อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/4 วันที่ 1 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/4 วันที่ 1 ก.ย.59

คีรินกับอุษาตกใจรีบตามกันเข้ามา
“ท่านพี่ ท่านใจเย็นๆ ก่อนเถิด” บุษกรทำเป็นปลอบ
“ข้าต้องสูญเสียลูกข้าไปทั้งคน จะให้ข้าใจเย็นอยู่ได้เยี่ยงไร” เกศอาภาเหมือนพยายามจะพูดบางสิ่งแต่ไม่มีแรงพอ “คีริน..เจ้าไปกับข้า เดี๋ยวนี้” อริยะคว้าดาบ แล้วผลุนผลันออกไปทันที
คีรินรีบตามไป บุษกรรีบตามออกไป

บ้านหมอหลวง หมอหลวงถูกคีรินกดหัวบังคับให้คุกเข่าต่อหน้าอริยะ “ข้าสำนึกผิดแล้ว อภัยให้ข้าด้วยเถิด” หมอหลวงหวาดกลัวละล่ำละลัก
“พระอัครชายาตั้งครรภ์ ทำไมเจ้าเก็บงำเป็นความลับไม่ยอมบอกใคร” อริยะเค้นถาม


“เป็นคำสั่งของพระอัครชายาเอง นางกำชับข้ามิให้บอกใครโดยเฉพาะองค์อริยะ ข้าจึงคิดว่านางคงจะเป็นคนบอกท่านด้วยตัวนางเอง”
“แล้วยังมีความลับอะไรที่ข้ายังไม่รู้อีก พูดออกมา พูดออกมาให้หมด” อริยะคาดคั้น
หมอหลวงกลัวจนตัวสั่น บุษกรจ้องเขม็งไปที่หมอหลวง “เอ่อ..เอ่อ” หมอหลวงอ้ำอึ้ง
“มันต้องรู้อะไรดีๆ อีกเป็นแน่” คีรินเปรย
“พูดออกมา” อริยะตวาดเสียงดัง
หมอหลวงเหลือบไปเจอสายตาบุษกรที่น่ากลัวยิ่งกว่า หมอหลวงร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
“ท่านพี่ ไอ้คนคนนี้มันก็แค่หมอหลวง มันจะไปรู้อะไรมากมาย ท่านพี่ขู่มันด้วยคมดาบเยี่ยงนี้ มันก็กลัวเป็นธรรมดา”
อริยะขัดใจที่บุษกรออกรับแทน
เรือนเกศอาภา เกศอาภาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ปุณณะนั่งอยู่ข้างตั่ง “ท่านพ่อ” เกศอาภาพยายามลุกขึ้น
“เจ้าไม่ต้องลุกขึ้นมาต้อนรับพ่อหรอก”
“ท่านพ่อ ในความเจ็บปวดทรมานลูกคิดถึงแต่ท่านพ่อ”
“ความทุกข์ของเจ้าก็คือความทุกข์ของพ่อเช่นกัน.. เจ้าทำใจให้สบายเสียเถิด เรื่องเลวร้ายมันผ่านไปแล้ว แลมันจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก”
“นี่คือบัญชาจากเทวะอย่างนั้นหรือท่านพ่อ..ความสุขความทุกข์ทุกสิ่งล้วนเป็นเพราะบัญชาจากเทวะอย่างนั้นหรือ เรามิอาจฝ่าฝืนแลเลือกที่จะสุขหรือทุกข์ได้ ด้วยตัวเราเองจริงๆ หรือท่านพ่อ”
ปุณณะก็เกิดคำถามนี้ขึ้นในใจเหมือนกัน

ปราสาทเทวะ กัมพูนั่งสวดมนต์เบื้องหน้าองค์เทวะเสร็จพอดี ปุณณะก้าวเข้ามาในปราสาท
กัมพูเอ่ยทัก “ท่านแม่ทัพ”
“ข้าต้องวิงวอนร้องขอจากองค์เทวะด้วยวิธีใดรึท่านมหาพราหมณ์.. เทวะจึงจะประทานพรคืนความสงบสุขให้แก่ทุกคนได้ ถึงจะต้องบูชาท่านด้วยเลือดเนื้อของข้า ข้าก็ยินดี” ปุณณะเหมือนต้องการที่พึ่ง
“เทวะคือองค์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ท่านมิประสงค์เลือดเนื้อผู้ใดเป็นเครื่องสังเวยบูชาหรอกท่านแม่ทัพ”
“ท่านมีคำถามเดียวกับข้ารึไม่ หากเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นหาใช่บัญชาจากเทวะไม่ แล้วมันเกิดขึ้นด้วยฝีมือของผู้ใด”
กัมพูนิ่งอึ้ง ลึกๆ แล้วรู้แก่ใจดี “ผู้ลบหลู่เทวะก็คือภัยอันใหญ่หลวงของจันทรปุระนั่นแหละท่านแม่ทัพ”

เรือนบุษกร บุษกรที่นั่งอยู่หน้าเปลวไฟ อ่างน้ำมันตะเกียงแสงสว่าง รอบตัวคือความมืด “เทวะคือข้า...ข้าคือเทวะ เพราะข้านี่แหละจะเป็นผู้ชี้ชะตากรรมของจันทรปุระด้วยตัวของข้าเอง” บุษกรยิ้มเหี้ยมจ้องมองเปลวไฟตรงหน้า ภาพสะท้อนเปลวไฟปรากฏในตาบุษกร

อริยะป้อนยาให้เกศอาภากิน เกศอาภาเอ่ยพึมพำ “ท่านทำให้ข้าต้องลำบากใจ ข้าควรเป็นฝ่ายดูแลสุขทุกข์ของท่านมากกว่า”
“ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษให้ตัวข้าเอง ข้ารู้ว่าเพียงคำขอโทษจากปากข้า เจ้าไม่มีวันอภัยให้ข้าได้หรอก” อริยะประคองเกศอาภาให้นอนลงและห่มผ้าให้ กุมมือเกศอาภาเอาไว้อย่างให้อุ่นใจว่าจะไม่จากไปไหน

เช้าวันใหม่ เรือนบุษกร บุษกรตื่นนอนยิ้มละไมเหมือนฝันดีมาทั้งคืน บริวารที่อยู่เวรพัดตั้งแต่เมื่อคืนยังหลับอยู่มุมหนึ่ง บุษกรขยับลุกขึ้นและจะก้าวลงจากตั่ง บริวารพากันเข้ามาพร้อมอ่างล้างหน้า ผ้าเช็ดหน้า บุษกรหันไปเห็นที่นอน แล้วช็อกตาค้าง คราบเลือดที่ยังสดอยู่เปื้อนผ้าปูนอน “ออกไป...ออกไปกันให้หมด” บุษกรตวาด บริวารมองหน้ากันเลิ่กลั่กด้วยความงง “ข้าบอกให้ออกไป” บุษกรเกรี้ยวกราด บริวารรีบพากันออกไปตัวใครตัวมัน
บุษกรรีบตะกุยดึงผ้าปูที่นอนออกมา ขยุ้มม้วนกลบรอยเปื้อนแล้วโยนผ้านั้นทิ้งไปมุมหนึ่ง บุษกรพบว่าผ้าที่นุ่งอยู่ก็เปื้อนเช่นกัน ...สีหน้าบุษกรเครียดจัด
ผ้านุ่งที่เปื้อนเลือดผืนนั้นถูกโยนลงไปในกองไฟทำลายหลักฐาน บุษกรยืนมองผ้าที่ไหม้ไฟอย่างใช้ความคิด บุษกรเหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ บุษกรนึกขึ้นได้ว่าลืมผ้าอีกชิ้นหนึ่งที่ต้องทำลายหลักฐาน บุษกรผละออกทันที
บุษกรรีบกลับเข้ามาในห้อง บริวารเช็ดถูทำความสะอาดอยู่ ปูผ้าผืนใหม่ บุษกรกวาดสายตามองหาผ้าผืนนั้น “ผ้าปูนอนข้าอยู่ไหน.. ข้าถามไม่ได้ยินรึไร”
“ข้ากำลังปูผืนใหม่ให้อยู่พระชายา”
“ข้าไม่ได้หมายถึงผืนนี้”

ลำธารซักผ้า ผ้าในห่อที่จะต้องทำความสะอาดถูกคลี่ออกทีละชิ้น กลางลำธารน้ำตื้น ผ้าปูที่นอนที่ถูกขยุ้มม้วนไว้ถูกคลี่ออก บริวารตกใจที่เห็นรอยคราบเลือดในผ้าผืนนั้น บริวารนิ่งคิดแล้วพบความจริง บุษกรเข้ามายืนจ้องเขม็งตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้
บริวารขนหัวลุก “พระชายา”
“เจ้ารู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ เจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น”
“ท่านมิได้ตั้งครรภ์จริง” บริวารกลัวเสียงสั่น
“แล้วข้าก็รู้ด้วยว่าคนอย่างเจ้าไม่มีทางเก็บมันไว้เป็นความลับได้”
“ข้าจะไม่บอกใคร ข้าสัญญาว่าข้าจะเก็บเป็นความลับ ให้มันตายไปพร้อมกับตัวข้า”
บุษกรเดินเข้าหา บริวารกระถดหนีลนลานด้วยความกลัว “ถูกแล้ว..ให้มันเป็นความลับตลอดไป”
บริวารคิดว่าไม่รอดแน่แล้ว วิ่งหนีไปตามน้ำตื้น แต่พื้นหินที่ลื่น ทำให้พลาดล้มลง บุษกรก้มลงหยิบหินก้อนใหญ่กว่าฝ่ามือบนพื้นลำธารขึ้นมา บริวารจะตะเกียกตะกายหนี แต่บุษกรก็ตามมาทันอย่างใจเย็น จิกผมนางบริวารไว้แน่น แล้วเงื้อสุดแขนทุบหัว บุษกรกระหน่ำทุบหัวนางบริวารไม่ยั้ง ใบหน้าบุษกรหลังภารกิจเสร็จสิ้น เหนื่อยมิใช่น้อยแต่ก็พอใจในผลงาน

กัมพูเข้ามาในปราสาทเทวะ แล้วชะงักหยุดยืนมอง บุษกรคุกเข่าสวดบูชาเทวะอยู่หน้าแท่นบูชาเสร็จพอดี “ข้าสัมผัสได้ถึงความทุกข์ร้อนในใจเจ้า”
“ท่านพ่อ...ลูกแค่กังวลใจ หากลูกทำสิ่งใดขัดเคืองใจเทวะ ลูกอาจต้องชะตากรรมอย่างเดียวกับเกศอาภา”
“เทวะเปี่ยมด้วยเมตตา ความผิดพลาดอันเกิดจากความพลั้งเผลอหลงผิดไปบ้าง แต่หากสำนึกผิด เทวะย่อมให้อภัย จากการสวดภาวนาของเจ้า”
“ลูกหวังเพียงองค์รัชทายาทจะลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย เท่านั้นลูกก็พอใจแล้ว ยศถาบรรดาศักดิ์ตำแหน่งอะไร ลูกไม่ได้ต้องการแม้สักนิด ลูกแค่ขอตอบแทนจันทรปุระแลราชบัลลังก์เท่านั้น”
“หากเจ้ามั่นใจในความดีที่เจ้าคิดเจ้าทำ ก็ไม่มีสิ่งไรต้องกังวล ผู้ประกอบกรรมดี เทวะย่อมสรรเสริญแลอำนวยพรเสมอ”
บุษกรยิ้มละไม แต่ในรอยยิ้มนั้นลึกล้ำ

เรือนบุษกร บริวารจับกลุ่มคุยกันบรรยากาศไม่ดี
“ข้าบอกมันแล้วว่าอย่าไปคนเดียวไว้รอไปพร้อมๆกัน มันก็ไม่ฟัง”
“เจ้าว่าเกิดเรื่องร้ายอะไรขึ้นกับมัน”
“เสือน่ะสิ...ข้าว่าเสือคาบมันไปกินแล้วแน่ๆ”
บุษกรฟังอยู่เงียบๆ “พวกเจ้าคุยอะไรกัน”
“นังจิตมันเอาผ้าไปซักแล้วหายตัวไปสองวันแล้วพระชายา ข้าตามไปดูที่ลำธาร มันทิ้งไว้แต่ผ้ายังไม่ทันซัก ข้าสงสัยว่า”
“หุบปาก...พวกเจ้าจะมาพูดคุยเรื่องอัปมงคลบนเรือนข้าได้เยี่ยงไร” พวกบริวารก้มหน้ากลัวหัวหด “มันอาจจะหนีตามผู้ชายที่ไหนไปก็ได้ ใครที่มันบังอาจพูดเรื่องนังจิตขึ้นมาอีก ข้าจะตบปากมัน” บุษกรกวาดตามองบริวารทุกคน ก่อนเดินออกไป พวกบริวารได้แต่ขนหัวลุก

เรือนเกศอาภา เกศอาภากินข้าวกับอริยะ อริยะป้อนข้าวเกศอาภา
“ข้าควรเป็นฝ่ายปรนนิบัติดูแลท่านมากกว่า”
“ข้าเต็มใจแลขอดูแลเจ้าเยี่ยงนี้ตลอดไป ชดเชยกับความผิดของข้า”
“ข้าสบายดีแล้ว ท่านควรเอาเวลาไปดูแลพระชายาบุษกรให้มากเถิด”
“เจ้ายังไม่เลิกน้อยใจข้าอีกรึ”
“ข้ามิได้น้อยใจ หากแต่พูดความสัตย์จากใจข้า...นางกำลังตั้งครรภ์รัชทายาทจันทรปุระ ท่านควรเอาใจใส่ดูแลนางอย่างดีที่สุด เพราะนางคือความหวังคือผู้กำอนาคตของจันทรปุระโดยแท้” อริยะพูดไม่ออก

อุษาเล่าให้คีรินฟัง “นังพวกในครัวมันว่าวันนั้นไอ้หมอหลวงมันเอาสมุนไพรอย่างหนึ่งเข้ามาให้ กำชับให้ต้มให้พระอัครชายากิน มันว่าเป็นยาบำรุงครรภ์”
“ลำพังตัวมันจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายเยี่ยงนี้ได้เยี่ยงไร ยกเว้นว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง”
“ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่ามันผู้นั้นเป็นใคร”

เรือนบุษกร บุษกรอยู่กับหมอหลวง “ข้ารับฟังแต่ข่าวดีเท่านั้น” หมอหลวงนั่งก้มหน้าเหงื่อแตกอยู่ต่อหน้าบุษกร “พูดไป”
“เอ่อ...ข้ากลัวว่า...เอ่อ”
“ข้าบอกให้พูดไป” บุษกรตวาด
“แม่เด็กนั่นแท้งลูกเสียแล้วพระชายา”
บุษกรอึ้งช็อกไปหลายวินาที “เจ้าโกหก”
“นางแท้งลูกเมื่อวานนี้เอง”
“เจ้าหวังจะเรียกเงินทองจากข้าเพิ่มอีกใช่ไหม ไอ้คนโลภ”
“ข้ามิกล้าทำเยี่ยงนั้น...พระชายา...เป็นความสัตย์...นางแท้งลูกแล้วจริงๆ ข้าไปรักษาเองกับมือ”
“ไปสืบหานังแม่คนใหม่มาให้ได้”
“พระชายา...ข้าได้พยายามแล้ว ข้าจนปัญญาจริงๆจึงได้รีบมาส่งข่าว” บุษกรเครียดหนัก “พระชายา...ข้ารู้สึกผิดต่อสิ่งที่ข้าทำลงไป มันคงเป็นบาปที่จะตามหลอกหลอนข้าไปตลอดชีวิต”
“ไอ้หมอ”
“ยอมรับความจริงเสียเถิดพระชายา”
“ไอ้คนขี้ขลาด...นี่เจ้าคิดจะทรยศข้าอย่างนั้นรึ”

ในสวน ปุณณะตกใจในสิ่งที่คีรินแจ้ง “เจ้ารู้ตัวรึไม่ว่าเจ้ากำลังกล่าวหาผู้ใด”
“ท่านแม่ทัพ...ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แลสำคัญยิ่ง ข้าอาจต้องโทษถึงอาญาแผ่นดิน แต่ชีวิตข้าหากต้องแลกเพื่อความมั่นคงแห่งราชบัลลังก์จันทรปุระ ข้าก็ยินดี แลไม่นึกเสียดายแม้สักนิด”
“พระชายาบุษกรต้องการอะไรถึงได้ทำอย่างที่เจ้ากล่าวหา”
“ตำแหน่งพระอัครชายาคือสิ่งที่นางมุ่งหมาย”
“คีริน....เป็นไปไม่ได้หรอก บิดาของนางคือผู้รับบัญชาเทวะคือผู้ที่จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ แล้วนางจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างเจ้าว่าได้เยี่ยงไร”
“ท่านแม่ทัพ...ถึงเวลานี้ คนเดียวที่มันจะเปิดปากพูดทุกสิ่งให้ความจริงปรากฏ ก็คือ ไอ้หมอหลวง”
ปุณณะอึ้ง

ที่ชายป่า หมอหลวงอุ้มลูกขึ้นเกวียน ส่งให้เมียที่นั่งอยู่บนเกวียนอยู่แล้ว บนเกวียนมีสัมภาระเดินทาง “เจ้าดูแลลูกให้ดี เสร็จธุระแล้ว ข้าจะรีบตามเจ้าไป ไม่ต้องบอกใครทั้งสิ้นว่าเจ้าเป็นใครมาจากไหน” หมอหลวงสั่งเสียแล้วโบกมือให้บริวารบังคับวัวลากเกวียนออกเดินทาง

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 9/4 วันที่ 1 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ