อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 14 ก.ย.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 14 ก.ย.59

“ฉันทำบาปอะไร ทำไมฉันถึงต้องมาเห็นพ่อแม่ฆ่ากันเองแบบนี้ ฉันจะต้องทนดูพวกคุณฆ่ากันเองอีกกี่ที ถ้าทุกอย่างเป็นเพราะลูกคนนี้ฉันต่างหากที่สมควรตาย ไม่รู้พวกคุณจะให้ฉันเกิดมาทำไม รู้หรือเปล่าว่ามันทรมานแค่ไหนที่ต้องมารับกรรมที่พวกคุณก่อเอาไว้ ยิ่งโกรธยิ่งเกลียดพวกคุณ ฉันก็ยิ่งรู้สึกบาปในใจ ฉันทนเห็นตัวเองเลวไปกว่านี้ไม่ได้ กรรมเวรอะไรทำไมฉันถึงจะมีพ่อมีแม่อย่างคนอื่นเขาไม่ได้”

กระถินร้องไห้จนเสือกาจสะเทือนใจบอกว่า ตนแค่อยากปกป้องเธอ ถามว่าตนทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันสายไปแล้วใช่ไหม กระถินเห็นเสือกาจน้ำเสียงอ่อนลงจึงอ้อนวอนขอกลับไปดูอาการพุดกรองก่อน

“ฉันขอแค่ได้ไปดูใจ ให้ฉันได้ไถ่บาปที่ฉันเคยทำกับเขาไว้ ฉันขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ”



เสือกาจเห็นน้ำตากระถินก็ใจอ่อน

นิธิทำแผลให้พุดกรองแล้วจึงให้ทุกคนเข้าเยี่ยม บอกว่า

“คุณพุดกรองมีบาดแผนที่ศีรษะกระทบกระเทือนถึงสมองกระดูกบางส่วนหักกดไขสันหลังทำให้เขาเป็นอัมพาตขยับร่างกายไม่ได้ อาการโดยทั่วไปยังวิกฤติ” บอกสร้อยสนว่า “แต่ไม่ต้องกลัวนะ ขอแค่ท่านตื่นมา ผมจะหาทางรักษาท่านให้ดีขึ้นให้ได้”

สร้อยสนกอดนิธิไว้อย่างหวังเป็นที่พึ่ง อรชรแปลกใจว่าทั้งสองสนิทสนมกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่หน้าห้อง กระถินกับเสือกาจมาแอบดู กระถิน

ช็อกที่เห็นพุดกรองอาการสาหัสขนาดนี้ เมื่อออกมาแล้ว เสือกาจให้กระถินตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไปกับตนก็ตามใจ กระถินขอว่า

“ขอเวลาอีกนิดได้ไหม ให้ฉันแน่ใจว่าทุกคนอยู่ได้โดยไม่มีฉัน แล้วฉันจะไป”

ooooooo

ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ทุกคนนั่งฟังตำรวจและสมพรเล่าการค้นหากระถินอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะรามทั้งเครียดและอ่อนเพลียเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน

สมพรรายงานว่า ตนกับตำรวจออกตามหากระถินไปตามโรงพยาบาลและตามวัดหลายแห่งแต่ไม่พบ ทางตำรวจก็แจ้งว่ามีชิ้นส่วนจำนวนมากที่ไม่อาจจำแนกได้ว่าเป็นใคร ส่วนคดีปล้นจากการตรวจสอบร่องรอยพบว่าคนร้ายใช้กุญแจมาเปิดหีบขนของออกมา ทรัพย์สินทุกอย่างถูกทิ้งไว้ ยกเว้นเครื่องเพชรชุดสำคัญ

เอมปรีดิ์หันไปบอกท่านหญิงอย่างลำบากใจว่า “เครื่องเพชรชุดรัดเกล้าที่คุณพระรับซื้อจากเสด็จพ่อของท่านหญิงหายไป คุณพระสั่งให้เก็บเอาไว้จนกว่าเสด็จท่านจะมาขอคืน”

ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจจะไม่ได้มีแค่

พุดกรองคนเดียว อาจมีคนในรู้เห็นเป็นใจ โดยเฉพาะกระถินที่เป็นคนถือกุญแจหีบสมบัติ แม่นิ่มแย้งทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ กระถินไม่ได้เป็นคนเอาเครื่องเพชรชุดนั้นไป

“แต่หลังเกิดเหตุ เราตรวจค้นทุกที่ในบ้าน ไม่พบหลักฐานว่าใครน่าสงสัย” ตำรวจติง แล้วเล่าถึงสองวันก่อนที่ไปตรวจค้นบ้านทดที่ท้ายสวน เจอกระเป๋าถือ

ของกระถินอยู่ที่นั่น ตำรวจสันนิษฐานว่า “ถ้าคุณมินตราเป็นผู้ถือกุญแจหีบสมบัติไว้ ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องเพชรอาจจะหายไปก่อนวันเกิดเหตุก็เป็นได้”

“ไม่มีเหตุผลที่กระถินจะต้องขโมยเครื่องเพชรพวกนั้นไป” เอมปรีดิ์แย้ง

“นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานครับ แต่เรายังไม่ได้ปักใจ คนที่จะช่วยไขความจริงเรื่องเครื่องเพชรได้ก็มีแต่คุณพุดกรองเท่านั้น” ตำรวจสรุป

ooooooo

ต่อมาตำรวจไปสอบสวนพุดกรองที่โรงพยาบาล สร้อยสนขอร้องว่าแม่ยังพูดไม่ได้เพิ่งฟื้นอย่าเพิ่งกดดันได้ไหม ตำรวจบอกว่าแค่จะมาขอดูอาการและดูว่าเขามีสติสัมปชัญญะแค่ไหนเท่านั้น

ตำรวจถามเพื่อดูว่าพุดกรองรับรู้ได้แค่ไหนว่า กระถินรู้เรื่องการปล้นกับเธอด้วยหรือไม่ และเธอเอากุญแจหีบสมบัติมาจากกระถินใช่ไหม พุดกรองตกใจหวาดกลัวทำเสียงและสีหน้าปฏิเสธ ในขณะที่ละมุดสะดุ้งเมื่อรู้ว่าตำรวจสงสัยเรื่องกุญแจ

สร้อยสนบอกตำรวจว่ากุญแจไม่ได้อยู่กับกระถินเพราะเธอเอามาฝากตนไว้แล้ว ตำรวจถามว่ามีใครรู้ไหมว่ากุญแจอยู่ที่เธอ สร้อยสนบอกว่าไม่มี มีแต่ตนกับน้องรู้กันสองคน และตนไม่เคยเปิดหีบใบนั้นเลย

เมื่อซักถามถึงเครื่องเพชรชุดรัดเกล้าที่หายไป สร้อยสนปกป้องว่าแม่ประสบอุบัติเหตุเอาอะไรออกไปไม่ได้หรอก

“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะมีใครขนเครื่องเพชรชุดนั้นไปก่อนหน้า ทั้งคุณทั้งมินตราเป็นไปได้ทั้งนั้น”

สร้อยสนบอกว่าตนไม่รู้เห็นอะไรทั้งนั้น ขอความ เป็นธรรมพวกตนบ้าง แค่นี้พวกตนยังรับกรรมไม่พออีกหรือ

“ถึงได้รับผลกรรม ก็ยังต้องรับผลของการกระทำตามกฎหมาย ต่อให้บาดเจ็บก็ต้องรับโทษอยู่ดี”

ละมุดตกใจลุกลี้ลุกลน แต่เพราะสร้อยสนมัวแต่สนใจตำรวจจึงไม่ได้สังเกต

ขณะสร้อยสนออกไปส่งตำรวจและพูดคุยกันไปตามทางนั้น มีสายตาลึกลับจับตามองตลอดเวลา แต่เธอไม่รู้ตัว

ระหว่างสร้อยสนออกไปส่งตำรวจ ละมุดอยู่กับ พุดกรองที่ตื่นตกใจทำเสียงฮือๆ เพราะละมุดเป็นคนเก็บกุญแจไว้คนเดียว ก็ถูกละมุดปรามว่าให้อยู่เฉยๆจะกระโตก กระตากให้ตำรวจสงสัยทำไม พุดกรองมองผ่านละมุดไปเห็นใครบางคนแอบดูอยู่ที่ประตู พุดกรองตะลึงส่งเสียงฮือๆละมุดหันขวับไป แต่ประตูปิดพอดีเลยไม่เห็นอะไร ละมุดใจเสียจนทำอะไรไม่ถูก

สร้อยสนกลับมาเห็นพยาบาลกำลังฉีดยาให้

พุดกรองจนค่อยสงบลง เธอบอกแม่ว่า

“คุณแม่นอนพักนะคะ ไม่ต้องกลัว แค่รักษาตัวให้หายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สร้อยจะไม่มีวันปล่อยให้คุณแม่ต้องติดคุกเด็ดขาด”

สร้อยสนปลอบโยนและเฝ้าพุดกรองจนค่อยๆ หลับลง

ooooooo

เมื่อสงครามสงบ หลวงเวชประสิทธิ์ ผอ.โรงพยาบาล คุณพ่อของอรชร เรียกอรชรและนิธิไปพบ บอกข่าวดีว่าจะส่งอรชรไปเรียนด้านพยาบาลต่อที่วอชิงตัน แต่เป็นห่วงอรชรจึงจะออกทุนให้นิธิไปด้วย

นิธิติงว่าค่าเรียนคงแพงมาก หลวงเวชฯบอกว่า นิธิเป็นคนเก่ง ถ้าได้เรียนต่อคงจะมีอนาคตอีกไกล แต่ตนมีข้อแม้ว่าให้แต่งงานกับอรชรก่อนไป เพราะสองคนไปมาหาสู่กันมานานตนยินดีที่จะได้คนดีๆอย่างเขามาเป็นเขย รวบรัดกับทั้งสองว่า

“ไหนๆก็จะไปเรียนต่อ สร้างอนาคตด้วยกันแล้ว ก็ตบแต่งให้มันถูกต้องตามประเพณีเสียเลยจะได้ไม่เป็นที่ครหา” อรชรจะทักท้วงแต่ถูกคุณพ่อตัดบทว่า “ถ้าไม่ ขัดข้องก็วางแผนสมัครเรียนพร้อมกับทำเรื่องสู่ขอไปพร้อมกันเลย”

แทนที่จะดีใจ นิธิกลับเครียดเพราะเขาไม่เคยคิดอะไรกับอรชรเลย แต่ด้วยความเกรงใจเขาพูดไม่ออก

พอออกจากห้องหลวงเวชฯแล้ว ขณะเดินผ่านห้องพักคนไข้ของพุดกรอง นิธิมองเข้าไปเห็นสร้อยสนกำลังช่วยพลิกตัวพุดกรองอย่างยากลำบากจึงเข้าไปช่วยและแนะนำให้

สร้อยสนรู้สึกแย่ที่ตนช่วยแม่ไม่ได้บ่นว่าถ้าเขาไม่อยู่ตนจะทำอย่างไร แต่ก็บอกพุดกรองอย่างแจ่มใสว่า

“สร้อยต้องทำให้ได้ เรามีกันแต่สองคน แม่เลี้ยงสร้อยมาได้ สร้อยก็ต้องดูแลแม่ได้”

นิธิเห็นสร้อยสนพยายามเข้มแข็งก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ตนจะทิ้งเธอให้เผชิญปัญหาอยู่คนเดียว

ooooooo

เมื่อตำรวจมีข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเครื่องเพชรรัดเกล้าหายคือกระถินกับสร้อยสน เมื่อแม่นิ่มเอากุญแจมาคืนราม เห็นเขาครุ่นคิดหน้า เครียด จึงถามว่า

“รามคงไม่ได้สงสัยว่ากระถินเอาเครื่องเพชรไปหรอกใช่ไหม” เห็นรามนิ่งก็ตัดพ้อว่า “อย่าดูถูกหัวใจคนอื่นว่าเขาไม่รู้ดีรู้ชั่วที่พูดกันว่า ‘คนเราเลี้ยงได้แต่ตัว แต่หัวใจเลี้ยงไม่ได้’ มันใช้ได้กับทุกคน”

“รามรู้แล้วครับ กระถินไม่เคยทรยศราม คนที่ทรยศคือรามต่างหาก การที่รามระแวงคิดว่าเขาเห็นคนอื่นสำคัญกว่าราม มันก็เท่ากับว่ารามนั่นแหละที่ทรยศความรักของเขา”

“มาเสียใจตอนนี้แล้วมันจะได้อะไร ถึงขอโทษไปใครจะได้ยิน”

“แล้วจะให้รามทำยังไง” รามร้องไห้อย่างอัดอั้น “รามไม่เหลือใครอีกแล้ว ชีวิตรามจบตั้งแต่วันนั้นแล้วแม่นิ่ม มันทรมาน รามอยากตาย รามไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ทำไมคนที่ตายไม่ใช่ราม”

แม่นิ่มกอดรามไว้ด้วยความสงสาร...

วันนี้ขณะที่สร้อยสนจะไปเฝ้าพุดกรองที่โรงพยาบาล แม่นิ่มพาไปพบเอมปรีดิ์ที่รออยู่ที่ห้องรับแขก

เอมปรีดิ์ถามว่าทำไมไม่พาพุดกรองกลับบ้าน สร้อยสนบอกว่าไม่กล้าเพราะแม่ทำกับทุกคนไว้มาก

แม่นิ่มบอกให้พากลับมาเสียเพราะลำพังสร้อยสนกับละมุดจะดูแลอย่างไรไหว

“เขาก็ได้รับกรรมของเขาแล้วฉันไม่ติดใจอะไร” เอมปรีดิ์เอ่ย แม่นิ่มเสริมว่า

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 14 ก.ย.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ