อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/2 วันที่ 30 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/2 วันที่ 30 ส.ค.59

“มือเจ้า มิได้ร้อนเกินไปหรอก” หมอหลวงนิ่ง...ไม่เข้าใจ บุษกรขยับลุกขึ้นนั่ง จับมือหมอหลวงไว้แน่นแล้วยัดถุงเงินใส่ในมือหมอหลวง
“พระชายา” หมอหลวงงงจัด
“เจ้าก็รู้ว่าสิ่งที่อยู่ในถุงนี่คืออะไร แลค่าของมันมากมายเพียงใด”
“พระชายาหมายความว่าอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ”
“เจ้ารู้จักข้าดีเพียงใด”
“พระชายาคือบุตรสาวท่านมหาพราหมณ์กัมพู”

“แล้วเจ้าก็รู้ดี ใช่หรือไม่ว่าบิดาข้าผู้ติดต่อรับสารจากองค์เทวะมีอำนาจมากมายล้นฟ้าเพียงใด องค์สูริยะชี้เป็นให้มันผู้ใดได้ บิดาข้าก็ชี้ตายให้มันผู้นั้นได้เช่นเดียวกัน” บุษกรเอ่ยแกมขู่ไปในตัว หมอหลวงช็อกตะลึงพูดไม่ออก ยิ่งเจอสายตาบุษกรเหงื่อยิ่งแตกพลั่กๆ บุษกรสำทับ “เจ้ามือเย็นลง พอที่จะตรวจอาการป่วยของข้ารึยัง”


“พระชายาให้ความกระจ่าง..แก่ข้าด้วยเถิด”
มือบุษกรคว้ามือหมอหลวงมากุมชีพจรตัวเอง “เจ้ารู้แจ้งอยู่แก่ใจว่าข้าหมายความว่าอย่างไร”

ด้านนอกห้องบุษกร อริยะเดินวนไปมารอคอยด้วยใจจดจ่อ หมอหลวงเปิดประตูออกมาจากห้องบุษกร ซับเหงื่อบนหน้า อริยะรีบเข้ามาหาหมอหลวง “ท่านหมอหลวง เป็นอย่างไรบ้าง” หมอหลวงก้มหน้าก้มตาเหมือนไม่กล้าสบตา “ถึงมิใช่ข่าวดี ข้าก็พร้อมรับฟัง”
หมอหลวงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้าอริยะ อยู่ในวินาทีของการเผชิญหน้าความเป็น-ความตาย

ท้องพระโรง วังสูริยะ สูริยะมีสีหน้าดีใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้รับข่าวจากอริยะ“เทวะเมตตาโดยแท้... นี่เป็นข่าวที่ดีที่น่าอิ่มเอมใจเป็นที่สุด”
“เหลือเพียงแต่รอวันสำคัญวันนั้นว่าจะเป็นลูกหญิงหรือลูกชาย...ท่านพ่อ” อริยะก็สีหน้าดีใจไม่แพ้กัน
หมอหลวงที่นั่งก้มหน้าอยู่เหลือบไปมองทางบุษกร สายตาบุษกรจ้องนิ่งมาทางหมอหลวงเหมือนบังคับให้พูด
“ผู้มีบุญบารมีเป็นชาย”
“เจ้าตรวจดู รู้ได้ขนาดนั้นเชียวรึ” สูริยะแปลกใจ
หมอหลวงชะงัก อึกอักเล็กน้อย “ข้า...ข้า..ข้าตรวจดูจากชีพจรพระชายาเห็นประจักษ์เป็นเช่นนั้น”
“ข้าเอง หลายคืนมานี้ก็ฝันประหลาด ฝันซ้ำๆ กัน เรื่องเดียวกัน” บุษกรเสริม
“เจ้าฝันว่าอย่างไร บุษกร” อริยะเอ่ยถาม
“ในฝันของข้า...ข้าเห็นช้างฝูงใหญ่เดินตรงเข้ามาหาข้า พญาช้างเผือกทรุดตัวลงตรงหน้าข้าแลยื่นงวงของมันมาหาข้า เหมือนจะมอบบางสิ่งให้แก่ข้า เมื่อข้ารับมาข้าจึงได้เห็นกับตาว่ามันคือเพชรเม็ดงามส่องประกาย สุกสว่าง...”
“ความฝันของเจ้า ต้องตามตำรา” กัมพูทำนาย
“ข้าจะได้หลานชายอย่างนั้นใช้รึไม่ ท่านมหาพราหมณ์” สูริยะรีบถาม
“ตามตำราระบุไว้เยี่ยงนั้น องค์สูริยะ”
สูริยะชื่นมื่นมาก อริยะตื่นเต้น ปุณณะร่วมยินดี “ชาวจันทรปุระคงเตรียมเฉลิมฉลองกับข่าวดีนี้เป็นแน่”
ในความชื่นมื่นของทุกคน หมอหลวงตะครั่นตะครอ เสียวสันหลังวาบๆ ในขณะที่บุษกรยิ้มเย็นปิติ

เรือนเกศอาภา อุษาถึงกับเซ็ง “ยังไม่ทันคลอด ยังไม่ทันเห็นกับตาก็เป็นตุเป็นตะว่าได้ลูกเป็นชาย นี่นางคงอยากจะนั่งตั่งพระอัครชายาจนทำได้ทุกสิ่งจริงๆ”
“อุษา...เลิกใช้คำพูดให้ภัยผู้อื่นเสียทีเถิด” เกศอาภาปราม
“ใครหน้าไหนก็ให้ร้ายนางมิได้หรอก หากนางเป็นคนดีจริง” อุษาประชด
“อุษา...ข้ามิเคยอยากได้ตำแหน่งนี้แต่แรก..ในเมื่อนางสร้างความดีความชอบ แลมีสิทธิ์นั่งในตำแหน่งนี้..ข้าควรจะลาออกไปโดยดี มิต้องให้นางผลักไส มิใช่รึ”
“แต่นางจงใจผลักไสเจ้า”
“ให้ข้าเป็นอะไรก็ได้...ไม่ต้องเป็นอะไรเลยยิ่งดี ข้าอยากกลับไปเป็นคนธรรมดาไม่ต้องมีตำแหน่งอะไรค้ำคออยู่อย่างนี้ อุษา” อุษาได้ยินที่เกศอาภาพูด ก็ถึงกับพูดไม่ออก “หากเจ้ารักแลหวงแหนแผ่นดินนี้ จงร่วมแสดงความยินดีกับนางเถิด..นางเป็นผู้มอบอนาคตให้กับจันทรปุระ..เทวะเป็นผู้เมตตามอบหมายสิ่งนี้ให้แก่นาง”
อุษาพูดไม่ออก เหมือนจนมุม ทั้งที่ขัดใจ

เรือนเกศอาภา อริยะกลับขึ้นเรือนมา “วันนี้มีแต่งานยุ่งเหยิงทั้งวัน”
“น้ำอุ่นเตรียมเอาไว้แล้ว ข้าจะตั้งสำรับไว้คอยท่าน” เกศอาภาเอ่ยบอก
“ข้ากินมาแล้ว เจ้าไม่ต้องวุ่นวายไปหรอก ตั้งแต่วันพรุ่งคงจะยิ่งยุ่งเหยิง เตรียมปรุงเรือนหลังใหม่ให้ทันเวลา”
อุษาได้ยินที่อริยะพูดก็ค้อนขวับ
“เรือนหลังนี้ใหญ่โตกว้างขวางกว่าเรือนโน้น ความจริงมิเห็นจำเป็นต้องปรุงเรือนใหม่ ข้ายินดีย้ายออกเรือนหลังนี้” เกศอาภาเอ่ยปนน้อยใจ
“เจ้าพูดอะไรออกมาเกศอาภา”
“พระชายาบุษกรจะได้ย้ายมาอยู่เรือนหลังนี้แทนข้า เพราะอีกไม่นานอย่างไรเสียนางก็ขึ้นเป็นพระอัครชายาแทนที่ข้าอยู่แล้ว จะเร็วหรือช้า ข้าก็ต้องไปอยู่ดี”
“นั่นมิใช่เรื่องจะมาพูดกันเวลานี้” อริยะตัดบท
“ท่านจะให้ข้าไปวันใด ท่านก็บอกข้าละกัน ข้าพร้อมเสมอ” เกศอาภาเดินออก อุษาค้อนอริยะแล้วตามออกไป
วันใหม่ บริเวณลำธาร นางบริวารหลายคนช่วยกันซักผ้า เกศอาภานั่งซึมอยู่มุมหนึ่งริมน้ำ อุษากับคีริน นั่งมองเกศอาภาด้วยความกลุ้มใจ
“องค์อริยะทำอย่างนี้มันหักหาญน้ำใจเกินไป” อุษาเปรย ปรายตามองเกศอาภาด้วยความสงสาร
“ข้าว่า ถ้าข้าเป็นองค์อริยะ ข้าก็คงลำบากใจไม่น้อยเหมือนกัน” คีรินออกอกการเห็นใจ
“เจ้าเป็นผู้ชายเหมือนกัน ก็ต้องคิดอย่างเดียวกันน่ะแหละ” อุษาไม่พอใจ
“จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อกฎเกณฑ์ มันเป็นเยี่ยงนั้น เจ้าห่วงตัวเจ้าเองหรือห่วงพระอัครชายากันแน่”
“ข้าจะมาห่วงตัวข้าเองทำไม”
“เจ้าอาจเสียหน้าที่มิได้เป็นคนสนิทพระอัครชายาอีกต่อไป”
พูดยังไม่ทันจบ อุษาก็อัดหมัดเข้าเต็มหน้าคีริน คีรินเห็นดาวเห็นเดือน “เจ้าหมิ่นข้ามากไปแล้ว ขืนเจ้าคิดเช่นนี้อีก ข้าจะเจ็บตัวมากกว่านี้” อุษาลุกหนีออกมา
คีรินคลำรอยหมัด... เจ็บไม่น้อย

เรือนเกศอาภา ขบวนเสลี่ยงบุษกรมาถึงเรือนเกศอาภา บุษกรก้าวลงจากเสลี่ยง บริวารเกศอาภารีบลงมาจากเรือน
“เงียบเชียบราวป่าช้า นายเจ้าย้ายออกไปจากเรือนนี้กันแล้วรึนังขี้ข้า” บุษกรถามเสียงเย้ยเยาะ
“พระอัครชายา...ไม่อยู่”
“ข้าเดามิผิดหรอก นางคงไปปราสาทเทวะสวดมนต์วิงวอนขอพรจากเทวะให้ได้ลูกสักคน จะได้ไม่น้อยหน้าข้า” บุษกรหัวเราะ “ช่างน่าเวทนา” บุษกรจะก้าวขึ้นเรือน บริวารขยับขวางเอาไว้ “บังอาจขวางทางข้ารึ นังขี้ข้าอีกไม่นาน ทุกอย่างก็ต้องเป็นของข้า มิใช่แต่เรือนหลังนี้หรอก”
“พระอัครชายาไปเที่ยวชายป่า.. ท่านรอก่อนเถิด อย่าเพิ่งขึ้นไปเลย ไม่นานพระอัครชายา”
พูดไม่ทันจบ บุษกรตบปากนางบริวารเต็มฝ่ามือ “นังหน้าโง่.. หากยังไม่รู้ ก็จงรู้เอาไว้ คำว่า พระอัครชายา มีไว้เรียกข้าแต่เพียงผู้เดียว”
บริวารก้มหน้างุด เหมือนกลัวตาย

ป่าสวย ต้นผลไม้ถูกขย่มให้ลูกร่วง นางบริวารกางผ้ารอรับลูกผลไม้ที่ร่วงลงมา
อุษาปีนอยู่บนต้น ขย่มกิ่งอย่างแรง ระบายอารมณ์ “ไอ้คนปากเสีย ไอ้คนปากเสีย เทวะลำเอียง ทำไมข้าต้องมาพบเจอแต่คนจิตใจอัปลักษณ์น่าชังอย่างนี้ โอ๊ยย....” อุษาแหกปากร้องเพราะถูกมดรุมกัด ปัดมดวุ่นวายจนพลัดตกลงมา นางบริวารกระโจนหนีทัน อุษาหล่นแอ้กลงมาร้องลั่น “ปัดมดช่วยข้าที”
บริวารเข้ามาช่วยปัดมดที่รุมกัดทั้งตัว อุษาสะดุ้งเฮือกเพราะมุดรุมเข้าใต้ร่มผ้า แล้วดิ้นพล่านแหกปากร้องลั่นป่า

ที่ลำธาร เกศอาภาถอนใจ แล้วขยับตัวลุกขึ้น คีรินที่นั่งอารักขาอยู่ไกลๆ หันมามองทางเกศอาภาพอดี เกศอาภารู้สึกวิงเวียน หน้ามืด สายตาเกศอาภาเหมือนทุกอย่างรอบตัวไม่ชัดแถมหมุนติ้ว เกศอาภาซวนเซจะล้มลง คีรินรีบพุ่งตัวออกไปทันที
คีรินคว้าแขน ช้อนร่างเกศอาภาเอาไว้ได้ทันก่อนจะล้มฟาดลงไปจริงๆ “ท่าน...ท่าน...”
เกศอาภาต้องยึดตัวคีรินเอาไว้แน่น
บุษกรกับบริวารเดินเข้ามาพอดี บุษกรเห็นเต็มตา เกศอาภายืนกอดกับคีริน ร่างแนบกันจนแทบจะกลืนเป็นร่างเดียว บุษกรมองภาพนั้นตาลุกวาวด้วยความสาแก่ใจ
คีรินประคองพาเกศอาภามาลงนั่งที่มุมหนึ่ง “มือท่านเย็นเฉียบเลย หน้าก็ซีดมาก”
เกศอาภายังรู้สึกเวียนหัว “เราคงลุกขึ้นเร็วเกินไปเหมือนจะเป็นลม”
คีรินมองหา ตะโกนเรียก “อุษา..อุษา...”
บุษกรก้าวเข้ามา บุษกรใบหน้ายิ้มเยาะ “ข้าหลงคิดว่าเจ้าคงทุกข์ใจหนัก คงเฝ้าแต่สวดมนต์วิงวอนให้เทวะเห็นใจ แต่ข้าคิดผิดถนัด” บุษกรหัวเราะ “พระอัครชายาสิ้นความละอายต่อผีป่าผีน้ำเสียแล้ว”
เกศอาภาไม่มีแรงจะตอบโต้
“พระชายากำลังเข้าใจผิด พระอัครชายากำลังจะเป็นลม ข้าจึงต้องเช้าช่วยนาง” คีรินแก้ตัวพัลวัน
“เจ้าจะแก้ตัวอย่างไรก็ได้ทั้งนั้นคีริน แต่ความจริงก็คือความจริงที่เจ้าไม่มีทางปฏิเสธได้” บุษกรไม่พยายามเข้าใจ
“ข้ามิได้มีจิตหยาบคิดทำเรื่องต่ำช้าอย่างที่ท่านกล่าวหา”
“เจ้าจะแก้ตัวไปไย ในเมื่อมิได้มีเพียงข้าผู้เดียวที่รู้เห็นเรื่องอัปรีย์นี้ บริวารของข้าอีกเล่า มันทุกคนก็เห็นเหมือนที่ข้าเห็น” บริวารก้มหน้านิ่ง
เกศอาภาพยายามรวบรวมกำลังทั้งที่อ่อนเพลีย “หยุดคำพูดกล่าวหาข้ากับคีรินเดี๋ยวนี้พระชายาบุษกร”
“เจ้าโกรธหรือละอายแก่ใจตัวเองกันแน่เกศอาภา” บุษกรยิ้มเยาะ
“ข้าบอกให้หยุด” เกศอาภาสั่งเสียงเฉียบ
“ข้าเข้าใจหัวอกเจ้าอยู่หรอก องค์อริยะสิ้นเยื่อใยจากเจ้าแล้ว เป็นธรรมดาที่เจ้าคงจะเหงาเปล่าเปลี่ยวและต้องการใครสักคน แต่ก็ไม่น่าคว้าเอาคนใกล้ตัวเจ้าอย่างนี้นะ เกศอาภา” เกศอาภากำมือแน่น พยายามระงับใจ “น่าสมเพชแท้..แทนที่จะลงจากตำแหน่งพระอัครชายาไปอย่างเงียบๆ ให้ใครๆ เห็นใจ...เจ้ากลับสร้างความอัปยศให้กับตัวเจ้าเอง ด้วยความใฝ่ต่ำของเจ้า” บุษกรหัวเราะและเดินจากไป
เกศอาภาไม่มีแรงตอบโต้ เพราะอาการป่วยเข่าอ่อนทรุดเป็นลมอีกตลบ
คีรินต้องประคองร่างไว้ “ท่าน....ท่าน”
เสียงหัวเราะของบุษกรยังตามมาเสียดแทงจิตใจ
อุษากับบริวารกลับมาทางเก่า มีมะยมที่ห่อมาในชายผ้าด้วย อุษาชะงักเพราะข้างหน้าคือขบวนบุษกรกับบริวารที่สวนมา อุษากับบริวารจำใจหลบเปิดทางให้ขบวนบุษกรผ่านไปก่อน
บุษกรปรายตามองอุษาเอ่ยเยาะ “ชายก็โฉด หญิงก็ชั่ว...” บุษกรหน้าตาเหยียดหยาม
อุษางงจัด รอจนขบวนบุษกรผ่านไป นึกถึงเกศอาภาได้รีบกลับไปทันที

อุษากับบริวารกลับเข้ามา เห็นคีรินกำลังกอบน้ำในลำธารใส่ฝ่ามือขึ้นมาประพรมล้างหน้าเกศอาภา
“คีริน... เจ้าทำอะไร” อุษาเอ่ยถามด้วยความงุนงง

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/2 วันที่ 30 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ