อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

รถจอดแล้ว คัมพลกุลีกุจอลงไปขนกระเป๋าและข้าวของของนาง แต่เจ้าตัวยังมัวเล่นมือถือจนเอมอรตีแขนบอกให้ไปช่วยคัมพลยกของ นางมองไปเห็นคัมพลยกของหมดแล้วก็ลอยตัวบอกแม่ว่า

“ไม่ทันแล้วค่ะพี่คัมพลยกลงมาหมดแล้ว...ขอบคุณค่ะ” นางขอบคุณยิ้มให้ แล้วกระซิบถามคัมพลว่าโรงเรียนนี้มีผีไหม เขาบอกว่ามี แล้วนึกเกรงใจเด่นชาติกับเอมอรรีบแก้ว่าไม่มี นางฟันธงว่า “ไม่เชื่อ ตึกเก่าขนาดนี้ ต้องมีผีชัวร์!”

“พี่เคยได้ยินเรื่องตำนานหลอนของโรงเรียน” คัมพลทำท่าลึกลับ พอนางสนใจ เขากลับกระซิบว่า “แล้วค่อยเล่า”



ระหว่างนั้นนางรู้สึกว่ามีสายตาใครบางคนแอบดูอยู่นางหันขวับไปมอง เด่นชาติถามว่ามีอะไร นางพูดเป็นตุเป็นตะว่า

“รู้สึกเหมือนมีคนมองค่ะ ต้องมีวิญญาณแอบมองนางอยู่แน่ๆ”

ที่แท้คือ ซิสเตอร์เซ็นต์เทเรซ่า แม่ชีไทยใบหน้าสวย แอบมองอยู่ในเงามืด!

ที่หน้าตึกอำนวยการ คัมพลพาเด่นชาติ เอมอร และนางเข้ามาที่ห้องโถง ซิสเตอร์ออเดรย์ออกมาต้อนรับอย่างคนคุ้นเคยกับเอมอร เอมอรเรียกนางให้มาสวัสดีซิสเตอร์ออเดรย์ที่ดูแลนักเรียนไทยตั้งแต่สมัยแม่ นางเดินมาแต่ยังก้มหน้ากดมือถือ พอมาถึงก็ยกมือไหว้ล่กๆ เอมอรเลยยึดมือถือดุว่าไหว้ผู้ใหญ่ล่กๆแบบนี้ได้ยังไง นางจึงพนมมือบรรจงไหว้อย่างสวยงาม ซิสเตอร์ออเดรย์มองอย่างเอ็นดู ชมว่า หนูอภิรดีน่ารักมาก

“เรียกนางก็ได้ค่ะครู”

ซิสเตอร์เลยบอกว่าเรียกตนว่า มาดามออเดรย์ก็ได้เพราะที่นี่เขาเรียกครูว่ามาดาม และต่อไปไม่ต้องไหว้เวลาเจอกันก็ทักทายว่า กู๊ดมอร์นิ่งมาดามหรือกู๊ดอาฟเตอร์นูนมาดามก็ได้ เด่นชาติบอกว่าลูกสาวตนฤทธิ์เยอะกว่าแม่นะ

“เด็กสมัยนี้ก็แบบนี้ล่ะค่ะ พวกแกไม่คิดจะเถียงหรอก แค่อยากแสดงความเห็น มีความเป็นตัวของตัวเองก็เท่านั้น ใช่ไหมจ๊ะ”

“ครูเริ่ดมากเลย เอ๊ย...มาดามเริ่ดมากเลยค่ะ เข้าใจจิตใจเด็ก เห็นไหมคะแม่ นางไม่ได้คิดจะเถียง นางแค่แสดงความคิดเห็นและแสดงความเป็นตัวเอง”

เด่นชาติกับเอมอรส่ายหน้าเอือมๆ ส่วนซิสเตอร์ออเดรย์หัวเราะเอ็นดูในความกวนของนาง

ooooooo

ซิสเตอร์เทเรซ่าแอบมองมาที่กลุ่มของนางท่าทางไม่สบายใจ ซิสเตอร์ออเดรย์เหลือบมาเห็นแอบโบกมือให้หลบไปเสีย พอซิสเตอร์เทเรซ่าถอยไปก็เจอกับเรเวอร์เร้นท์มาเธอร์ซิสเตอร์หลุยส์ หรือคุณแม่อธิการพอดี!

คุณแม่อธิการทักซิสเตอร์เทเรซ่าแล้วหันมองกลุ่มของนางพูดอย่างเข้าใจว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้เธอหนีมาที่นี่สินะ

ซิสเตอร์เทเรซ่ายอมรับว่า “สิ่งที่ทำให้ดิฉันต้องหนี คือจิตใจที่อ่อนแอของดิฉันเองค่ะ”

“เธอมาอยู่นี่ก็นานแล้ว ควรจะกล้าเผชิญกับเรื่องในอดีตได้ดีกว่านี้” ซิสเตอร์เทเรซ่าขอโทษ คุณแม่อธิการให้กำลังใจว่า “วันนี้ยังไม่พร้อมเผชิญหน้าก็ไม่เป็นไร แต่ยังไงเสียเธอก็เลี่ยงเด็กคนนี้ไม่ได้”

คุณแม่อธิการเห็นพ่อแม่กับนางเดินมาหา ซิสเตอร์เทเรซ่ารีบหลบไป นางถือโอกาสนี้แอบออกจากกลุ่มไป คัมพลเห็นก็เดินตามไปอีกคน
พอนางย่องออกจากกลุ่มได้ก็กระโจนออกจากมุมตึก ชนเข้าอย่างจังกับธนาธิปจนผงะแต่ก็รีบยกมือไหว้ขอโทษ ธนาธิปบอกไม่เป็นไรถามว่านักเรียนไทยเพิ่งมาใหม่ใช่ไหม ไม่เคยเห็นหน้า นางถามงงๆว่าที่นี่มีผู้ชายด้วยหรือ

คัมพลตามมาทันพอดี พอเห็นธนาธิปก็ทัก “อ้าว... ท่านกงสุล สวัสดีครับ” ธนาธิปถามว่าทำไมเขามาอยู่ที่นี่ได้ “คุณพ่อให้ผมไปรับนางและท่านรัฐมนตรีเด่นชาติที่สนามบินมาส่งที่นี่ครับ ท่านรัฐมนตรีเป็นเพื่อนสนิทคุณพ่อ ท่านส่งนางมาอยู่ประจำที่นี่ตั้งแต่วันนี้ครับ นางนี่คุณธนาธิป ท่านเป็นกงสุลไทยที่นี่”

“เท่ไปเลย สวัสดีค่ะ” นางตื่นเต้นหันไปจับมือคัมพล “มาเซลฟี่กันค่ะท่านกงสุล มาเร็วพี่คัมพล”

คัมพลบอกว่าไม่ดีหรอก ธนาธิปก็ว่าไม่ดีกว่าแล้วขอตัวไปหาคุณแม่อธิการ บอกคัมพลให้พานางกลับไป กำชับว่า

“คุณก็รู้กฎระเบียบที่นี่ดี”

“แหม...ขี้เก๊กจัง” นางบ่นถูกคัมพลมองหน้าปรามก็ยังย้ำว่า “ก็จริงนี่พี่คัมพล คนที่นี่เป็นไร ตึงงงงงงกันไปหมด”

ธนาธิปเดินไปหาคุณแม่อธิการเห็นเด่นชาติกับเอมอรก็ยกมือไหว้ เด่นชาติยินดีที่เจอธนาธิปชมว่าเป็นกงสุลหนุ่มที่สุดคุณพ่อคงภูมิใจมาก ตนก็รู้จักกับคุณพ่อของเขาถามว่าท่านสบายดีหรือ ธนาธิปบอกว่าท่านสบายดี ถามว่าท่านรัฐมนตรีจะกลับวันนี้เลยหรือค้างที่นี่

“เรียกอาก็พอครับ ใจอยากจะค้างสักคืนครับ แต่คงไม่ได้ แต่เอมอรน่าจะค้างคืนหนึ่ง ใช่ไหมคุณ” เอมอรบอกว่าจะค้างคืนหนึ่งพรุ่งนี้แวะมาหานางก่อนแล้วค่อยกลับ คุณแม่อธิการบอกว่าธนาธิปก็มีน้องสาวเรียนอยู่ที่นี่ชั้นเดียวกับอภิรดี เด่นชาติดีใจบอกว่า “อ้อดีครับ ยายนางจะได้มีเพื่อน”

พูดถึงนางขึ้นมา เอมอรหันเรียกนางที่กลับมากับคัมพลพอดีให้มาสวัสดีคุณแม่อธิการ นางยกมือไหว้ เด่นชาติจึงแนะนำธนาธิปว่า “นี่คุณธนาธิปกงสุลไทยที่นี่”

“นางเจอแล้วค่ะ” นางบอกพอเห็นสายตาตำหนิของเด่นชาติก็ยกมือไหว้ “สวัสดีอีกครั้งก็ได้ค่ะท่านกงสุล”

เอมอรปรามว่าอย่าล้อเล่นกับผู้ใหญ่ แต่ธนาธิปบอกว่าไม่เป็นไรตนไม่ถือ นางพูดทันทีว่าดีไม่ถือก็ไม่หนัก เลยถูกทั้งพ่อและแม่เรียกปราม ซิสเตอร์ออเดรย์ขำ แต่คุณแม่อธิการบอกเด่นชาติกับเอมอรเชิงกระหนาบนางว่า

“ดีแล้วที่อภิรดีมาอยู่ที่นี่กับเรา ดิฉันจะดูอภิรดีให้ดีที่สุดค่ะ ซิสเตอร์ออเดรย์ได้เวลาแล้วล่ะพานางไปเตรียมตัวได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาอาหารกลางวัน”

ooooooo

ธนาธิปนั่งคุยกับคุณแม่อธิการที่ห้องรับรอง คุณแม่อธิการขอบคุณที่ท่านกงสุลแวะมาเยี่ยมทุกครั้งที่ปิดปีการศึกษา ปีนี้มีนักเรียนไทยเท่าเดิมมีเพิ่มมาคนหนึ่งคืออภิรดี ชมว่าน่ารักดีนะ

คุณแม่อธิการเชิญธนาธิปตามสบายพอนักเรียนไทยพร้อมซิสเตอร์จะมาตาม

ทุกคนลุกขึ้น ธนาธิปถามคัมพลว่าจะไปส่งท่านรัฐมนตรีใช่ไหม เดี๋ยวตนจะให้รถของกงสุลมารับคุณเอมอรไปดูแลจนกว่าจะกลับ ส่วนตัวเขาส่งท่านรัฐมนตรีแล้วกลับเข้าโรงเรียนได้เลย คัมพลรับคำ ธนาธิปย้ำเตือนว่า

“ถึงสนิทกับลูกสาวท่านรัฐมนตรีก็ต้องระวังไว้บ้างนะ อย่าทำตัวสนิทสนมกันมากไป มันไม่เหมาะ กฎที่โรงเรียนนี้เข้มงวดแค่ไหน คุณรู้อยู่แล้ว”

“ครับ ผมจะระวัง”

ooooooo

เมื่อถึงเวลาต้องกลับ นางเดินมาส่งคุณพ่อคุณแม่ถามอ้อนว่า พ่อกับแม่จะทิ้งตนไว้ที่นี่จริงๆหรือ เอมอรบอกว่าแม่ไม่ได้ทิ้ง แต่แม่เชื่อว่า...

“โรงเรียนนี้จะดูแลสั่งสอนหนูให้เป็นเด็กดีได้... เดี๋ยวสิ้นเดือนได้กลับไปเยี่ยมบ้าน แล้วแม่จะมารับ” นางน้ำตาคลอแต่พยายามกลั้นไว้ เอมอรลูบหัวนางบอกว่า “เป็นเด็กดีไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ทำให้พ่อกับแม่เป็นห่วงนะ”

เด่นชาติบอกว่าพ่อกับแม่รักลูกนะ นางโผกอดพ่อกับแม่บอกว่า ตนก็รักพ่อกับแม่

พอคัมพลเอารถมารับทั้งสองไป ซิสเตอร์ออเดรย์ก็ชวนนางเข้างาน นางเดินไปหันมองพ่อกับแม่ไปอย่างอาลัยอาวรณ์ นางเปิดมือถือดูรูปครอบครัวที่ถ่ายไว้น้ำตาคลอ...

ที่มุมหนึ่ง ซิสเตอร์เทเรซ่ายืนมองนางด้วยสีหน้าที่เดาอารมณ์ไม่ถูก คิดถึงอดีตที่ตนเคยเดินเล่นกับเด่นชาติที่ชายหาดตอนเป็นวัยรุ่นแล้วได้แต่เศร้า...

จากนางมาไม่ทันไรเอมอรก็น้ำตาคลอ บอกเด่นชาติว่าไม่เคยปล่อยลูกไกลตัวแบบนี้เลย

“เราไม่ได้ปล่อยลูกนะคุณ ให้ลูกมาอยู่ที่นี่นางจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักดูแลตัวเอง รู้จักเข้าสังคม แล้วต่อไปแกจะโตขึ้นมาเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม...เหมือนแม่ของแก”

ระหว่างนั่งรถเด่นชาติถามคัมพลว่าเขามีพี่ชายอีกคนใช่ไหม เสียดายที่มาคราวนี้ไม่ได้เจอ

“พี่ชัยพงษ์ ขานั้นเขายุ่งตลอดครับฝากมาขอโทษคุณอาทั้งสอง คราวหน้าคงได้เจอกันครับ”

ซิสเตอร์ออเดรย์พานางมาที่ห้องประชุมเล็ก บอกนางว่าวันนี้ท่านกงสุลไทยมาพบนักเรียนไทยที่นี่ ท่านมาทุกปี ท่านเป็นกงสุลที่น่ารัก นักเรียนไทยที่นี่โชคดีที่มีผู้ปกครองที่แสนดี นางฟังแล้วยิ้มแต่แววตาแข็ง

ซิสเตอร์ออเดรย์พานางเข้าห้องประชุมเล็ก

สายสุดากับมีนามองนางแล้วหันมองหน้ากันด้วยสายตาประมาณว่า

“นี่สินะ” แล้วหันกลับไปเลย สายสุดานั่งเชิดคอแข็งถือว่าเป็นน้องสาวกงสุล แต่เมื่อธนาธิปเข้ามาในห้องประชุม เขาเดินผ่านสายสุดาไปเหมือนเดินผ่านทุกคน มองทุกคนอย่างไม่มีใครเป็นพิเศษ ทำเอาสายสุดาจ๋อยไป แต่พอเห็นนางยิ้มทะเล้นยกนิ้วกดไลค์ให้ธนาธิป เขายิ้มให้นิดๆ และเดินผ่านไปอย่างไม่มีอะไรพิเศษ สายสุดาเห็นนางทำเช่นนั้นก็ยิ่งเขม่นมากขึ้น

ส่วนสินีนาฎมองธนาธิปด้วยแววตาประหนึ่งเห็นเจ้าชาย นางนั่งข้างๆสินีนาฎ ทั้งสองยิ้มให้กัน ต่างแนะนำ ตัวเองกันอย่างเป็นมิตร
หลังการเยี่ยมเยียนทักทายนักเรียนไทยของธนาธิปแล้ว ซิสเตอร์ออเดรย์ให้จรรยารุ่นพี่คอยดูแลทุกคน และนาง

เมื่อไปตึกนอนคอนแวนต์ จรรยาเปิดกระเป๋าของนางเพื่อตรวจค้นตามระเบียบ ถุงขนม น้ำอัดลมกระป๋อง และบะหมี่สำเร็จรูป ถูกหยิบออกมาจากกระเป๋า ตามด้วยกาน้ำร้อน ไดร์เป่าผม ที่ม้วนผม ลิปกลอสสีอ่อนๆ

“ลิปกลอสก็พกไม่ได้เหรอคะ นางปากแห้งนะคะ” นางถามอย่างอดรนทนไม่ไหว

ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่าใช้ได้เฉพาะลิปบาล์มแบบไม่มีสี แล้วเก็บทุกอย่างที่เอาออกมาใส่ถุง นางหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปไว้ จรรยายังตรวจกระเป๋าต่อ หยิบหนังสือการ์ตูน โน้ตบุ๊ก และไอแพดออกมา จรรยาบอกว่าอย่างอื่นไม่มีอะไรแล้ว ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่ามี สำคัญมากด้วย แล้วแบมือไปตรงหน้านางบอก “มือถือจ้ะ”

นางตะลึงถามว่ามือถือด้วยหรือแล้วถ้าตนอยากติดต่อพ่อแม่ล่ะ จรรยาบอกว่าให้เขียนจดหมายเอา

ตนก็เขียนทุกอาทิตย์ นางถามว่าอีเมลหรือ จรรยาบอกว่า ที่นี่ไม่มีอินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ นางช็อก พึมพำเหมือนสติขาดลอย

“ไม่มีข้าวกินนางอยู่ได้ แต่ไม่มีเน็ต ไม่มีมือถือ นางตายแน่ๆ”

“เดี๋ยวก็ชิน” ซิสเตอร์ออเดรย์พูดด้วยน้ำเสียงปกติ นางนิยามสถานที่ใหม่ใส่มือถือว่าเป็น เรือนจำคอนแวนต์ปีนัง!

ooooooo

ตรวจของยึดของแล้ว จรรยาพานางไปแนะนำสถานที่ต่างๆในโรงเรียน ระหว่างนั้นก็พูดไปเรื่อยว่าโรงเรียนเราเน้นเรื่องเวลา กิริยามารยาทและความสามัคคี นางเริ่มทำหน้าเบื่อ แต่จรรยาก็ยังตั้งอกตั้งใจทำหน้าที่ของตนต่อไป

“ตารางเวลาเป็นหัวใจสำคัญ กิน นอน อาบน้ำ เรียน ทำการบ้าน กระทั่งเล่นกันก็ต้องเป็นเวลา” นางบ่นว่าตนตายแน่ๆ “เข้ามาใหม่ๆก็บ่นงี้ทุกคนแหละ อยู่ๆก็ชินไปเอง” จรรยาแนะนำหอพักของพวกมาดาม ตึกนอนของนักเรียนแบ่งเป็นตึกเด็กเล็กกับเด็กโต แนะนำโรงยิม ตึกวิทย์ ตึกกิจกรรม ห้องดนตรี ห้องชมรมสระว่ายน้ำ โรงอาหาร

นางฟังไปงั้นๆ แล้วชี้ไปตึกสีเทาดำถามว่าเป็นตึกอะไร จรรยาที่แนะนำอย่างผ่าเผยตลอดมา กลับอึกอัก ตัดบทว่า

“อย่ารู้เลย เอาเป็นว่าถ้าไม่มีธุระก็อย่าไป”

เป็นท่าทีและคำตอบที่ทำให้นางยิ่งสงสัย อยากรู้

ที่ลานกิจกรรมริมทะเล นางเห็นซิสเตอร์ฟรานซิสสั่งลงโทษฮองลันที่เอาขนมมากิน ให้สก๊อตจั๊มพ์ยี่สิบและเก็บกวาดทั้งลานถ้าไม่เสร็จไม่ต้องกินข้าวเย็น จรรยาบรรยายซิสเตอร์ฟรานซิสให้นางฟังว่า

“สมญาจริง แม่เสือ...รัวกลองรบ ถ้าแม่เสือรัวกลองเมื่อไหร่ต้องมีใครโดนเชือด” สมญาของซิสเตอร์ ฟรานซิสมาจากลักษณะเฉพาะตัวที่มักเคาะสมุดปกดำในมือเป็นจังหวะ แล้วบรรยายถึงลักษณะพิเศษของมาดามแต่ละคนให้ฟังว่า

“มาดามออเดรย์ นางฟ้าผู้ใจดี เทพีผู้ปกป้อง มาดามเทเรซ่า แม่พระมาโปรด ไม่เคยลงโทษใครแม้แต่คนเดียว มาดามปอลลีน ผีเข้าผีออก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สรุปบุคลิกลำบากเราอย่าไปยุ่งดีที่สุด คุณแม่อธิการ...ใจดีแต่อย่าแหย็ม นิ่งๆแต่เอาจริง”

นางฟังจนมึนสรุปยิ้มๆแต่แววตาท้าทายว่า เท่าที่ฟังก็มีมาดามฟรานซิสคนเดียวที่ดุ

แล้วจรรยาก็พามาถึงริมรั้วฝั่งที่ติดร้านค้า นางปีนขึ้นไปดูบนกำแพง ตื่นเต้นที่มีของขาย จรรยาบอกให้ลงมา นางขอเวลาถ่ายรูปก่อน ตบกระป๋าเสื้อจึงจำได้ว่ามือถือโดนยึดไปแล้ว จรรยาเร่งให้รีบลงมาเดี๋ยวมาดามฟรานซิสมาเจอจะโดนดุ นางอยากลองดูว่ามาดามจะดุแค่ไหนเชียว จรรยาบอกว่าตนจะโดนด้วยน่ะสิ นางจึงโดดลงมาบ่นกระปอดกระแปด

“เบื่อจริงๆเลยพวกครูที่ชอบลงโทษคนอื่นที่ไม่ได้ทำผิด” จรรยาบอกว่าผิดที่ตนไม่ได้ห้ามน้องปีนรั้วสูง

นางเปลี่ยนเรื่องถามว่าร้านที่อยู่ใกล้ๆขายอะไรจรรยาบอกว่า ขายเบเกอรี่ ขนม แล้วก็ของจุกจิก ถามทำไมจะซื้อหรือ ปรามว่า “รั้วนี้ยังไม่มีใครกล้าปีนข้ามไปเลยนะ”

พากันเดินไปถึงรั้วอีกด้านหนึ่ง จรรยาชี้ให้ดูตึกใหญ่บอกว่านั่นสถานกงสุลไทย ส่วนตึกอยู่ติดกับรั้วราเป็นบ้านพักท่านกงสุล พูดจริงจังว่า “ย้ำอีกครั้ง อย่าคิดปีนรั้วข้ามไปล่ะ เข้าใจไหม”

ทันใดนั้นมีลูกบอลลอยมาจากฝั่งโรงเรียนจอร์จทาวน์อะคาเดมี่ที่มีรั้วโปร่งเป็นซี่ๆกั้นอยู่ตกลงมาเฉียดจรรยาไปนิดเดียว สองสาวตกใจร้อง “ว้าย!!”

เดวิดกับปีเตอร์จากรั้วฝั่งโน้นเดินยิ้มเผล่มาทัก

“Hi จรรยา I’m so sorry for the ball.”

“Could you give it back to me sweetheart?”

เดวิดผิวปากวี้ดแซวจรรยากับนาง เพื่อนๆพากันแซวตาม หัวเราะร่าชอบใจกัน จรรยาไม่พอใจ หันไปกระซิบนางว่า นักเรียนโรงเรียนจอร์จทาวน์อะคาเดมี่โรงเรียนประจำชายล้วน นางจำได้ว่าเป็นโรงเรียนที่คัมพลเรียนอยู่

“พวกเราไม่มีใครมาใกล้รั้วฝั่งนี้หรอก เพราะพวกนี้ชอบแซวบ้างโห่บ้างแกล้งทำให้อาย” จรรยาเตือน

“เก่งแต่ปากยิ่งยอมยิ่งแซว ยิ่งได้ใจ เดี๋ยวนางจัดการเอง” นางมองสองหนุ่มแสบอย่างหมั่นไส้ จรรยารีบห้ามว่าอย่าข้ามไปเด็ดขาด นางบอกว่าไม่ได้ข้ามแค่จะเอาบอลไปคืนให้ แล้วหันไปหยิบบอลเดินไปริมรั้วโยนบอลให้

“Hey! New girl!” นางถามจรรยาว่ารู้ด้วยหรือว่าตนเป็นเด็กใหม่ พลางยื่นมือลอดซี่กรงรั้วไปให้เดวิดกับปีเตอร์

“Nice to meet you guys.”

สองหนุ่มตื่นเต้นที่จู่ๆนางก็ยื่นมือมาให้จับ ทั้งสองรีบจับมือทันที นางได้จังหวะกระชากทั้งคู่กระแทกรั้วกั้นอย่างแรง อั๊ก...อั๊ก...อั๊ก!!! รัวสามทีซ้อนจนสองหนุ่มจุกล้มลงกองข้างรั้ว นางหัวเราะชอบใจ จรรยาพลอยสนุกไปด้วยชมว่า สุดยอด! นางบอกว่าผู้ชายแบบนี้อย่าไปยอม คงเข็ดไปอีกนาน แล้วนึกได้ถามจรรยาว่า

“แต่ถ้าโรงเรียนเราไม่ถูกกับหนุ่มๆพวกนั้น นางก็อดทักทายกับพี่คัมพลน่ะสิ”

“กฎข้อสำคัญของการอยู่ที่นี่ ต่อให้รู้จักกันมานานแค่ไหน ก็ห้ามทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายเด็ดขาด เรื่องนี้พวกมาดามซีเรียสมาก” จรรยาย้ำเครียด แต่นางฟังเหมือนไม่สนใจ

ooooooo

เมื่อมาถึงลานของว่าง รุ่นพี่เกรด 12 ที่เป็นเวรกำลังแจกนมกับกล้วยหอมให้เด็กๆ มีซิสเตอร์ยืนคุมอยู่หัวแถวตามโต๊ะ นักเรียนหลายคนนั่งทานกันไปคุยกันไป จรรยาบอกว่า

“อยู่นี่ไม่ต้องกลัวอด ข้าวสามมื้อ ของว่างสามเวลา ทุกวันอังคารจะมีไอติมตอนบ่าย ก่อนนอนมีนมกับกล้วยหอมให้ทาน หนึ่งคนหนึ่งชิ้นอิ่มพอดีๆ ไม่จุก” ทุกคนในลานเริ่มหันมองจรรยากับเด็กใหม่ จรรยาพาเดินมายังกลุ่มเด็กเกรด 10 แนะนำว่า “เพื่อนนักเรียนไทยชั้นเดียวกับนางก็มีสามคนนี้แหละ เจอกันแล้วใช่ไหม นี่สินีนาฎ สายสุดา แล้วก็มีนา”

“รู้จักกันแล้วค่ะพี่จรรยา นางเดี๋ยวมานั่งด้วยกัน จะแนะนำเพื่อนในห้องให้รู้จัก” สินีนาฎยิ้มเป็นมิตร แต่สายสุดานั่งอยู่กับมีนาและจอยคามหน้าตาไม่เป็นมิตร จอยถามสายสุดาว่านี่หรือที่บอกว่าเป็นเด็กเส้น

“ใครเส้น” นางหันขวับราวกับงูจะฉก สายสุดาทำเป็นไม่สนใจลุกขึ้นยืน ลูกไล่ทั้งสองลุกตาม มีนา

รับเศษขนมจากสายสุดาไปทิ้ง จอยคามรีบส่งลิปกลอสให้เติมปาก เสร็จแล้วสายสุดาเดินเชิดไป ลูกไล่ทั้งสองรีบวิ่งตาม

จรรยาฝากสินีนาฎให้ดูแลนางด้วย บอกนางว่ามีอะไรให้ถามเขา ย้ำอย่างสังหรณ์ใจว่ามาวันแรกอย่าเพิ่งก่อเรื่องล่ะ

นางเดินมากับสินีนาฎและฮองลัน เด็กๆห้องเกรด 10 หันมองและมาทักส่วนใหญ่มองอย่างเป็นมิตรยกเว้นกลุ่มสายสุดา มีนาพูดเสียงดังว่า เด็กเส้นไม่เห็นน่าคบ สายสุดาถามว่า “ทำไมพูดอย่างนั้น รู้ได้ไงว่าเขาเป็นเด็กเส้น”

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 1 วันที่ 18 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ