อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12 วันที่ 3 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12 วันที่ 3 ก.ย.59

“แกจะลงไปแข่งกับตลาดล่างให้เสียเกรดตัวเองทำไมนายวินทร์ มองทางกลับกันให้ได้สิ แข่งกับคู่ต่อสู้ด้วยคุณภาพ
ไม่ใช่ราคาเราให้ได้มากกว่า ดีกว่า ที่อื่นไปคิดดู”
กฤตธรเคาะประตูและเปิดเข้ามา “ขอโทษครับ คุณพ่อ”
กวินทร์ชักสีหน้า ไม่ยอมมองหน้ากฤตธร
“มีอะไร นายกฤต”
“ผมมีเรื่องอยากปรึกษาคุณพ่อครับ”
กสินทร์ได้ยินรีบตัดบทหันมาสั่งกวินทร์ “รีบติดต่อกลับไปที่บริษัททัวร์ อย่าให้เสียลูกค้า บราเดอร์ไม่ได้สร้างกันง่ายๆ ถ้าคู่แข่งมันหนักข้อนัก ก็ทำจดหมายร้องเรียนไปที่สมาพันธ์ซะเลย”

กวินทร์รับคำ “ครับ คุณพ่อ” กวินทร์จะออกไป
กฤตธรเรียกไว้ “นายวินทร์ นายอยู่ก่อน เพราะเรื่องที่ฉันจะปรึกษาคุณพ่อ มันเกี่ยวกับนายโดยตรง” กวินทร์แปลกใจ
“ว่ามานายกฤต” กสินทร์เอ่ยบอก


“ผมจะแต่งงานกับเมย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ”
กสินทร์ถึงกับอึ้ง ส่วนกวินทร์เขวี้ยงแฟ้มงานใส่กฤตธรด้วยความโกรธ “นายยอมรับแล้วใช่ไหม ไอ้คนชั่ว ไอ้คนเห็นแก่ตัว”
โดยไม่รอให้ตั้งตัว กวินทร์โถมเข้าชกกฤตธรอย่างไม่ยั้ง กฤตธรไม่โต้ตอบใดๆ ได้แต่ปล่อยให้กวินทร์ชกเอาตามใจ
กวินทร์ลากคอกฤตธรออกไปจากห้อง กสินทร์หมดเรี่ยวแรงเกินกว่าจะร้องห้าม หายนะของตระกูลคงมาถึงแล้ว

นอกห้อง กวินทร์ลากกฤตธรออกมาชกต่อยอย่างไม่ยั้ง “นายกับฉันทำไมต้องเกิดมาเป็นพี่น้องกัน ไอ้พี่ชั่ว”
กวินทร์ชกต่อยจนหมดแรงไปเอง สะบักสะบอมไปด้วยกันทั้งคู่
กฤตธรพาตัวเองลุกขึ้น “แล้วนายจะเข้าใจทุกอย่างเอง นายวินทร์” กฤตธรโซเซออกไป
กวินทร์ที่ทั้งเจ็บปวด เจ็บใจ เจ็บแค้น และในมุมหนึ่งไกลๆ เห็นร่างจางๆ ของบุษกร ยืนมองสิ่งเกิดขึ้นอย่างพึงพอใจ

บ้านอธิน โยสิตาที่ก้มหน้าล้างหน้าอยู่ที่อ่างล้างหน้า เสียงหัวเราะบุษกรแว่วมา โยสิตาชะงักและเงยหน้าขึ้นแล้ว
สะดุ้งเฮือก ร่างจางๆ ของบุษกร อยู่ในกระจกเงา โยสิตาหันกลับมาทันที แต่พบแต่ความว่างเปล่า บุษกรอยู่แต่ใน
กระจก
“นังหน้าโง่ เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้หรอก เกศอาภา”
โยสิตาหันขวับ กลับไปมองกระจก บุษกรในกระจกพุ่งเข้าใส่โยสิตาอย่างข่มขวัญ โยสิตาผงะตกใจ และในพริบตา
บุษกรก็สลายตัวเป็นก้อนหมอกควันดำ พร้อมกับสลายวับ โยสิตาหันหลังกลับจะโกยหนีออกมา แต่กลับเผชิญหน้ากับปีศาจบุษกรระยะเผาขน
“เวลาของเจ้าใกล้หมดลงแล้ว นังคนสารเลว”
ในพริบตาหน้าบุษกรจากความเป็นปีศาจระดับที่หนึ่ง เพิ่มดีกรีกลายเป็นปีศาจ น่าเกลียดน่าขยะแขยงบิดเบี้ยว พร้อมกับแผดเสียงหัวเราเยาะ โยสิตาแทบเสียสติแต่ยังควบคุมได้ เสียงหัวเราะของบุษกรค่อยๆ หายไป ไม่มีบุษกร โยสิตาใจเต้นโครมคราม

บ้านอธิน อธินกำลังจะต้องกลับไปไซท์งานขุดค้น เห็นโยสิตาที่ยังขวัญผวากับสิ่งที่เจอมา“โย” อธินเอ่ยเรียก โยสิตาสะดุ้งเฮือก แต่เมื่อหันมาเห็นเป็นอธินก็ค่อยโล่งใจ “เป็นอะไรลูก”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ” โยสิตาไม่ต้องการให้อธินกังวล
“ดูแลตัวเองให้ดี ถ้ารู้สึกไม่ปลอดภัยก็ชวนผักบุ้งมาอยู่เป็นเพื่อนนะ”
“พ่อค่ะ...แล้วเรื่องศิลาจารึก”
“ยังไงก็ต้องทวงกลับคืนมาให้ได้ พ่อจะจัดการเรื่องนั้นเอง ขอให้เคลียร์งานที่ไซท์ขุดค้นเรียบร้อยก่อน มีอะไรโทรหาพ่อได้ตลอดเวลา”
“ขับรถดีๆ นะคะพ่อ” พ่อลูกกอดลากันก่อนที่อธินจะเดินออกไป โยสิตาเดินออกมาส่งอธิน

บ้านกสินทร์ ห้องรับแขก กฤตธรยืนเครียดอยู่มุมหนึ่ง เมธาวีขยับเข้ามากอดรัดกฤตธรจากด้านหลัง กฤตธรสะดุ้งเล็กน้อย สัมผัสนั้นมันเยือกเย็นผิดปกติ รู้เต็มอกว่าไม่ใช่เมธาวี
“งานแต่งงานของเราจะจัดเมื่อไรคะพี่กฤต”
“เร็วที่สุด อย่างที่เมย์พอใจ”
เมธาวีเคลียคลอซบแผ่นหลังกฤตธร เห็นภาพหน้าบุษกรลางๆ “คนทั้งโลกจะได้รับรู้การเป็นผัวเมียของเราเสียที เราจะครองรักกันไป ถึงตายเราก็จะไม่พรากจากกัน ใช่รึไม่ท่านพี่”
กฤตธรเย็นวาบยะเยือกไปทั้งตัว แต่ก็ต้องฝืนใจ

ในห้องที่แสงสลัว กวินทร์นั่งจมอยู่กับความทุกข์ความเจ็บปวด เปิดทีวีทิ้งเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้สนใจดูหรือฟังมันเลย เป็นรายการข่าว
“มาถึงข่าวที่กำลังได้รับการแชร์ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างล้นหลามในสื่อสังคมออนไลน์นะครับ หลังจากที่
องค์การนาซ่าได้ประกาศว่า วันพรุ่งนี้จะเกิดปรากฏการณ์สุริยคราสแบบเต็มดวง เห็นได้อย่างชัดเจนบนท้องฟ้า
เหนือประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้นนักดาราศาสตร์ไทยยังคำนวณได้ด้วยว่า ปรากฏการณ์นี้จะเริ่มที่เวลาก่อนเที่ยงวัน
และคราสจะกินเต็มดวงเวลาเที่ยงตรง ประเด็นมันอยู่ตรงที่ อันนี้เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ ขอเน้น...สุ
ริยคราสเกิดเต็มดวงเวลาเที่ยงตรง ยิ่งไปกว่านั้นอีก พรุ่งนี้ขึ้นสิบห้าค่ำเดือนยี่ หมายความว่า เที่ยงคืน พระจันทร์
เต็มดวงจะสว่างไสวราวกับเป็นกลางวัน ส่วนกลางวันจะมืดสลัวราวกับเป็นกลางคืน หลายๆ คนวิพากษ์วิจารณ์กัน
ว่า ในรอบพันปีจึงจะเกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้นสักครั้งนึง บางคนก็ว่าจะเป็นลางร้าย ลางบอกเหตุอะไรก็ตามแต่ ดูและ
ฟังอย่างใช้วิจารณญาณนะครับ ทุกอย่างพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์...”
กวินทร์นิ่งอยู่อย่างเดิม ซังกะตาย ชีวิตหมดความหมาย ศักดิ์ศรีถูกปล้นไปอย่างสิ้นเชิง

บ้านเกรียง เกรียงกำลังก้มหน้าก้มตาเปิดตำราเล่มใหญ่ หน้าเกรียงเหมือนค้นพบบางสิ่งที่กำลังหา“วันที่กลางวันกลายเป็นกลางคืน และกลางคืนกลับกลายเป็นกลางวัน” เกรียงคว้าปฏิทินขึ้นมาดูทันที และพบความจริงเหนือความจริง “พระจันทร์เต็มดวงในวันสุริยคราส”

เช้าวันใหม่ ในบ้านกสินทร์ กวินทร์แต่งตัวพร้อมเดินทาง ถือกระเป๋าเป้ลงบันไดมา
กฤตธรรีบตามออกมา “นายจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น นายวินทร์ นายต้องอยู่ที่นี่”
“พี่อย่ามายุ่งกับผม พี่ปล้นทุกอย่างไปจากผมหมดแล้ว พี่จะมาสนใจผมทำไม ความเป็นพี่น้องของเรามันจบไป
แล้ว”
กฤตธรกระชากคอกวินทร์เข้ามาใกล้ “ฟังพี่ให้ดีนายวินทร์ ทุกคนที่นี่ต้องการนาย ทั้งคุณพ่อทั้งพี่ แล้วก็เมย์” กวินทร์แค่นหัวเราะ กฤตธรพยายามกดเสียงไม่ให้ดัง “พี่พูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ แต่ถ้านายยังรักเมย์อยู่ นายต้องอยู่ที่นี่ เพราะเมย์ต้องการความช่วยเหลือจากนาย”
“นั่นคือความจริงครับ คุณวินทร์” เกรียงก้าวเข้ามาเผชิญหน้ากวินทร์ “นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาแตกแยกกัน เวลามีไม่มากนัก ถ้าคุณวินทร์ยังพอจะมีความเชื่อถือในตัวผมบ้าง คุณวินทร์ต้องตั้งใจฟังผมให้ดี”
“นี่มันเรื่องลับลมคมในอะไรกัน” กวินทร์งง
“อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ ฟังให้ดีและทำตามคำสั่งผมเท่านั้น” เกรียงเอ่ยบอก กวินทร์ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก

หน้าบ้านเกรียง โยสิตากับปารมีซุ่มรออยู่ในรถปารมี ทั้งคู่จับตามองความเคลื่อนไหวในบ้านเกรียง
“จะร่วมชั่วโมงแล้วนะแก ฉันยังไม่เห็นลิงซักตัว ลองเสี่ยงดวงไปกดกริ่งดูไหมล่ะ” ปารมีเสนอ
“แล้วยังไง”
“ก็ถ้ามีคนมาเปิดรับ เราก็บอกไปว่า มาหาอาจารย์เกรียง”
“ก็แล้วถ้าเขาไม่ให้เข้าไปล่ะ”
“เราก็ถอยออกมา แล้วหาทางปีนรั้วเข้าไป”
“คิดชุ่ยๆ ได้เข้าไปนอนในคุกแน่”
“ก็ในเมื่อแกมั่นใจว่าศิลาจารึกแผ่นนั้นมันอยู่ที่นี่แน่ เราก็ควรลุยอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป ดีซะอีกให้เป็นข่าวดังจะ
ได้แฉว่าใครเป็นหัวขโมยตัวจริงกันแน่ นาทีนี้ต้องเดินหน้าสถานเดียวแล้วละแก”
“งั้นก็ลองดู” ทั้งคู่ขยับจะลงจากรถ แต่โยสิตารีบคว้าตัวปารมีเอาไว้
“อะไรของแก”
โยสิตาชี้ไปที่รถที่กำลังแล่นมา “อาจารย์เกรียง”
รถเกรียงชะลอตัว รอให้ประตูรั้วที่เปิดด้วยระบบรีโมตเปิดเต็มที่ จังหวะรถเลี้ยวเข้าบ้าน โยสิตาตะลึงตาค้าง
เห็นกฤตธรนั่งรถมากับเกรียงด้วย
“ไอ้โย...แกเห็นอย่างที่ฉันเห็นรึเปล่า” ปารมีตื่นเต้น
ประตูรีโมตปิดตัวเอง หลังจากที่รถแล่นหายเข้าไปในบริเวณบ้าน โยสิตาสงสัยอย่างหนัก

ห้องพักแขกของเมธาวี เมธาวีนอนหลับบนเตียง ลมหายใจเข้า-ออก เนิบช้าเหมือนหลับปกติ กวินทร์นั่งคอยเวล
อย่างใจจดใจจ่อ ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้เมธาวี กวินทร์เห็นเมธาวีนอน นาฬิกาข้อมือบอกเวลาอีกเกือบสิบนาทีจะ
เที่ยง กวินทร์ดูนาฬิกา เต็มไปด้วยคำถามมากมาย

ย้อนเวลากลับไปในบ้านกสินทร์ บางสิ่งบางอย่างในมือเกรียงถูกวางลงในมือกวินทร์ แล้วรวบมือกวินทร์ให้กำไว้
“นี่เป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยคุณเมย์ได้ในเวลานี้ จงมีศรัทธา และเชื่อมั่น บางสิ่งบางอย่างในโลกนี้พิสูจน์ไม่ได้ด้วยตา
แต่เห็นได้ด้วยจิต...” กวินทร์รับรู้ได้ถึงสถานการณ์อันไม่ปกติ มองเห็นความจริงจังในสายตาเกรียงและกฤตธร
“เที่ยงตรง คุณวินทร์ ต้องเที่ยงตรงเท่านั้น เร็วหรือช้ากว่านั้นไม่ได้เด็ดขาด”

ปัจจุบันห้องพักแขก กวินทร์มองสิ่งที่ทำอยู่ในมือ ใจเต้นระทึก จดจ่อกับทุกวินาทีที่เดินหน้าไปกวินทร์มองไปทาง
เมธาวี เมธาวีนอนหลับ เห็นร่างกายกระเพื่อมด้วยลมหายใจเข้า-ออก อย่างเนิบช้าสม่ำเสมอ

ห้องพระบ้านเกรียง กฤตธรอยู่ในท่านั่งสมาธิแต่ยังลืมตา
“ถึงไม่เคยทำ ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งแรก ตัดความกังวลทิ้งไปให้หมด คุณกฤตตั้งจิตให้แน่แน่ว เรียกเขามาด้วยจิตของ

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12 วันที่ 3 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ