อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/5 วันที่ 15 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/5 วันที่ 15 ส.ค.59

บริเวณริมทะเลสาบ มิราพยายามเดินมองหาพริริสาและธีภพบริเวณนั้น แต่ก็ไม่เห็น มิราจะเดินไปต่อแต่ชนเข้ากับอธิรุธที่เดินมาอีกทาง แผ่นพับท่องเที่ยวในมืออธิรุธหล่นลงพื้น
“ขอโทษค่ะ” มิรารีบก้มลงช่วยเก็บพอเงยหน้าขึ้นเห็นเป็นอธิรุธก็ตกใจ“คุณ!”
“อ้าวคุณ ใจตรงกันเลย มาเที่ยวเหรอครับ”
มิรารีบเออออไปก่อน “ใช่”
“ผมก็มาเที่ยว ว่าจะมาเจอกับเพื่อนด้วย” อธิรุธแกล้งถาม “คุณเห็นเพื่อนผมไหม”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นเพื่อนคุณ”

“จริงด้วย ผมก็ไม่น่าถาม เอ...เมื่อกี้ผมคุยโทรศัพท์กับเพื่อนผมเห็นว่าออกไปพายเรือแถวๆ โน้น” อธิรุธแกล้งชี้มั่วไปเรื่อย “ไปด้วยกันไหมคุณ ไหนๆ ก็มาเที่ยวแล้ว เที่ยวคนเดียวไม่สนุกหรอก”
มิราสองจิตสองใจ ถ้าตามอธิรุธไปก็คงได้เจอพริริสา



ทะเลสาบ อธิรุธหลอกมิรามานั่งเรือเล่นด้วยกัน อธิรุธพายเรือวนไปวนมาอยู่กลางทะเลสาบ
“นี่คุณพายวนไปวนมาแบบนี้ เมื่อไหร่จะเจอเพื่อนคุณเนี่ย”
“ก็ผมพายไม่เก่งนี่นา คุณก็ช่วยผมด้วยสิ” อธิรุธส่งไม้พายอีกอันให้มิรา
“ฉันพายเป็นที่ไหนเล่า”
“แล้วกัน ผมกะพึ่งคุณเลยนะเนี่ย งั้นคุณก็ใจเย็นหน่อยนะ ผมว่าสักเย็นๆ ผมคงไปถึงฝั่งโน้นได้”
“คนบ้า นี่หลอกฉันใช่ไหมเนี่ย”
“ผมไปหลอกอะไรคุณ คุณลงเรือมากับผมเองนะ” มิราโมโหหยิบไม้พายกระแทกลงไปน้ำ ให้กระเด็นใส่อธิรุธ “เฮ้ย คุณเล่นอะไรเนี่ย” อธิรุธจับเรือให้โคลงเคลงไปมาแกล้งมิรากลับ
มิราร้อง “หยุดนะ ฉันยังไม่อยากตกน้ำ ฉันจะกลับเข้าฝั่งแล้ว”
อธิรุธยังไม่ยอมหยุด แกล้งมิราต่อให้มิราร้องโวยวายต่อไป

ธีภพและพริริสาเดินไปตามทางบนเขา เห็นทิวทัศน์จากมุมสูง มองลงไปเห็นเมืองเล็กๆ อยู่ด้านล่างดูสวยงาม
“ถ้าได้เห็นพระอาทิตย์ตกบนนี้ก็คงจะดี” ธีภพเปรย
“เราไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอกนะคะ”
“ตั้งแต่มาถึงคุณเอาแต่พูดเรื่องเวลา”
“คุณไม่รู้หรอกว่าที่นี่ไม่เหมือนในตัวเมือง พอพลบค่ำชาวบ้านก็พากันเข้าบ้านพักผ่อน คุณจะกลับเข้าเมืองได้อีกทีก็พรุ่งนี้เช้า”
ธีภพจับบ่าพริริสาให้หันไปมองวิวด้านล่าง “อย่าเอาเรื่องเวลามาทำลายบรรยากาศสิคุณ ทำไมคุณไม่ใช้เวลาที่มีอยู่ตอนนี้เก็บเกี่ยวความสุขเอาไว้ วันหลังจะได้ไม่มาบ่นว่าเสียดายที่มัวแต่เร่งรีบ จนไม่ได้ซึมซับความสวยงามอะไรกับเขาเลย” บรรยากาศรอบตัวทำให้พริริสาอดคล้อยตามไปกับธีภพไม่ได้ โดยเฉพาะได้มีคนที่รู้สึกดีอยู่ใกล้ๆ พริริสาเลิกบ่นยอมลืมเรื่องเวลาตามที่ธีภพว่า “ในฐานะที่คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับไทรจีสดี ช่วยทำตัวเป็นไกด์ เล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับที่นี่หน่อย”
“ฉันก็แค่...”
ธีภพดักคอ “ศึกษามาจากไกด์บุ๊ค เอาเถอะคุณจะรู้มาจากไหนก็ช่าง เล่าให้ผมฟังเลยละกัน”
พริริสาแอบหมั่นไส้ธีภพที่ดักคอ แต่ก็ยอมทำตัวเป็นไกด์ให้ พริริสาชี้ไปด้านหนึ่ง“ด้านโน้นที่คุณเห็นเป็นทะเลสาบที่เราไปกันมาแล้ว ด้านหลังเคยเป็นเหมืองเพชรเก่า ส่วนทางโน้น...”
พริริสาอธิบายเกี่ยวกับบริเวณนี้ให้ธีภพฟัง พลางพาเดินไปดูวิวอีกด้านบอกเล่าความเป็นมา

ท่าน้ำ มิราขึ้นจากเรือด้วยความโมโหที่โดนอธิรุธแกล้ง
“อ้าวคุณไม่ไปกับผมแล้วเหรอ”
มิราหันมาทำตาเขียวใส่ “เชิญคุณไปคนเดียวเถอะ ฉันจะไปตาม...”
“คุณจะไปตามใคร”
“ฉันหมายถึงฉันจะไปตามทางของฉัน” มิราพูดจบก็รีบเดินจ้ำหนีไปก่อน
อธิรุธพึมพำกับตัวเอง “ผมรู้หรอกน่าว่าคุณมาตามใคร” อธิรุธยิ้มขำก่อนขึ้นจากเรือบ้าง

ทางเดินบริเวณทะเลสาบ มิราเดินจ้ำไปตามทางอย่างโมโหอธิรุธไม่หาย มิราบ่น “ทำไมต้องมาเจอตาผู้กองนี่ทุกที่ด้วยนะ ริสานะริสา ไปไหนทำไมไม่บอกกันมั่งเลย”
อธิรุธขี่จักรยานตามหลังมิรามา “นี่คุณถ้าไม่ชอบนั่งเรือก็บอกผมดีๆ ก็ได้ นี่ผมเลยไปเปลี่ยนเป็นจักรยานมา ซ้อนท้ายไปด้วยกันไหมคุณ ผมว่าจะไปหาเพื่อนผมทางโน้นดู” อธิรุธชี้ไปอีกด้าน
มิราเห็นอธิรุธตามมาแกล้งหลอกตนไม่เลิกก็ยิ่งโมโห “คุณจะไปไหนก็ไปเลยไป” มิราเดินหนี
อธิรุธยังขี่จักรยานตามไปเรื่อยๆ “จักรยานก็ไม่ชอบเหรอคุณ หรือว่าจะเปลี่ยนเป็นขี่ม้า เอ...หรือจะเป็นขับรถ หรือจะให้ผมเดินไปกับคุณก็ได้นะ คุณชอบแบบไหนบอกผมมาเลย”
มิราเอามืออุดหู พยายามไม่ฟัง ก่อนจะสติแตกเพราะอธิรุธ อธิรุธยังขี่จักรยานตามตอแยมิราไปเรื่อยๆ อย่างสนุกสนาน
อีกด้านบนเขา ธีภพและพริริสาเดินมา ธีภพหยุดยืนดูวิวด้านล่าง
“ดูเหมือนคุณจะชอบบนนี้นะคะ”
“การได้มองลงไปจากที่สูงๆ มันทำให้เราเห็นอะไรกว้างขึ้น ยิ่งสูงก็ยิ่งมองไปได้ไกล ช่วยเราเปิดความคิดได้หลายอย่างเลยนะคุณ” ธีภพยืนสูดอากาศหน้าตาสดชื่น
“แล้วตอนนี้เปิดความคิดอะไรให้คุณได้บ้างละคะ”
“หลายเรื่องเลยล่ะ โดยเฉพาะ...” ธีภพแกล้งจ้องพริริสา พริริสาชะงักไป ระแวงว่าธีภพจับผิดอะไรตนได้อีก
จู่ๆ มีแสงสะท้อนส่องจากกระจกเข้ามาที่ตัวพริริสา ธีภพคิดว่ามีใครจะลอบยิงพริริสา รีบพุ่งเข้าไปคว้าตัว พริริสาไว้ ก้มหลบลงที่พื้น กอดพริริสาเอาตัวบังเอาไว้
พริริสาตกใจ “อะไรของคุณเนี่ย คุณภพ”
“คุณอยู่เฉยๆ ก่อน” ธีภพมองไปรอบๆ ว่ามีใครหลบซ่อนตัวจะลอบยิง จนเห็นแสงสะท้อนมาจากกระจกเล็กๆ ที่ตกอยู่ที่พื้นด้านหนึ่ง
พริริสาดันธีภพให้ออกห่างอย่างโกรธๆ “คุณภพเล่นอะไรของคุณ ฉันไม่สนุกด้วยหรอกนะ”
ธีภพเดินไปหยิบกระจกที่อยู่ที่พื้นขึ้นมาอย่างเก้อๆ “ผมคิดว่ามีคนร้ายตามพวกเรามาบนนี้”
“เพราะคุณเอาแต่ระแวงไปซะทุกเรื่อง แค่กระจกยังระแวง ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกก่อนนะคะ” พริริสาเดินนำออกไปอย่างนึกโกรธ
ธีภพมองกระจกในมืออย่างเซ็งๆ ที่ทำให้ตัวเองเสียหน้า

บนเขา พริริสาดูนาฬิกาได้เวลาที่จะต้องกลับ “เราไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวลงไปจะค่ำซะก่อน”
ธีภพทำท่าเสียดายที่ต้องผละจากทิวทัศน์ที่นี่ไป “อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอคุณ”
“ไม่ได้ค่ะ คุณเคยว่าฉันว่าเรามาทำงานไม่ได้มาเที่ยวเล่น แต่ตอนนี้คุณกลับเป็นซะเอง”
“ก็ตอนนี้ทำงานเสร็จแล้ว ที่สำคัญอยากจะกลับก็กลับไม่ได้”
“แต่ตอนนี้ต้องกลับแล้วค่ะ” พริริสาเดินนำออกไป ธีภพจึงยอมเดินตามไปแต่โดยดี

ที่จุดขึ้นเคเบิลคาร์ เห็นป้าย Under Construction (ปิดซ่อมชั่วคราว) พริริสาและธีภพยืนคุยกับเจ้าหน้าที่จนรู้ว่าเคเบิลคาร์มีปัญหา จึงต้องเดินย้อนกลับมา
พริริสาหน้าหงิกมองธีภพอย่างโมโห “เพราะคุณคนเดียว”
“เคเบิลคาร์ขัดข้อง เกี่ยวอะไรกับผมเนี่ย”
“ถ้าคุณไม่อยากขึ้นมาบนเขา เราก็คงไม่ต้องมาติดอยู่บนนี้หรอก”
“งั้นคุณก็โทรไปหาเจ้าชายคามินให้ส่งคนมารับดีไหม”
พริริสาเกือบหลงกล ก่อนนึกได้ “เราจะไปรบกวนเจ้าชายได้ยังไงกันคะ แถมบนนี้สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี เราคงต้องหาทางกลับกันเอง”
“แล้วจะกลับยังไง ปีนเขาลงไปเหรอคุณ” พริริสาแอบค้อนธีภพที่ไม่ช่วยคิดยังจะกวนอีก “ผมว่าแทนที่คุณจะทำหน้าเครียด เรารีบคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงเพราะกว่าเราจะลงไปจากที่นี่ได้ ก็คงพรุ่งนี้เช้า” ธีภพยิ้มๆ ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนเหมือนพริริสา

ธีภพและพริริสาเดินมาตามทางจนเห็นบ้านพักริมเขาอยู่ตรงหน้า
“ตรงนั้นมีบ้านพัก เขาจะยอมให้เราอาศัยข้างคืนหรือเปล่าคุณ”
“ก็ต้องลองไปดูล่ะค่ะ”
ทั้งคู่เดินไปที่หน้าบ้านพัก พริริสาเคาะประตู เจ้าของบ้านเปิดประตูออกมาเห็นพริริสาและธีภพก็แปลกใจ

ระเบียงบ้านพัก ธีภพยืนมองดูพระอาทิตย์ที่กำลังจะค่อยๆ ลับขอบฟ้า
พริริสาเดินเข้ามาหา“ฉันคุยกับเจ้าของบ้านแล้วนะคะ เขายินดีให้เราค้างคืนที่นี่”
“คนที่นี่มีน้ำใจจริงๆ” ธีภพมองวิวตรงหน้าอย่างรู้สึกผ่อนคลาย “ผมนี่โชคดีจริงๆ เลยนะ พูดว่าอยากเห็นพระอาทิตย์ตกบนนี้ ก็ได้เห็นจริงๆ ด้วย”
“โชคดีของคุณแต่โชคร้ายของฉัน ที่ต้องมาติดอยู่บนนี้ด้วย” พริริสาทำหน้าเซ็ง
“เป็นอะไรคุณแค่กลับเข้าเมืองไม่ได้ต้องทำหน้าบูดไม่เลิก ก็คิดซะว่าเรามาเที่ยวตากอากาศก็แล้วกัน”
พริริสาประชด “ค่ะ สนุกมากเลย”
ธีภพชวนคุย “นอกเมืองไทรจีสในเวลาแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะคุณ”
“อยู่มาตั้งหลายวันคุณเพิ่งเห็นเหรอคะว่าที่นี่สวยแค่ไหน”
“ผมมาทำงานนี่ เพิ่งมีเวลาได้เห็นทุกอย่างเต็มตาก็วันนี้ล่ะ ว่าแต่คุณเหอะ เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก แล้วต้องช่วยงานผมทุกวัน อยากรู้คุณเอาเวลาไปที่ไหนมาชื่นชมความสวยงามของที่นี่ได้”
พริริสาเห็นธีภพไล่ต้อนตนก็รีบทำเฉไฉมองท้องฟ้าไม่ตอบอะไร

ริมหน้าต่างบ้านพัก ธีภพจุดเตาผิง พริริสาจุดเทียนภายในบ้านพักให้สว่างขึ้น พริริสายกแก้วใส่เทียนไขที่จุดไปวางที่มุมหนึ่ง หันกลับมาไม่ทันระวังชนกับธีภพที่ยืนอยู่ ธีภพคว้าตัวพริริสา
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง”
“ผมก็เหมือนกัน”
พริริสารู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดธีภพท่ามกลางแสงเทียนก็รีบผละออก เดินไปที่หน้าต่าง ธีภพเดินตามไป มองออกไปด้านนอกเห็นเห็นกลุ่มดาวบนท้องฟ้า
ธีภพชี้ดาวให้พริริสาดู “คุณดูสิ คืนนี้เห็นดาวชัดมากเลย”
“นั่นดาวเหนือค่ะ”
“คุณรู้ได้ยังไง”
“แม่ฉันเคยบอก แล้วยังเคยเล่าตำนานเกี่ยวกับดาวให้ฟังตั้งหลายเรื่อง”
ธีภพรู้สึกได้ว่าพริริสาเวลาพูดถึงแม่จะมีความสุขมาก“แล้วพ่อคุณล่ะ ผมไม่เคยได้ยินคุณพูดถึงพ่อบ้างเลย”
มาโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์กัน

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 7/5 วันที่ 15 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ