อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/4 วันที่ 31 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/4 วันที่ 31 ส.ค.59

จู่ๆ เสียงอุษาก็ตะโกนดังลั่น “ท่านหมอหลวง...ท่านหมอหลวง...ท่านอยู่ที่นี่รึไม่”
หมอหลวงโผล่หน้าออกมา “มีเรื่องไรรึ”
“พระอัครชายาไม่สบาย ท่านรีบไปตรวจรักษาหน่อยเถิด”
บุษกรได้ยิน ยิ้มกระหยิ่ม โบกมือไล่ให้หมอหลวงไป
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” หมอหลวงคลานออกไป
“ช้ำจนตรอมใจเชียวรึเกศอาภา หากเจ้าคิดว่าทำป่วยไข้แล้วองค์อริยะจะกลับไปใยดีเจ้าอีก ก็ฝันไปเถอะ” บุษกรยิ้มเยาะ

เรือนเกศอาภา เกศอาภานอนหลับตาบนตั่ง บริวารพัดวีอยู่ห่างๆ อุษาใจจดจ่อ ขณะที่หมอหลวงกำลังตรวจอาการ
“ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ได้เป็นอะไร เจ้าก็ไปตามหมอหลวงมาให้ลำบากจนได้” เกศอาภาบ่นพึมพำ


“ถึงจะป่วยไข้เล็กน้อยอย่างไรก็ควรต้องรีบรักษาให้หาย จะปล่อยเรื้อรังจนลุกลามใหญ่โตได้อย่างไร” อุษาเอ่ยปราม
หมอหลวงละมือออกจากการแมะ อุษารีบถาม “ว่าอย่างไรท่านหมอ พระอัครชายาเจ็บป่วยด้วยสาเหตุไร” หมอหลวงลังเล หยิบผ้าขึ้นซับเหงื่อบนหน้า อุษายิ่งร้อนรน “ร้อนนักรึ..ท่านหมอ”
“เอ่อ...” หมอหลวงอ้ำอึ้ง
“นังพวกเด็กๆ มาพัดวีให้ท่านหมอด้วย” บริวารขยับมาพัดให้หมอ
“ตรวจแล้วเป็นอย่างไรก็พูดมาเถิดมัวแต่..เอ่อ..เอ่อ..อยู่นั่นละ”
“ข้ายังตรวจไม่ละเอียด ขอตรวจให้แน่ใจอีกทีเถิด”
“ก็จะรออะไรเล่า”
หมอหลวงซับเหงื่อบนหน้าอีกตลบ ก่อนจะเริ่มแมะเกศอาภาอีกครั้ง

ลำธาร คีรินถูกถีบให้ล้มลงน้ำ อริยะย่างสามขุมเข้าหาแล้วคาดคั้น “นานเท่าไรแล้วที่เจ้าสวมเขาให้ข้า”
คีรินมองหน้าอริยะที่ทำเหมือนไม่รู้จักตนเลย “ถ้าท่านคิดว่าความจงรักภักดีที่ข้ามอบให้แก่ท่านมันหมดค่าแล้ว ท่านก็ฆ่าข้าให้ตายด้วยมือของท่านเถิด”
อริยะต่อยคีรินล้มคะมำในน้ำ “เจ้าอย่าท้าทายข้า”
คีรินลุกขึ้นมาชกตอบ อริยะล้มลงไปบ้าง “ท่านมันเขลาเบาปัญญา กับแค่คำพูดไม่กี่คำของคนบางคน ท่านก็พร้อมจะทำลายทุกสิ่งแม้กระทั่งคนที่อยู่เคียงข้างท่าน แลภักดีต่อท่านด้วยชีวิต”
อริยะลุกขึ้น โถมตัวเข้าหาคีริน คีรินรับมืออริยะ ทั้งคู่ต่อสู้ปลุกปล้ำกันในน้ำจนหมดเรี่ยวแรงกันไปทั้งคู่
เรือนเกศอาภา เกศอาภาขยับลุกขึ้นนั่ง หมอหลวงดื่มน้ำสลับซับเหงื่อแล้วก็ยังไม่ตอบ
อุษาเร่งเร้า“น้ำก็กินแล้ว จะต้องให้ยกสำรับกับข้าวออกมารับรองด้วยรึไร ถึงจะพูดได้เสียทีว่าพระอัครชายาเจ็บป่วยด้วยโรคอะไร”
“เอ่อ...”
“บอกความจริงเรามาเถิดท่านหมอ ต่อให้โรคนั้นร้ายแรง เราก็รับฟังได้” เกศอาภชักกังวลในท่าทีของหมอหลวง
“คือ...”
“ไม่ เอ่อ..ก็ คือ.. ท่านหมอ... ท่านตรวจแล้วไม่พบอะไรเลย ก็บอกมาตามตรงเถิด จะได้รู้กันไปว่าวิชาความรู้ท่านมันก็แค่หางอึ่ง”
“อุษา” เกศอาภาต้องเอ่ยปรามอุษาให้หยุดประชดประชัน
“พระอัครชายา...ความเจ็บป่วยของท่าน ความจริงก็มิได้ร้ายแรงอะไร...แต่เป็นความเจ็บป่วยที่เป็นเรื่องอันน่ายินดีเสียมากกว่า”
อุษายังงงกับสิ่งที่หมอหลวงพูด “อะไรของท่าน..ท่านหมอ ความเจ็บป่วยอันน่ายินดี พูดให้เข้าใจกว่านี้ได้รึไม่”
“พระอัครชายากำลังตั้งครรภ์” หมอหลวงเอ่ยบอก
“ตั้งครรภ์..ก็แค่นั่นแหละ.. พูดจาโยกโย้อยู่นั่น... ตั้งครรภ์ก็บอกว่าตั้งครรภ์ ห๊า....ตั้งครรภ์” อุษาช็อกตาค้าง
เกศอาภาเองก็ตั้งรับไม่ทันเหมือนกัน

หน้าเรือนเกศอาภา อุษาตามลงมาส่งหมอหลวง “ขอบใจมากนะท่านหมอวันนี้ท่านได้ทำความดีความชอบสมกับที่เป็นหมอหลวงแห่งจันทรปุระแล้ว ท่านเป็นผู้นำข่าวอันน่ายินดีมาชโลมจิตใจของทุกคน องค์อริยะจะต้องปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่ท่านอย่างสาสม..ไม่ใช่สิ..อย่าเต็มที่เป็นแน่”
หมอหลวงปั้นหน้าไม่ถูก ได้แต่ฝืนยิ้มและซับเหงื่อบนหน้าพยักหน้าหงึกหงักก่อนเดินจากไป อุษากลับขึ้นเรือนอย่างสบายใจ

บนเรือนเกศอาภา เกศอาภานั่งซึม อุษาร่าเริงกลับมา “ต่อไปนี้อาหารการกินของพระอัครชายา พวกเจ้าต้องเลือกเฟ้นที่ดีที่สุดเท่านั้น ท่านจะได้แข็งแรงกันทั้งแม่และลูก..เข้าใจรึไม่” พวกบริวารรับคำกันเซ็งแซ่ อุษาเข้าประกบเกศอาภา “ที่เจ้ากำชับกำชาหมอหลวงไปมิให้บอกข่าวนี้กับใคร ก็เพราะเจ้าอยากจะเป็นคนบอกองค์อริยะด้วยตัวเจ้าเองเป็นคนแรกใช่รึไม่” เกศอาภานิ่ง “องค์อริยะคงจะดีใจเป็นที่สุด ส่วนคนที่จะต้องกระอักเลือดอกแทบแตกตายก็น่าจะเป็นพระชายาบุษกร.. แหม..อยากจะเห็นน้ำหน้านางซะตอนนี้เลยจริงๆ ว่าจะซีดแล้วซีดอีกขนาดไหน”
เกศอาภานิ่งเงียบอย่างน่าแปลกใจ ไม่คิดจะบอกอริยะเรื่องนี้
ในสวน หมอหลวงเดินกลุ้มคิดไม่ตกมาตามทาง “เอาอย่างไรดีล่ะเรา ขืนไม่รายงานก็ไม่มีทางได้ความดีความชอบ ขืนรายงานก็ผิดคำพูดอีก”
บริวารบุษกรก้าวออกมาขวางไว้ “ท่านหมอ พระอัครชายาให้กลับไปหาเดี๋ยวนี้”
“ข้าก็เพิ่งจากมาเรียกตัวกลับไปอีกแล้วรึ”
“อย่ามัวรีรอ”
“ไปก็ไป” หมอหลวงจะหันกลับทางเก่า
“ท่านจะไปไหน”
“ก็ไปเรือนพระอัครชายา”
“ข้าหมายถึงพระอัครชายาบุษกรต่างหาก”
หมอหลวงชะงัก..ครั่นเนื้อครั่นตัว “อ้อ..พระอัครชายาฝั่งซ้าย” หมอหลวงเดินตามนางบริวารออกไป

เรือนบุษกร บุษกรเดินวนไปมา หมอหลวงกลับเข้ามา “พระชายา” บุษกรหันกลับมา...ตาเขียว หมอหลวงแทบสะดุ้ง “เอ่อ...พระอัครชายา”
“นางเจ็บป่วยด้วยโรคภัยหรือฤทธิ์มารยา” บุษกรสนใจอยากรู้
“เอ่อ...”
“หากข้าเดาไม่ผิด นางตบรางวัลเจ้าไม่น้อย ให้เจ้าไปรายงานองค์อริยะให้ไปเฝ้าพะเน้าพะนอเอาใจนาง..ใช่รึไม่” บุษกรคาดเดา
“มิได้เป็นเช่นนั้นพระอัครชายา”
“นางมิได้ป่วยไข้ แล้วนางส่งขี้ข้ามาตามตัวเจ้าไปไย”
“พระอัครชายาเกศอาภามิได้ป่วยไข้แต่ก็ป่วยไข้” หมอหลวงพูดเอง งงเอง
“ข้าเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าตั้งแต่เมื่อไร เจ้าจึงบังอาจมาเล่นลิ้นกับข้า” บุษกรชักโมโห
“ข้ามิบังอาจ.. อภัยให้ข้าด้วยเถิด”
“พูดออกมา นางเป็นอะไร”
“ข้ารับปากนางไว้ ข้าจะมิเปิดปากบอกผู้ใดแม้แต่องค์อริยะ” บุษกรใจเต้น หมอหลวงก้มหน้านิ่ง
บุษกรเดินไปที่หีบ ล้วงมือเข้าไปหยิบถุงเงินออกมา ถุงเงินถูกโยนเข้ามาตกตรงหน้าหมอหลวง “แค่นี้พอจะเปิดปากเจ้าได้ ใช่รึไม่” หมอหลวงยิ้มเผล่ เอื้อมมาเก็บถุงเงินไป “ว่าอย่างไร”
“พระอัครชายาเกศอาภาตั้งครรภ์”
บุษกรชะงัก..ช็อกนิ่งเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง “เจ้าโกหก”
“เป็นความสัตย์ ข้ามิได้กล่าวเท็จ เทวะเป็นพยานให้ข้าได้ พระอัครชายาเกศอาภาตั้งครรภ์จริงๆ”
บุษกรเหมือนโลกถล่มทลายลงต่อหน้า

ในเต็นท์ที่พักโยสิตาและอธิน บุษกรหันขวับมาจ้องเขม็ง “นังมารร้าย เจ้ามันมารความสุขของข้า” โยสิตาสะดุ้งตื่นและตะลึงช็อคเพราะเห็นบุษกรเต็มตาอยู่ข้างเตียง “กลัวข้ามากขนาดนั้นเชียวรึเกศอาภา”
“บุษกร”
บุษกรหัวเราะ “ข้ามีตัวตนอยู่ทั้งในความฝัน แลความจริงของเจ้าทั้งยามหลับแลตื่น..เกศอาภา”
“ฉันคือโยสิตาไม่ใช่เกศอาภา ต่อให้อดีตฉันเป็นอะไร เป็นใครแต่ปัจจุบัน ฉันคือโยสิตา”
“เจ้าคิดจะหนีความผิดที่เจ้าก่อไว้กับข้ารึ”
“ออกไป”
“เจ้านั่นแหละ ออกไป..” บุษกรตวาด ร่างบุษกรกลายเป็นปีศาจน่ากลัวในชั่วพริบตา “ไสหัวไปให้พ้นจากผัวข้า อย่ามายุ่งกับผัวข้า” บุษกรแผดเสียง ปีศาจบุษกรเหมือนพุ่งเข้าจะทำร้ายโยสิตา โยสิตาปัดป้องสุดแรง
“โย...โย” อธินรีบลงจากเตียงมา เขย่าจับตัวโยสิตา “โย...ละเมอรึไงลูก หรือฝันร้าย”
โยสิตาได้สติคืนมา หันกลับไปมองอีกครั้ง ไม่มีปีศาจบุษกรอยู่ตรงนั้นแล้ว โยสิตายังใจเต้นโครมคราม ความจริงความฝันปะปนกันวุ่นวิ่งตามจนเหนื่อย

เช้าวันใหม่ไซท์งานขุดค้น ไข่เจียวในกระทะเกรียมจนไหม้ ควันกระทะคลุ้ง โยสิตายืนถือตะหลิวอยู่หน้าเตานั่นแหละ แต่เหม่อเหมือนใจลอยคิดอะไรอยู่
กฤตธรโผล่เข้ามาดู “เมนูอะไรน่ะคุณ”
“ก็ไข่เจียว”
กฤตธรชี้ไปที่กระทะ “แต่ตอนนี้ผมว่ามันเกินความเป็นไข่เจียวแล้วรึเปล่า”
โยสิตาหันไปมองไข่เจียวในกระทะ ก็ตกใจ รีบช้อนตักไข่เจียวไหม้ๆ นั้นขึ้นมา กฤตธรหัวเราะ
“ขำมากรึไง” โยสิตาไม่ขำด้วย
“ใครๆ เข้าก็ว่าไข่เจียวนี่ทำง่ายที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
“สนุกมากไหมที่ได้เหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่น”
“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นนะคุณโย” กฤตธรแปลกใจกับคำพูดของโยสิตา
“ถ้าคุณคิดจะมาช่วย ออกไปคอยข้างนอก นั่นน่ะเป็นการช่วยที่ดีที่สุด” โยสิตาหยิบถ้วยจะตีไข่ใหม่ กฤตธรหยิบไข่จะตีให้ “ถ้าคุณไม่ออกไป ฉันจะเป็นฝ่ายออกไปเอง”
กฤตธรยกมือยอมแพ้ คืนไข่ให้โยสิตา แล้วถอยออกไป โยสิตาอารมณ์ไม่ค่อยดี ฝันร้ายรวมกับนอนไม่เต็มตา
กฤตธรถือถ้วยกาแฟเข้ามายื่นให้โยสิตาที่ยืนหันหลังใช้ความคิดอยู่
“ขอบคุณค่ะ” โยสิตารับถ้วยกาแฟไป “ถ้าฉันทำอะไรไม่สุภาพกับคุณ ฉันก็ขอโทษด้วยละกัน”
“ผมไม่ถือสาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอกครับ เพราะผมคิดว่าผมเข้าใจคุณ เป็นใครก็ต้องหงุดหงิดรำคาญใจที่ถูกรบกวน”
“ฉันไม่ได้รำคาญคุณ”
“ผมหมายถึงบางอย่างที่อาจไม่มีตัวตน อย่างเช่น...ความฝัน” โยสิตาหันมามองหน้ากฤตธรเต็มตา “ผมเองก็ถูกรบกวนอยู่เหมือนกันช่วงนี้”
“บุษกร”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/4 วันที่ 31 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ