมา “คุณไปไหนมา”
พริริสาหยิบถุงใส่แซนวิชขึ้นมาชูให้ธีภพดู ธีภพมองอย่างแปลกใจ

พริริสาและธีภพมานั่งที่สวนสาธารณะ ทั้งคู่มองดูทิวทัศนี่สวยงามรอบๆ บริเวณนั้น
พริริสาหยิบแซนวิชที่ซื้อมาส่งให้ธีภพ “คนแถวนั้นบอกว่าแซนวิชร้านนี้อร่อยมากเลยนะคะ เลยซื้อมาให้คุณชิม”
“ใจดีแบบนี้ แอบใส่อะไรให้ผมกินหรือเปล่า”
“งั้นอย่ากินเลย” พริริสาจะดึงแซนวิชกลับ แต่ธีภพไม่ยอมให้ดึงคืน
“ผมกินก็ได้ กำลังหิวอยู่พอดี แต่ให้คุณกินก่อน พิสูจน์ว่าไม่มีอะไร” ธีภพยื่นแซนวิชให้พริริสา เหมือนจะป้อนให้กัดก่อน พริริสาทำท่าจะไม่ยอมกิน “ไม่ยอมพิสูจน์แบบนี้ คุณใส่ของแปลกปลอมอะไรแน่ๆ ใช่ไหม”
พริริสารำคาญที่ธีภพกล่าวหาเธอ ยอมกัดแซนวิชก่อนคำนึงให้ดูว่าเธอไม่ได้แกล้งเขา ธีภพเห็นพริริสายอมกินก็พอใจเหมือนได้ป้อนอีกฝ่ายก่อน จึงกินต่อได้ เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“คุณไม่ได้แกล้งผมจริงๆ ด้วย”
พริริสาค้อนใส่ธีภพรู้สึกเหมือนตัวเองโดนแกล้งซะเองมากกว่า ทั้งสองนั่งกินแซนวิชมองดูวิวทิวทัศน์อย่างรู้สึกผ่อนคลาย ลืมเรื่องงานเรื่องต่างๆ รอบตัว

อีกมุมในสวน ธีภพและพริริสาเดินชมบรรยากาศมาตามทางเจอเด็ก 2 คนกำลังเล่นไม้หนังสติ๊ก ยิงใส่กระป๋องน้ำอัดลมแข่งกันอยู่ แต่ไม่ใครยิงโดน ธีภพและพริริสาหยุดยืนดู ธีภพเดินไปเข้าไปสอนเด็กทั้งสองคนว่าต้องยิงยังไง และยิงให้ดู กระป๋องที่ตั้งอยู่ล้มลงหมด เด็กสองคนปรบมือให้ธีภพ วิ่งไปเรียงกระป๋องใหม่ และลองยิงตามที่ธีภพสอนถูกกระป๋องล้มลงได้ก็พากันดีใจ พริริสาและธีภพปรบมือให้เด็กๆ
“คุณยิงแม่นมากเลยนะคะ แถมสอนเด็กๆ ให้ยิงแม่นขึ้นด้วย” พริริสาเอ่ยชม
“ไม้หนังสติ๊กเป็นของเล่นชิ้นแรกของผมเลยนะ แล้วคุณพ่อก็เป็นคนสอนวิธียิงให้ผมเพราะถ้าปล่อยให้ผมหัดเอง กระจกบ้านคงแตกอีกหลายบาน ตอนนั้นคุณแม่โกรธมากจะไม่ยอมให้ผมเล่นท่าเดียวเลย”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/2 วันที่ 14 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ