อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 11/4 วันที่ 3 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 11/4 วันที่ 3 ก.ย.59

“นั่นสิ ฉันดันมารู้มาเห็นเรื่องน้ำเน่าของเจ้านาย ฉันต้องถูกหมายหัวแน่ ควรยื่นใบลาออกเองหรือให้เขาเชิญออกดีวะแก” โยสิตานิ่ง มองเข้าไปในบ้าน เสียดายความสัมพันธ์ที่สร้างกันมา “ไอ้โย... แกโอเครึปาว”
“อือ...ฉันเพิ่งนึกได้ว่ามีอุปกรณ์ถ่ายรูปหลายอย่างฝากไว้ที่นี่ ฉันควรจะขนกลับไปเลย” โยสิตาเดินออกทันที
“เยอะรึเปล่า... ฉันต้องไปช่วยขนไหม”
“ไปสิ”
ปารมีตามโยสิตาไป
ห้องทำงานกสินทร์ กสินทร์ที่ดูเหนื่อยและท้อแท้เอ่ยกับเกรียง “ผมไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวผม”

“ไม่มีใครหนีกรรมของตัวเองไปได้” เกรียงพูดให้คิด
“ผมไม่เคยคิดร้าย คิดโกง เอาเปรียบใคร ไม่เคยคิด”


“คุณกสินทร์...ถึงกรรมในชาตินี้จะไม่เคยก่อ ก็อาจจะเป็นเวลาของการชดใช้กรรมในอดีตชาติ”
“อาจารย์กำลังปลอบใจผมใช่ไหม”
“คนเราเกิดมามีกรรมร่วมกัน ไม่อย่างนั้นไม่มีทางที่จะได้สัมพันธ์กันในชาตินี้หรอก บางคนเกิดมาเพื่อชดใช้หนี้กรรมเก่า บางคนเกิดมาเพื่อทวงหนี้นั้นคืน”
“ผมต้องยอมรับในสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างนั้นใช่ไหมอาจารย์” เกรียงนิ่ง

บ้านรับรอง โยสิตารวบรวมข้าวของ ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์จัดแสง ฉากกระดาษ
“เท่านี้เหรอแก” ปารมีเอ่ยถาม
“เท่านี้แหละ”
“นี่หมายความว่า ปิดจ๊อบกันเท่านี้ทั้งที่งานยังไม่ทันเสร็จ”
“มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ช่างภาพคนอื่นมีตั้งเยอะ เดี๋ยวเขาก็หามาแทนฉันจนได้น่ะแหละ”
“ไปกันเหอะ...บรรยากาศในนี้มันไม่ค่อยเป็นมิตรกับฉันเท่าไหร่”
โยสิตากวาดตามองสำรวจอีกครั้งเผื่อหลงลืมอะไร แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมองไปทางห้องทำงานเกรียง ในห้องเกรียงยังเปิดไฟสว่างแต่เหมือนไฟหลอดเสีย ติดๆ ดับๆ“แกขนของไปรอที่รถก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันตามไป ขอฉันเข้าไปลาอาจารย์เกรียงก่อน”
“มาด้วยกันก็ต้องกลับด้วยกันสิแก ฉันรออยู่นี่แหละ”
โยสิตาพยักหน้า เดินตรงไปที่ห้องทำงานเกรียง โยสิตาเคลื่อนเข้าไปหาห้องเกรียง ไฟในห้องยังติดๆ ดับๆ ประตูห้องแง้มเปิดคาไว้นิดหน่อย

ในห้องทำงานเกรียง โยสิตาดันประตูให้เปิดเข้ามา“อาจารย์คะ...อาจารย์”
ในห้องไม่มีใคร..แต่ไฟติดๆ ดับๆ เพราะหลอดใกล้เสื่อม โยสิตาเกือบจะกลับออกไป แต่ชะงักเสียก่อนเพราะเห็น
กลางห้องมุมเดิม..ศิลาจารึกตั้งอยู่ โยสิตาตะลึง อย่างไม่คาดคิดมาก่อน ไฟในห้องดับลงทันที..โยสิตาสะดุ้งเฮือกและต้องสะดุ้งอีกครั้งเพราะปารมีตามเข้ามาถึงตัวด้านหลัง
“แกไม่อยู่นี่..ไปเหอะ ไอ้โย”
“เดี๋ยว” โยสิตารีบขยับไปที่สวิตช์ไฟ พยายามเปิดไฟแต่ไมสำเร็จ “มือถือแกล่ะ ..มือถือ อยู่ไหน”
ปารมีหยิบโทรศัพท์ออกมาให้ “แกจะทำไร”
“แสงสว่าง..เปิดเป็นไฟฉายให้หน่อย เร็วๆ” ปารมีเปิดโทรศัพท์เป็นไฟฉาย โยสิตาจับมือปารมีสาดแสงสว่างจากโทรศัพท์ไปที่ศิลาจารึกทันที “นิ่งๆ ตรงนี้”
“อะไรของแก” โยสิตาหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมา เปิดเป็นไฟส่องสว่างเพิ่มอีกดวง เห็นแผ่นศิลาจารึกปรากฏชัดเจนต่อหน้าต่อตาในแสงสว่างจากมือถือสองเครื่อง

ในเต็นท์ที่พักอธิน ไซท์งานขุดค้น มืออธินเอื้อมสะเปะสะปะมาเพื่อหยิบโทรศัพท์ที่มีสัญญาณเรียกเข้า
“มีอะไรรึเปล่า โย”
“พ่อคะ...โยเจอแล้ว..โยเจอสิ่งที่เราตามหาแล้ว...”
“ฮัลโหล โย...โย...” อธินแปลกใจ งง..สัญญาณไลน์ดังขึ้น อธินเปิดดูไลน์ แล้วขนหัวลุกชัน เมื่อเห็นแผ่นศิลาจารึก อธินตะลึงใจเต้นโครมคราม

ในห้องทำงานเกรียง โยสิตาขยับเข้าไปใกล้ศิลาจารึกเข้าไปอีก
“แกจะทำอะไร ไอ้โย” ปารมีถามกล้าๆ กลัวๆ
“ฉันจะเอามันกลับไปด้วย”
“แกจะบ้าเหรอ เดี๋ยวก็เจอข้อหาลักทรัพย์”
“แต่นี่มันสมบัติแผ่นดิน คนบ้านนี้ต่างหากที่ต้องเจอข้อหานั้น”
“แต่ฉันว่ามันต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ ถ้าแกกับฉันขนมันออกไปตอนนี้” โยสิตาชะงัก เห็นคล้อยตามปารมี “หลักฐานภาพถ่ายเราก็มีแล้ว ค่อยกลับมาทีหลัง ยังไงก็ต้องเล่นงานคนบ้านนี้ได้แน่” โยสิตาเห็นด้วย

หน้าบ้านกสินทร์ กฤตธรยืนคอยอยู่ข้างรถปารมี ปารมีกับโยสิตาช่วยกันขนอุปกรณ์กลับมา
“คุณโย ผมขอร้อง...ยังไงก็ช่วยทำงานถ่ายภาพให้คุณพ่อผมจนเสร็จได้ไหม”
โยสิตามองกฤตธรด้วยสายตาเหยียดหยาม “คุณกำลังร้องขอในสิ่งที่ฉันให้ไม่ได้จริงๆ”
“แม้แต่ในฐานะเพื่อนขอร้องเพื่อน”
“คนอย่างคุณไม่สมควรจะได้รับสถานภาพนั้น”
“พรุ่งนี้ อะไรๆ ต้องคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น” กฤตธรพยายามปรับความเข้าใจ
แต่โยสิตาไม่คิดจะฟัง “ต่อให้อาทิตย์หน้า เดือนหน้า ปีหน้า หรือนานแค่ไหน พวกคุณในสายตาฉันก็เป็นได้แค่มนุษย์ที่หลอกลวง เห็นแก่ตัว และน่ารักเกียจที่สุด” กฤตธรหน้าชา เจ็บปวด
“ไอ้โย” ปารมีปรามให้สติ...พูดมากเดี๋ยวความแตก กระแอม “เราไปก่อนนะคะคุณกฤตธร...สวัสดีค่ะ”
ปารมีไหว้และต้อนโยสิตาขึ้นรถ ยิ้มแหยให้กฤตธรแล้วขึ้นรถ ปารมีขับออกไป กฤตธรจิตใจห่อเหี่ยว
บ้านอธิน โยสิตาลงนั่งอย่างท้อแท้ เหนื่อยล้า และเจ็บปวดไม่แพ้กัน
ปารมีเอ่ยเซ็งๆ “ที่เราเรียกรู้หน้าไม่รู้ใจมันเป็นยังงี้นี่เอง...แต่ฉันสงสัยอยู่นะแก เขาหวังดีเข้ามาเป็นสปอนเซอร์ให้งานพ่อแกทำไม ในเมื่อสันดานเป็นพวกหัวขโมยอย่างนี้”
“สร้างภาพให้ตัวเองดูดี” โยสิตากัดฟัน สายตาเจ็บปวด
“ลดหย่อนภาษีได้ด้วย”
“ไม่แน่ว่า เข้ามาตีสนิทให้ตายใจ”
ปารมีเอ่ย “ขุดได้อะไรก็สับเปลี่ยน เอาของปลอมให้รัฐ ของจริงตัวเองเก็บเอาไว้อย่างนั้นใช่ไหม” โยสิตาเหนื่อยและท้อ ปารมีคิดไม่ถึง “ร้ายกาจมาก นี่มันมิจฉาชีพระดับอินเตอร์เลยนะเนี่ย”
“พวกเขาคงวางแผนกันมาอย่างดี หวังจะใช้ฉันเป็นสะพานไปถึงพ่อ” โยสิตารู้สึกเจ็บปวด
ปารมีปลอบ “แกอย่าคิดมาก คิดซะว่าโชคดีแล้วละที่ความแตกตอนนี้ จะว่าไปต้องขอบคุณคุณเมธาวีเธอนะเนี่ย ไม่อย่างนั้นเราคงไม่มาถึงจุดนี้กันได้หรอก”

ห้องกฤตธร กฤตธรยังนั่งกุมขมับเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น นอนก็นอนไม่หลับ ด้านหลังกฤตธร ร่างจางๆ ของบุษกรเคลื่อนผ่านไป นางจับตามองที่กฤตธรตลอดเวลาด้วยรอยยิ้ม กฤตธรรู้สึกว่ามีสิ่งผิดปกติอยู่รอบตัว หันกลับไปมองแต่ก็ไม่เห็นอะไร เสียงหัวเราะเบาๆ เหมือนกระเซ้าดังแว่วมา กฤตธรหันขวับไปมองอีกทาง ภาพจางๆ ของบุษกรเลือนหายไป
“บุษกร...เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นฝีมือคุณใช่ไหม”
ด้านหลังกฤตธร บุษกรเคลื่อนเข้ามากระซิบข้างๆ หู “เวลาที่เราจะได้อยู่ร่วมกันตลอดไปใกล้มาถึงแล้ว...ท่านพี่”
กฤตธรขนลุกซู่ หันกลับไปมอง เจอแต่อากาศธาตุ เสียงหัวเราะกระเซ้าเย้าแหย่ค่อยๆ จางไป กฤตธรเหมือนพร้อมจะเป็นโรคประสาท

เช้าวันใหม่ ห้องพักแขกของเมธาวี แม่บ้านเปิดประตูเข้ามาในห้องพักแขกพร้อมถาดอาหาร แม่บ้านกลัวๆ กล้าๆ เพราะทั้งเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งบรรยากาศภายในห้องชวนให้รู้สึกวิเวกวังเวงหลอนๆ อย่างไรพิกล เมธาวีนอนหลับอยู่บนเตียงท่าทางปกติทุกอย่างเพียงแค่เหมือนหลับลึก แม่บ้านวางถาดอาหารข้างเตียง แล้วอดชะโงกมองเมธาวีไม่ได้ แล้วแม่บ้านก็สะดุ้งสุดตัวเพราะมือกวินทร์จับไหล่พอดี
“เป็นยังไงบ้าง”
แม่บ้านแน่นอกแทบพูดไม่ออก “คุณเมย์เธอหลับเป็นตายเลยค่ะ ตั้งแต่เมื่อคืน”
“คงจะเหนื่อย เดี๋ยวผมดูแลเธอเอง ป้าจิตช่วยเปิดม่านให้ผมหน่อยเถอะครับ”
“ค่ะ” แม่บ้านเดินอ้อมไปเพื่อจะเปิดม่านออก
“เมย์ครับ เมย์....สายมากแล้ว...ตื่นเถอะครับ ป้าจิตทำอาหารเช้ามาให้แน่ะครับ” กวินทร์ชักแปลกใจที่เรียกก็แล้ว จับแขนเขย่าก็แล้ว เมธาวีก็ยังนิ่งไม่ขยับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย “เมย์ครับ เมย์...”
ผ้าม่านถูกคลี่เปิดออก แสงสว่างสาดเข้ามาที่เตียง เมธาวีลืมตาพรึ่บขึ้นทันที มีแต่ตาขาวไม่มีตาดำ กวินทร์ตะลึงช็อกไปเสี้ยววินาที เมธาวีลุกพรวดขึ้นนั่ง ตาดำปกติ
เมธาวีกรีดร้อง “กรี๊ดดดดด...ปิดม่าน....ปิดม่าน ข้าสั่งให้ปิด” แม่บ้านช็อกตัวแข็ง
“ป้าจิต ปิดม่านก่อน” แม่บ้านลนลานปิดม่านอย่างเดิม
เมธาวีไล่ “นังคนถ่อย ออกไปจากที่ของข้าเดี๋ยวนี้” แม่บ้านลนลานรีบออกไปจากห้อง
“เมย์...คุณจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ได้หรอกนะครับ” เมธาวีหันหลังก้มหน้าไม่สบตา “ออกไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม”
“ออกไป” เมธาวีเสียงกร้าว
“ผมจะตามคุณพ่อคุณแม่คุณมาเยี่ยมดีไหม”
“ข้าไม่มีพ่อแม่ ออกไปให้พ้น ข้าสั่งให้ออกไป”
กวินทร์ทั้งตกใจ ทั้งรู้สึกหลอนผิดปกติ เหมือนผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เมธาวี กวินทร์ลุกออกมาแต่อดหันกลับไปมองอีกครั้งไม่ได้ เมธาวีเอนตัวลงนอนหันหลังให้ กวินทร์ออกไปจากห้อง เมธาวียังลืมตาอยู่ ตาดำหายวับไปกลายเป็นมีแต่ตาขาว

บ้านอธิน โยสิตารีบออกมาหน้าบ้านทันทีที่เห็นรถอธินแล่นเข้ามา อธินลงจากรถ
“พ่อคะ...เอกสารหลักฐานทั้งหมดที่มี โยรวบรวมไว้ให้พ่อแล้ว”
“ดีมากลูก ว่าแต่ลูกแน่ใจนะว่าไม่ได้ทำอะไรให้เป็นพิรุธให้คนในบ้านนั้นสงสัย”
“แน่ใจค่ะ”
“งั้นไปกันเลย”
“หลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ ตำรวจคงรับแจ้งความนะคะ”
“เราจะไม่แจ้งความ”
“อ้าว...”
“ขอแค่เขาคืนศิลาจารึกแผ่นนั้นกลับมาให้ทางการ ทุกอย่างจะจบไม่ต้องเป็นข่าว ไม่ต้องเป็นคดีความ พ่อเชื่อว่ายังไงนายกสินทร์ก็คงไม่เอาชื่อเสียงตัวเองมาแลกกับเรื่องนี้แน่”

บ้านเกรียง เกรียงอยู่ในกรรมฐาน จิตนิ่งลึก นอกเขตห้องพระ กลุ่มหมอกควันสีเทาดำรวมตัวกันแล้วก่อรูปร่าง
ขึ้นมาเป็นบุษกร ยืนจ้องเขม็งไปที่เกรียง
“ท่านเรียกข้ามาด้วยเรื่องอะไร”
เกรียงลืมตาขึ้น “เลิกยุ่งกับคุณเมธาวี ปลดปล่อยเธอไปซะ”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 11/4 วันที่ 3 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ