อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8 วันที่ 30 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8 วันที่ 30 ส.ค.59

“พ่อถึงต้องปกป้องเจ้าจากความผิดที่เจ้าก่ออย่างไรเล่า...ความลุ่มหลงในความรักทำให้ความโกรธเข้าครอบงำ
จิตใจเจ้า เจ้าผิดพลาดพลั้งเผลอเยี่ยงนี้ พ่อเป็นพ่อ...อย่างไรเสียก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เจ้าก่อ ไอ้หมอผีชั่วนั่นพา
เจ้าหลงออกไปนอกวิถีแห่งเทวะ มันสมควรตาย”
“ไอ้คนหลอกลวง”
“มันมิได้หลอกลวงเจ้า น้ำมันอาคมนั้น มันหามาให้เจ้าด้วยวิธีโสโครกอย่างที่มันเชี่ยวชาญจริง”

ย้อนกลับไปตอนหมอผีทำน้ำมันจากซากศพ เมื่อบุษกรกลับขึ้นมาบนเรือนด้วยความสมหวัง วางขวดน้ำมันอาคมไว้มุมหนึ่งแล้วผละออกไป มีมือหนึ่งเอื้อมเข้ามาหยิบขวดน้ำมันอาคมนั้นออกไป และวางขวดใหม่ที่เหมือนกันไว้แทน


ของเหลวจากขวดน้ำมันอาคมถูกเททิ้งลงไปในกองไฟ หลังจากน้ำมันอาคมถูกกำจัดในกองไฟเหมือนมีกลุ่มหมอกควันสีเทาดำพวยพุ่งออกมาจากเปลวไฟ เห็นเป็นรูปร่างคล้ายคนจางๆ แล้วม้วนตัวหายไปในอากาศ พร้อมเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังมาจากที่ไกลๆ วิญญาณร้ายสลายตัวไปกับตา แสงสว่างจากกองไฟเต้นระยิบสาดบนหน้ากัมพู

นอกบ้านหมอผี บุษกรน้ำตาคลอเหมือนเสียใจและสำนึกผิด “ท่านพ่อ ลูกพลาดพลั้งไปแล้ว ท่านพ่อได้โปรดอภัยให้ลูกด้วยเถิด”
“เจ้าควรไปสารภาพผิดต่อหน้าองค์เทวะ แล้วตั้งสัจวาจาว่าความผิดเยี่ยงนี้จะมิก่อเกิดขึ้นอีกในใจเจ้า เพราะสำหรับองค์อริยะท่านอาจไม่ให้อภัยแก่เจ้าก็เป็นไปได้”
“ท่านพ่อ”
“ถึงพยานหลักฐานจักมัดตัวเจ้าไม่แน่นหนา เจ้าคิดรึว่าองค์อริยะจะมิเคลือบแคลงสงสัยในตัวเจ้า”

กัมพูเล่าทุกอย่างให้บุษกรฟัง ทั้งเหตุการณ์ที่กัมพูทำร้ายคีรินและเปลี่ยนขวดยาด้วย
“น้ำมันเกสรดอกไม้ร้อยแปดอย่างที่เจ้าอุปโลกขึ้นมาให้องค์อริยะกิน แท้จริงก็คือน้ำผึ้งบริสุทธิ์ที่พ่อเอาไปใส่ไว้แทน ความดีความชอบของเจ้าในครั้งนี้ อาจพอช่วยหักล้างข้อกล่าวหาในตัวเจ้าได้ พ่อทำหน้าที่ของพ่อได้ดีที่สุดเท่านี้ แลเรื่องความผิดนี้จักเป็นความลับตลอดไปพร้อมๆ กับความตายของไอ้หมอผีนั้น”
บุษกรน้ำตาไหลซาบซึ้ง “ท่านพ่อ น้ำใจของท่านพ่อ ลูกซาบซึ้งยิ่งนัก”
บุษกรจะทรุดลงคารวะแทบเท้ากัมพู แต่กัมพูรั้งตัวไว้ “ผู้กระทำผิดพลั้งไปแลยอมรับในความผิดของตน ย่อมได้รับการให้อภัยเสมอ เริ่มต้นใหม่เสียบุษกร จงพอใจในสิ่งที่เจ้ามีอยู่แลยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิต เท่านั้นเจ้าก็จักพบความสุขแท้”
“ข้าซาบซึ้งในพรที่ท่านพ่อมอบแก่ข้ายิ่งนัก”
“นั่นคือพรจากเทวะต่างหาก เจ้ากลับไปได้แล้ว แลลืมเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นนี้ให้หมด...กลับไป”
บุษกรแยกตัวออกไปทันทีและหายไปในความมืด กัมพูมองตามบุษกรไป.. เรือนหมอผีถูกไฟไหม้ไปใกล้มอดแล้ว

เรือนบุษกร บุษกรพยายามล้างน้ำ ขัดถูกำจัดสิ่งสกปรกออกไป สีหน้าบุษกรเรียบนิ่ง เหมือนมีความคิดบางอย่าง อารมณ์ฟูมฟายสำนึกผิดก่อนหน้านี้ไม่เหลือภาพปรากฏ “มันไม่จบง่ายๆ อย่างที่เจ้าคิดหรอกเกศอาภา”

เช้าวันใหม่ บ้านหมอผีที่เหลือแต่ซากไฟไหม้ ชาวบ้าน 2-3 คน ยืนดูกันอยู่ห่างๆ ต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“กลางดึกข้าลุกออกมาเห็นไฟก็ไหม้จนวอดทั้งหลังไปแล้ว” ชาวบ้านคนนึงบอก
“น่าสงสาร ไฟคงครอกทั้งเป็น จุดฟืนจุดไฟต้องระวังนะพวกเรา” ชาวบ้านอีกคนเสริม
คีริน อุษา ยืนมองกันอยู่มุมหนึ่ง คีรินเอ่ยด้วยความเสียดาย “ข้าควรจะมาจับตัวมันเสียตั้งแต่เมื่อวาน”
“ถึงได้ตัวมันไปก็อาจจะไม่มีประโยชน์” อุษาปลอบ
“เค้นคอมันให้หนัก อย่างไรเสียมันก็ต้องสารภาพ”
“เจ้าจะเอาผิดกับมันด้วยเรื่องไร ในเมื่อองค์อริยะก็หายป่วยไข้เป็นปกติแล้ว”
“แค่คิดเรื่องชั่วๆ ข้าก็ถือว่ามันผู้นั้นเป็นภัยต่อราชบัลลังก์แล้ว”
“เจ้ากล้านำเรื่องนี้ขึ้นรายงานองค์สูริยะรึไม่”
“แล้วเจ้าล่ะ กล้ารายงานเรื่องที่เจ้าไปพบเจอมารึไม่”
ทั้งคู่ต่างนิ่ง จนแต้มด้วยไม่มีหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น

ตอนเช้า ในปราสาทเทวะ เกศอาภาถวายดอกไม้บูชาเทวะอยู่หน้าแท่น อุษาทยอยส่งเครื่องสักการะให้เกศอาภา
บุษกรเข้ามาในวิหารกับบริวารที่อัญเชิญเครื่องบูชา “พระอัครชายามาถึงก่อนข้าตามเคย”
“เชิญท่านตามสบายเถิด ข้าถวายเครื่องบูชาเสร็จแล้ว ไปกันเถอะอุษา” เกศอาภาจะขยับออก
แต่บุษกรรั้งไว้ “วันนี้ข้าเตรียมเครื่องสังเวยบูชาเทวะมามากมายเป็นพิเศษ ถ้าพระอัครชายาไม่รังเกียจจะร่วมถวายเทวะกับข้าก็ได้”
“ข้ามิได้รังเกียจ แต่เชิญท่านตามสบายเถิด”
“ท่านมิสงสัยรึว่าเหตุใดวันนี้เครื่องบูชาของข้าจึงมากมายเยี่ยงนี้”
“ท่านคงตอบแทนเทวะที่ประทานพรให้องค์อริยะหายจากป่วยไข้กระมัง”
บุษกรยิ้ม “คนเป็นเมีย ย่อมมีความปรารถนาต่อผัวมิแตกต่างกันหรอก เครื่องสังเวยส่วนหนึ่งเพื่อตอบแทนเทวะตามนั้น แต่อีกส่วนนึงเป็นความปิติอันเกิดขึ้นในใจข้า หลังจากเฝ้าวิงวอนขอจากองค์เทวะมานาน”
เกศอาภาอดสงสัยมิได้ บุษกรทำทีขยับไปหน้าแท่นบูชา จะถวายของสักการะ แต่ทำซวนเซเหมือนหน้ามืดจะเป็นลมล้มลง ภาชนะดอกไม้ร่วงหลุดมือ บริวารต้องรีบเข้าประคอง ร้องเสียงหลง
เกศอาภารีบขยับเข้าไปช่วยดูแล “ท่านนั่งพักเสียก่อนเถิด”
บุษกรยิ้ม “ข้าไม่เป็นไร หน้ามืดเยี่ยงนี้เป็นพักๆ มาแต่เมื่อวานแล้ว แต่เมื่อคืนฝันดีของข้ายิ่งทำให้ข้าแน่ใจ ว่าเทวะประทานพรที่ข้าพร่ำขอมานานแก่ข้าแล้ว” เกศอาภาลุ้นว่าบุษกรจะพูดอะไร “เลือดเนื้อเชื้อไของค์อริยะก่อกำเนิดในกายข้าแล้ว พระอัครชายา”
เกศอาภาได้ยินเต็มสองรูหู อื้ออึงราวฟ้าผ่าลงใกล้ตัว

ท้องพระโรงวังสูริยะ อริยะมองหน้าบุษกรแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้น “แน่แล้วรึ..บุษกร เจ้าให้หมอหลวงตรวจดูแน่ชัดแล้วรึยัง..”
“ยัง..ท่านพี่ แต่ข้าแน่ใจ เพราะมีหลายสิ่งในกายข้าผิดปกติไป” บุษกรทำท่าเหนียมอาย
กัมพูทักท้วง “อย่างไรเสียก็ควรให้หมอหลวงตรวจให้ละเอียดเสียก่อนเถิด ก่อนที่ข่าวนี้จะแพร่สะพัดออกไป”
สูริยะยินดียิ่ง “ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความรู้สึกแน่ใจของเจ้าจะกลายเป็นความจริงบุษกร เพราะนั่นจะกลายเป็นข่าวดี ยิ่งกว่าข่าวดีใดๆ สำหรับจันทรปุระ”
ปุณณะยินดีเช่นกัน “จันทรปุระจะยิ่งเจริญมั่งคั่งมั่นคงด้วยรัชทายาทองค์ต่อไป”
สูริยะปลาบปลื้ม “นับเป็นพรอันประเสริฐจากองค์เทวะ ขอบใจเจ้ามากบุษกร ขอบใจสำหรับข่าวดียิ่งนี้”
กัมพูมองบุษกรอย่างชั่งใจ บุษกรหลบสายตากัมพู แลลงกราบสูริยะ

เรือนเกศอาภา อุษาบ่นกับเกศอาภา “นางก็แค่คิดไปเอง ฝันไปเอง แล้วก็ตั้งใจจะข่มให้ตำแหน่งพระอัครชายาอยู่เบื้องต่ำกว่านางเท่านั้น อย่าไปสนใจนิทานของนางเลย หมอหลวงคนเดียวเท่านั้นที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้”
“ข้ามิได้คิดอิจฉานางแม้แต่น้อย หากนางมีวาสนาได้เป็นผู้ให้กำเนิดรัชทายาทเพื่อสืบบังลังก์ตามบัญชาแลประสงค์เทวะ ก็เป็นเรื่องที่ข้าสมควรร่วมแสดงความยินดีกับนางมิใช่รึอุษา”
“อะไรๆ เจ้าก็อ้างเพื่อจันทรปุระ ทบทวนดูสิ่งที่นางทำกับเจ้าเสียบ้างเถิด จำมิได้รึว่า จิตใจนางร้ายกาจเพียงใด”
“อุษา ..จงน้อมรับทุกสิ่งที่เทวะบัญชาลงมาเถิด” เกศอาภาทำใจได้
“เทวะลำเอียง เทวะตาพร่ามัวไปข้างหนึ่ง”
“อุษา” เกศอาภาส่งเสียงดุเพื่อปรามไม่ให้ก้าวล่วง
“ข้าจะคอยหัวร่อให้ท้องแข็ง เมื่อหมอหลวงประกาศว่าข่าวดีของนางเป็นแค่นิทานเรื่องหนึ่งเท่านั้น” อุษาเลี่ยงคลานออกไป

หลังเรือนเกศอาภา อุษาปรับทุกข์กับคีริน
“ทั้งองค์สูริยะ องค์อริยะ ท่าทางตื่นเต้นกับข่าวนี้มาก” คีรินบอกสีหน้าเคร่งเครียด
อุษาก็เครียดไม่แพ้กัน “เราควรเข้าไปรายงานเรื่องที่นางสมรู้ร่วมคิดกันกับไอ้หมอผีอุบาทว์ทำเรื่องอัปรีย์ ให้องค์อริยะ องค์สูริยะ รับรู้”
“ก็บอกเจ้าแล้ว หลักฐานไม่มีแล้วจะเอาผิดนางได้อย่างไร”
“หลักฐานไม่มี แต่หากเราสองคนยืนยันมั่นคงก็ต้องเป็นพยานกันได้..มิใช่รึ”
“แค่คำพูด หามีน้ำหนักเพียงพอไม่ อีกอย่างข้าว่า นางกล้าทำความผิด นางก็คงคิดวางแผนเอาตัวรอดมาเป็นอย่างดีแล้ว ขนาดไอ้หมอผีนั่นยังหมดโอกาสที่จะพูดเลย”
“อย่างไรเสีย ข้าก็เห็นว่าเราควรต้องทำอะไรบางอย่าง...วันข้างหน้าหากต้องกราบกรานแลเรียกนางว่าพระอัครชายา ข้าขอกลั้นใจตายเสียดีกว่า” อุษาหัวเสีย พยายามคิดหาทาง
“เจ้านี่ชอบตีตนไปก่อนไข้ รอฟังหมอหลวงเถิด นิทานอย่างไรเสียก็เป็นแค่นิทาน..” คีรินเอ่ยปลอบ

เรือนบุษกร อริยะเดินวนไปมา เหมือนร้อนใจนั่งไม่ติดที่
บริวารมารายงาน “หมอหลวงมาถึงแล้ว องค์อริยะ”
หมอหลวงก้าวขึ้นมาบนเรือน
“นางบ่นแต่ว่ามีอาการวิงเวียน ได้กลิ่นสำรับอาหารก็พะอืดพะอม เจ้าตรวจดูให้ละเอียดทีเถิด ว่านางกำลังตั้งท้องใช่รึไม่” อริยะรีบบอกอาการของบุษกรกับหมอหลวง
“ด้วยวิชาความรู้ทั้งหมดที่ข้ามี ข้ายินดีรับใช้สนองพระเดชพระคุณ” หมอหลวงเดินตามอริยะเข้าไปที่ห้อง

บุษกรนอนอยู่บนตั่ง บริวารพัดวี หมอหลวงตามอริยะเข้ามา
“หมอหลวงมาแล้ว บุษกรให้หมอตรวจดูอาการเจ้า ทุกคนจะได้สิ้นความกังวลเสียที” อริยะเอ่ยบอก
“ท่านพี่โปรดเมตตาน้องสักสิ่ง...น้องกลัวเหลือเกินว่าความจริงที่น้องต้องเผชิญจะทำให้ท่านพี่ผิดหวัง ท่านพี่ปล่อยให้น้องเผชิญความจริงนั้นตามลำพังเถิด หากมิใช่ข่าวดีน้องก็ขอเสียใจแต่เพียงลำพัง...มิอยากให้ท่านพี่ต้องเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจของน้อง..” บุษกรออดอ้อน
“เอาเถอะ..บุษกร..เราจะออกไปคอยข้างนอก ไม่ว่าความจริงจะเป็นข่าวดีรึไม่ เราก็พร้อมจะรับฟัง” อริยะออกไปจากห้อง
บุษกรหันไปทางบริวารที่ประจำงานพัด แล้วขับไล่ด้วยสายตา บริวารวางพัดแล้วคลานออกไป
“ขอประทานอนุญาตพระชายา”
บุษกรยื่นมือออกมาให้หมอหลวง หมอหลวงวางมือบุษกรลงบนหมอน แล้วจับดูชีพจร หมอหลวงตั้งใจตั้งสติตรวจดูชีพจร สายตาบุษกรค่อยๆ กวาดไปจ้องมองหน้าหมอหลวง

เรือนเกศอาภา อุษายังแค้นเคือง “ข้าจะไปวิงวอนต่อหน้าองค์เทวะ หากเทวะประสงค์ให้รัชทายาทถือกำเนิดด้วยนาง ข้าจักวิงวอนให้เทวะเปลี่ยนใจ”
“อุษา....เจ้ากำลังหมิ่นเทวะ” เกศอาภาดุ
“แต่คนจิตใจวิปริตเยี่ยงนาง ไม่สมควรได้บุญบารมีนี้”
“เทวะบัญชาคือบัญชาสูงสุดที่ทุกคนต้องน้อมรับ...หากเจ้าเห็นแก่ข้า อย่าได้พยายามดิ้นรนด้วยเรื่องนี้เลย..อุษา” อุษาจำใจหุบปากนิ่ง

ห้องบุษกร หมอหลวงคิ้วขมวด เครียด...เหงื่อแตกบนหน้าผากจนต้องดึงผ้ามาซับ“วันนี้มือข้าร้อนเกินไป..ขอข้าพักสักประเดี๋ยว..เย็นลงแล้วจักได้ตรวจใหม่อีกครั้งให้แน่ใจ”
“มือเจ้า มิได้ร้อนเกินไปหรอก” หมอหลวงนิ่ง...ไม่เข้าใจ บุษกรขยับลุกขึ้นนั่ง จับมือหมอหลวงไว้แน่นแล้วยัดถุงเงินใส่ในมือหมอหลวง

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8 วันที่ 30 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ