อ่านละครนาคี ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

“เขาถึงว่ากันว่าหมองูตายเพราะงู หมอผีตายเพราะผี พ่อจับงูขายก็สมควรแล้วนี่จ๊ะที่ต้องตายเพราะงู”

“คำแก้ว...พูดอะไรอย่างนั้น มันบาป”

แต่คำแก้วก็ไม่สนใจ ผละไปซักผ้าที่ท่าน้ำ ทิ้งคำปองให้มองตามเครียดๆ หนักใจเหลือเกินที่อีกฝ่ายไม่เคยรักหรืออาลัยพ่อแท้ๆเหมือนลูกสาวบ้านอื่นเลย

คำแก้วสลัดความหงุดหงิดใจเรื่องพ่อและลงมือซักผ้าอย่างขะมักเขม้น แต่แล้วก็ต้องเสียอารมณ์เมื่อเจอลำเจียก หญิงชาวบ้านคู่ปรับและลูกสาวคนเดียวของกออดีตเพื่อนรักของพ่อ พร้อมกับชบาและซ่อนกลิ่นเพื่อนสาวร่วมแก๊งที่คอยเป็นลูกคู่ของลำเจียกหาเรื่องเธอทุกครั้งที่เจอหน้า



และก็เหมือนทุกครั้ง...พวกลำเจียกถูกเล่นงานกลับจนสะบักสะบอมแทบลุกไม่ขึ้น คำแก้วสะใจมาก ก่อนจะมานั่งหน้าเซ็งเมื่อคิดถึงคำพูดของคู่ปรับสาวที่ชอบหาว่าเธอเป็นพวกตัวประหลาด...

ภาพในอดีตเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นในหัว สมัยคำแก้วเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อยแต่ก็มีพฤติกรรมไม่เหมือนเด็กคนอื่น คือรักและชอบเล่นกับงูจนไม่มีชาวบ้านคนไหน ยอมเข้าใกล้ กระทั่งวันนี้...งูเขียวสองตัวที่เธอเคยช่วยชีวิตไม่ให้ลำเจียกฆ่าเมื่อหลายปีก่อนก็ยังวนเวียนรอบตัวเธอ ไม่เคยห่างไปไหน แม้แต่เวลานี้

“ไม่ต้องห่วง...ฉันไม่สนใจคนพวกนั้นหรอก มีแค่เจ้าสองตัวเป็นเพื่อนฉันก็พอแล้ว”

คำปองแอบตามลูกสาวมา เห็นเล่นกับงูเขียวสองตัวอย่างสนิทสนมก็อดคิดถึงอดีตไม่ได้ พฤติกรรมของคำแก้วที่ชอบเลียนแบบงูปรากฏให้เห็นเรื่อยๆ ทั้งกินแมลงเป็นอาหารและลอกคราบเหมือนงูตอนดึกๆ แต่กระนั้น...เธอก็ไม่เคยจับได้คาหนังคาเขาสักครั้ง เพราะงูเขียวสองตัวคอยปกปิดหลักฐานตลอด ทั้งซากแมลงและคราบงูที่ถูกลอกทิ้งไว้

ooooooo

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ กลุ่มนักศึกษาภาควิชาโบราณคดี นำโดยทศพล หนุ่มหล่อเรียนดีว่าที่ผู้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งของคณะ พร้อมเพื่อนร่วมแก๊ง เชษฐ์ สมมาตร ประกิตและวันชนะ เดินรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอย่างสนอกสนใจ โดยเฉพาะทศพล ยืนนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกดเมื่อได้สบตาเทวรูปนางอัปสรตนหนึ่ง

จู่ๆภาพผู้คนรอบตัวก็หายไป เหลือไว้เพียงนางอัปสรรูปร่างและหน้าตางดงาม ทศพลกวาดตามองรอบตัวช้าๆ ก่อนจะได้อึ้งเมื่อพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในชุดที่สวมมาแต่เป็นชุดแม่ทัพโบราณ!

แต่ก็แค่อึดใจเดียว ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ทศพลถอดแว่นที่มักสวมติดตัวตลอด ขยี้ตาตัวเองซ้ำๆให้แน่ใจว่าเป็นแค่ภาพลวงตา ประกิตช่างภาพหนุ่มประจำกลุ่ม ขยับมาแซวใกล้ๆ พร้อมกับวันชนะคู่หู เพราะแปลกใจที่เห็นทศพลทำหน้าเครียดเหมือนกังวลอะไรบางอย่าง

เชษฐ์หนุ่มธรรมะธัมโมประจำกลุ่มมาสมทบเป็นคนสุดท้ายก็สงสัยไม่ต่างกัน ทศพลเลยแก้ตัวแบบขอไปทีว่าอ่านหนังสือดึกเลยตาฝาด คนอื่นๆเลยเลิกติดใจและรีบออกจากพิพิธภัณฑ์ในเวลาต่อมา ชั้นเรียนโบราณคดีกำลังจะเริ่มในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ทัศนัยอาจารย์หนุ่มใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องศิลปะและสถาปัตยกรรมโบราณโดยเฉพาะยุคขอม เป็นผู้บรรยายในชั้นเรียนนี้ และบทเรียนวันนี้ก็คือความเชื่อเรื่อง พญานาคของชนชาติต่างๆ

“นาคหรือพญานาค...เป็นความเชื่อในแถบภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียอาคเนย์ มีชื่อเรียกต่างๆกัน แต่มีลักษณะร่วมกันคือเป็นงูขนาดใหญ่ มีหงอน เป็นสัญลักษณ์ของน้ำและความอุดมสมบูรณ์”

ทศพลนั่งฟังด้วยความตั้งใจเหมือนเคย ต่างจากกลุ่มเพื่อนที่เหลือ รวมหัวกันวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเชื่อเรื่องพญานาคที่ดูงมงาย แล้วก็ได้ถอนใจยาว เซ็งสุดขีด เมื่อทัศนัยประกาศจะจัดชั้นเรียนภาคสนามด้วยการพากลุ่มนักศึกษาไปดูปราสาทขอมโบราณที่ดอนไม้ป่าสัปดาห์หน้า

ชื่อดอนไม้ป่าทำให้ทศพลชะงักไปอึดใจ คลับคล้าย คลับคลาว่าเคยได้ยินมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออก ต่างจากสาวๆ ร่วมคณะ นำโดยพิมพ์พร เจิดนภาและรัตนาวดี ส่งเสียงพึมพำไม่พอใจที่ต้องไปลำบากออกภาคสนามในถิ่นทุรกันดารแบบนั้น แต่ก็ขัดทัศนัยอาจารย์หนุ่มใหญ่ไม่ได้ ต้องไปเพราะอยากเรียนจบ

ทศพลกลับถึงบ้านเย็นวันเดียวกันและบอกอิ่มแม่นมซึ่งเลี้ยงดูเขาตั้งแต่เด็กว่าจะไปออกภาคสนามกับอาจารย์และเพื่อนร่วมคณะ อิ่มเลยอาสาช่วยเตรียมข้าวของและเตือนให้โทร.บอกสุภัทร ด็อกเตอร์หนุ่มใหญ่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโบราณคดีคนดังและพ่อแท้ๆของทศพล แต่อีกฝ่ายก็ทำท่าบ่ายเบี่ยง

“ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมหายไปสักเดือน พ่อก็คงไม่สนใจ”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณท่านติดภารกิจที่กรมฯ คุณหนูก็ทราบ”

“ตั้งแต่จำความได้ ผมก็ได้ยินว่าพ่อติดงานยุ่งตลอด ยุ่งจนกระทั่งไม่มีเวลามาดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย”

แต่ถึงน้อยใจพ่อแค่ไหน ทศพลก็ตัดสินใจโทร.บอกพ่อในกลางดึกของคืนเดียวกัน แล้วก็ได้เสียงตอบรับเย็นชาจากอีกฝ่ายตามคาด ทำให้ยิ่งสะเทือนใจและเชื่อสนิทว่าพ่อไม่เคยรักและสนใจไยดีเขาเลย

ooooooo

คืนเดียวกันที่บ้านคำปอง หมู่บ้านดอนไม้ป่า เจ้าของบ้านสาวใหญ่วุ่นวายกับงานบ้านเหมือนเคย กอแวะมาหาตามประสาพวกชีกอชอบแอบมองเมียเคนอดีตเพื่อนรักที่ตายเพราะถูกงูกัดเมื่อหลายปีก่อน

“ผัวเอ็งตายตั้งนานแล้ว อยู่คนเดียวไม่เหงาเหรอจ๊ะ”

“ฉันอยู่กับนังคำแก้วไม่เหงาหรอก”

“เอ็งเป็นแม่ม่ายผัวตาย ข้าก็เป็นพ่อม่ายเมียหนี เราสองคนเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก”

“ฉันเคยให้สัญญากับพี่เคนไว้ว่าจะไม่มีผัวคนที่สอง เลิกพูดเรื่องนี้สักที ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

“เอ็งก็รู้ว่าข้าหลงรักเอ็งมาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นเมียเพื่อน ข้าคงฉุดเอ็งตั้งแต่ยังสาวๆ”

จบคำก็ขยับไปจับมือถือแขน คำปองพยายามสะบัดออกแต่ก็ไม่ค่อยได้ผล จนกระทั่ง...คำแก้วปรากฏตัวพร้อมกับกิ่งไม้ใหญ่หล่นทับหัวกอ!

กอมองหาต้นตอของกิ่งไม้แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างจากคำแก้วลูกสาวคนเดียว ของคำปองและคู่ปรับตลอดกาลของลำเจียกลูกสาวของเขา แต่กระนั้น...ก็ยังทำปากดี

“กิ่งไม้แค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอกโว้ย”

“หนังเหนียวอย่างนี้นี่เอง ลุงกอถึงอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้”

“นังคำแก้ว...ปากคอเราะร้ายนักนะเอ็ง”

“ฉันยังไม่ได้ครึ่งนังลำเจียกลูกสาวลุงหรอก รายนั้น ใบตำแยยังเรียกพี่ ท่าทางจะสั่งสอนกันมาดี”

คำแก้วลอยหน้าลอยตาเถียงจนกอต้องถอย คำปองกลัวเขาผูกใจเจ็บเลยเตือนลูกสาวให้อยู่ห่างๆไว้ แต่มีหรือคำแก้วจะกลัว หมายมั่นปั้นมือจะหาทางสั่งสอนกอไม่ให้มาเกาะแกะอีก

“อย่านะคำแก้ว อย่างน้อยแกก็เป็นเพื่อนพ่อเอ็งมาก่อน”

“เพื่อนกินน่ะสิ ถ้าลุงกอเป็นเพื่อนตาย ก็คงตายพร้อมพ่อตั้งแต่ตอนนั้น”

คำปองส่ายหน้าเอือมๆกับท่าทางก้าวร้าวไม่กลัวใครของลูกสาว แต่ก็อดเห็นจริงด้วยไม่ได้

“ก็น่าแปลกจริง วันนั้นลุงกอก็อยู่กับพ่อเอ็งด้วย ทำไมแกไม่ยักถูกงูกัดตายเหมือนคนอื่นๆก็ไม่รู้”

“ดวงแกยังไม่ถึงฆาต!”

ขาดคำงูเขียวสองตัวซึ่งตามติดคำแก้วเสมอก็เลื้อยออกจากตรงนั้นเงียบๆ ก่อนจะเปลี่ยนร่างจากงูเขียวเป็นงูทับสมิงคลาตัวใหญ่ โดยมีจุดมุ่งหมายคือบ้านของกอหนุ่มชาวบ้านจอมชีกอที่มาเกาะแกะคำปอง

กอตกใจมากเมื่อเห็นงูทับสมิงคลาขนาดใหญ่สองตัว รีบคว้าแหวนพิรอดมาสวมติดนิ้วไว้ เลยรอดจากงูทั้งสองตัวอย่างหวุดหวิด ลำเจียกเห็นทุกอย่าง เมื่อเหตุการณ์สงบก็อดไม่ได้ต้องถามพ่อว่าเอาแหวนศักดิ์สิทธิ์นี้มาจากไหน

ภาพในอดีตผุดขึ้นอีกครั้งถึงที่มาของแหวนซึ่งริบจากเคน ก่อนจะตัดสินใจโกหกหน้าด้านๆ

“พระธุดงค์ให้ข้ามา ตั้งแต่เอ็งยังไม่เกิด”

ooooooo

กำนันแย้มผู้ทรงอิทธิพลประจำหมู่บ้านดอนไม้ป่าประกาศเรียกลูกบ้านมาชุมนุมเพื่อแจ้งเรื่องด่วนในเช้าวันต่อมา โดยมีหมออ่วม หมอผีและหมอยาพื้นบ้านซึ่งย้ายมาจากเมืองอื่นเป็นตัวตั้งตัวตี

“สุริยคราสปีนี้เจ้าแม่นาคีจะออกอาละวาดเอาชีวิตผู้คนเหมือนเมื่อสิบเก้าปีก่อน พวกเอ็งจงระวังตัวกันให้ดี!”

คำเตือนของหมออ่วมทำให้ชาวบ้านส่งเสียงอื้ออึง สีหน้าหวาดกลัวและผวาอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกอซึ่งจำติดตาถึงเหตุการณ์สุริยคราสเมื่อสิบเก้าปีที่แล้ว ฝูงงูน้อยใหญ่และงูเจ้าแม่สีขาวเผือกไล่กัดชาวบ้านจนตายเป็นเบือ

กำนันแย้มมองบรรยากาศรอบตัวเครียดๆ ได้ยินเสียงชาวบ้านปรึกษาหารือจะอพยพออกจากดอนไม้ป่าก็อดไม่ได้ โพล่งเสียงกร้าว

“ตราบใดที่ข้ายังเป็นกำนันที่นี่ ทุกคนไม่ต้องอพยพหนีไปไหนทั้งนั้น หมออ่วมพอจะมีวิธีแก้ไหม”

“คราวก่อน...เป็นเพราะมีพวกคนเมืองไปลบหลู่เจ้าแม่นาคี เจ้าแม่พิโรธจึงบันดาลให้เกิดอาเพศ แต่ถ้าหากพวกเราเซ่นดีพลีถูก เจ้าแม่พอใจก็ย่อมปกปักรักษาดอนไม้ป่าให้สงบสุข”

ลำเจียกไม่ชอบหน้าและไม่เชื่อถือหมอผีคนใหม่ของหมู่บ้านนัก ตั้งแง่และจับผิดจนกอต้องปรามไม่ให้อวดเก่ง พิษสงและอิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคีเป็นเช่นไรเขารู้ดียิ่งกว่าใคร

“แล้วพวกเราต้องทำไงล่ะหมออ่วม เจ้าแม่นาคีถึงจะไม่ออกมาอาละวาด”

“วันเกิดสุริยคราส เราต้องทำพิธีนาคบูชา บวงสรวงเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย เราต้องจัดให้ใหญ่กว่าทุกครั้ง”

กำนันแย้มพยักหน้าเห็นดีด้วย “ประเพณีของบ้านดอนไม้ป่า สาวพรหมจรรย์ทุกคนในดอนไม้ป่าเตรียมตัวกันไว้ พวกเอ็งจะต้องเข้าพิธีรำถวายเจ้าแม่นาคีในอีกเจ็ดวันข้างหน้า”

“ระหว่างนี้...จงระวังคนเมืองต่างถิ่นจะมาเสริมฤทธิ์เสริมเดชให้เจ้าแม่นาคีและนำความหายนะมาสู่หมู่บ้านเรา”

คำเตือนทิ้งท้ายของหมออ่วมทำให้ชาวบ้านกลัวหัวหด คงมีแต่ลำเจียกที่ไม่เชื่อ

“เหลวไหล...งมงายไม่เข้าเรื่อง งูมันจะเก่งกว่าคนได้ยังไง”

กอหันขวับ ดุเสียงเข้ม “เอ็งอย่าทำปากดี เจ้าแม่นาคีไม่ใช่งูธรรมดาแต่มีฤทธิ์เดชให้คุณให้โทษได้ทั้งนั้น”

“ไม่เห็นกับตา ฉันไม่เชื่อหรอก”

“คนที่เคยเห็นมักไม่ค่อยรอด เอ็งจะลองเสี่ยงดูไหมล่ะ”

ลำเจียกจะเถียงแต่ไม่ทันอ้าปาก คำปองกับคำแก้วก็โผล่มาจากอีกทาง สองแม่ลูกไม่ได้ไปร่วมงานประชุมของหมู่บ้าน เลยถูกถากถางว่าเป็นพวกตัวประหลาด ทำตัวแตกแยกจากชาวบ้าน คำแก้วต่อปากต่อคำจนลำเจียกโมโหจะตบสั่งสอนแต่กอก็ถลามาห้าม เผยให้เห็นแหวนพิรอดบนนิ้วซึ่งปล่อยพลังทำให้คำแก้วร้อนเหมือนถูกไฟจี้

คำแก้วปวดแสบปวดร้อนบริเวณแขนที่ถูกกอจับแต่ยังแข็งใจเดินหนีจนลับตาทุกคนเพื่อสำรวจแผลเจ้าปัญหานั้น แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่ามันไม่ใช่รอยจับธรรมดาแต่เป็นรอยแดงเหมือนเป็นลมพิษ!

ooooooo

ระหว่างที่กอสงสัยท่าทางของคำแก้วว่าอาจมีอะไรบางอย่างผิดปกติ พวกนักศึกษาคณะโบราณคดีจากกรุงเทพฯ นำโดยทัศนัยอาจารย์หนุ่มใหญ่ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านดอนไม้ป่าเพื่อสำรวจปราสาทขอมโบราณ

ชาวคณะสำรวจภาคสนามหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานตลอดทาง จนกระทั่งถึงทางเข้าหมู่บ้านดอนไม้ป่า ลุงชมคนขับก็ต้องหยุดรถกะทันหันเพราะมีงูใหญ่สีน้ำตาลทองมีหงอนบนหัวเลื้อยตัดหน้า!

ความมืดโรยตัวบรรยากาศโดยรอบ ลุงชมนิ่วหน้าเครียดๆเพราะรถยนต์สตาร์ตเครื่องไม่ติดอีกเลยหลังจากนั้น พิมพ์พร เจิดนภาและรัตนาวดี แก๊งนักศึกษาสาวโวยลั่นด้วยความกลัวลำบาก ทัศนัยเลยแก้ปัญหาด้วยการให้ลุงชมอยู่ซ่อมรถ ส่วนนักศึกษาทั้งหมดให้เดินเท้าเข้าหมู่บ้านดอนไม้ป่า

พวกทศพลไม่มีปัญหา ตั้งหน้าตั้งตาลัดเลาะตามป่าโดยไม่ปริปาก ต่างจากพวกพิมพ์พร บ่นกระปอดกระแปดตลอดทางจนแม้แต่ทัศนัยก็ต้องส่ายหน้าเอือมๆ

ส่วนลุงชมก็ต้องหนักใจไม่แพ้กันเพราะซ่อมรถไม่ได้สักที และหงุดหงิดมากจนต้องใช้เหล้าย้อมใจและเผลอหลุดปากลบหลู่เจ้าแม่นาคีที่ทำให้รถล่มกลางทางแบบนี้ งูใหญ่สีน้ำตาลทองตัวเดิมจ้องมองอยู่แล้ว โกรธที่ได้ยินคำพูดดูหมิ่นเจ้าแม่นาคีเลยเลื้อยออกไปฉกลุงชมตายคาที่!

ชาวคณะสำรวจมุ่งหน้าสู่บ้านดอนไม้ป่าโดยไม่รู้เลยว่าความหวังจะได้กลับกรุงเทพฯถูกทำลายลงเพราะลุงชมถูกงูฉกตาย แล้วก็เหมือนจะเป็นลางไม่ดี เมื่อจู่ๆพิมพ์พรก็เดินไปติดกับดักสัตว์ของพวกชาวบ้าน ถูกตาข่ายคลุมไว้

โชคดีที่กำนันแย้ม พร้อมด้วยเลื่องลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทัพกับเดี่ยวลูกสมุนคนสนิท โผล่มาช่วยและให้การต้อนรับพาไปกินข้าวที่บ้านอย่างดี เมื่อได้ยินว่าทั้งหมดเป็นนักศึกษามาจากกรุงเทพฯ

ชาวคณะปลื้มใจมาก หิวและเพลียจนแทบไม่มีแรงยืน เมื่อมีอาหารวางตรงหน้าเลยตั้งหน้าตั้งตากินกันอย่างหิวโหย แต่พลันทั้งหมดก็ต้องวงแตก เมื่อทัศนัยบอกเหตุผลของการเดินทางมาที่หมู่บ้านดอนไม้ป่า

“ได้ยินว่าที่นี่มีปราสาทหินโบราณท้ายหมู่บ้าน ผมเลยอยากพานักศึกษามาสำรวจ”

กำนันแย้มอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตั้งสติได้เอ่ยเสียงเข้ม

“มีแต่ซากปรักหักพัง ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก พวกคุณอย่าไปเลย”

ทัศนัยส่ายหน้า ยืนกรานตามความตั้งใจเดิม “ซากอิฐซากหินพวกนี้จะทำให้เราได้รู้ประวัติศาสตร์และความเป็นมาของท้องถิ่น ไม่แน่นะครับ ลงพื้นที่คราวนี้ เราอาจได้เจอข้อมูลทางโบราณคดีใหม่ๆก็เป็นได้”

“อาจารย์นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง บอกว่าที่นั่นไม่มีอะไรก็ไม่มีสิ รีบพานักศึกษากลับดีกว่าก่อนจะเกิดเรื่อง...”

อาการชะงักค้างทำให้เหล่านักศึกษาสงสัย แต่พอถาม กำนันแย้มก็ไม่ตอบแต่ตัดบทเครียดๆ

“เชื่อผมเถอะ พวกคุณอย่ารู้ดีกว่า แล้วก็ล้มเลิกความคิดจะไปที่นั่นซะ รีบพากันออกจากดอนไม้ป่าก่อนรุ่งสาง ไม่อย่างนั้น...ผมไม่รับประกันความปลอดภัย!”

ooooooo

เหล่านักสำรวจจากกรุงเทพฯถูกกำนันแย้มไล่ออกจากบ้านหลังจากนั้น ทัศนัยต้องบากหน้าไปพึ่งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงขอที่ค้างแรม รอเวลาสำรวจปราสาทโบราณในวันรุ่งขึ้น และบ้านของคำปองก็อยู่ในเส้นทางผ่านพอดี

คำปองพอเดาได้ว่ากำนันแย้มซึ่งเชื่อหมออ่วมและคำทำนายเรื่องเหตุร้ายจากเจ้าแม่นาคีคงจะไม่ญาติดีกับพวกคนต่างเมืองนัก แต่เธอไม่คิดเช่นนั้นเลยตัดสินใจยอมให้พวกนักศึกษาพักด้วย

คำปองเล่าว่าเป็นชาวดอนไม้ป่ามาตั้งแต่เกิด เป็นม่ายผัวตายและอาศัยอยู่กับคำแก้วลูกสาวคนเดียว ซึ่งเวลานี้คงเข้านอนแล้ว แต่ที่คำปองไม่รู้คือคำแก้วแอบเห็นทุกอย่างและเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องก็อดเตือนไม่ได้ว่าพวกคนต่างเมืองอาจหาเรื่องเดือดร้อนมาให้อย่างที่พวกกำนันแย้มเคยเตือน

“คนตกทุกข์ได้ยากมาขอความช่วยเหลือ จะไล่เขาไปได้ยังไง ให้ที่พักคนเมืองแค่คืนเดียวจะอะไรนักหนา”

คำแก้วคร้านจะเถียงด้วย ตั้งท่าจะนอนแต่ไม่ทันขยับก็ต้องสะดุ้ง เมื่อแม่เห็นแผลเป็นรอยแดงเหมือนลมพิษบนแขนแล้วซักไซ้ใหญ่จนเธอต้องแก้ตัวแบบขอไปทีว่าเป็นแผลโดนแมลงต่อย

อ่านละครนาคี ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ