อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 8/3 วันที่ 16 ส.ค.59

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 8/3 วันที่ 16 ส.ค.59

“ถ้าตอนนี้เราสามารถทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง ปล่อยใจให้ว่าง แล้วถามตัวเองว่า ตอนนี้เรารู้สึกยังไง สำหรับผมรู้สึกเหมือนหัวใจหายไปครึ่งนึง แต่ก็ไม่รู้ว่ามันหายไปไหน”
“หัวใจคุณหายไปที่อยู่ที่คุณเกรซสินะ” พริริสาเผลอขยำตุ๊กตาแกะอย่างอดระบายอารมณ์ลงไปไม่ได้ ก่อนจะนึกได้กลัวตุ๊กตาจะขาด รีบลูบขนตุ๊กตาใหม่ไม่ให้ยุ่งเหยิงอย่างคนสับสนในใจ

บ้านคณิน ธีภพและกรนันท์ไปไหว้ขอบคุณแขกผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานพร้อมกานดาและวิวรรณ ด้านจินตนา คณินและดร.กฤษนั่งคุยกับแขกคนอื่นอยู่ใกล้ๆ


นักข่าวเข้ามาขอถ่ายรูปคู่ธีภพและกรนันท์ “ขอรูปคู่หน่อยนะครับ”
กรนันท์รีบควงแขนธีภพยิ้มกว้างให้ถ่ายรูปในขณะที่ธีภพสีหน้าเรียบเฉย
“คุณเกรซกับคุณภพหมั้นแบบนี้ เพื่อกลบข่าวเรื่องบริษัทบูรพเกียรติที่มีปัญหา ใกล้ล้มละลายหรือเปล่าครับ”
กานดารีบตอบ “ไม่เกี่ยวกันหรอกค่ะ ถ้าจะกลบข่าวเราคงไม่จัดงานเล็กๆ แค่คนในครอบครัวหรอกค่ะ อีกอย่างบริษัทบูรพเกียรติกำลังจะมีผู้ร่วมทุนใหม่ ไม่ได้มีปัญหาอะไรใหญ่โตอย่างที่เป็นข่าวสักนิด”
“แล้วเรื่องผู้ร่วมทุน...”
นักข่าวยังถามไม่ทันจบ กรนันท์รีบดักคอ “วันนี้วันมงคลจะถามเรื่องงานทำไมคะ ถามเรื่องเราสองคนดีกว่า จริงไหมคะพี่ภพ”
ธีภพเริ่มไม่อยากอยู่ในงาน “ขอตัวก่อนนะครับ” ธีภพปลดมือกรนันท์ออกจากแขนตน เดินเลี่ยงออกมา
กรนันท์เริ่มสีหน้าไม่พอใจที่ธีภพดูเหมือนคนเบื่อโลกในงานหมั้น
กานดารีบปลอบ “พี่เขาคงจะเหนื่อยน่ะลูก จริงไหมคะคุณวิ”
“ใช่จ้ะ เดี๋ยวป้าไปดูเอง” วิวรรณเดินตามธีภพไป
จินตนารีบเดินเข้ามาหากานดา “มีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่”
คณินเห็นวิวรรณเดินตามธีภพไป ก็ตัดสินใจเดินตามไปอีกคน

โถงบ้านคณิน วิวรรณเดินตามธีภพออกมาเรียกธีภพไว้ “ภพจะไปไหน”
“ผมว่าเราควรจะไปโรงพยาบาลได้แล้วนะครับ”
“รอให้แขกผู้ใหญ่กลับกันก่อนสิลูก”
“งั้นผมไปเปลี่ยนชุดเลยนะครับ”
“ลูกอย่าทำเหมือนไม่เต็มใจได้ไหม”
“ผมว่าคุณแม่ก็น่าจะรู้นะครับว่าผมรู้สึกยังไง”
คณินเดินเข้ามาได้ยินที่ธีภพพูด ก็รู้สึกได้ว่าธีภพถูกบังคับให้หมั้นกับกรนันท์ ใจหนึ่งก็โกรธแทนลูกสาว “แล้วเธอรู้สึกยังไงล่ะกับงานหมั้นวันนี้ ถ้าเธอไม่เต็มใจหรือมีปัญหาอะไรก็พูดมาได้เลย”
วิวรรณและธีภพได้ยินที่คณินถามก็พากันนิ่งงันไป
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณคณิน ตาภพคงเหนื่อยจากการเดินทางเมื่อเช้า ก็เลยบ่นไปเรื่อยเปื่อย” วิวรรณแก้ต่าง
“ถ้าเป็นอย่างที่คุณวิว่าผมก็โล่งใจ เพราะผมคงไม่ยอมให้ใครเห็นการหมั้นหมายกับลูกสาวผมเป็นเรื่องเล่นขายของ” คณินเสียงเข้มจนธีภพอยากอธิบาย แต่ไม่อยากทำให้วิวรรณต้องมีปัญหาจึงได้แต่ถอนใจ

บ้านคณิน หลังงานแขกเหรื่อกลับไปหมดแล้ว กรนันท์ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาทำหน้าเบื่อโลก “ดูพี่ภพไม่ดีใจที่ได้หมั้นกับเกรซเลย”
ดร.กฤษก็พอจะมองออก จึงพูดออกไปตรงๆ เพื่อสะกิดคนอื่นๆ บ้าง “นั่นสิ ตกลงภพเขาถูกบังคับมาใช่ไหม”
กรนันท์ไม่พอใจที่ถูกตอกย้ำ “คุณปู่!”
จินตนารีบแทรกอย่างไม่แยแส “จะถูกบังคับหรือเต็มใจ ตอนนี้มันก็ไม่สำคัญหรอกคุณ” จินตนาจับมือกรนันท์ที่สวมแหวนมาโชว์ “ยังไงแหวนหมั้นก็สวมอยู่ที่นิ้วของยัยเกรซแล้ว” จินตนาบอกกับกรนันท์ “ในงานมีผู้หลักผู้ใหญ่ มีนักข่าว พรุ่งนี้สังคมก็จะรับรู้โดยทั่วกันว่าหลานย่าคือคู่หมั้นของธีภพ”
“จริงอย่างที่คุณย่าพูดทุกอย่าง หนูควรจะยิ้มเข้าไว้นะลูก เพราะหมั้นกันแล้วอีกไม่นานงานแต่งก็ต้องตามมา” กานดาเห็นด้วย
“วันนี้เพิ่งจะมีงานหมั้น คิดไปถึงเรื่องงานแต่งแล้วเหรอกานดา ไหนว่าหมั้นกันไปก่อนไม่ใช่เหรอ” ดร.กฤษติง
“มีงานหมั้นแล้วก็ต้องมีงานแต่ง ก็ถูกแล้วนี่คะคุณพ่อ ยิ่งสมัยนี้คนรุ่นใหม่ใจร้อนกันจะตายไป เราช่วยเขาคิดเตรียมงานไว้แต่เนิ่นๆ ถึงเวลาจริงๆ จะได้ไม่ฉุกละหุกไงคะ”
กรนันท์ยิ้มกว้างคล้อยตามกานดาและจินตนา เริ่มคิดฝันไป “งั้นตอนงานแต่งเกรซขอจัดแบบใหญ่ๆ เลยนะคะ ไม่เอาเล็กๆ แบบงานหมั้นวันนี้นะคะ”
“ได้เลย หลานย่าแต่งงานทั้งที่ จะต้องจัดให้ใหญ่โตสมกับที่เป็นทายาทคนเดียวของบูรพเกียรติ เอาให้เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์เลย” ดร.กฤษได้แต่ฟังไปส่ายหน้าไปอย่างปลงๆ

ที่โรงพยาบาล ธเนศติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้าย แต่งตัวเตรียมจะกลับบ้าน พอรู้ว่าลูกชายเพิ่งถูกจับหมั้นมาก็ได้แต่มองอย่างเห็นใจ “ก็คิดไว้แล้วว่าแม่เราเขาต้องแอบทำอะไรอยู่แน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะเอาพ่อไปอ้างบังคับเราให้หมั้นกับหนูเกรซสายฟ้าแลบขนาดนี้”
“คุณพ่อก็รู้ว่าผมไม่ได้อยากหมั้น ผมไม่ได้คิดอะไรกับเกรซมากกว่าน้องสาวเลย”
“เอาน่าไหนๆ ก็หมั้นไปแล้วนี่”
“คุณพ่อ!”
“ท่าทางเดือดเนื้อร้อนใจแบบนี้แสดงว่ามีคนที่เรารักชอบเค้าอยู่แล้วใช่หรือเปล่า” ธีภพอึกอักไม่ตอบ ธเนศยิ้มอย่างรู้ทัน “ไม่ตอบแสดงว่ามี ท่าทางจะเป็นคนที่แม่เขาไม่ชอบใช่ไหม เขาถึงได้รีบเร่งจับเราหมั้นขนาดนี้”
“แต่มันก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกเลยนะครับ”
“นั่นสิ” ธเนศเห็นตัวเองติดกระดุมเสื้อผิดก็แกะออกติดใหม่ พลางพูดไปด้วย “จะว่าไปความรักก็เหมือนการติดกระดุมนี่ล่ะ ถ้าลองได้จับติดผิดตั้งแต่เม็ดแรก มันก็จะผิดไปหมด แต่ถึงจะติดผิดขึ้นมาจริงๆ มันก็แกะออก ติดใหม่ได้” ธเนศเดินจับบ่าธีภพอย่างให้กำลังใจ“นี่แค่หมั้น ยังไงก็ยังมีเวลาแก้ไขได้ อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปเลยไอ้ลูกชาย”
ธีภพได้แต่ถอนใจจะแก้ได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

วังไทรจีส ห้องคามิน ไคซัจล้างแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลที่ต้นแขนให้คามิน “เจ้าชายควรไปโรงพยาบาลให้เขาล้างแผล ดีกว่าให้กระหม่อมเป็นคนทำ” ไคซัจถอนใจ “กระหม่อมไม่ใช่หมอ ไม่ใช่พยาบาล กลัวจะทำแผลติดเชื้อไปกันใหญ่”
“นับวันนายจะขี้บ่นขึ้นทุกทีนะไคซัจ”
ไคซัจส่ายหน้า “บ่นเพราะเป็นห่วงหรอกพะยะค่ะ”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อ ไปโรงพยาบาลติดๆ กัน คงไม่แคล้วถูกจับได้สักวัน”
ราอิลเปิดประตูห้องเข้ามา “แล้วคิดว่าทำแบบนี้พ่อจะไม่รู้หรือไง”
คามินและไคซัจพากันตกใจ “ท่านพ่อ”
ราอิลตำหนิ “หรือคิดว่าโตแล้ว จัดการทุกอย่างเองได้โดยไม่ต้องบอกพ่อ แม้แต่เรื่องสำคัญแบบนี้คามิน”
คามินหน้าเสีย

ห้องหนังสือ ราอิลหน้าเครียดอยู่กับคามินและไคซัจที่ห้องหนังสือ หลังฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ลูกควรบอกพ่อตั้งแต่มีการลอบยิงวันนั้น”
“ลูกก็แค่อยากให้แน่ใจก่อน”
“ถ้าเกิดมีใครเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”
คามินรู้ว่าราอิลกำลังโกรธจึงไม่เถียงอีก
“เป็นความผิดกระหม่อมเองที่ไม่ได้รายงาน” ไคซัจพยายามช่วย
“ไม่ต้องออกรับแทนคามินหรอกไคซัจ ต่อไปถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ลูกต้องบอกพ่อนะคามิน อย่าให้พ่อต้องรู้จากหมอ ในตอนที่ลูกบาดเจ็บแบบนี้”
“ครับ”
ราอิลหน้าเครียด “รู้ไหม ตอนนี้มีข่าวจากนายพลพอล ว่าพบการลักลอบขนอาวุธสงครามเข้ามาอีก แต่คราวนี้เราจับพวกมันไม่ได้”
“พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวหนักขึ้น”
“ใช่ ดังนั้นเราต้องตามพวกมันให้ทัน เรื่องธุรกิจของลูกกับริสาพ่ออยากรีบจัดการให้เร็วที่สุด”
คามินและไคซัจ ต่างพากันไม่สบายใจกับข่าวที่ได้ยิน
เวลากลางคืน บริเวณท่าเรือไทรจีส โกดังแห่งหนึ่ง อาซิสยืนคุมทหารกบฏลำเลียงลังอาวุธสงครามลงจากรถบรรทุกที่จอดอยู่ ไปเก็บด้านใน ราห์มานเข้ามาตรวจดูลังอาวุธสงคราม
อาซิสเข้ามารายงาน“คราวนี้เรานำของมาได้ครบหมดครับ พวกทหารฝั่งนั้นมันติดกับไปดักรอรถขนสินค้าที่เราเตรียมไว้อีกด้านแทน”
ราห์มานยิ้มเยาะ “พวกโง่ ในที่สุดมันก็โดนเราหลอกจนได้ ป่านนี้พวกมันคงจับได้แค่ผักหญ้าเต็มคันรถ ขนอาวุธพวกนี้ไปเก็บให้เรียบร้อย บอกพวกด้านนอกให้เฝ้าเวรยามให้ดีด้วย”
อาซิสรับคำสั่ง “ครับ”
ราห์มานมองดูการลำเลียงอาวุธไปเก็บอย่างพอใจ

เวลาเช้า ด้านล่างตึกที่พักพริริสา คนในตึกเดินเข้าออกที่พักตามปกติ เห็นมิราหลบมุมชะโงกหน้ามองไปรอบๆ เพื่อดูต้นทางว่าอธิรุธแอบตามมาดักรอตนอีกหรือเปล่า มิราไม่เห็นอธิรุธที่ก็ออกมาไปชะเง้อมองผ่านกระจกว่าด้านนอกมีใครแอบซุ่มอยู่อีกไหม พริริสาสีหน้าเบื่อโลกเดินมาที่ด้านหลังมิรา เตรียมจะไปทำงานตามปกติ
“ออกมาทำไมริสา ฉันยังดูไม่ทั่วเลย”
“ไม่มีใครหรอก ฉันดูแล้ว มองไปไม่เห็นใครน่าสงสัยสักคน ยิ่งผู้กองอธิรุธ คงไม่ซ่อนอยู่ตามซอกหลืบที่เรามองไม่เห็นหรอก”
“ตาผู้กองนั่นเจ้าเล่ห์จะตาย อย่าเพิ่งออกไปนะ ฉันไปเคลียร์ด้านนอกก่อน” มิราจะออกไปดูด้านนอก
พริริสาดึงแขนมิราไว้ “อีกไม่นานแผนของเราก็จะสำเร็จ ตอนนี้ใครอยากจับผิดอะไรก็ปล่อยเขาไปเถอะ” พริริสาเดินออกไปจากตึกอย่างอย่างไม่แคร์แล้ว หากอธิรุธจะมาเห็น
“แล้วกัน” มิราได้แต่มองตามอย่างเห็นห่วง เสียงโทรศัพท์มิราดังขึ้น มิรารับสายแปลกใจ “ผู้กองอธิรุธ” มิราเสียงแข็งใส่ “โทรมาทำไม”
มาโหลดสติ๊กเกอร์ไลน์กัน

ออฟฟิศบูรพเกียรติ พนักงานจับกลุ่มกันเปิดหนังสือพิมพ์หน้าสังคม บ้างดูข่าวจากคอมพิวเตอร์ และมือถือเรื่องข่าวงานหมั้นระหว่างกรนันท์และธีภพ โรซี่ ชนิตา บุษกรเป็นอีกกลุ่มที่ดูข่าวงานหมั้นนี้เหมือนกัน
บุษกรสงสัย “ทำไมมันเร็วแบบนี้ล่ะ คุณภพกลับจากไทรจีสปุ๊บก็หมั้นปั๊บเลย”
โรซี่ย้อน “เขาเรียกหมั้นสายฟ้าแลบไงล่ะ ปิดข่าวเงียบมาก เงียบขนาดคนใกล้ตัวคุณภพสุดๆ ยังไม่รู้”
ชนิตาภูมิใจ “แต่ฉันกับยัยโรซี่ก็ยังไปรู้มาจนได้
บุษกรนิ่งๆ ซื่อๆ “แบบนี้นี่เองที่เขาเรียกสอดรู้สอดเห็น”
“ว้าย! เดี๋ยวตีปากแตกเลย บังเอิญย่ะ บังเอิญไม่ได้ไปอยากสอดรู้เลย มันมาเข้าหูเอง” โรซี่โวยวายตามประสา
ชนิตาเบ้ปาก ยักไหล่แคปหน้าจอมือถือ ก่อนหันไปบอกคนอื่นๆ “นี่พวกเธอ หนังสือพิมพ์ฉบับไหนลงข่าวงานหมั้นคุณเกรซเก็บไว้ให้ฉันด้วยนะยะ ข่าวในเว็บก็เซฟให้ด้วย คุณหญิงจินตนาสั่งมาให้เก็บทุกสื่อ พร้อมติดบอร์ดประกาศ ให้ทั่วตึกเจ็ดวันเจ็ดคืนจ้า”

อ่านละคร เพลิงนรี ตอนที่ 8/3 วันที่ 16 ส.ค.59

ละครเพลิงนรีบทประพันธ์โดย อินตรา
ละครเพลิงนรีบทโทรทัศน์โดย ญาลิล
ละครเพลิงนรีกำกับการแสดงโดย น้องนุช ชวาลา
ละครเพลิงนรีผลิตโดย บริษัท กัทส์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด
ละครเพลิงนรีควบคุมการผลิตโดย พอฤทัย ณรงค์เดช และ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
ละครเพลิงนรี ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ