อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 1 วันที่ 8 ก.ย.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 1 วันที่ 8 ก.ย.59

ในขณะที่ปุ๊กกี้นั่งแกะของขวัญ หรรษากับวิริยะเข้ามาร่วมดูว่าได้อะไรบ้าง ปุ๊กกี้ชูสร้อยพระเลี่ยมทอง คุณย่าให้ บ้านตุ๊กตาของชลีกรและสาวิตร ส่วนเครื่องบินนี่ของหทัยกับหัฏฐ์ แล้วนึกได้ทวงของขวัญพ่อกับแม่ถามลืมหรือ

หรรษาบอกใครจะลืมของขวัญให้ลูกรักคนนี้ แล้วส่งกล่องใบโตให้ ปุ๊กกี้บรรจงเปิดกล่องเห็นตุ๊กตาที่เคยเห็นแม่เย็บเอง มีหัวใจติดที่อกด้านซ้ายด้วยก็ดีใจ กอดมันแน่นชมว่าน่ารักที่สุดในโลก แล้วโผกอดพ่อกับแม่บอกว่าจะตั้งชื่อมันว่า...ดวงใจ จะให้เป็นพี่น้องกับตน
ในห้องนอนป้อม แป้งและเปเป้ ทั้งสามกำลังบ่นกับชลีกรว่าอิจฉาปุ๊กกี้ที่ได้ของขวัญมากมาย ทีของพวกตน

แม่ไม่เคยจัดบอกว่าเปลือง ชลีกรให้เลิกบ่น ทั้งสามอ้อนให้แม่เล่านิทาน เธอบอกว่าวันนี้เหนื่อยมากตื่นเช้าไปช่วยจัดงาน ให้ลูกๆปิดไฟหลับตาเดี๋ยวก็หลับไปเอง



ออกมาจากห้องลูก ชลีกรยืนพิงประตูรู้สึกอิจฉาปุ๊กกี้เหมือนลูกๆเช่นกัน...ที่มีการเป่าเค้ก ภาวนาก็ให้สร้อยพระเลี่ยมทอง ยิ่งคิดยิ่งอิจฉาหาว่าย่าลำเอียง

เช้าวันใหม่ วิริยะกับสาวิตรไปดูงานสร้างโกดัง วิริยะเป็นน้องแต่ตำแหน่งหน้าที่สูงกว่าสาวิตรซึ่งเป็นพี่ชายคนโตก็ไม่เคยหมองใจกัน มีเพียงชลีกรที่คอยเป่าหูสาวิตร...วิริยะเป็นคนทำงานห้าวหาญตัดสินใจเด็ดเดี่ยว ต่างจากสาวิตรที่ลังเล พอมีปัญหากับคู่แข่ง

ถูกขู่ว่าระวังไม่ตายดี สาวิตรกลัวเตือนน้องชายอย่าสร้างศัตรู แต่วิริยะคิดว่าไม่ควรรอมชอมกับคนชั่ว พลันมีเรื่องคนงานตกจากเชลฟ์ วิริยะก็ช่วยเหลืออย่างดี เป็นที่รักของคนงานทุกคน

พอภาวนารู้เรื่องก็สั่งให้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลคนงานเต็มที่ บุญเรือนยกชาร้อนมาให้เตือนเจ้านายอย่าเครียดเดี๋ยวโรคเก่ากำเริบ ชลีกรเดินมาชะงักแอบฟัง ภาวนาเปรยว่าดีที่มีวิริยะคอยดูแล ลำพังสาวิตรคงเอาไม่อยู่แน่ บุญเรือนบอกสาวิตรเป็นคนนิ่งๆจะมาชน

กับคนอื่นแบบวิริยะคงไม่ได้ วิริยะกล้าได้กล้าเสียกล้าตัดสินใจคนเลยเกรงใจ ภาวนาว่าตนจึงวางใจให้วิริยะดูแลโครงการใหญ่ทุกอย่าง...ชลีกรได้ยินก็ไม่พอใจ ภาวนาได้ยินเสียงฮึดฮัดร้องถามว่าใคร

ชลีกรปรับอารมณ์เสียงหวาน “ลีเองค่ะคุณแม่ คือลีต้มซุปกุ้งเอามาให้คุณแม่ทานน่ะค่ะ”

ภาวนาขอบใจแต่ตนแพ้กุ้ง ชลีกรเหวอที่ตัวเองคิดจะประจบแต่ลืมสนิท รีบบอกจะไปทำซุปปลามาให้ใหม่ ภาวนาบอกไม่เป็นไรเพราะหรรษาทำไว้ให้แล้ว ชลีกรหน้าง้ำกลับไป...ชลีกรแค้นใจโยนหม้อซุปทิ้งขยะ

เข่นเขี้ยวสักวันจะต้องได้กินซุปฝีมือตนแน่

ooooooo

ชินานางวาดรูปค้างไว้ เดินกลับมานั่งจะวาดต่อ รู้สึกเหมือนนั่งทับอะไรสักอย่างพอลุกดูก็พบว่านั่งทับหลอดสีเหลืองแบนเปรอะไปหมด ก็ร้องลั่น ชนนีตกใจวิ่งออกมาถามโวยวายอะไรแต่เช้า เสียงลูกหมีหัวเราะก๊ากว่าอาช้างอึราดๆ

“ไม่ต้องมาหัวเราะนี่ฝีมือลูกหมีใช่ไหม ต้อนรับอาช้างเข้าบ้านวันแรกแสบขนาดนี้เลยนะ” ลูกหมีเริ่มกลัวจะวิ่งหนี เสียงชินานางดังแปร๋น “อย่าหนีนะ!”

ชนนีดึงลูกสาวไว้แก้ตัวแทนว่าหลานคงไม่ตั้งใจ ชินานางว่าไม่ตั้งใจก็ต้องขอโทษ ว่าแล้วก็วิ่งไล่จับหลาน ชนนีบ่นจะเป็นลม บัวเข้าประคอง เธอบอกแค่พูดเฉยๆ

ไม่ได้เป็นจริง บัวร้องอ้าว...เสียงชินานางตะโกนเอ็ดและลูกหมีเถียงกลับดังลั่นไปรบกวนโสตประสาทหัฏฐ์

ซึ่งกำลังนอนหลับ ลุกขึ้นมาหงุดหงิดเดินไปดูที่หน้าต่าง

“ชื่อช้างแล้วยังเสียงแปร๋นเหมือนช้างอีก น่ารำคาญ...นี่!” หัฏฐ์ตะโกนแต่ไม่เห็นใคร

หัฏฐ์เดินหงุดหงิดลงมา หทัยจัดโต๊ะอยู่ถามจะไปไหน เขาบอกจะไปสอนมารยาทยายพังแป้นตกมัน หทัยงงใครกัน ส้มขำคงเป็นคุณช้างอาของลูกหมี หทัยขออย่ามีเรื่องกับเพื่อนบ้านเลย เขาจึงให้พี่สาวไปเตือนให้เลิกตกมันส่งเสียงรบกวนคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะแจ้งปางช้างมาเป่าลูกดอกยาสลบเอาตัวไปไว้ที่ปาง ส้มขำบอกหทัย สงสัยหัฏฐ์คงนึกว่าชินานางตัวอ้วนเหมือนช้าง

สายวันนั้น หทัยถือขนมมาฝากชนนี เห็นลูกหมีนั่งหน้างออยู่มุมห้องก็แปลกใจ ชนนีบอกว่าถูกอาทำโทษแบบฝรั่ง ลูกหมีสบถว่าอาช้างใจร้าย ชินานางเดินมาเอ็ด ห้ามพูดไม่อย่างนั้นต่อเวลาอีก ชนนีขอโทษที่ตอนเช้าลูกหลานทำเสียงดังรบกวน หทัยบอกตนอยู่ในครัว
ไม่ได้ยินแต่น้องชายนอนอยู่ได้ยินชัด ชินานางรีบขอโทษ อธิบายว่าเด็กต้องโดนปราบบ้าง ชนนีให้บัวไปจัดคุกกี้ใส่กล่องให้หทัย ลูกหมีถือโอกาสอาสาทำให้แล้ววิ่งตื๋อไป ชินานางโวยวิ่งตามยังไม่หมดเวลาทำโทษ ทั้งชนนีและหทัยส่ายหน้าขำๆ

สาวใช้สองบ้านคุยกันเรื่องที่ชินานางปรี๊ดแต่เช้า ส้มเล่าว่าหัฏฐ์ตื่นมาบ่นเรียกอาช้างว่าพังแป้นตกมัน บัวขำเพราะเจ้านายตนออกจะผอมเพรียวสวย ชินานางเดินมาได้ยินไม่พอใจบอกส้มให้ไปบอกเจ้านายเธอว่า ผู้ชายอะไรชอบนินทาผู้หญิง สองสาวใช้หวั่นใจเกรงเจ้านายทะเลาะกัน

เย็นวันนั้น ชลีกรพาครอบครัวมากินข้าวที่บ้านภาวนา ป้อม แป้งและเปเป้แย่งที่นั่งกันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว วิริยะปรายตามองเอือมๆ ชลีกรเห็นเชิดหน้าใส่ ลดามณีลูกสาวคนเล็กของภาวนาแต่งตัวสวยจะออกข้างนอก ภาวนาทักจะไปไหนอีก เมื่อวานก็ไม่อยู่วันเกิดหลาน ลดามณีบอกต้องไปรับเพื่อนมาจากเชียงใหม่ ภาวนา ระอาใจที่ลูกสาวเอาแต่เที่ยวเตร่

เปเป้เห็นตุ๊กตาดวงใจของปุ๊กกี้ก็บอกแม่ว่าอยากได้ ชลีกรเบ้หน้าไม่เห็นสวย หรรษาบอกกลับจากกรุงเทพฯจะเย็บให้ สาวิตรฝากวิริยะเอาพัตเตอร์ไปเปลี่ยนกริ๊ปให้ด้วย ชลีกรแทรกทำไมไม่ไปเอง วิริยะจะได้ดูแลทางนี้ ภาวนาขัดเสียงเข้ม

“วิริยะเขาต้องไปตามงานที่เขาจับมาแต่ต้น สาวิตรไม่รู้เรื่องเดี๋ยวจะงงเสียเปล่าๆ”

ชลีกรฝืนยิ้ม...กลับมาที่บ้านตัวเองด้วยท่าทีหงุดหงิด บ่นสาวิตรไม่เอาไหนไม่รู้เรื่องงานบ้างเลย สาวิตร

บอกตนดูแลบัญชีจะรู้เรื่องก่อสร้างได้อย่างไร เธอยังเป่าหูว่าเป็นพี่คนโตต้องเป็นนัมเบอร์วัน ไม่ใช่ให้น้องเป็นใหญ่กว่าแบบนี้ เขาเถียงตำแหน่งอะไรมันไม่สำคัญ

“เพราะคุณคิดอย่างนี้น่ะสิ วิริยะกับหรรษาถึงได้คิดจะฮุบบริษัท”

สาวิตรไม่เชื่อว่าน้องชายจะคิดแบบนั้น ชลีกรยิ่งโมโหไม่ได้ดังใจ แล้วยังหรรษาอีกที่ประจบภาวนา สอนหลานให้อ้อนย่าจนหลง สาวิตรติงว่าเด็กไม่รู้เรื่องด้วยหรอก ชลีกรว่าเขาไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมใคร สมแล้วที่ภาวนาว่าไม่เอาไหน สาวิตรได้แต่ถอนใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ลูกหมีถูกจับให้นั่งอ่านหนังสือข้างชินานางที่กำลังวาดภาพ แถมถูกกำชับถ้าถามต้องตอบให้ได้ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องกินข้าว ลูกหมีงึมงำว่าอาใจยักษ์ๆ จิรัชเดินเข้ามาส่งถุงขนมให้ ลูกหมีดีใจจะเปิดกิน ชินานางคว้าถุงมาบอกให้อ่านหนังสือให้จบก่อน

ลูกหมีอ้อนขอชิ้นเดียว ชินานางไม่ให้จึงพึมพำว่า... พังแป้นตกมัน ชินานางร้องอ๊าย...เอาคำนี้มาจากไหน เสียงแหลมของชินานางทะลุทะลวงไปถึงหูหัฏฐ์ที่กำลังเตรียมการสอนอยู่ เขากระแทกปากกาลงโวยหทัย “พี่ไม่ได้บอกเขาหรือครับว่าให้เกรงใจกันบ้าง”

หทัยรีบบอกว่าบอกแล้ว ลูกหมีคงไปแหย่อาอีก หัฏฐ์ว่ามันเกินแหย่แล้ว ยายช้างพังคงมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ ต้องพาไปหาจิตแพทย์ หทัยให้ใจเย็นรู้ว่าน้องชายบ่นไม่เลิกแน่จึงออกตัวว่าต้องไปจ่ายค่าไฟแล้วรีบจ้ำออกไป หัฏฐ์เข่นเขี้ยว สักวันจะต้องจับไปปล่อยป่า

จิรัชปลอบใจชินานางที่ยังหงุดหงิดอยู่ ว่าลูกหมีออกจะน่ารัก ที่กวนไปบ้างคงเพราะคิดถึงพ่อแม่ อยากให้เธอรักและสนใจ ชินานางว่าก็มีย่าให้ความสนใจแล้ว จิรัชว่าย่าวัยห่างจากแม่มากเกินไป ชินานางเหน็บไปเรียนจิตวิทยาเด็กมาจากไหน จิรัชติงว่าแม่ตนตายตั้งแต่เด็กจำไม่ได้หรือ เธอชะงักบอกจะลองเชื่อ มองไปเห็นลูกหมีนั่งหันหลังอยู่ตรงพุ่มไม้ จะเข้าไปคุยด้วยดีๆ แต่แล้วกลับเห็นว่าแกแอบกินช็อกโกแลตก็ปรี๊ดแตกเอ็ดเสียงดังลั่นอีก ลูกหมีวิ่งหนีออกประตูบ้าน เธอตกใจเกรงจะโดนรถชนยิ่งตะโกนเรียกให้กลับมา

ลูกหมีวิ่งหน้าและมือเลอะช็อกโกแลตเข้ามาในบ้านหัฏฐ์ เขาตกใจเข้าใจว่าโดนทำร้ายมา รีบสำรวจดูเจ็บตรงไหนบ้าง ลูกหมีชี้ที่หัวเพราะเพิ่งโขกประตูตอนวิ่งเข้ามาและบอกว่าหิวอาไม่ยอมให้กิน หัฏฐ์ยิ่งเข้าใจว่าชินานางโหดร้าย โทร.แจ้งมูลนิธิพิทักษ์เด็กว่ามี
คนทารุณกรรมเด็ก

ชินานางกับจิรัชช่วยกันตามหา เห็นรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาในซอยก็ตกใจคิดว่าลูกหมีเป็นอะไร...เจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งลงจากรถมาเจอหัฏฐ์ ทักว่าตนจูนเป็นน้องของเสนีย์ เขาจึงแจ้งเรื่องมีคนทารุณเด็ก บัวเห็นชินานางเดินมาจึงบอกว่าคุณช้างมาแล้ว หัฏฐ์มองไปตะลึง เมื่อเห็นว่าช้างเป็นสาวสวยหุ่นเพรียวแถมน่ารัก

ชนนีออกมาอธิบายทุกอย่างกับหัฏฐ์และเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการเข้าใจผิด ลูกหมีสารภาพว่าอาช้างแค่ดุเสียงดังไม่เคยตี ชินานางกล่าวขอโทษไม่คิดว่าจะมีคนทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตโดยไม่สืบข้อเท็จจริงก่อน หัฏฐ์สะอึกที่โดนเหน็บ โต้ว่าเธอเสียงดังขนาดนั้นใครก็ต้องเข้าใจผิด

“แล้วคิดออกมาอย่างนี้เนี่ยนะ!” ชินานางโวย จิรัชแตะแขนปรามแต่เธอยังส่งสายตาดุใส่

หัฏฐ์สู้สายตาไม่ยอมแพ้...ชมพูนุชเพื่อนบ้านมองสถานการณ์อย่างอยากรู้อยากเห็นเพื่อเอาไปเม้าท์ หทัยเห็นจึงรีบดึงหัฏฐ์เข้าบ้าน เขาไม่ชอบใจที่มีเพื่อนบ้านชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแบบนี้ หทัยคิดในทางที่ดีว่าเขาอาจจะอยากปกป้องเด็กเหมือนหัฏฐ์

“ก็มันน่าเข้าใจผิดไหมล่ะครับผู้หญิงอะไร ตัวนิดเดียวส่งเสียงยังกะพังแป้นตกมันทุกเช้า”

“แหมน้องช้างเขาออกจะน่ารัก ยังไม่เปลี่ยนใจอีกหรือจ๊ะ”

“น่ารักหรือครับ ปากร้ายจะตายไม่รู้แฟนเขาทนได้ยังไง”

“นี่คุณหัฏฐ์คะ ชื่อคุณแปลว่าร่าเริงเบิกบานนะคะ แต่ทำไมถึงขี้หงุดหงิดจัง จะเข้าวัยทองหรือคะคุณน้องชาย”

หัฏฐ์ได้ทีโอบเอวย้อนว่าถ้าตนเข้าวัยทองแล้วพี่สาวเข้าวัยอะไร หทัยหัวเราะเอ็นดูน้อง...

ในวันเดียวกัน วิริยะและหรรษาเดินทางจะมากรุงเทพฯระหว่างทางโทร.หาหัฏฐ์กับหทัยว่าจะแวะเยี่ยม แต่ทั้งสองมัวยุ่งเรื่องหน้าบ้านไม่รับสาย ทันใดมีรถลึกลับวิ่งเข้าใส่ หรรษากรีดร้อง วิริยะหักหลบทันแต่ก็ปะทะกับรถสิบล้อเข้าอย่างจัง ระหว่างนั้นปุ๊กกี้กำลังเล่นไล่จับกับภาวนาจนเธอเหนื่อยนั่งพัก บุญเรือนพัดวีให้ ป้อมแป้งและเปเป้เข้ามาแย่งตุ๊กตาดวงใจไปเล่นแล้วทะเลาะแย่งกันเองจนแขนขาด ปุ๊กกี้ร้องไห้โฮ

หัฏฐ์เข้าบ้านมาเห็นว่าหรรษาโทร.เข้ามาจึงรีบ โทร.กลับไป ในซากรถที่ยับเยินวิริยะแน่นิ่ง หรรษาที่เลือดท่วมตัวพยายามกดรับสายส่งเสียงเฮือกสุดท้ายว่า ช่วย...ด้วย แล้วสิ้นใจ หัฏฐ์ตกใจ

ooooooo

สาวิตรได้รับเรื่องจากตำรวจรีบวิ่งออกจากบ้านตัวเองมายังบ้านภาวนา ละล่ำละลักบอกข่าว ภาวนาช็อกเป็นลมหมดสติ ชลีกรแอบยิ้มสะใจ ทำทีเข้าประคองแม่สามี ปุ๊กกี้กำลังงงๆ ชลีกรรีบบอก “ปุ๊กกี้จ๋า พ่อกับแม่หนูตายแล้ว ตายหมดเลยจ้ะ โธ่...น่าสงสารเหลือเกิน”

ปุ๊กกี้ตาเบิกโพลง งุนงงสับสน...ด้านหัฏฐ์ร้อนรนพยายามโทร.กลับไปหาหรรษาหลายรอบจนมีคนรับสาย บอกว่าเจ้าของมือถือประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต เขาช็อกไปชั่วขณะ พอดีชินานางโผล่มาขอโทษหทัยที่พูดจาไม่ค่อยดี หัฏฐ์เข้ามาบอกเรื่องหรรษา สองพี่น้องกอดกันร้องไห้ ชินานางทำอะไรไม่ถูกพลอยน้ำตาซึมด้วยความสงสารจับใจ

ทั้งสองเดินทางไปสงขลา ลูกหมีเห็นถามชนนีว่าสองคนนั้นร้องไห้ทำไม ชนนีบอกว่าญาติเขาเสีย น่าสงสาร ลูกหมีกอดย่าบอกไม่ต้องกลัว ตนจะปกป้องคุณย่าไม่ให้เป็นอะไร พ่อฝากให้ดูแลย่า ตนจะเกาหลังให้ย่าอย่างที่แม่เกาให้ ย่าจะได้รู้สึกสบาย ชนนีขำจนต้องหัวเราะออกมา

กว่าจะมาถึงสงขลาก็เย็นย่ำ หัฏฐ์กับหทัยมาที่บ้านภาวนา สาวใช้บอกว่าทุกคนไปวัดเหลือลดามณีคนเดียว เสียงเธอแหวออกมา...ไปบอกเขาทำไม แต่พอเห็นหน้าอันหล่อเหลาของหัฏฐ์ก็เปลี่ยนเป็นสุภาพอ่อนโยน หัฏฐ์มองการแต่งตัวของเธอที่แม้จะเป็นชุดดำแต่มันเซ็กซี่เกินกว่าจะไปวัด ลดามณียกมือไหว้ สะอื้นเล็กน้อยสวมกอดหทัยและหัฏฐ์ว่าเราหัวอกเดียวกันที่สูญเสียพี่ ทั้งหัฏฐ์และหทัยทำหน้าปูเลี่ยนๆ

ทั้งสามมาถึงศาลาสวดศพ แขกในงานมองลดามณีที่แต่งตัวเยอะ หัฏฐ์กับหทัยตรงเข้าไปไหว้ภาวนาแววตาสุดเศร้า หัฏฐ์ถามหาปุ๊กกี้ ชลีกรรีบ

บอกว่าคงไปวิ่งเล่นไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว หัฏฐ์ขอไปตามเอง บุญเรือนจึงฝากตุ๊กตาที่ซ่อมแล้วไปด้วย...หัฏฐ์เดินมาเจอปุ๊กกี้นั่งหันหลังอยู่บนชิงช้า ก็เข้าไปยื่นตุ๊กตาให้ ปุ๊กกี้เงยมองน้ำตานองหน้า ดึงตุ๊กตามากอดบอกแม่ไปสวรรค์แล้วพ่อก็ไปด้วย หัฏฐ์คุกเข่าลงตรงหน้าถามทำไมมานั่งคนเดียว คุณย่าให้มาตาม หนูน้อยนิ่ง เขาจึงบอกว่าจะนั่งเป็นเพื่อนอยากเข้าไปเมื่อไหร่ก็บอก ปุ๊กกี้จึงลุกขึ้น หัฏฐ์ยื่นมือจะจูงแต่หนูน้อยกลับเดินก้มหน้าเศร้าๆไป เขารู้สึกห่วงใยหลานเหลือเกิน

ในศาลา ลดามณีบ่นว่าร้อนและยุงเยอะ ชลีกรเห็นกระเป๋าที่เธอถือก็สะกิดบอกสาวิตรว่า แบบนี้ที่ตนชอบ ลดามณีปรายตามองเหยียดๆบอกเมืองไทยไม่มีขายต้องบินไปซื้อที่ฝรั่งเศส ชลีกรว่าตนต้องเลี้ยงลูกสามคนไม่มีปัญญาบินไปซื้อหรอก ลดามณีทำหน้าเหวี่ยง
เอากระเป๋าหลบ

“มันก็แค่กระเป๋าอ่ะค่ะ ชอบก็ซื้อไม่เห็นต้องคิดมาก”

สาวิตรเอือมระอากับสองสาว หัฏฐ์กับปุ๊กกี้เดินเข้ามา ลดามณีรีบทำเป็นรักหลานเรียกให้มานั่งข้างๆ แต่ปุ๊กกี้เดินเลยไปนั่งกับภาวนา กอดย่าร้องไห้

ooooooo

ชนนีเห็นเพื่อนบ้านไม่อยู่ จึงเข้ามารดน้ำต้นไม้ให้ ชินานางชะโงกหน้ามาถามแม่ไปวุ่นวายอะไรบ้านเขา คนรับใช้เขาก็มี ชนนีว่าให้ส้มไปพักกินข้าว ตนว่างก็ช่วยๆกัน

“โห...คำก็ช่วยสองคำก็ช่วย ทีวันก่อนตาลุงเผด็จการนั่นเรียกมูลนิธิจะมาจับช้าง ไม่เห็นมีบ้านไหนโผล่มาช่วยสักคน”

ชนนีขำบอกตลกดี ชินานางเคืองตลกตรงไหน ชนนีบอกอย่างน้อยก็รู้ว่ามีเพื่อนบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาให้ถ้ามีใครมาทำอะไรไม่ดี ชินานางประชด “ค่าคุณชนนี คุณแม่พระนักบุญ ใจกว้างดังแม่น้ำคงคา กลัวแต่ว่าตาลุงจะไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วมาเอาเรื่องช้างอีกน่ะสิ”

ชนนีว่าคงไม่เพราะรู้จักกันแล้ว ทันใดได้ยินเสียงเพล้ง!ดังมาจากหลังบ้าน ทั้งสองรีบวิ่งไปดูได้ยินเสียงเมี้ยว...เห็นกระถางบอนไซเก่าแก่แตกกระจาย ชินานางว่าดูลักษณะเหมือนโดนทุ่มลงพื้น ชนนี

ใจเสียเอาศอกกระทุ้งลูกสาวบอกไม่ตลก เธอบอกอันนี้ตลก อันที่ไม่ตลกคือที่เอามูลนิธิมาจับตน ชนนีถามจะทำอย่างไรดี จะเอาที่ไหนมาใช้เขา ชินานางเห็นลูกหมีแอบอยู่ข้างโอ่งก็เรียกให้ออกมา ลูกหมี

มือเปื้อนดินอย่างเห็นได้ชัดแต่ปฏิเสธไม่รู้ว่าใครทำ

ชินานางแกล้งเออออถามแล้วรู้ไหมใครทำ

“คือว่า...พี่ส้มครับ เอาปลาทูทอดวางไว้ในครัว แล้วแมวมันเข้าไปขโมย พี่ส้มเลยวิ่งไล่แมวออกมา แล้วแมวมันก็กระโดดจากตรงนู้นลงมาตรงนี้ แล้วมันก็เตะกระถางต้นไม้ตรงนี้ล้ม”

ส้มเดินมาเห็นตกใจ ลูกหมีกลัวลานรีบบอกจะไปทำการบ้าน ชินานางดึงมือไว้บอกนี่จับได้คาหนังคาเขายังปฏิเสธ ลูกหมีทำหน้าร้องไห้บอกไม่ได้ตั้งใจ แค่อยากช่วยย่า ชินานางเอ็ด ทำของเสียแล้วยังพูดโกหกอีก ตนไม่รักแล้วเด็กแบบนี้ เท่านั้นลูกหมีก็ร้องไห้โฮออกมา

ในตอนค่ำชินานางยังทำหน้าขรึม ลูกหมีเดินคอตกเข้ามาถามโกรธตนหรือ เธอบอกว่าโกรธเพราะเขาทำให้เดือดร้อน ลูกหมีส่งกระปุกหมูให้ ชินานางถามจะให้ทุบเลยหรือ ลูกหมีพยักหน้าน้ำตาคลอ บ๊ายบาย

กระปุกหมู ชินานางใจอ่อนสงสารหลานดึงมากอด “ไม่ต้องร้องไห้ฟังนะลูกหมี ที่อาโกรธไม่ใช่เพราะต้องเสียเงิน แต่อาโกรธเพราะลูกหมีพูดไม่จริงต่างหาก”

หนูน้อยบอกว่ากลัวอาโกรธและเกลียดตน ชินานางลูบหัวบอกไม่เกลียด ให้ลูกหมีเล่ารายละเอียดให้ฟังใหม่ ลูกหมีเล่าว่าเห็นต้นไม้รูปร่างแปลกๆจึงยกขึ้นมาดู แต่มันหนักจึงตกแตก ชินานางถอนใจสอนว่าทีหลังอย่ายุ่งของของคนอื่น ลูกหมีรับคำแล้วถามว่าหัฏฐ์กับหทัยจะโกรธไหม เธอเองก็ไม่แน่ใจจึงบอกจะลองไปหาซื้อกระถางแบบนี้ใหม่ ลูกหมีกอดอาชมว่าอาเก่ง

“ยัง...ไม่รู้จะหาซื้อได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ เฮ้อไอ้หมีอ้วนเอ๊ย...” ชินานางลูบหัวหลานรัก

ชนนีเดินมาหยุดมองยิ้มๆ...ขณะเดียวกันที่บ้านสงขลา ชลีกรบอกภาวนาว่าชวนสาวิตรย้ายมาอยู่บ้านเดียวกับเธอเพราะเป็นห่วง ภาวนาไม่ได้สนใจกลับให้บุญเรือนย้ายของปุ๊กกี้ไปอยู่ห้องตน ปุ๊กกี้ขอเอาตุ๊กตาดวงใจไปนอนด้วย หัฏฐ์กับหทัยน้ำตาคลอ ภาวนาหันมาชวนทั้งสองให้ค้างที่นี่ แต่ทั้งสองบอกว่าจองโรงแรมไว้แล้ว ชลีกรหน้างอที่ภาวนาไม่ได้สนใจตนบ้าง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ชินานางใช้สก๊อตเทปแปะกระถางบอนไซที่แตกแล้วเพนต์สีให้ดูกลบเกลื่อน ชนนียืนลุ้น ลูกหมีเชียร์ว่าอาเก่งที่สุด แต่มีกิ่งไม้ที่หักออกติดเทปก็เอาไม่อยู่ ชินานางถามแม่จะไปหาซื้อต้นใหม่ดีไหม ชนนีบอกต้นละเป็นหมื่นเป็นแสนจะไหวหรือ

“โว้ว...แล้วใครใช้ให้เอาของแพงๆมาวางทิ้งแบบนี้ คิดอะไรกันอยู่”

ชนนีว่าเขาจะคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา แต่หลานเราไปทำของเขาเสียหายต้องชดใช้ ลูกหมีหน้าเศร้าบอกจะสารภาพผิดกับหทัยเอง ชนนีเห็นว่าดี

และอย่าพูดโกหกอีก ชินานางติงทำไมไม่บอกก่อนจะได้ไม่ต้องซ่อมให้เสียเวลา ชนนีว่าเห็นตั้งอกตั้งใจเลยไม่อยากขัด ชินานางเซ็ง

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 1 วันที่ 8 ก.ย.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ