อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/3 วันที่ 30 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/3 วันที่ 30 ส.ค.59

อุษากับบริวารกลับเข้ามา เห็นคีรินกำลังกอบน้ำในลำธารใส่ฝ่ามือขึ้นมาประพรมล้างหน้าเกศอาภา
“คีริน... เจ้าทำอะไร” อุษาเอ่ยถามด้วยความงุนงง
“มาช่วยกันไวๆ พระอัครชายาไม่สบาย”
อุษารีบเข้ามาดูแลเกศอาภา “หน้าซีดเหมือนเป็นลม ช่วยกันบีบนวดเข้าซิ”
เกศอาภาหน้าซีด น้ำตาคลอเพราะความเจ็บใจ

ตอนค่ำ เรือนบุษกร บุษกรกลับขึ้นมาบนเรือน “ถึงทีของข้า...ข้าจะเหยียบให้เจ้าจมดินเชียวละ...เกศอาภา”



เรือนเกศอาภา บริวารพัดวี บีบนวดให้เลือดลมเดินทั้งที่มือและเท้า เกศอาภาจิบยาในถ้วยได้เพียงอึกเดียวก็เบือนหน้าหนีปฏิเสธ
“แข็งใจกินอีกหน่อยเถิด” อุษาตื๊อ
“แค่ได้กลิ่น ข้าก็คลื่นเหียนแล้วอุษา เอามันไปไกลๆ ข้าเถอะ” เกศอาภาทำท่าจะอาเจียน
“คีริน.. เจ้ามัวนั่งเฉยอยู่นั่นล่ะ รีบไปตามหมอหลวงมาสิ” อุษาสั่ง
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” คีรินจะลุกออกไป
แต่เกศอาภาร้องห้าม “ไม่ต้องหรอกคีริน ไม่ต้องไป”
“หมอหลวงไม่มาตรวจดู แล้วจะหาทางรักษาได้อย่างไร” อุษาหวั่นใจ
“ข้าไม่เป็นอะไรแล้ว แค่หน้ามืดวิงเวียน อาจเป็นเพราะแดดวันนี้แรงเกินไปก็เป็นได้ ข้าไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ อุษา” คีรินเป็นห่วง อุษาอ่อนใจ เกศอาภาฝืนยิ้มพยายามทำปกติ

เรือนบุษกร บุษกรเอกเขนกอยู่บนตั่ง ออดอ้อนอริยะ “น้องอยากกินแต่ของเปรี้ยวๆ เห็นลูกไม้เปรี้ยวๆ น้ำลายอดสอออกมาไม่ได้”
“ข้าได้ยินมาเหมือนกันว่าคนแพ้ท้องชอบกินของเปรี้ยว ข้าจะให้คีรินเข้าป่าไปหาลูกไม้เปรี้ยวๆ มาให้เจ้าก็แล้วกัน”
“ข้าว่าท่านพี่ใช้คนผิดแล้วละมัง”
อริยะแปลกใจที่บุษกรพูดแบบนี้ “คีรินเป็นคนสนิทของข้ามาแต่ไหนแต่ไร ข้าใช้ให้ทำสิ่งไรก็ไม่เคยอิดออด"
“ต่อหน้ากับลับหลัง ท่านพี่แน่ใจได้อย่างไรว่ามันซื่อสัตย์ต่อท่านพี่” บุษกรยุ
อริยะไม่เข้าใจ “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ข้าก็แค่อยากเตือนท่านพี่”
“เจ้าไปพบเจอสิ่งไรมา”
“ท่านพี่อย่าสนใจเลย ข้าพูดไปก็จะกลายเป็นกล่าวหาปรักปรำคนของท่านพี่เปล่าๆ”
อริยะคิ้วขมวด
เรือนเกศอาภา บริวารเข้ามารายงาน “พระอัครชายา...องค์อริยะกลับมาแล้ว”
เกศอาภาขยับลุกขึ้น “น้ำอุ่นสำรับกับข้าวเตรียมไว้พร้อมแล้วรึไม่”
“ไม่ต้องห่วง... ข้าดูแลจัดการไว้เรียบร้อยหมดแล้ว” อุษาเอ่ยบอก
เสียงอริยะตะโกน...ด้วยความไม่พอใจ “คีริน...คีริน..” อริยะก้าวขึ้นมาบนเรือนหน้าบอกบุญไม่รับ “มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน”
“คีรินกลับเรือนไปแล้วองค์อริยะ” อุษารีบบอก
เกศอาภาไต่ถาม “ท่านถามถึงคีรินทำไม จะไหว้วานเข้าทำสิ่งไรรึ”
“ท่าทางมันจะถนัดทำในสิ่งที่ข้าไม่ได้ไหว้วานมากกว่า”
เกศอาภาได้ยินก็รู้ได้ทันที “หากข้าเดาไม่ผิด ท่านคงไปได้ยินได้ฟังบางสิ่งมา”
“เจ้าจะแก้ตัวแทนมันหรืออย่างไร” อริยะหัวเสีย
อุษาอ้าปากค้าง
“มิใช่คำแก้ตัว แต่ควรแล้วรึที่ท่านจะฟังความเพียงข้างเดียว” เกศอาภาพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“ข้าถึงต้องการพบหน้ามัน ต้องการฟังจากปากของมันอยู่นี่ยังไง”
“ความโกรธในใจท่านตอนนี้ จะทำให้ตาท่านบอดไปข้างหนึ่ง”
“เจ้าอย่าบังอาจมาสั่งสอนข้า เรื่องนี้เป็นเรื่องของข้ากับมัน เจ้ายิ่งแก้ต่างแทนมันมากเท่าไร ข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าเจ้าอยากจะปกป้องมันด้วยจิตพิศวาส” อริยะโพล่งเสียงดัง
เกศอาภาไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินจากปากผู้เป็นสามี “องค์อริยะ”
“ข้ากันเจ้าเอาไว้ให้อยู่ในที่ที่เหมาะที่ควร แต่เจ้ากลับออกรับแทนมันเยี่ยงนี้ จะให้ข้าคิดเยี่ยงไร ถ้ามิใช่เจ้าร่วมมือกับมันสวมเขาให้แก่ข้า”
เกศอาภาโกรธจนตัวชา ทำอะไรไม่ถูก อุษาช็อก อริยะปึงปังกลับออกไปจากเรือน เกศอาภาซวนเซเหมือนจะเป็นลมอีกรอบ
“ท่าน...” อุษาประคองร่างเกศอาภาเอาไว้ได้ทัน “นังพวกนี้ มาช่วยกันเร็ว มัวตกใจตาค้างกันอยู่นั่นละ” บริวารกรูกันเข้ามาช่วย
เรือนบุษกร อริยะกลับขึ้นมาบนเรือนบุษกรอย่างหัวเสีย
บุษกรเห็นท่าทางอริยะก็พอจะเดาออก “ข้าภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องร้ายขึ้นมาเลย” บุษกรพูดเอาใจ
“มันคงรู้ตัวว่าผิดจึงได้หนีหน้าข้า”
“เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เล็ก ท่านพี่อภัยให้เขาเถิด”
“อภัยได้อย่างไรในเมื่อมันเป็นกฎเกณฑ์...ถูกเนื้อต้องตัวหญิงอื่นที่มิใช่เมียตน มันก็ต้องอาญาแผ่นดินอยู่แล้ว นี่มันกลับยิ่งเหิมเกริม สิ้นความยำเกรงข้า” อริยะโมโหเกรี้ยวกราด
“ข้าเห็นใจท่านพี่เหลือเกิน”
“ข้าจะลงทัณฑ์มันด้วยมือของข้าเอง”
“ท่านพี่อย่าเพิ่งวู่วามไปเลย นักรบผู้แข็งแกร่ง ต่อให้ผ่านสนามรบมามากมายก็ต้องยอมแพ้ต่อความยั่วยวนของหญิงสาว เป็นเรื่องธรรมดา...ข้ามิได้กล่าวหาผู้ใดหรอกนะแต่ทุกปัญหาย่อมมีเหตุที่มาของมันเสมอ” บุษกรปั่นหัวโยนความผิดให้เกศอาภา
“พอที...คืนนี้ข้าจะไม่คิดถึงเรื่องนี้อีก” อริยะผละออกไป
บุษกรยิ้มพอใจ ปั่นหัวอริยะจนสำเร็จแล้ว

เรือนเกศอาภา เกศอาภาน้ำตาร่วง
อุษาทนไม่ไหว“ข้าว่านางต้องพูดจาใส่ไฟจนเกินความจริง ไม่อย่างนั้นองค์อริยะก็คงไม่โกรธเกรี้ยวขนาดไม่ยอมฟังอะไรเลย เช่นนี้หรอก”
“ช่างเถอะอุษา...ดีแล้วละดีแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ข้าเห็นชัดเจนแล้วว่าความรักมันมิได้มีอยู่จริง มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้น” เกศอาภาเอ่ยน้อยใจ
“ต้นเหตุมันมาจากนาง...พระอัครชายา” อุษาแค้น
“ไม่หรอกอุษา...คนรักกันไม่ให้เกียรติกันได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ ต่อให้คำพูดใส่ร้ายหนักหนาเกินจริงขนาดไหน ความจริงต้องทำให้จิตใจของเรามั่นคง เชื่อมั่นในตัวของคนที่เรารัก มิใช่รึ...วันวาน ความรักอาจจะเคยมีแต่วันนี้ มันหมดสิ้นไปแล้วอุษา มันไม่มีเหลือแล้ว”
อุษาเศร้าใจ เกศอาภาสิ้นหวัง เหมือนไส้ตะเกียงน้ำมันที่ถูกลมพัด ไฟเหมือนจะดับมิดับแหล่
วันใหม่ ในสวน ปุณณะเดินตัดสวนมาแล้วต้องชะงัก เกศอาภานั่งซึมอยู่มุมหนึ่ง ข้างตัวคือภาชนะใส่ดอกไม้ ที่ตั้งใจจะนำไปถวายเทวะ
ปุณณะเดินเข้ามาหา “พระอัครชายา”
“ท่านพ่อ”
“หน้าตาเจ้าเหมือนมีแต่ความทุกข์”
“ลูกคิดถึงท่านพ่อเหลือเกิน...ในโลกนี้มีแต่ความรักจอมปลอม ท่านพ่อ...ลูกได้ใช้ความอดทนอย่างที่ท่านพ่อให้พรลูกมาอย่างถึงที่สุดแล้ว ลูกคงต้องขอยอมแพ้”
ปุณณะแปลกใจปนสงสารลูกจับใจ “เกิดอะไรขึ้น เล่าให้พ่อฟังได้รึไม่”
“ชีวิตนี้ลูกไม่ขอเป็นอะไรอีกแล้ว นอกจากลูกของท่านพ่อ” เกศอาภาทรุดลงร้องไห้กอดขาปุณณะเอาไว้แน่น

หน้าวังสูริยะ คีรินเดินมาเพื่อทำงานตามปกติ อริยะก้าวออกมาขวางทางข้างหน้า คีรินยิ้มทักทายปกติ “ไยวันนี้ท่านมาแต่เช้า...แถมหน้าตาท่านยังไม่มีความสุข”
“แล้วเจ้าล่ะ ไยยังกล้ากลับมาสู้หน้าข้าอีก” อริยะย้อนถาม
“ข้ามิได้ทำอะไรผิด แล้วไยต้องหนีหน้าท่านเล่า ถึงแม้ทำผิดข้าก็ไม่เคยคิดหนีหน้าใคร” คีรินงุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
อริยะเหมือนยิ่งถูกยั่วให้โกรธ ชักดาบออกจากฝักทันที คีรินยืนนิ่งเหมือนไม่สะทกสะท้าน “ปากกล้านัก ไอ้คนทรยศ” อริยะเข้าจู่โจมคีรินด้วยดาบ แต่คีรินไม่คิดจะชักดาบออกมาป้องกันตัวได้แต่ใช้วิทยายุทธ์มือเปล่า หลบเร้นคมดาบอริยะไปได้หลายกระบวนท่า อริยะยิ่งโกรธที่ทำอะไรคีรินไม่ได้ “ชักดาบของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้” อริยะสั่ง
“ให้ตายข้าก็ไม่วันทำร้ายนายของข้าด้วยดาบเล่มนี้หรอก” อริยะโกรธ ปักดาบในมือลงกับดินแล้วจู่โจมเข้าเล่นงานคีริน การต่อสู้ด้วยมือเปล่าเกิดขึ้น คีรินเป็นฝ่ายรับแต่อริยะก็ทำอะไรคีรินไม่ได้ “ท่านเคยสอนข้าเองว่า จงเอาชนะศัตรูในใจให้ได้เสียก่อน ในใจท่านเวลานี้มีแต่ความโกรธ แล้วท่านจะเอาชนะข้าได้อย่างไรเล่า”
อริยะยิ่งโกรธแค้นที่ถูกคีรินสั่งสอน แต่บุกโจมตีด้วยแม่ไม้ท่าไหนคีรินก็ตั้งรับได้หมด “ไอ้คนทรยศ ไอ้คนอกตัญญู บังอาจสั่งสอนข้า”
“หากท่านหยุดฟังความข้างเดียว ตาของท่านจะไม่มืดบอดเยี่ยงนี้”
อริยะคว้าเอาดาบที่ปักคาดินอยู่ขึ้นมาจ่อเข้าที่คอคีริน คีรินทรุดตัวลุกคุกเข่ากับพื้นแสดงให้เห็นว่าเป็นฝ่ายยอมแพ้ อริยะขบฟันแน่นด้วยความโกรธ

เรือนเกศอาภา อุษาวิ่งลงจากเรือนมารับเกศอาภาที่เพิ่งเดินกลับมาถึงหน้าเรือน
อุษาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เจ้าหายไปไหนมา ข้ากับนังพวกนั้นตามหากันให้วุ่นเป็นห่วงแทบแย่”
“ไม่ต้องห่วงข้าหรอกอุษา...ขอบใจนะ อย่างน้อยเจ้าก็ทำให้ข้ารู้สึกว่าข้ามิได้อยู่ตามลำพังในโลกนี้”
เกศอาภาจะเดินขึ้นเรือนแต่ต้องจับยึดหัวบันไดแน่นเพราะหน้ามืดจะเป็นลม
อุษารีบเข้าคว้าประคองตัวเกศอาภาไว้ “กรี๊ด...ว๊าย... ใครอยู่แถวนี้มาช่วยกันไวๆ” เกศอาภาหน้าซีด
เรือนบุษกร บุษกรอยู่กับหมอหลวง สีหน้าหมอหลวงเป็นกังวลบุษกรจึงเอ่ยถาม“เรื่องอะไรที่ยังทำให้เจ้ากังวลใจอยู่อีก”
“ในเมื่อพระชายามิได้...เอ่อ...มิได้ตั้งครรภ์” หมอหลวงชะงักไม่กล้าถามต่อ
“แล้วอีกเจ็ดเดือนข้างหน้าข้าจะให้กำเนิดลูกชายได้อย่างไร นั่นคือคำถามของเจ้าใช่รึไม่” บุษกรเอ่ยต่อเพราะรู้ว่าหมอหลวงกังวลเรื่องอะไร
“ข้าต้องคอยตอบคำถามอีกมากมายต่อองค์สูริยะและองค์อริยะ” หมอหลวงครุ่นคิด
“เรื่องนั้นพ่อข้าและข้าคิดวางแผนเอาไว้หมดแล้ว เจ้า...มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของข้าผู้เดียวเท่านั้น” หมอหลวงก้มหน้าสีหน้ากังวล “เจ้าไม่สบตาข้า เจ้าไม่เชื่อมั่นในตัวข้าหรือไร”
หมอหลวงสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นสบตา “ข้าเชื่อมั่นในอำนาจและบารมีพระชายา”
บุษกรยิ้มเย็น
จู่ๆ เสียงอุษาก็ตะโกนดังลั่น “ท่านหมอหลวง...ท่านหมอหลวง...ท่านอยู่ที่นี่รึไม่”
หมอหลวงโผล่หน้าออกมา “มีเรื่องไรรึ”
“พระอัครชายาไม่สบาย ท่านรีบไปตรวจรักษาหน่อยเถิด”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/3 วันที่ 30 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ