อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 10 วันที่ 5 ก.ย.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 10 วันที่ 5 ก.ย.59

หลังจากเสือกาจผ่าเอากระสุนออกแล้ว อาการรามไม่ดีขึ้น เขายังไม่ได้สติและตัวร้อนจัด กระถินตัดสินใจขอพารามออกจากป่าชบาขอตามไปด้วย

แม้เสือกาจจะไม่พอใจที่กระถินเป็นห่วงรามที่เป็นลูกของศัตรูมาก แต่กระถินก็คือลูก ก่อนกระถินออกไปเสือกาจบอกว่า “รักษาตัวให้ดี กูจะไม่ยอมตายจนกว่าจะได้เจอหน้าพวกมึงอีกครั้ง ไม่ว่ามึงจะเห็นกูเป็นอะไร มึงก็คือลูกกูเสมออีกระถิน รีบไป ชีวิตเขาสำคัญกับมึงมากไม่ใช่เรอะ”

กระถินขอบใจที่เสือกาจช่วยพวกตนไว้ มองเสือกาจอย่างไม่ไว้ใจก่อนตัดใจจากมา เสือกาจให้โม่และลูกน้องเอารามใส่เปลช่วยกันหามออกไป
ระหว่างออกจากป่า เจอกับท่านชายและพรานใช้ที่ออกตามหากระถิน จึงช่วยกันพารามกลับที่พักและตามหมอมาดูรามที่ยังไข้สูง หมดสติ และเพ้อตลอดเวลา หมอตรวจแล้วบอกว่า



“ที่ยังไม่รู้สึกตัวส่วนหนึ่งเป็นเพราะเสียเลือดมาก แถมแผลยังอักเสบ ให้คนไข้กินยานี้ ถ้าหากพรุ่งนี้ยังไม่ฟื้นก็ให้คนไปเรียกผม”

แม่นิ่มขอบคุณและให้จันทร์ไปส่งหมอ กระถินยังเฝ้าอ้อนวอนรามให้ฟื้น สัญญาว่าจะไม่ดื้อและจะให้ทำอะไรตนก็จะทำให้ เอมปรีดิ์บอกให้กระถินไปพักเสียเพราะคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน

“พี่รามเจ็บเพราะปกป้องกระถิน กระถินทิ้งให้พี่รามเจ็บอยู่คนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ”

กระถินกุมมือรามไว้ไม่ยอมปล่อย จนเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มต้องยอมใจเธอ...

ooooooo

ท่านชายเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้เอมปรีดิ์กับแม่นิ่มฟังโดยมีชบาร่วมฟังด้วย เอมปรีดิ์ถามว่าตกลงไม่รู้ว่าพวกนั้นทำร้ายรามทำไม ท่านชายให้ความหวังว่า

“จะว่าจี้ปล้นก็ไม่น่าจะใช่ พรานใช้กำลังช่วยตามหาคนที่หนีรอดมาได้ ถ้ารู้ข่าวคงส่งเบาะแสมา”

จันทร์ถามชบาว่าไปยังไงมายังไงชบาถึงได้ช่วยพวกรามเอาไว้ ชบาบอกว่าตนอยู่ป่าไม่นึกเหมือนกันว่าจะเจอกระถิน ส่วนที่ตนเจอกับโจรเป็นเหตุสุดวิสัย ตนไม่ได้เป็นเมียโจรอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แม่นิ่มถามว่าพวกนั้นช่วยกระถินโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆไม่ผิดวิสัยโจรไปหน่อยหรือ

“พวกมันเป็นโจร แค่ปล้นเพื่อความอยู่รอด แต่ไม่เคยเที่ยวเข่นฆ่าเอาชีวิตใคร คนบางคนเสียอีกที่ใจดำอำมหิตฆ่าคนเพื่อปกปิดความชั่วของตัวเองเอาไว้ เผลอๆที่คุณรามถูกฆ่าอาจจะเป็นฝีมือคนใกล้ตัวก็ได้” มิ่งถามว่าหมายถึงใคร “คุณพุดกรองนั่นไง เขาคือคนที่ทำให้ฉันต้องหนีมาเพราะฉันจับได้ว่าเล่นชู้กับคุณทด”

ทุกคนตกใจเมื่อรู้ความจริง ชบาเล่าต่ออย่างแค้นใจว่า

“ถ้าจะมีใครสักคนอยากกำจัดคุณรามกับกระถินไปให้พ้นๆก็มีแต่มันนั่นแหละ”

วันต่อมา ละมุดเอาโทรเลขมาให้สร้อยสนเป็นโทรเลขจากกระถินแจ้งข่าวว่า

“พี่รามถูกยิง เจ็บหนัก จับคนร้ายไม่ได้”

สร้อยสนตกใจจะออกไปบอกพุดกรอง เดินผ่านห้องรับแขกได้ยินทดพูดกับพุดกรองว่า

“รามแค่บาดเจ็บเพราะมีคนมาช่วยไว้ได้ โดนยิงแค่นัดเดียวมันเลยไม่เป็นอะไร ของผมนี่สิถึงตาย”

“แกนี่เองที่ส่งคนไปฆ่าพี่ราม!!” สร้อยสนพรวดเข้าไปหาทดกับพุดกรองทันที ละมุดที่ตามมาอย่างสอดรู้ สอดเห็นจึงรู้ว่ารามถูกฆ่า สร้อยสนมองหน้าพุดกรองคาดคั้น “อย่าบอกนะว่าคุณแม่ก็รู้เห็นเป็นใจกับเขา!!”

“คุณสร้อยสนฟังก่อน...” ทดพยายามจะชี้แจง

“ทรยศคุณลุง...ปลอมพินัยกรรม...แล้วตอนนี้ก็ฆ่าพี่ราม!! แกเป็นคนวางแผนทุกอย่าง ถ้าพี่รามรู้ คราวนี้แกไม่รอดแน่ คอยดู”

พุดกรองตกใจมากที่สร้อยสนรู้เรื่องหมดทุกอย่าง เห็นสร้อยสนจะแจ้งตำรวจ พุดกรองแก้เกม โยนความผิดทั้งหมดให้ทด ตบหน้าและด่าว่าทดอย่างรุนแรงจนสร้อยสนงง พุดกรองเข้าไปผลักอกทดตะคอกถาม

“ใครใช้ให้แกลงมือฆ่าราม!! ฉันบอกแกแล้วว่า ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว แต่แกมันโลภ เลยคิดฆ่ารามฮุบสมบัติไว้เองใช่ไหม ถ้าพวกเขาตาย แกคิดว่าแกจะได้ทุกอย่างไปงั้นเหรอ ฉันไม่เลวพอที่จะฆ่าลูกในไส้ ถ้าฉันทำอย่างนั้นได้ฉันมันก็ไม่ใช่คน!!”

พุดกรองเล่นละครได้อย่างแนบเนียนจนละมุดเชื่อผสมโรงเล่นงานทด พุดกรองด่าและไล่ทดให้ออกไปให้พ้น ทดตัดสินใจเดินออกไปงงๆ พุดกรองโล่งใจที่ทดไปเสียได้ หันมาเล่นละครกับสร้อยสนต่อ ทำเป็นสำนึกผิดว่า

“แม่ไม่รู้ว่ามันจะมีเรื่องอย่างนี้ แม่อาจจะโง่หรือเห็นแก่ตัวบ้าง แต่แม่ก็ไม่สิ้นคิดพอจะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับตะรางแกก็น่าจะรู้”

“คุณแม่นอกใจคุณลุงมาหาคนแบบนี้ได้ยังไง”

พุดกรองยิ่งตกใจเมื่อสร้อยสนรู้เรื่องนี้ คร่ำครวญขอโทษอ้างว่าตนถูกทดหลอกใช้

“คุณแม่จะปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องวางยาคุณลุงด้วยงั้นเหรอคะ” พุดกรองช็อกถามว่าสร้อยสนเอาเรื่องนี้มาจากไหน “กระถินบอกสร้อยทุกอย่าง คุณแม่ยืมมือกระถินฆ่าคุณลุงเพราะคุณแม่คบชู้ใช่ไหมคะ ถึงเรื่องนั้นไม่มีหลักฐาน แต่เรื่องจ้างวานฆ่าพี่ราม ถ้ากระถินรู้คงจะไม่ยอมปล่อยคุณแม่ไว้”

พุดกรองโต้ว่าตนไม่เกี่ยว สร้อยสนอ้างว่ายังไงก็ต้องรับผิดชอบที่เลี้ยงคนอย่างทดไว้ สร้อยสนมีข้อแม้ว่าถ้าไม่ให้ตนบอกเรื่องนี้กับใคร พุดกรองต้องหยุดสร้างบาป เราจะจบเรื่องนี้ด้วยการออกไปจากที่นี่ด้วยกัน ย้ำว่า

“ถ้าคุณแม่วางมือเรื่องพินัยกรรมและคืนทุกอย่างให้พี่ราม สร้อยจะไม่บอกน้องว่าใครเป็นคนลงมือ”

พุดกรองไม่ยอมไปอ้างว่านี่เป็นบ้านของเรา

สร้อยสนย้ำว่า ถ้าคุณแม่สำนึกผิดและกลับตัวเสีย นี่เป็นทางเดียวที่จะชดใช้ให้รามกับกระถินได้ ยื่นคำขาดว่า

“เลือกเอาแล้วกันว่าคุณแม่จะจบกับผู้ชายคนนั้นหรือว่าจบกับลูกคนนี้”

ooooooo

พุดกรองกับละมุดเดินหนีจากการกดดันของ สร้อยสน แต่สร้อยสนยังตามมาเอาคำตอบ พุดกรองจึงตอบไปว่า

“ฉันรับปากจะไม่แตะต้องพวกมัน แต่ฉันจะไม่ยอมไปจากบ้านหลังนี้เด็ดขาด!”

พลันสร้อยสนก็ชะงักเมื่อเห็นปูเป้เดินเข้ามาในบ้านพร้อมกระเป๋าสัมภาระมากมายที่นายหวัดกับบ่าวช่วยกันขนเข้ามา ปูเป้กวาดตาหาราม เมื่อไม่เห็นก็ถามอย่างไม่พอใจว่า “รามไปไหน เขาก็รู้ว่าฉันจะกลับมาวันนี้ไม่ใช่เหรอ?”

เมื่อรู้ว่ารามไปกราบคุณยายที่หัวหิน ปูเป้ถามว่าทำไมเขาไม่รอตน รู้ไหมว่าตนมาที่นี่ในฐานะอะไร สร้อยสนบอกว่าเป็นคู่หมั้น ปูเป้ประกาศตัวว่า

“ไม่ใช่แค่คู่หมั้น แต่ฉันเป็นภรรยาของราม นั่นแปลว่าฉันเป็นคุณผู้หญิงของบ้าน ฉันจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่นับตั้งแต่วันนี้ ส่งข่าวให้รามกลับมาหาฉันด้วย”

แล้วปูเป้ก็แสดงอำนาจในฐานะคุณผู้หญิงของบ้านคนใหม่ เมื่อเธอเข้าห้องนอนรามสร้อยสนรีบเอารูปแต่งงานของรามกับกระถินซ่อนก่อนที่ปูเป้จะเห็น

เมื่อทดถูกพุดกรองไล่ ก็ออกมาเก็บกระเป๋า พุดกรองตามออกมาบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจเอาตัวรอด แต่เขาฆ่ารามไม่สำเร็จตนก็จำเป็นต้องทำให้สร้อยสนตายใจ เพราะถ้าสร้อยสนให้รามเล่นงานเรา เราก็จะไม่เหลืออะไรเลย กล่อมทดว่า

“ทดหนีไปก่อน ฉันจะอยู่เสี้ยมให้อีกระถินมันแตกกับราม ถ้ามันหย่าก่อนจะมีลูกด้วยกัน ยังไงเสียสมบัติก็ต้องกลับมาเป็นของฉันครึ่งหนึ่งตามพินัยกรรมที่ทดวางเอาไว้” ทดเตือนให้ระวังตัวเพราะสร้อยสนก็ไว้ใจไม่ได้ “ขี้ขลาดอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไร มันก็แค่โดนนังกระถินมันจูงจมูกเอาไว้ ตอนนี้นังลูกนายพลนั่นกลับมา อีกระถินก็หมดวาสนาจะได้เป็นเมียรามแล้ว” พุดกรองมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะนั้นเองละมุดลงมาจากชั้นบนถลาเข้าหาพุดกรองบอกว่าสร้อยสนสั่งให้เก็บข้าวของออกจากบ้านจะเอายังไงดี ปูเป้ก็ไม่รู้จะยอมเลี้ยงพวกเราเอาไว้หรือไม่ ถ้าเฉดหัวเราออกจากบ้านจะทำยังไง

“ให้มันเขี่ยนังกระถินไปให้เราก่อน แล้วข้าค่อยจัดการกับมัน” พุดกรองยิ้มร้ายอย่างมีแผน

ปูเป้ไม่เห็นรูปแต่งงานของรามกับกระถิน แต่เห็นแหวนแต่งงานที่กระถินถอดทิ้งไว้ หยิบมาลองใส่อย่างสงสัยว่าเป็นแหวนของใคร ขณะนั้นเองพุดกรองก็มาเคาะประตู พูดดีว่าจะมาดูว่าขาดเหลืออะไรไหม แล้วเริ่มแผนเสี้ยมทันที ถามว่า

“ไม่ถือที่จะต้องใช้ห้องหอร่วมกับใครก็แล้วไปเพราะห้องนี้รามเพิ่งใช้เข้าหอกับภรรยาไป นี่ก็กำลังพาเมียไปฮันนีมูนที่หัวหิน ฉันกลัวเธอจะอึดอัดที่ต้องมาใช้ข้าวของร่วมกับใคร” พูดอ่อยจนปูเป้สงสัย พอถามพุดกรองก็พ่นพิษออกมาอย่างสะใจว่า “รามกลับมาแต่งงานกับกระถิน เขาหลอกให้เธอรอเก้ออยู่ที่โน่นใช่ไหม ว่าแล้วเชียวว่าเธอต้องถูกหลอกจนได้”

ปูเป้มองแหวนในมือชักสีหน้าเมื่อรู้ว่านี่คือแหวนของกระถิน พุดกรองจับตาดูอยู่แล้ว สะใจที่เสี้ยมปูเป้ได้สำเร็จ

ooooooo

ความรักความห่วงใยที่กระถินมีต่อรามตลอดเวลาที่เขาบาดเจ็บทำให้เอมปรีดิ์และแม่นิ่มสะเทือนใจ จนเอมปรีดิ์ปรารภกับแม่นิ่มว่า

“คนหนึ่งขาดพ่อ คนหนึ่งขาดแม่ ถ้าเขาสองคนอยากเป็นครอบครัวให้กัน เราก็อย่าไปกีดกันพวกเขาเลยนะ” แม่นิ่มถามว่าแล้วปูเป้ล่ะ? “เจ้าตัวเขาพร้อมจะฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน เราจะไปกลัวแทนเขาทำไม เขาสองคนโตแล้ว แก้ปัญหาด้วยกันเองได้ เราแค่ดูอยู่ห่างๆอย่าไปสร้างปัญหาให้เขาเพิ่มก็พอ”

“นิ่มก็แค่ไม่อยากให้กระถินตกอยู่ในวังวนรักสามเส้าอย่างนิ่ม”

“เราจะอยู่กับเขาไปได้อีกสักเท่าไหร่ สู้ให้พวกเขาอยู่ดูแลกันไปจนชั่วชีวิตของเขาไม่ดีกว่าเหรอ”

แม่นิ่มมองรูปของคุณพระที่ติดอยู่ที่ผนังบ้านในรูปคุณพระยิ้มอย่างมีความสุข แม่นิ่มคิดว่าท่านคงจะดีใจถ้าได้กระถินมาเป็นสะใภ้...

คืนนี้เอง ขณะกระถินกางมุ้งให้แม่นิ่มอยู่ในห้อง แม่นิ่มเข้ามาเห็นถามว่าไม่ไปอยู่กับราม เขาคงอยากให้กระถินไปปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ บอกให้กระถินไปทำหน้าที่ภรรยาเสีย เห็นกระถินลังเลก็ถามว่าอยากจะเริ่มต้นกับรามไม่ใช่เหรอ

“พี่รามยังมีคู่หมั้นอยู่นี่จ๊ะ”

“กระถินรักรามมากพอจะรับภาระทางใจร่วมกับพี่เขาไหมล่ะ ถ้ากระถินพร้อมจะแก้ปัญหาไปกับรามก็ทำตามหัวใจตัวเองเถอะ แม่นิ่มไม่อยากเห็นกระถินต้องทรมานใจเพราะแม่นิ่มอีกแล้ว”

เมื่อแม่นิ่มไฟเขียวเช่นนี้ กระถินรู้สึกเหมือนปลดภาระทางใจทั้งหมดให้ตน คืนนี้จึงไปดูแลรามที่ยังเจ็บแผลอยู่ รามดีใจมาก หอมแก้มรับขวัญ กอดกระถินรำพันถึงความว้าเหว่ของตนเทียบกับคุณแม่ที่ป่วยเป็นวัณโรคจนต้องแยกบ้านมาอยู่คนเดียวที่นี่ว่า...

“คุณแม่ต้องมาอยู่ตัวคนเดียวที่นี่ ทั้งๆที่มีคนให้รักให้คิดถึงแต่อยู่ใกล้กันไม่ได้ แม่จากไปโดยไม่มีคนดูใจ แม่คงตายอย่างทรมานนะ ว่าไหม” กระถินบอกว่าท่านยอมจากมาเพื่อเขาได้ปลอดภัย “พี่ไม่อยากถูกทิ้ง อย่าทิ้งพี่ให้นอนฟังเสียงคลื่นคนเดียวได้ไหม ความเหงามันฆ่าคนได้จริงๆนะ” แล้วอ้อน “อยู่กับพี่เถอะนะ พี่ขาดกระถินไม่ได้”

เมื่อผู้ใหญ่เปิดทางให้ ความรักของทั้งคู่ก็เบ่งบานหวานชื่นอย่างไม่ต้องปิดบังหลบซ่อน หยอกเย้ากันท่ามกลางสายลมเสียงคลื่นอย่างมีความสุข แต่เวลาเดียวกันนั้นท่านชายกลับจากภารกิจทางทะเล มาเห็นรามกับกระถินหยอกเย้ากันอย่างร่าเริงก็ได้แต่มองด้วยความเจ็บปวด

เสือกาจเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของราม จึงไปปล้นยาจากค่ายญี่ปุ่นให้โม่เอามาให้ชบาฝากต่อให้กระถินรักษาราม ชบาฝากโม่ไปบอกเสือกาจว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้กระถินแต่งงานกับรามคงไม่อาภัพเหมือนก่อนแล้ว

“เป็นวาสนาของมันที่หลุดพ้นจากการเป็นลูกโจรไปได้ แต่พี่กาจคงเจ็บใจที่ต้องเสียทั้งลูกทั้งเมียให้คนบ้านนี้”

ooooooo

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 10 วันที่ 5 ก.ย.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ