อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/3 วันที่ 31 ส.ค.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/3 วันที่ 31 ส.ค.59

อริยะรีบมุ่งหน้าไปที่เรือนเกศอาภา คีรินวิ่งออกมาจากทางหนึ่ง มุ่งหน้าไปที่เรือนเหมือนกัน อริยะกำดาบในมือกระชับ อริยะตวาดเสียงดัง “คีริน” คีรินหยุดชะงัก หันหลับมาเห็นอริยะก็ตกใจ “เจ้าออกมาได้อย่างไร ในเมื่อข้ายังมิได้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง”
“ท่านขังข้าไม่สำเร็จหรอก ถึงเวลานี้สิ่งไรก็ไม่สำคัญเท่าหน้าที่” คีรินตอบโต้แบบไม่เกรงกลัว
“หน้าที่ของเจ้า คือรับฟังคำสั่งข้า”
“หน้าที่ของข้าคือปกป้องคุ้มครองราชย์บัลลังก์จันทรปุระต่างหาก”
“คีริน”
“พระอัครชายากำลังตกอยู่ในอันตรายนั่นละคือหน้าที่ของข้า ท่านโปรดเข้าใจด้วย”

เกศอาภาดื่มกินน้ำจากจอกจนหมด “น้ำต้มสมุนไพรนี่กินแล้วชื่นใจดีอุษา”
อุษาค้อน “กินแต่น้ำแล้วจะมีเรี่ยวแรงได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ยังดีกว่าไม่มีอะไรตกถึงท้องเสียเลย” อุษารินน้ำต้มสมุนไพรเติมใส่จอกให้อีก



เรือนบุษกร บุษกรย้ำกับตัวเอง “เยี่ยงไรเสีย จันทรปุระก็มีพระอัครชายาได้เพียงคนเดียวนะเกศอาภา”

เกศอาภาดื่มน้ำสมุนไพรจนหมดจอก อริยะกับคีรินวิ่งพรวดตามกันเข้ามาพอดี
“เกศอาภา” เกศอาภา อุษา หันมามอง อริยะเข้ามาหา “ทำไมเจ้าไม่บอกความจริงกับข้าเรื่องลูกของเรา เจ้ารู้รึไม่ว่าข้าเสียใจที่ข่าวดีนี้ ข้าต้องรับรู้จากปากผู้อื่นแทนที่จะเป็นเจ้า” เกศอาภาก้มหน้านิ่ง “ข้ามาเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อหน้าเจ้า ข้าพลั้งพลาดไปด้วยความโกรธ ข้าตามืดบอดไปดังเจ้าว่าจริงๆ แต่นั่นก็เพราะข้ารักเจ้า หวงเจ้ามากเกินไป ยกโทษให้ข้าด้วยเถิดเกศอาภา” อริยะคุกเข่าลงต่อหน้าเกศอาภา
“ท่านอย่าทำเยี่ยงนี้เลย”
“ข้าจะไม่ยอมลุกขึ้น ข้าจะคุกเข่าอยู่เยี่ยงนี้ จนกว่าเจ้าจะอภัยให้ข้า” อริยะคุกเข่าสำนึกผิด
เกศอาภาน้ำตาร่วง “ข้าจะถือโทษโกรธเคืองผู้ที่เป็นเจ้าชีวิตของข้าได้เยี่ยงไรกัน”
เกศอาภาร้องไห้หนักมาก อริยะขยับเข้าไปและสวมกอดเอาไว้แน่นอย่างสำนึกผิด คีริน อุษามองคนทั้งคู่อย่างตื้นตันใจ เกศอาภากับอริยะกอดกันแน่น
อุษาเหน็บคีริน “ฟังกัน คุยกัน เสียแต่แรกก็สิ้นเรื่องไม่ต้องมาทนทรมานด้วยกันทั้งสองฝ่าย เจ้าดูเอาไว้เป็นเยี่ยงอย่างเชียวนะ เกิดเป็นชายต้องมีใจหนักแน่น ไม่อย่างนั้นเรื่องเล็กก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้”
“ข้าสัญญาข้าจะฟังหูไว้หู จะไม่หวั่นไหวสะทกสะท้าน ต่อให้ใครมาว่าร้ายเจ้าเสียๆ หายๆ เยี่ยงไรข้าก็จะเชื่อใจในตัวเจ้า...ข้าสัญญา”
“มาสัญญิงสัญญาอะไรกับข้า ไปสัญญากับผู้หญิงของเจ้าโน่น” อุษาเดินหนีไป ทิ้งคีรินไว้

อริยะสั่งนักสั่งหนา “เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ลูกจะได้แข็งแรง”
“ท่านควรไปใส่ใจพระชายาบุษกรเถิด เยี่ยงไรเสียนางก็มั่นใจว่าลูกในท้องของนางเป็นชาย” เกศอาภาทำเป็นขับไล่ไสส่ง
“เจ้ายังไม่เลิกน้อยใจข้าอีกรึ”
“อีกไม่นานพระชายาบุษกรก็ขึ้นมาแทนที่ข้าเพราะนางมีคุณสมบัติพร้อมทุกอย่าง นั่นคือให้กำเนิดลูกชายแก่ท่าน”
“ลูกของเจ้าก็จะต้องเป็นชายเหมือนกัน” เกศอาภานิ่งเงียบไป “เจ้าเลิกตัดพ้อ เลิกน้อยใจเสียทีเถิด แล้วจงมั่นใจในความรักที่ข้ามีให้แก่เจ้า”
“ความรักที่ท่านมีให้แก่ข้า ข้าขอเก็บรักษามันเอาไว้แต่เพียงในใจ เก็บเอาไว้ในความทรงจำตลอดไปน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด” เกศอาภายังไม่หายน้อยใจ
“เกศอาภา”
“เพื่อความสุขของทุกคน เรื่องวุ่นวายทุกอย่างจะจบลงได้ จันทรปุระจะอยู่กันอย่างสงบสุข ก็เพียงเพราะไม่ต้องมีข้าเท่านั้น” เกศอาภาลุกขึ้นจะเดินออกไป
“เราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก เพราะข้าจะไม่มีวันยอมให้เจ้าจากข้าไปไหนทั้งนั้น” อริยะเอื้อมมือไปจับแขนเกศอาภาไว้
เกศอาภาพยายามข่มใจไม่ให้ตัวเองใจอ่อนเพราะความเจ็บปวด เกศอาภาเกาะกุมกระชับมืออริยะไว้เหมือนเป็นหลักยึดไม่ให้ตัวเองล้มลง หน้าเกศอาภาซีดเผือดเหมือนเจ็บปวดและจะเป็นลม
“เกศอาภา...เกศอาภา” อริยะต้องประคองร่างเกศอาภาไว้และช้อนอุ้มขึ้นเพราะเกศอาภาเหมือนหมดสติ อริยะอุ้มเกศอาภามาวางลงบนตั่ง “เกศอาภา” อริยะช็อกเพราะพบว่าเลือดเปื้อนเต็มมือเต็มแขน หน้าเกศอาภาเหมือนได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส อริยะตะโกนลั่น “อุษา..คีริน”

เรือนบุษกร บุษกรเดินมามองออกไปที่หน้าต่าง ในความมืด เห็นไกลๆ บริวารเกศอาภาที่ถือคบ รีบออกไปตามหมอหลวง ลักษณะความรีบร้อนก็ทำให้พอจะเดาออกว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น หน้าบุษกรค่อยๆ ปรากฏรอยยิ้มแห่งความปิติ

อุษารีบนำหมอหลวงเข้ามา คีรินที่ตามเข้ามาหยุดรอที่ประตูไม่เข้ามา
“ท่านหมอมาถึงแล้ว องค์อริยะ” คีรินรายงาน
“เจ้ารีบรักษาเมียข้าเดี๋ยวนี้”
เกศอาภาปวดท้องอย่างรุนแรง พยายามกัดฟันแน่นไม่ร้องฟูมฟาย มืออริยะกุมมือเกศอาภาเอาไว้แน่น มือเกศอาภาบีบมืออริยะไว้อย่างแรงเหมือนยึดเอาไว้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด หมอหลวงเหงื่อแตกพลั่ก มือไม้สั่น เพราะรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
“มัวรีรออะไรเล่า” อริยะท่าทีร้อนรน
“พระอัครชายาเลือดไหลยังไม่ยอมหยุดเลยท่านหมอ จะเยี่ยงไรก็ทำซะอย่างนึงเถอะ” อุษาก็ร้อนรนเช่นกัน
หมอหลวงจับแมะชีพจรเกศอาภา เกศอาภาทนความเจ็บปวดไม่ไหว..เป็นลมหมดสติพับไปกับอกอริยะ
“เกศอาภา”
“อภัยให้ข้าด้วย ข้ามิอาจช่วยอะไรได้แล้ว พระอัครชายาเสียลูกในครรภ์เสียแล้ว” หมอหลวงเอ่ยเหมือนรู้สึกผิด
คีรินช็อก อุษาช็อกกว่า คนที่ช็อกที่สุดคืออริยะ
อริยะร้องโหยหวน “ไม่จริง....”
ภายนอกเรือนเกศอาภาในความมืดสลัว ท้องฟ้าดำมืด มีเพียงพระจันทร์ข้างแรมที่ลอยต่ำ

เช้าวันใหม่ ท้องพระโรงวังสูริยะ สูริยะ ปุณณะ กัมพู ทุกคนพร้อมหน้า คีรินหมอบเข้าเฝ้ารายงานสิ่งที่เกิดขึ้น
“ข้าไม่คิดว่า เช้านี้ข้าจะต้องตื่นมารับรู้ข่าวร้ายเยี่ยงนี้” สูริยะเศร้าใจ
กัมพูซัก “ทำไมไม่มีใครรู้มาก่อนว่าพระอัครชายากำลังตั้งครรภ์”
คีรินเอ่ย “นางแค่กำลังน้อยใจองค์อริยะ”
“ลูกสาวข้านางใจแข็งเกินไป” ปุณณะอธิบาย
“เทวะ...มีสิ่งไรผิดพลาด มีผู้ใดทำเรื่องอันเป็นอัปมงคลจนไม่เป็นที่พอใจเทวะรึ จึงได้เกิดเรื่องเลวร้ายเยี่ยงนี้ขึ้น” สูริยะเอ่ยถามองค์เทวะ
ปุณณะได้แต่กำมือแน่น สงสารลูก กัมพูเจ็บปวด...สะท้อนใจกับเรื่องอัปมงคลนั้น ทุกคนอยู่ในอารมณ์สะเทือนใจ

เรือนบุษกร บุษกรหน้ายิ้มละไมเหมือนอิ่มบุญกับหมอหลวง “หลุดออกมาจนหมดแน่รึ
“จนย่ำรุ่งเลือดจึงได้หยุดไหลพระชายา” หมอหลวงรายงาน
“สมุนไพรของเจ้าสรรพคุณนับว่าล้ำเลิศแท้ๆ” หมอหลวงเริ่มร้องไห้กระซิก “นี่ถือเป็นความดีความชอบของเจ้าคนเดียว” หมอหลวงปล่อยโฮ ก้มหน้าร้องไห้จนตัวโยน “หยุดแสดงความขี้ขลาดของเจ้าต่อหน้าข้าเดี๋ยวนี้” บุษกรสั่งเสียงเฉียบ
“ข้ากลัว พระชายา..ข้ากลัว ชั่วชีวิตของข้า มีแต่รักษาผู้คนให้หายจากความเจ็บไข้ แต่ครั้งนี้ข้าทำผิดทำบาปอย่างหนัก ข้าไม่อาจให้อภัยตัวเองได้”
บุษกรคว้าของใกล้มือได้เขวี้ยงเข้าใส่ “หุบปากของเจ้า เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาคร่ำครวญ” หมอหลวงพยายามกลืนก้อนสะอื้นเพราะตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้าน่ากลัวกว่ามาก บุษกรเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “เรื่องนี้ก็มีแค่เจ้ากับข้าแลพ่อข้าเท่านั้นที่รู้เรื่อง เจ้าจะต้องกลัวไปไย ในเมื่อพ่อข้าเป็นผู้คอยคุ้มกะลาหัวเจ้าอยู่”
หมอหลวงไม่กล้าสบตาบุษกร

เรือนเกศอาภา อุษานั่งเช็ดน้ำตาอยู่มุมหนึ่ง
อริยะนั่งกุมมือเกศอาภาที่นอนหลับตาอยู่บนตั่ง “ตั้งแต่เกิดมาข้ารู้จักแต่การเป็นผู้รับ ข้าได้ทุกสิ่งที่ข้าอยากได้ แต่วันนี้เทวะลงโทษข้าด้วยเหตุไร จึงทำให้ข้าต้องเป็นผู้สูญเสียเช่นนี้ เกศอาภาข้าไม่เคยเสียใจกับอะไรเท่าความสูญเสียครั้งนี้เลย..ข้าเสียใจ” อริยะเศร้ามาก
เกศอาภาที่อ่อนแรงอยู่แล้ว น้ำตาร่วงไม่หยุด
บริวารเข้ามา“องค์อริยะ พระชายาบุษกรมาขอเยี่ยมพระอัครชายา” อริยะนิ่งเหมือนไม่รับรู้
บริวารคลานกลับออกมาผ่านอุษา อุษาสั่ง “บอกนางให้กลับไปเสีย เวลาเยี่ยงนี้พระอัครชายาต้องการพักผ่อน ไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น”
บริวารยังไม่ทันออกไป บุษกรก็ก้าวเข้ามา อุษาจ้องเขม็งด้วยความเกลียด
“ท่านพี่...ข้าเพิ่งได้รู้ข่าวร้าย ก็รีบมาทันที.. โถ..พระอัครชายา..ทำไมถึงได้โชคร้ายเยี่ยงนี้ ข้ารู้สึกเจ็บปวดแทนนางเหลือเกินท่านพี่...ข้าเข้าใจดีว่าหัวอกคนเป็นแม่ปวดร้าวแค่ไหนที่ต้องสูญเสียเลือดในอกไป เทวะ..หากความเจ็บปวดแบ่งปันมาได้ ข้าก็ยินดีรับมันมาไว้ที่ข้าเพียงคนเดียว” บุษกรพล่ามแสดงความเสียใจ แต่ในใจยิ้มเยาะ
เกศอาภาหลับตา อยากจะหายตัวไปจะได้ไปให้พ้นแม่คนนี้ซะที

หน้าเรือนเกศอาภา อุษาหมั่นไส้คันมือคันไม้ “นางมาเพื่อเยาะเย้ยถากถางมากกว่าไม่ได้มีความจริงใจอะไรทั้งสิ้น ข้าเห็นรอยยิ้ม เห็นสายตาของนางแล้ว..อยากจะ..” คีรินเหมือนจมอยู่กับความคิดบางอย่าง “เราควรทำเยี่ยงไรกับนางดี”
“กับข้าวมื้อนั้นเจ้าเป็นคนทำเองกับมือเจ้ารึไม่” คีรินเอ่ยถาม
“ฝีมือนังพวกในครัว หาใช่ข้าไม่”
“เราพลาดท่าให้แก่ศัตรูที่มองไม่เห็นเสียแล้ว”
“แต่พระอัครชายาไม่แตะต้องอาหารมื้อนั้นแม่แต่คำเดียวนะคีริน”
“แล้วนางกินอะไรเข้าไป”
“ไม่กินอะไรเลย ข้ายืนยันได้ นอกจาก....”
อุษายังพูดไม่ทันจบ เสียงอริยะก็แผดดังออกมา“ข้าจะตัดหัวมันด้วยมือของข้าเอง”
คีริน อุษา ชะงักเพราะเสียงที่แผดดังด้วยความโกรธจัดของอริยะ คีรินรีบวิ่งออกไปทันที

เรือนเกศอาภา อริยะกำลังโกรธจัด “ไอ้หมอหลวงมันต้องเป็นคนที่รู้เรื่องดีทุกอย่าง แล้วทำไมมันไม่บอกความจริงข้า”
คีรินกับอุษาตกใจรีบตามกันเข้ามา
“ท่านพี่ ท่านใจเย็นๆ ก่อนเถิด” บุษกรทำเป็นปลอบ

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/3 วันที่ 31 ส.ค.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ