อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/2 วันที่ 31 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/2 วันที่ 31 ส.ค.59

อริยะแจงกับสูริยะ “นางขอคืนตำแหน่งพระอัครชายา นางยินดีที่จะกลับไปเป็นคนธรรมดาอย่างที่นางเคยเป็น สิ่งนี้มิเรียกว่าคำสารภาพผิด แล้วจะเรียกมันว่าอะไร...ท่านพ่อ”
เกศอาภาก้มหน้านิ่ง สูริยะพูดไม่ออก
ปุณณะเปรย “องค์อริยะพูดราวกับว่าสมควรที่จะต้องมีการลงทัณฑ์”
“มันคืออาญาแผ่นดิน ผู้ใดกระทำผิดก็สมควรได้รับการลงทัณฑ์ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่เช่นนั้นเราจะปกครองผู้คนได้เยี่ยงไร” อริยะเอ่ยเสียงเข้ม
“ท่านพูดถูกทีเดียว ข้าพร้อมเสมอ” ปุณณะเอ่ยยอมรับความความผิด
“ท่านแม่ทัพ หมายความว่าเยี่ยงไร” สูริยะแปลกใจ

“ผู้ที่สมควรได้รับการลงทัณฑ์ มิใช่พระอัครชายา หากแต่เป็น..ข้าเอง” ปุณณะออกรับแทนเกศอาภา
“ท่านพ่อ”
“ในฐานะที่เป็นพ่อ มันเป็นความผิดของข้าเองที่เลี้ยงดูสั่งสอนอบรมลูกข้าไม่ดีพอ นางจึงได้ทำความผิดอย่างน่าละอายนี้” ปุณณะยืดอกรับ
ทุกคนอ่ำอึ้ง อริยะกัดฟันแน่น เกศอาภาน้ำตาไหลพราก



เรือนบุษกร บุษกรโยนเถาวัลย์หน้าตาเหมือนสมุนไพรอย่างหนึ่งลงไปตรงหน้าหมอหลวง “เจ้าก็เชี่ยวชาญรอบรู้ในเรื่องสมุนไพรทุกอย่าง เจ้าบอกข้าได้รึไม่ ว่าสิ่งนั้นมันวิเศษอย่างไร”
“ไม้เถานี้ สรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลังไม่มีรสไม่มีกลิ่น ชาวบ้านกินใบของมันสดๆ จะทำให้มีเรี่ยวแรงในการทำงานหนัก แต่หากต้มสุกจะกลายเป็นพิษร้ายแรงขับเลือดในกาย หญิงมีครรภ์กินเข้าไปเป็นอันตรายยิ่ง” บุษกรยิ้มเย็น มองหน้าหมอหลวง หมอหลวงชะงักคำพูดตัวเอง เหมือนคิดได้ว่าบุษกรกำลังต้องการอะไร “พระชายา..”
“เจ้ารู้แล้วใช่รึไม่ว่างานที่เจ้าต้องทำให้สำเร็จ คืออะไร”
หมอหลวงขนลุกเย็นวาบไปทั้งตัว สัมผัสได้ถึงความเหี้ยมโหด บุษกรหัวเราะในลำคออย่างเลือดเย็น

หน้าเรือนบุษกร หมอหลวงลงบันได แล้วแทบลงไปกองกับพื้นด้วยความกลัวเพราะกัมพูมาถึงพอดี “ท่านมหาพราหมณ์” หมอหลวงเสียงสั่น
“ท่านมาเยี่ยมตรวจดูอาการลูกสาวข้ารึ ท่านหมอ”
“สุดแท้แต่ท่านจะมีคำสั่ง ข้าก็เป็นแค่หมอ แต่อำนาจบารมีท่านอยู่เหนือคนทั้งปวง”
“คำสรรเสริญนั้นข้าไม่แปลกใจ หากเจ้าหมายถึงองค์สูริยะ”
“ท่านคือผู้รับคำสั่งจากเทวะเป็นผู้กำชะตากรรมคนทั้งปวง สิ่งที่ข้ากล่าวหาได้ผิดความจริงไม่”
“ลูกสาวข้า นางแข็งแรงสุขสบายดีรึ”
“ทุกอย่างเป็นไปตามที่ท่านบัญชาและประสงค์ให้เป็นไป”
“เจ้าตอบไม่ตรงคำถามที่ข้าอยากรู้ ข้าสั่งอะไร ข้าประสงค์สิ่งไร” หมอหลวงลนลานตัวสั่น
“ท่านพ่อ” กัมพูหันมาเห็นบุษกรที่กำลังลงบันไดมา “ท่านหมอก็มาตรวจดูอาการของลูกเพราะเป็นห่วงกลัวว่าลูกจะมีอาการแพ้ท้องมากจนกินไม่ได้เท่านั้นเอง ท่านไปเถอะท่านหมอ พ่อข้าก็แค่เป็นห่วงหลานในครรภ์ข้าเท่านั้นเอง”
หมอหลวงทำความเคารพกัมพูก่อนรีบจากไป กัมพูมองตามหมอหลวงไปอย่างอดสงสัยไม่ได้ บุษกรฉีกยิ้มละไม เมื่อหันมาเจอสายตากัมพูที่มองมา

บนเรือนบุษกร กัมพูเข้าเรื่องทันที “ถึงองค์อริยะจะมิได้พาดพิงถึงใครที่เป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมาง แต่พ่อคิดว่า พ่อเดาไม่ผิดความทะยานอยากของเจ้ากำลังทำร้ายผู้อื่น..บุษกร”
“ท่านพ่อพูดถึงอะไร ลูกไม่เข้าใจ” บุษกรตีหน้าซื่อ
“ไม่มีใครรู้จักเจ้าดีไปกว่าพ่อ ปัญหาที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายไปได้ก็จากเจ้าคนเดียว ไปสารภาพกับองค์อริยะเสียว่าเป็นเรื่องที่เจ้าเข้าใจผิดไปเอง”
บุษกรเสียงสั่นเครือ “ท่านพ่อ..ลูกไม่ได้รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ท่านพ่อกล่าวหาปรักปรำลูกเยี่ยงนี้ ลูกเสียใจ...ในสายตาท่านพ่อ เรื่องเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันคงเพราะลูกเป็นต้นเหตุทั้งหมดสินะ” บุษกรทำน้ำตาไหลปริ่มนอง “ลูกจะต้องทำเยี่ยงนั้นทำไม ในเมื่ออีกไม่นานลูกก็จะเป็นพระชายาที่ให้กำเนิดองค์รัชทายาทต่อไปอยู่แล้ว ลูกไม่คิดเลยว่าความริษยาของคนที่กำลังสูญเสียอำนาจบารมีจะทำร้ายผู้อื่นได้ยิ่งกว่าคมหอกคมดาบเยี่ยงนี้” บุษกรทำฟูมฟาย
กัมพูละเหี่ยใจ บุษกรทำเสียงกระซิกร้องไห้..แต่หน้าเรียบเย็นซ่อนความโหดเอาไว้

ท้องพระโรง วังสูริยะ เกศอาภายังหมอบเฝ้าสูริยะตามลำพัง
“เจ้าก็เหมือนลูกสาวของข้า หากจะต้องหันหลังให้กันด้วยเรื่องระหองระแหงเท่านี้ ก็เป็นเรื่องน่าเสียใจ” สูริยะเอ็นดูเกศอาภาไม่น้อย
“ข้าทนอยู่ทุกวันนี้ก็ด้วยความรักแต่ในเมื่อความรักมันได้จางหายไปสิ้นแล้ว ข้าก็ไม่เห็นประโยชน์ว่าจะต้องทนอยู่ไปเพื่อสิ่งไร”
“แล้วเจ้าเข้ามาตรงนี้ด้วยเหตุไร”
“บัญชาจากองค์เทวะ”
“เพื่อความมั่นคงของจันทรปุระใช่รึไม่”
“ข้ามิอาจปฏิเสธเทวะบัญชาได้”
“นั่นละคือคำตอบ..เพื่อจันทรปุระ..ข้าเชื่อว่าอริยะรักเจ้าไม่น้อย เขาอาจหุนหันพลันแล่นไปบ้าง แต่ปัญหาทุกสิ่งจะคลี่คลายไปเองเพียงแต่เจ้าอดทนแลให้อภัย” เกศอาภานิ่งอึ้งเหมือนได้คิด “สองสิ่งนี้เท่านั้นที่จะหล่อเลี้ยงความรักให้งอกงามเติบโตต่อไปได้ อดทนแลให้อภัย”

ในสวน วังสูริยะ ปุณณะเปิดอกคุยกับอริยะ “ในฐานะที่เป็นพ่อ ลูกสาวที่ออกเรือนไปแล้วก็ถือว่ามิใช่สมบัติของข้าอีกต่อไป แต่ความทุกข์ที่นางต้องทนแบกรับอยู่ตอนนี้มันหนักหนา จนนางออกปากกับข้าว่านางขอกลับไปเป็นคนธรรมดา เพราะนางพบแล้วว่าตำแหน่งใดๆ สูงส่งเหนือคนอื่นขนาดไหน ก็มิใช่สิ่งที่เป็นความสุขสำหรับนางเลย ข้าต้องคุยกับท่านอย่างเปิดอก ในเมื่อท่านสิ้นรักสิ้นความไว้เนื้อเชื่อใจนางเสียแล้ว ข้าก็ขอลูกสาวข้าคืนจะได้รึไม่”
อริยะแน่นในอกเหมือนถูกด่าอย่างสุภาพ

คุกหลวง อุษาเกาะลูกกรงขังด้านนอกเอ่ยระบายกับคีริน “เรื่องวุ่นวายทั้งหมดนี่ ข้าว่าเกิดขึ้นเพราะนางคนเดียว นางวางแผนเอาไว้หมดแล้ว”
“ความคิดนางสกปรกมาก ที่ใช้ข้าเป็นเครื่องมือ”
“คีริน...เจ้าว่าเป็นไปได้รึไม่ที่นางรู้ว่าเจ้าล่วงรู้ความลับของนาง”
“ความลับเรื่องที่นางจ้างวานไอ้หมอผีทำมนต์ดำให้องค์อริยะลุ่มหลงนะรึ”
“ใช่ นางจะได้กำจัดเจ้าโดยมิต้องลงมือเอง เยี่ยงไรเล่า”
“ร้ายกาจมาก”
“ข้าว่าคนอย่างนาง ไม่มีทางยอมหยุดอยู่แค่นี้เป็นแน่” อุษาท่าทางหวาดหวั่น

เรือนเกศอาภา สมุนไพรมัดหนึ่ง ทำเป็นฟ่อนถูกยื่นให้บริวาร บริวารรับไปมีการซักถามพูดคุยกับหมอหลวงพอประมาณ หลังจากบริวารผละออกไปแล้ว หมอหลวงก็เร้นกายออกไปอีกทางอย่างระมัดระวัง

อริยะตอบปุณณะ “ท่านแม่ทัพโปรดเห็นใจข้าด้วย สิ่งที่ข้าได้รับคือความอับอาย คนที่ข้าไว้ใจที่สุดข้างกายข้าสองคนร่วมมือกันทรยศหักหลังข้า หากไม่เห็นแก่ความเป็นเพื่อน ข้าคงตัดหัวมันไปแล้ว”
“ท่านคิดว่าคนอย่างคีรินที่เติบโตมาพร้อมกับท่าน กล้าทำสิ่งนั้นจริงๆ รึ”
“ข้าเค้นความจริงจากลูกสาวท่าน นางก็ได้แต่ประชดประชัน แล้วจะให้ข้าคิดเยี่ยงไร”
“ท่านปล่อยนางเป็นอิสระเสียเถิด ไม่ว่าเยี่ยงไร นางก็ต้องเลี้ยงดูลูกของท่านอย่างดี เพียงแต่วันข้างหน้านางคงไม่ยอมบอกลูกเท่านั้นว่าพ่อของเขาคือใคร”
“ท่านพูดอะไร ลูกใคร ท่านแม่ทัพ”
“นี่ท่านไม่รู้รึว่าเกศอาภากำลังตั้งครรภ์ลูกของท่าน”
อริยะช็อกตาค้าง พูดะไรไม่ออก
คุกหลวง คีรินเอ่ยถึงบุษกร “อีกไม่นานนางก็ให้กำเนิดรัชทายาทองค์ต่อไปของจันทรปุระ แลนางก็จะได้เป็นพระอัครชายาอยู่แล้ว ไยนางต้องคิดกำจัดพระอัครชายาด้วย”
“ก็นั่นนะสิ เว้นไว้แต่นางรู้ว่าพระอัครชายากำลังตั้งครรภ์เหมือนกัน” คีรินอ้าปากค้าง “เอ๊ะ..หรือว่านางรู้..ข้าว่านางรู้เรื่องนี้เป็นแน่”
“เจ้าว่าอะไรนะ พระอัครชายาตั้งครรภ์”
“ใช่ มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ พระอัครชายาต้องการเก็บไว้เป็นความลับ เพราะต้องการปกป้องเจ้านั่นแหละ องค์อริยะกำลังโกรธจนไม่ยอมฟังอะไร ถ้ารู้ขึ้นมาอีกว่าพระอัครชายาตั้งครรภ์ ไม่พ้นพาลมาถึงเจ้าแน่”
“อุษา เรื่องนี้สำคัญมาก เจ้ารีบกลับไปดูแลพระอัครชายาให้ดี อย่าให้คลาดสายตา ข้าว่านางรู้เรื่องนี้ นางต้องคิดกำจัดองค์รัชทายาทในครรภ์เป็นแน่”

อริยะไม่เข้าใจที่ทำไมเกศอาภาต้องปิดบัง “นางมีเหตุผลไรจึงมิยอมบอกความจริงแก่ข้า”
“ความจริงสำหรับคนที่กำลังเป็นไฟเผาไหม้ตัวเอง มันก็ไม่ต่างจากความเท็จ” อริยะแทบเข่าอ่อน “เกศอาภาต้องการปกป้องลูกของนาง ปกป้องคีริน รวมไปถึงปกป้องท่านด้วย ไม่เช่นนั้นความโกรธในใจท่านจะทำลายทุกสิ่ง แม้แต่ลูกของท่านเอง”
“นี่ข้าทำอะไรลงไป” อริยะเริ่มรู้สึกผิด
“ความรักที่ทำให้คนกลายเป็นคนโง่ ท่านจะเรียกมันว่าความรักได้รึไม่ ในหัวใจท่านยังเหลือความทรงจำที่ดีกับความรักที่เคยมีต่อลูกสาวข้ารึไม่ ถามใจท่านดูเอาเองเถิด”
อริยะทรุดลงกองกับพื้น ทิฐิมานะถูกทำลายไปสิ้น เหมือนตัวตนที่แท้กลับคืนมาอีกครั้ง

เรือนเกศอาภา อุษารีบกลับเข้าบนเรือน มองหาเกศอาภา นางบริวารลำเลียงสำรับอาหารเข้ามา อุษาเอ่ยถามบริวาร “พระอัครชายาเล่ากลับมานานรึยัง”
“สักพักแล้ว”
“สำรับมีอะไรบ้าง” อุษาเปิดสำรับในโตก มองอย่างพอใจ “แทบจะไม่แตะต้องข้าวสักคำมาหลายวันแล้ว ถ้าวันนี้พระอัครชายากินดีเจริญอาหารก็นับเป็นความดีความชอบของพวกเจ้า” อุษาโบกมือให้พวกบริวารประคองสำรับตามออกไป

ทหารดูแลคุกหลวงเดินมาตรวจดูแลความเรียบร้อย ส่องคบเข้ามาดูในคุกที่ขังคีรินแล้วตกใจ ภายในห้องขังไม่มีใครเลย ทหารรีบเปิดประตูคุกเข้ามา คีรินกระโจนลงมาจากที่ซ่อนเหนือประตู แล้วโจมตีทหาร คีรินเสยเข้าปลายคางหมัดเดียวทหารก็สลบเหมือด คีรินรีบออกจากคุก ขังทหารเอาไว้แทน

ในปราสาทเทวะที่มีแสงสว่างวอมแวมแค่จากน้ำมันที่จุดบูชาเท่านั้น อริยะนั่งจมอยู่กับความคิดตัวเอง ย้อนเหตุการณ์ความรักระหว่างอริยะ-เกศอาภาในสถานการณ์ต่างๆ อริยะเหมือนได้รับคำตอบ หลังจากอยู่กับตัวเองแลใคร่ครวญทุกสิ่งอย่าง อริยะรีบออกไปทันที

สำรับอาหารเรียงราย แต่เกศอาภาเอาแต่นั่งมองไม่ยอมแตะต้อง
“กินเสียบ้างเถิด ไม่กินแล้วจะเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกัน” อุษาเอ่ยอย่างเป็นห่วง
“ข้ากินไม่ลงจริงๆ อุษา” เกศอาภาเสียงเศร้า
“ไม่คิดถึงน้ำใจนังพวกนี้ที่มันอุตส่าห์ทำมาให้กิน ก็นึกถึงอีกคนนึงที่เขาอาจจะกำลังหิวบ้างเถิด”
เกศอาภารู้ดีว่าอุษาหมายถึงลูกในท้อง จิตใจห่อเหี่ยวลง อุษาขยับสำรับอาหารเข้ามาใกล้เกศอาภา
เรือนบุษกร ถุงใส่เงินถูกโยนลงมาตรงหน้าหมอหลวง หมอหลวงกล้าๆ กลัวๆ ยังไม่ยอมเก็บถุงเงินนั้น
“เจ้าไม่ต้องกลัวไปหรอก นั่นแค่รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ทันทีที่งานของเจ้าเสร็จจนข้าพอใจ เจ้าจะได้อีกมาก มากจนเกินกว่าที่เจ้าจะฝันถึงด้วยซ้ำ พ่อข้าพอใจในความภักดีที่เจ้ามอบให้ข้าเป็นอย่างยิ่ง ท่านยังฝากขอบใจเจ้ามาด้วย แลฝากฝังให้ข้าตอบแทนน้ำใจของเจ้าให้เต็มที่ รับไปสิ”
หมอหลวงเอื้อมมือมาเก็บถุงเงินไป

เกศอาภาดันสำรับกับข้าวออกไปจากตัว “ยกออกไปเถอะอุษา ข้ากินไม่ลงจริงๆ”
“กินสักคำสองคำก็ยังดี” อุษาพยายามตื๊อ แต่เกศอาภาไม่มีทีท่าจะกิน
“อย่าฝืนใจข้าเลย”
อุษาท้อ “ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แล้วจะเอาเรี่ยวแรงมากจากไหนกัน”
“ขอน้ำข้าสักถ้วยก็พอแล้ว”
อุษาถอนใจ

อริยะรีบมุ่งหน้าไปที่เรือนเกศอาภา คีรินวิ่งออกมาจากทางหนึ่ง มุ่งหน้าไปที่เรือนเหมือนกัน อริยะกำดาบในมือกระชับ อริยะตวาดเสียงดัง “คีริน” คีรินหยุดชะงัก หันหลับมาเห็นอริยะก็ตกใจ “เจ้าออกมาได้อย่างไร ในเมื่อข้ายังมิได้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง”
“ท่านขังข้าไม่สำเร็จหรอก ถึงเวลานี้สิ่งไรก็ไม่สำคัญเท่าหน้าที่” คีรินตอบโต้แบบไม่เกรงกลัว

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/2 วันที่ 31 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ