อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/5 วันที่ 31 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/5 วันที่ 31 ส.ค.59

“ผมหมายถึงบางอย่างที่อาจไม่มีตัวตน อย่างเช่น...ความฝัน” โยสิตาหันมามองหน้ากฤตธรเต็มตา “ผมเองก็ถูกรบกวนอยู่เหมือนกันช่วงนี้”
“บุษกร”
กฤตธรไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณโย....”
“ผู้หญิงคนนั้นชื่อบุษกร...ความจริงฉันคงเรียกเขาไม่ถูก เพราะฉันว่าเขาไม่ใช่คน” โยสิตาเดินออกไป กฤตธรยังตะลึง

กฤตธรเดินตามโยสิตา “ทีแรกผมคิดว่าผมฟุ้งซ่านไปเองกับเรื่องฝัน”
“มันเริ่มต้นขึ้นที่นี่ หลังจากพ่อฉันขุดเจอศิลาจารึกแผ่นนั้น”


“เรื่องแปลกๆ ก็เกิดขึ้นกับครอบครัวของผม หลังจากคุณพ่อผมได้พาหุรัดครึ่งซีกนั้นมา”
“สิ่งที่ฉันอยากรู้ คือเขาต้องการอะไรจากฉัน”
กฤตธรก็อึ้งไปเหมือนกัน เพราะคิดอย่างเดียวกัน
ทีมงานที่อยู่ในหลุมขุดค้นตะโกนขึ้นมา “อาจารย์ครับอาจารย์ อาจารย์ครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ”
โยสิตา กฤตธร ขยับตามกันออกไป

หลุมขุดค้น อธินและทีมงานกำลังเปิดหน้าดินออกอย่างระมัดระวังด้วยเครื่องมือ เห็นรูปสลักองค์เทวะ ที่ยังสมบูรณ์นอนหงาย โผล่มาแค่ครึ่งเดียว โยสิตาถ่ายรูปเก็บหลักฐานการค้นพบ กฤตธรยืนมองเทวรูปอยู่บนปากหลุมอย่างตื่นเต้นลุ้นระทึก

อดีต เทวรูปตั้งอยู่บนแท่นในปราสาท น้ำในอ่างกระฉอก ตะเกียงน้ำมันสั่นสะเทือนจนล้มคว่ำลง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการสั่นสะเทือนเพราะแผ่นดินไหว บุษกรในชุดมหาพราหมณ์ ยืนอยู่หน้าแท่นบูชากำแผ่นศิลาจารึกชูขึ้นสูงเหนือหัว ประกาศด้วยความแค้นต่อหน้าเทวะ “ข้า...บุษกร จะไม่มีวันยอมเป็นผู้แพ้ ข้าขอจองเวรกับมันทุกชาติไป จะนานแค่ไหน ข้าก็ขอล้างเวรด้วยน้ำมือของข้าเอง”
แผ่นดินไหวสะเทือนหนักขึ้น แผ่นดินด้านบนปราสาทร่วงตามกันลงมา ฐานที่ตั้งเทวะทรุดตัว องค์เทวะล้มคว่ำหน้าลงมา
เรือนเกศอาภา เกศอาภาสะดุ้งตื่น อย่างตกใจผวา
อุษารีบขยับเข้ามาหา จับมือเอาไว้ “พระอัครชายา”
“อุษา...ข้าฝันไม่ดีเลย” เกศอาภาหน้าตาตื่น
“ใครๆ ก็ว่า ฝันร้ายมักจะกลายเป็นดี” เกศอาภายังเต็มไปด้วยความกังวล “เล่าให้ข้าฟังได้รึไม่ ความฝันของเจ้า”
เกศอาภาส่ายหน้า “มันร้ายแรง น่ากลัวเกินกว่าข้าจะเล่าให้ใครฟังได้”
“ทำใจให้สบายเถิด ตอนนี้ไม่มีสิ่งไรสำคัญไปกว่าสุขภาพของเจ้า ดูแลตัวเองให้ดีเถิด ลูกในท้องจะได้แข็งแรง”

หน้าปราสาทเทวะ ปุณณะออกมาจากปราสาทเทวะพอดีสวนกับกัมพูที่กำลังจะเข้าไป
“ท่านแม่ทัพ” กัมพูเอ่ยเรียกปุณณะ
“ท่านมหาพราหมณ์”
“ท่านมาขอพรจากเทวะแต่เช้า”
“พรเดียวที่ข้าวิงวอนขอจากเทวะคือขอให้จันทรปุระมีแต่ความสงบสุข”
“นั่นคือพรอันสูงสุดที่ทุกคนปรารถนา”
“ข้ายังมิได้ร่วมแสดงความยินดีกับท่านเลย กับข่าวพระชายาลูกสาวท่านกำลังจะให้กำเนิดรัชทายาทองค์ต่อไปของจันทรปุระ”
“ทุกอย่างเป็นไปตามเทวะบัญชา”
“จริงดังท่านว่า บัญชาเทวะ ไม่มีผู้ใดฝ่าฝืนได้ แลไม่มีสิ่งใดอยู่เหนือเทวะได้เช่นกัน ข้าขอตัวก่อนล่ะ” ปุณณะเดินจากมา
กัมพูใคร่ครวญคำพูดปุณณะ เรื่องที่บุษกรทำไว้เข้าข่ายนั้นหรือไม่

ชายป่า คีรินถูกโยน หมดเรี่ยวแรง อริยะก็เหนื่อยหอบไม่แพ้กัน พยายามยันกายไม่ให้ล้ม
อริยะชี้หน้าด้วยดาบ “ข้าจะตัดหัวเจ้าทิ้งเสียก็ได้ แต่เลือดคนชั่วคนทรยศเยี่ยงเจ้าก็ไม่สมควรเปื้อนคมดาบข้า จงไปเสียจากจันทรปุระ แลอย่าได้ให้ข้าได้เห็นเจ้าอีก อย่าให้ข้าเห็นแม้แต่เงาของเจ้า”
อริยะเดินออกไปอย่างอ่อนแรง คีรินหมดเรี่ยวแรงอยู่ตรงนั้น

เรือนบุษกร บุษกรรีบโผเข้ามาประคองอริยะที่เหมือนจะล้มลงเสียให้ได้ “ท่านพี่...ท่านพี่...เกิดอะไรขึ้น ท่านไปทำอะไรมา”
“ข้าไปกำจัดไอ้คนทรยศ” อริยะพูดได้แค่นั้น ก็ร่วงผล็อยหมดแรงนอนแผ่หลา
บุษกรยิ้มพึงพอใจ คิดว่ากำจัดคีรินไปได้แล้ว หมดเสี้ยนหนามไปหนึ่ง
เรือนเกศอาภา อุษาโผล่มาที่หัวบันได แต่แล้วชะงัก เพราะที่ตีนบันได คีรินนอนฟุบหมดแรงอยู่ “วี๊ด...คีริน....คีริน” อุษารีบวิ่งลงบันไดมา เกศอาภาตามมาโผล่ดูที่หัวบันได อุษาประคองพลิกร่างคีรินขึ้นมา เห็นความสะบักสะบอมเต็มตัวและหน้า “นี่เจ้าหายไปไหน ไปทำอะไรมาถึงได้เป็นเยี่ยงนี้”
คีรินเปิดปากจะพูดแต่เจ็บปวดไปหมด

อริยะที่เหนื่อยจนไม่อยากพูด ไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น...นั่งแช่อยู่ในน้ำ บุษกรถูเนื้อตัวช่วยทำความสะอาดให้
“ท่านอย่ากังวลไปเลยท่านพี่ สิ่งที่ท่านทำลงไปถูกต้องเหมาะสมแล้ว ดับไฟก็ควรต้องดับเสียแต่หัวลม เทวะท่านคงมองเห็นทุกสิ่งจึงได้เปิดดวงตาให้ท่านพี่ได้เห็นความจริง ว่าคนชั่วคนทรยศ แท้จริงก็อยู่ใกล้ตัวท่านพี่นี่เอง ความจริงศพของมันท่านพี่น่าจะให้ทหารนำเสียบประจาน จะได้เป็นเยี่ยงเป็นอย่างให้คนที่มันคิดผิดลูกผิดเมียคนอื่นเกรงกลัวแลเข็ดหลาบ” อริยะยกมือขึ้นเหมือนจะบอกให้บุษกรหุบปาก “ท่านพี่ต้องการอะไร”
“ออกไป...ข้าขออยู่คนเดียว เงียบๆ” บุษกรหน้าเสียแต่ก็สะใจ ผละออกมา
อริยะหลับตาลง บุษกรหันหลับมามองด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน

อุษาวางถาดอาหารและน้ำดื่มลงตรงหน้าคีรินที่สภาพดูดีขึ้นมาหน่อย
“ข้ามาเพื่อกล่าวลา องค์อริยะขับไล่ข้าให้ไปให้พ้นจันทรปุระแล้ว” คีรินเอ่ย
“นี่องค์อริยะ เชื่อคำพูดพล่อยๆ ของนางขนาดเนรเทศเจ้าเป็นการลงโทษเชียวรึ..เกินไปแล้ว” อุษาไม่อยากเชื่อ
เกศอาภาเอ่ย “เจ้าไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นคีริน”
“พระอัครชายา”
“หากเจ้ายังเชื่อในความถูกต้องก็ไม่มีสิ่งไรต้องกลัวอีกแล้วแม้แต่ความตาย” เกศอาภาย้ำ

วันใหม่ ปราสาทเทวะ บุษกรเดินนำบริวารเข้ามาภายใน เกศอาภากำลังถวายถ้วยตะเกียงน้ำมันที่แท่นบูชา
“พระอัครชายา” เกศอาภา อุษา หันมามองบุษกรที่เอ่ยเรียก “หายป่วยไข้แล้วรึ แต่ข้าว่าหน้าตาเจ้าซีดเซียวราวกับป่วยหนักกว่าเดิมเสียอีกนะ วันนี้เจ้าขอพรอะไรจากเทวะ ถ้าข้าทายไม่ผิด...”
อุษาไม่ฟังให้จบเอ่ยขัดทันที “ถวายดอกไม้ให้เสร็จเถิด เราจะได้ไปจากที่นี่กันเสียทีพระอัครชายา” อุษาส่งภาชนะดอกไม้ให้เกศอาภา
เกศอาภารับภาชนะไป ยกขึ้นจบเหนือหัว ก่อนจะวางลงบนแท่นบูชา จังหวะจะวางลง มือบุษกรทิ่มเข้ามาชิงวางภาชนะดอกไม้แย่งที่เกศอาภา แถมยังแกล้งปัดภาชนะดอกไม้ในมือเกศอาภาจนคว่ำคะมำ ดอกไม้ร่วงกระจายลงพื้น เกศอาภา อุษา ตะลึงช็อก
“โอ...เทวะ ให้อภัยข้าเถิด ข้ามิได้ตั้งใจ” แต่หน้าบุษกรสะใจ
อุษาทนไม่ไหว “ทำเกินไปแล้วพระชายาบุษกร”
“นังขี้ข้า กล้าขึ้นเสียงดังกับข้ารึ” บุษกรจะเอาเรื่อง
“ก็แค่พระชายา มิใช่พระอัครชายาสักหน่อย” อุษาได้ทีเย้ยเยาะบ้าง
เกศอาภาเอ่ยห้าม “อุษา พอได้แล้ว อย่าต่อปากต่อคำ”
“คนบางคนสำคัญตนผิด คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้าเหนือคนอื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับหมูที่ชอบกินของสกปรก แลคิดว่าตัวเองสูงส่งราวพญาช้างเผือกนั่นแหละ” อุษาทนไม่ไหวว่าต่อ
“อีขี้ข้า ปากเสีย” บุษกรปาดเข้าตบหน้าอุษาแรงเต็มฝ่ามือ อุษาช็อกหน้าชา พอๆ กับเกศอาภา “ถ่อยสถุลเหมือนนายของมันไม่มีผิด”
“พอได้แล้วบุษกร.. นี่เบื้องหน้าเทวะนะ” เกศอาภาเอ่ยห้าม
อุษาด่าทอ “คนอย่างนางไม่ได้กินแค่ของสกปรก ความคิดจิตใจนางยังสกปรกด้วย”
บุษกรปาดเข้ามาจะตบอุษาอีก แต่เกศอาภาเข้าขวางไว้ “หากเจ้าทำร้ายคนของข้า เป็นได้เห็นดีกันแน่”
บุษกรตบเกศอาภา แต่เกศอาภาคว้ามือบุษกรเอาไว้ได้ทัน ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง เกศอาภากำข้อมือบุษกรแน่นแล้วหักบิด
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น” เสียงอริยะดังขึ้น
บุษกรสะบัดมือตัวเองออกแล้วทำเป็นเซล้มลงกับพื้นอย่างแรง “กรี๊ด... ว้าย...โอ๊ย...”
อริยะโผล่พรวดเข้ามาเห็นพอดี “บุษกร”
“ท่านพี่..ช่วยข้าด้วย..ข้าเจ็บ”
อริยะรีบเข้ามาประคองบุษกร “เจ้าทำเกินไปแล้วเกศอาภา”
เกศอาภามัวงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“นางทำร้ายข้า แลกำลังจะทำร้ายพระอัครชายา” อุษาฟ้อง
แต่อริยะไม่คิดจะฟัง “หุบปากของเจ้า...อุษา แก้ตัวอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อข้าเห็นกับตาข้าเอง”
“ข้าเพียงแต่พูดปลอบใจนางว่าลูกของข้าที่กำลังจะเกิดมา ก็เหมือนลูกของนางเหมือนกัน นางจะรักลูกของข้าได้เท่ากับเป็นลูกของนางรึไม่ นางก็โกรธ แลทำร้ายข้า” บุษกรเห็นอริยะเข้าข้าง ก็ใส่ไฟใหญ่
“จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร..เกศอาภา นี่ต่อหน้าองค์เทวะ เจ้ายังต่ำทรามได้เพียงนี้ ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเต็มไปด้วยความชิงชังริษยาบุษกรด้วยเรื่องเท่านี้เอง”
เกศอาภากัดฟันแน่นเจ็บปวด ไม่คิดว่าอริยะจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
“องค์อริยะ ฟังข้าก่อนได้รึไม่” อุษาพยายามอธิบาย
“ท่านพี่.. น้องเจ็บ..โอ๊ย..” บุษกรกุมท้อง
“อดทนไว้บุษกร..” อริยะช้อนตัวบุษกรขึ้นอุ้มแล้วพาออกไปทันที
บุษกรที่ซุกซบอกอริยะยิ้มย่องอย่างพึงพอใจ เกศอาภากับอุษาได้แต่ยืนช็อกกับมารยาของบุษกร
หน้าปราสาทเทวะ อริยะรีบอุ้มบุษกรออกมา บุษกรร้องครางเหมือนเจ็บปวด พวกนางบริวารตามออกมาอย่างอลหม่าน
“พวกเจ้ารีบล่วงหน้าไปตามหมอหลวง” บริวารได้ยินคำสั่งก็รีบโกยกันออกไป “หากลูกของข้ามีอันเป็นไป ข้าจะเอาผิดกับมันทุกคน” อริยะประกาศก้อง
“เป็นความผิดของน้องเองท่านพี่ น้องไม่ระวังตัวให้ดี น้องไม่คิดเลยว่าแรงความเกลียดชังจะซ่อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าอันงดงามของคนอย่างเกศอาภาได้...ท่านพี่ น้องเจ็บใจที่ตัวน้องช่างเหมือนคนโง่ที่ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก” บุษกรมารยาออเซาะ
“อย่าเพิ่งพูดอะไรบุษกร อดทนไว้นะ เจ้าต้องปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก
บุษกรหน้ายิ้มแต่ทำเป็นร้องคราง อริยะรีบอุ้มพาบุษกรออกไป

เกศอาภาทรุดกองลงกับพื้นด้วยความเสียใจ
“เจ้าน่าจะบอกความจริงองค์อริยะไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด” อุษาแค้นใจ
“อุษา..เจ้าก็เห็นแล้วกับตาว่าท่านรักและหลงนางอย่างไม่ลืมหูลืมตาขนาดไหน ถึงข้าจะบอกความจริงนอกจากองค์อริยะจะไม่มีทางเชื่อข้าแล้ว อาจพาลคิดว่าลูกในท้องข้า มิใช่ลูกของท่านก็ได้”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 8/5 วันที่ 31 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ