อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12/2 วันที่ 4 ก.ย.59

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12/2 วันที่ 4 ก.ย.59

ห้องพระบ้านเกรียง กฤตธรอยู่ในท่านั่งสมาธิแต่ยังลืมตา
“ถึงไม่เคยทำ ครั้งนี้ก็จะเป็นครั้งแรก ตัดความกังวลทิ้งไปให้หมด คุณกฤตตั้งจิตให้แน่แน่ว เรียกเขามาด้วยจิตของ
คุณ” เกรียงเอ่ยบอก
กฤตธรรับรู้แล้วค่อยๆ หลับตาลง เกรียงเห็นกฤตธรหยั่งลงสู่สมาธิแล้ว ก็ค่อยๆ หลับตาลงตาม ในห้องพระนั้น ทั้งคู่นั่งสมาธิหันหน้าเข้าหากัน ด้านหลังคือโต๊ะหมู่บูชา และเบื้องหน้าที่พื้นคนทั้งคู่ คือแผ่นศิลาจารึก

ห้องพักแขก กวินทร์ลุ้นระทึก สายตาพี่มองเมธาวีอยู่เคลื่อนมามองนาฬิกาข้อมือ นาฬิกาบอกเวลาอีกสองนาทีจะ
เที่ยงตรง เมธาวีลืมตาพรึ่บขึ้นทันที เหมือนถูกเรียกปลุกให้ตื่น ไม่มีตาดำ มีแต่ตาขาว



บ้านเกรียง กฤตธรนั่งสมาธิตั้งจิตแน่แน่ว ส่วนเกรียงที่นอกจากอยู่ในสมาธิแล้ว ยังบริกรรมคาถาบางอย่าง
ห้องพักแขก กวินทร์ที่กำสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นไว้ขยับลุกขึ้นอย่างระวังตัว แล้วต้องผงะ เมื่อเห็นกลุ่มหมอกควันสีเทาดำเหมือนทะลุออกมาจากทุกรูขุมขนของเมธาวี กลุ่มควันนั้นลอยตัวเหนือร่างเมธาวี แล้วรวมตัวก่อรูปร่างเป็นคล้ายคน กวินทร์ผงะถอย ตะลึงตาค้าง นี่มันอะไรกัน! เห็นพลังงานปีศาจบุษกรพวยพุ่งออกไปทางผนังด้านหนึ่ง กวินทร์ขาแข็ง ช็อกแล้วช็อกอีก

หน้าบ้านเกรียง โยสิตากับปารมีที่ยังอยู่ในรถ จับตามองความเคลื่อนไหวในบ้าน แล้วจู่ๆ แสงสว่างรอบตัวก็จาง
หายไปจนรู้สึกได้ ทุกอย่างสลัวเหมือนไม่ใช่เวลากลางวัน
“เฮ้ย ฝนจะตกรึไง ทำไมมันมืดตึ๊ดตื๋อยังงี้” ปารมีโวยวาย
โยสิตาเปิดประตูรถออกมาทันที บรรยากาศรอบตัวมืดมัวจนน่าแปลกใจ โยสิตาแหงนมองขึ้นไปกลางฟ้า แล้วตะลึง ปารมีรีบตามออกมาเหมือนกัน ทั้งคู่แหงนมองฟ้าเห็นสุริยุปราคาเต็มดวง พระอาทิตย์ถูกกลืนกินจนไม่สามารถส่องแสงออกมาได้ ถึงแม้รัศมีรอบๆ วงจะเห็นเป็นวงแหวนลางๆ กลางวันกลายเป็นกลางคืน
“ไอ้โย นี่มันอะไรวะ กลางวันกลายเป็นกลางคืน”
โยสิตาตะลึงแล้วตะลึงอีก ท้องฟ้าสีหม่นเทาเหนือบ้านเกรียง ปรากฏกลุ่มควันปีศาจบุษกรคลุมไว้ แล้วเหมือนไหลม้วนตัวลงสู่บ้าน คล้ายๆ พายุงวงช้าง โยสิตามองตาไม่กะพริบ...ใจเต้นระทึก

นอกเขตห้องพระกลุ่มหมอกควันที่เหมือนไหลทะลุลงมาจากข้างบน รวมตัวกันแล้วก่อรูปร่างเป็นบุษกร
“ข้าไม่แปลกใจแล้ว ว่าทำไมเสียงเรียกของท่านครั้งนี้จึงดังชัดเจนนัก” เกรียงลืมตาขึ้น กฤตธรลืมตาขึ้น มองตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นและเผชิญหน้าบุษกรตรงๆ เต็มๆ “ท่านพี่” บุษกรยิ้มให้กฤตธร กฤตธรตะลึงหลอนแต่พยายามตั้งสติ เกรียงยกมือขึ้นให้สัญญาณปรามไม่ให้กฤตธรตกใจหรือโต้ตอบอะไร บุษกรตวาดใส่เกรียง “ผัวเมียเขาจะคุยกัน ท่านไม่เกี่ยว”
“เกี่ยว เพราะข้ามีส่วนทำให้กรรมนี้เกิดขึ้น ไปตามทางของเจ้าเถิดบุษกร เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่เจ้าคิดไม่มีวันสมหวังไปได้ เจ้ากับคุณกฤตอยู่กันคนละภพ ไม่มีทางมาใช้ชีวิตร่วมกันได้”
บุษกรหัวเราะ “ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อท่านพี่ตกปากรับคำกับข้าแล้ว”
“นั่นมันร่างของคนอื่น” เกรียงเอ่ยเสียงดัง
“แต่มันยอมยกให้ข้าแล้ว จิตของมันพ่ายแพ้ราบคาบกับข้าแล้ว”บุษกรหัวเราะเยาะ

ห้องพักแขก กวินทร์เคลื่อนเข้าไปหาเมธาวีบนเตียง เมธาวีเหมือนพยายามขยับตัว เหมือนถูกมัดด้วยเชือกเอาไว้
ทั้งตัว จิตของตัวเองอ่อนพลังมาก กวินทร์ขยับเข้ามาอย่างกลัวๆ กล้าๆ ในมือกำสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แน่น ราวกับกลัว
ว่ามันจะพลัดหลุดมือหายไป เมธาวีลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เหมือนหนังตาหนักอึ้ง กวินทร์กลั้นใจในวินาที
สำคัญนี้ สวมสิ่งที่อยู่ในมือใส่คอเมธาวีทันที เครื่องลางป้องกันผี กวินทร์ลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมธาวีหลับตาลงเป็นปกติ
บ้านเกรียง บุษกรหันขวับกลับมา เพราะรู้ด้วยฤทธิ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างเมธาวี บุษกรถลันไปที่ประตูอาณาเขต
ห้องพระอย่างเกรี้ยวกราด บุษกรกรีดร้อง “ท่านหลอกลวงข้า”
“ข้าช่วยเหลือเจ้าไม่ให้ต้องก่อกรรมทำบาปเพิ่มมากไปกว่านี้ต่างหากบุษกร เจ้าทำลายจิตแล้วเข้าอาศัยร่างคุณ
เมธาวี อย่างนี้ไม่ได้”
บุษกรกรีดร้องอย่างโกรธแค้น แล้วพุ่งถลันเข้าไปเหมือนจะทำร้ายเกรียง ทันทีที่จะล่วงล้ำเข้าเขตห้องพระ เหมือนถูกกระแสไฟช็อตเข้าให้ บุษกรกระดอนกลับเหมือนถูกผลักอออกมา กฤตธรตะลึงมองสิ่งที่เกิดขึ้น
เกรียงหยิบสายสิญจน์ ที่ควั่นหนาขึ้นมา “และตั้งแต่นาทีนี้ไป ศิลาจาลึกแผ่นนี้ ก็จะไม่ใช่ที่สิงสถิตของเจ้าเหมือนกัน”
บุษกรจ้องเขม็ง เกรียงบริกรรมคาถาอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงสายสิญจน์แล้วคลี่สายสิญจน์พันแผ่นศิลานั้น บุษกร กรีดร้องด้วยความโกรธจัด กลุ่มหมอกควันคละคลุ้งรอบตัวบุษกรอีกครั้ง แล้วในบัดดลนางก็โผล่พรวดออกมาจากหมอกควันนั้น แต่เป็นใบหน้าปีศาจเต็มรูปแบบ กฤตธรแทบผงะ
“วันที่กลางวันกลายเป็นกลางคืน แลกลางคืนกลับกลายเป็นกลางวัน มันผู้ใดที่ขวางทางข้า มันผู้นั้นต้องถึงจุดจบ”
บุษกรเกรี้ยวกราด แล้วสลายตัวและกลายเป็นกลุ่มหมอกควันพวยพุ่งขึ้นทะลุข้างบน เกรียงจ้องเขม็ง กฤตธรตะลึงกับสิ่งที่เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น

หน้าบ้านเกรียง ฟ้ายังมืดสลัว แต่หมอกควันเทา-ดำ เหมือนพุ่งออกมาจากหลังคาบ้านเกรียง และลอยปกคลุมอยู่
อย่างนั้น
“นี่มันอะไรกันน่ะแก” ปารมีแปลกใจ ประตูรั้วเปิดออกและรถเกรียงก็แล่นออกมา “ไอ้โย...ออกมาแล้ว...รถนั่นออกมาอีกแล้ว” รถเกรียงเลี้ยวออกไปทางหนึ่ง “เอาไงดี จะเสี่ยงดวงเข้าไปค้นในบ้านแกไหม” ปารมีถามเร่งเร้า
“ไม่...แกตามรถคันนั้นไป อย่าให้คลาดสายตา ฉันมั่นใจว่าศิลาจารึกอยู่ในรถคันนั้นน่ะแหละ”
รถเกรียงแล่นออกไป แต่ท้องฟ้าเหนือรถคันนั้น ปกคลุมด้วย หมอกควันเทาดำที่รูปร่างเป็นปีศาจบุษกร

บนถนนสายจะออกนอกเมือง รถของปารมีแล่นตามรถของเกรียง รถสองคันแล่นตามกันไปห่างๆ
โยสิตาจดจ่ออยู่กับรถคันข้างหน้า “แกอย่าให้คลาดสายตาเชียวนะ”
“มือระดับนี้แล้ว...รับรองน่า..แต่แกคิดว่าสองคนนั้นกำลังจะไปไหนกัน”
“ไม่รู้...อาจจะไปหาที่ซ่อนศิลาจารึกแผ่นนั้นก็ได้ ยังไงก็ให้ตัวเองพ้นผิดไว้ก่อน”
“ถามจริงๆ แกแน่ใจได้ยังไงว่าศิลาจารึก อยู่ในรถคันนั้น”
“ถ้าแกเห็นอย่างที่ฉันเห็น แกจะเข้าใจเอง...แกมองข้างบนนั่นสิ”
ปารมีมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือรถเกรียงแล้วแทบช็อคตาค้าง กลุ่มหมอกควันสีเทาดำ รูปร่างเป็นปีศาจติดตามรถเกรียง

ในรถเกรียง กฤตธรซักถามข้อสงสัยที่เกิดขึ้นมากมาย “เรากำลังจะไปที่ไหนกันครับอาจารย์”
“ที่ที่เหมาะสมที่สุด ที่จะทำลายศิลาแผ่นนี้”
“ถึงขนาดต้องทำลายเลยเหรอครับ”
“วิญญาณของบุษกรกลับไปใช้ร่างกายของคุณเมธาวีไม่ได้แล้ว ก็เหลือศิลาแผ่นนี้อย่างเดียวที่จะเป็นที่สิงสู่...ยังไงก็ต้องทำลายครับ อย่างน้อยที่สุดก็ตัดกำลังวิญญาณร้ายไม่ให้สร้างความเดือดร้อนมากไปกว่านี้”
“ที่ที่อาจารย์ว่ามันคือที่ไหนครับ”
“ที่ที่ควรเป็นที่อยู่ของมัน..ที่ที่มันจากมา” เกรียงเอ่ยตอบสีหน้าเคร่งขรึม

ปารมีร้อนรน “เอาแน่เหรอวะโย...ถ้าศิลาจารึกนั่นมันเกี่ยวกับเรื่องอาถรรพ์ เรื่องผีผู้หญิงที่ชื่อบุษกรจริง มันก็น่ากลัวอยู่นะแก”
“ศิลาจารึกนั่น มันคือทั้งชีวิตของพ่อฉัน มันคือสมบัติของชาติ ยังไงเราก็ต้องเอามันคืนมาจากคนเห็นแก่ตัวพวกนี้ให้ได้..มากันถึงขนาดนี้แล้วไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วผักบุ้ง”
“เอาไงเอากัน ฉันหลวมตัวมากับแกแล้วนี่” ปารมีสีหน้าเคร่งเครียดตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป
กฤตธรยังคงขัดข้องใจ “แล้วทำไมเราต้องทำลายศิลาแผ่นนี้ภายในวันนี้ด้วยครับ”
“วันที่กลางวันกลายเป็นกลางคืน กลางคืนกลายเป็นกลางวัน เมื่อพันกว่าปีก่อน ศิลาแผ่นนี้มันเกิดพลังบางอย่าง เพราะผู้หญิงที่ชื่อบุษกร ทุกอย่างมันเวียนมาบรรจบกันในวันนี้ คุณกฤต...เวลาที่เหมาะสม สถานที่ที่เหมาะสมและบุคคลที่เหมาะสม เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องเป็นวันสุดท้ายของศิลาแผ่นนี้เหมือนกัน”

โยสิตากับปารมียังคงขับรถตามไป
“ไอ้โย...นี่มันออกนอกเมืองมาไกลแล้วนะแก”
“เขาอาจจะมีเซฟเฮ้าส์ บ้านลับที่ใช้เก็บของที่ขโมยมาด้วยวิธีเดียวกันอยู่นอกเมืองก็ได้”
“นี่มันจะเข้าเขตสุพรรณบุรีแล้วนะแก เซฟเฮ้าส์อยู่ถึงสุพรรณเชียวเหรอ”
โยสิตานิ่งอึ้ง “สุพรรณ...สุพรรณ...ไอ้ผักบุ้ง..ฉันว่าเขาต้องมุ่งหน้าไปไซท์งานขุดค้นของพ่อฉันแน่ๆ เลย”

เกรียงขับรถไปมองกระจกมองหลังไปแล้วเอ่ยบอก “เราคงมีปัญหาแล้วครับคุณกฤต”
“ครับ ?!”
“รถข้างหลังตามเรามาสักพักแล้วละครับ”
กฤตธรหันกลับไปดู เห็นรถปารมีแล่นตามมา ทิ้งระยะห่างมากพอควร “อาจารย์แน่ใจเหรอครับ”
“ผมลดความเร็วหลายครั้งแต่รถคันนี้ก็ไม่ยอมแซง มันผิดสังเกตนะครับ”
กฤตธรตัดสินใจหันกลับไปดูอีกครั้ง “ปารมี...รถปารมี..คุณโยต้องตามเรามาแน่ๆ เลยครับอาจารย์”

ในรถปารมี...ทั้งคู่ร้องโวยวาย “เฮ้ย ย ย...”
รถเกรียงเปิดไฟเลี้ยวและเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันไปทันที
“เอาไง ไอ้โย ตามเข้าไปเลยรึเปล่า”
“ตามเข้าไปเดี๋ยวเข้าก็รู้ตัวน่ะสิ เลยไปก่อน..เลยไปก่อน”
รถปารมีแล่นเลยปั๊มน้ำมันไป

ในปั๊มน้ำมัน รถเกรียงแล่นเข้าจอดในลานปั๊มน้ำมันมุมหนึ่ง ทั้งคู่มองผ่านกระจกมองหลัง
“เชื่อผมเถอะว่าเธอจอดซุ่มอยู่ไม่ไกลจากนี่” เกรียงเอ่ยอย่างมั่นใจ
“คุณโย เธอต้องการทวงคืนศิลาจารึกแผ่นนี้ ยิ่งถ้าเธอรู้ว่าเรากำลังจะต้องทำลายมัน เธอคงไม่ยอมแน่”
“คุณโยไม่น่าเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ในวันนี้เลย”
“ทำไมครับอาจารย์”
“เธอกำลังพาตัวเองมาเสี่ยงอันตราย บุษกรต้องการกำจัดคุณโย” กฤตธรนิ่งอึ้งขนหัวลุก เกรียงย้ำ “เพราะคุณโยคือเกศอาภาในอดีตชาติ”
ข้างทาง ถัดจากปั๊มน้ำมัน โยสิตากับปารมี ยังดักซุ่มรออยู่ในรถ..จับจ้องไปทางปั๊ม โยสิตาเริ่มกระสับกระส่าย
“นี่มันนานพอสมควรแล้วนะแกเติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำ ป่านนี้ควรจะออกมาได้แล้ว” ปารมีเอ่ยบอกท่าทางร้อนรน
“เขาอาจจะแวะหาอะไรกินด้วยก็ได้..ช่วยกันดูเอาไว้ก่อน”
รถทยอยแล่นออกจากปั๊มเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีรถเกรียงออกมา โยสิตาหยิบโทรศัพท์ออกมาหาเบอร์อธินและกดโทรออก

ไซท์งานขุดค้น อธินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย เมื่อเห็นเป็นเบอร์โยสิตา “ว่าไงลูก”
“พ่อคะ...อาจารย์เกรียงกับคุณกฤตคงกำลังไปที่ไซท์งานขุดค้นของพ่อ”

อ่านละคร บ่วงอธิฏฐาน ตอนที่ 12/2 วันที่ 4 ก.ย.59

ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทประพันธ์โดย ทักษิณา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน บทโทรทัศน์โดย ยิ่งยศ ปัญญา
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน กำกับการแสดงโดย สำรวย รักชาติ
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ผลิตโดย : บริษัท เวฟ ทีวี จำกัด
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ควบคุมการผลิตโดย คุณตู่ ปิยวดี มาลีนนท์
ละครเรื่อง บ่วงอธิฏฐาน ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ