อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 15 ก.ย.59

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 15 ก.ย.59

“เขาก็ได้รับกรรมของเขาแล้วฉันไม่ติดใจอะไร” เอมปรีดิ์เอ่ย แม่นิ่มเสริมว่า

“เราเหลือกันอยู่แค่นี้ ถ้าเราไม่ดูแลกันแล้วจะมีครอบครัวไว้ทำไม”

สร้อยสนซาบซึ้งใจมาก รู้แก่ใจดีว่าแม้พุดกรองจะก่อปัญหาไว้มากมายแต่จนวันนี้ก็ยังไม่สำนึก ได้แต่กราบแทบเท้าเอมปรียาเอ่ยทั้งน้ำตาว่า

“สร้อยขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ คุณท่านมีบุญคุณกับพวกเรามาก แต่คุณแม่ไม่เคยเห็นค่า แล้วสุดท้ายทุกคนที่นี่ก็ยังอุตส่าห์ให้อภัยแล้วก็เมตตา ทั้งๆที่คุณแม่ทำกับคุณลุงกับพี่รามเอาไว้”

“สงครามจบแล้วคนอื่นรบกันเราก็ยังรอดมาได้ อย่าให้สงครามในบ้านมันกัดกินใจ ยิ่งเกิดปัญหา เรายิ่งต้องดูแลกันเอาไว้ อย่าให้สงครามมาพรากอะไรไปจากพวกเรามากกว่านี้เลย” เอมปรีดิ์เอ่ยอย่างเปี่ยมด้วยเมตตา เข้าไปลูบหัวสร้อยสน “แค่ทำหน้าที่ของลูกให้ดี ใช้โอกาสที่เหลืออยู่ทำให้แม่เขาคิดได้ พุดกรองควรจะได้รู้ว่าลูก เป็นของมีค่าที่สุดในชีวิตที่เขามีชีวิตนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องดิ้นรนไขว่คว้าอะไรอีกแล้วก็ได้ เพราะลูกเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ใครก็แย่งไปจากเขาไม่ได้”



“ทำให้พุดกรองรู้ว่าเขามีบุญแค่ไหน ที่ได้รอดมาเห็นค่าในสิ่งที่เขามี ส่วนแม่นิ่มวาสนาไม่มี ถึงต้องถูกพรากกระถินไปอย่างนี้” แม่นิ่มน้ำตาซึม

“ถ้าเลือกได้ สร้อยก็อยากจะตายแทนน้องให้ อย่างน้อยถ้ากระถินยังอยู่ คุณแม่อาจจะเห็นความดีของกระถินในตอนนี้ก็ได้” สร้อยสนคลานเข้าไปกอดแม่นิ่ม สองคนกอดกันร้องไห้ด้วยความคิดถึงกระถิน...

“พ่อแม่ก็เป็นคน มีดีมีเลวได้ ใช่ว่าคนเราจะเกิดมามีพ่อแม่ดีพร้อมเสมอไป แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะเป็นคนดีไม่ได้เป็นลูกที่ดียิ่งต่อบุพการี กุศลก็จะเกิดกับตัวเราไม่ใช่ใคร ถ้ามัวโกรธโทษชะตา น้อยเนื้อต่ำใจ ก็มีแต่จะสร้างบาปทับถมตัวเอง ถึงเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ พุดกรองควรจะดีใจ อย่างน้อยเขาก็มีลูกที่ดีทั้งคู่”

ทุกคนฟังเอมปรีดิ์อย่างซาบซึ้ง เป็นมงคลของชีวิตที่ได้อยู่ใต้ร่มไทรของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา

ooooooo

วันนี้...สร้อยสนมารับพุดกรองกลับไปอยู่บ้าน อรชรนึกได้ว่านิธิเล่าว่าเขาเคยอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์นารายณ์ บ้านนี้มีบุญคุณกับเขามาก จึงอยากไปกราบลา

สร้อยสนจึงรู้ว่าอรชรและนิธิจะไปศึกษาต่อที่เมืองนอก อรชรแปลกใจที่นิธิไม่บอกสร้อยสน แอบกังวลว่าหรือไม่เขาก็ไม่อยากไป?

สร้อยสนน้อยใจ เสียใจ ที่นิธิไม่บอกตนเรื่องจะไปเรียนต่อ เมื่อนิธิมาถามว่าจะพาแม่กลับหรือ จะกลับอย่างไร ตนจะไปส่ง สร้อยสนตอบอย่างเย็นชาหมางเมินว่าไม่ต้อง ตนเกรงใจจะให้รบกวนเขาไปตลอดได้ยังไง นิธิบอกว่าตนเต็มใจ

“ไม่จำเป็น!! ถ้าต้องคอยพึ่งคนอื่นตลอดเวลา พอนิธิไปเรียนต่อ สร้อยจะทำยังไง” นิธิอึ้งที่เธอรู้เรื่องนี้ ถามว่าใครบอก สร้อยสนถามว่าที่ไม่บอกตนเพราะกลัวตนจะทำใจไม่ได้ใช่ไหม นิธิบอกว่าที่ตนไม่บอกเธอเพราะยังไม่ได้ตัดสินใจต่างหาก เห็นท่าทีน้อยใจเสียใจของสร้อยสน นิธิบอกว่าถ้าเธอไม่อยากให้ตนไป...แต่พูดไม่ทันจบสร้อยสนสวนทันทีว่า

“ทำไมสร้อยจะไม่อยากให้ไป สร้อยกับแม่เคยตัดอนาคตนิธิไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่าเอาอนาคตมาแลกกับคนอย่างสร้อยเลย ถ้ามีโอกาสดีๆในชีวิตก็ควรคว้าไว้” นิธิติงว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเท่านั้น “ไม่ว่าเรื่องเรียนหรือเรื่องอะไร ถ้ามีโอกาสเลือกได้นิธิก็ไม่ควรมาจมอยู่กับคนไม่มีอนาคตอย่างสร้อย... สร้อยยังมีแม่ต้องดูแล สร้อยไม่อยากเป็นภาระให้ใคร”

“ทำไมคิดอย่างนี้”

“ถ้าคุณแม่ต้องรับโทษ สร้อยคงปล่อยให้คุณแม่ติดคุกไม่ได้ ถ้าจำเป็น สร้อยจะรับผิดแทนให้ นิธิอย่าเอาอนาคตมาแลกกับสร้อยเลย”

พุดกรองนอนฟังอยู่ถึงกับอึ้งไม่นึกว่าสร้อยสนจะเสียสละเพื่อตนขนาดนี้

สร้อยสนตัดสินใจที่จะตัดขาดจากนิธิเพื่อแม่และเพื่ออนาคตของนิธิ ทำเป็นเข้มแข็งเดินไปหยอกล้อและคุยกับพุดกรอง นิธิได้แต่อึ้ง มองสร้อยสนอย่างผิดหวัง...

ooooooo

จู่ๆวันนี้ปูเป้ก็ขนข้าวของมาที่คฤหาสน์นารายณ์จนบ่าวต้องช่วยขนกันเป็นขบวน เธอประกาศว่าวันนี้มาในฐานะคุณผู้หญิงของบ้านนี้เพราะกระถินตายไปแล้วตนจึงมาทวงตำแหน่งคืน

ปูเป้วางอำนาจเข้าไปในห้องรับแขกหยิบหมอนอิงโยนทิ้งบอกว่าบ้านนี้ต้องไม่มีเศษซากของ “นังนั่น” อีก เห็นรูปคู่แต่งงานของรามกับกระถินก็จิกตาใส่ “โดยเฉพาะนั่น!” แล้วตรงเข้าไปจะหยิบ จันทร์เข้าแย่งเถียงกันเสียงดัง

“ทำอะไร?” รามได้ยินเสียงเอะอะลงมาดู จันทร์บอกว่าปูเป้จะเอารูปนั้นทิ้ง ปูเป้โต้ว่าคนตายไปแล้วจะให้มาวนเวียนอยู่แถวนี้ทำไม รามเสียงเข้มใส่ “ที่คุณพูด...นั่นเมียผมนะ”

ปูเป้ยังด่าว่ากระถินต่างๆนานาซ้ำพูดอย่างดูถูกว่าแค่ผู้หญิงไม่รักดี ตายเสียได้ก็ดีรามจะได้หมดเวรหมดกรรมเสียที

“หยุดลามปามกระถินเดี๋ยวนี้!!...ถึงเขาตาย ผมก็ยังอยากเก็บเขาไว้ในชีวิตมากกว่าคุณ...คนที่ควรจะไปให้พ้นๆจากผมในชาตินี้ ก็คือคุณ!” ปูเป้ปารูปลงแตกกระจาย ถามว่าถึงไม่มีกระถินรามก็ไม่กลับมาหาตนใช่ไหม “จะพรุ่งนี้หรืออีกสิบปี ก็ไม่มีใครมาแทนที่กระถินได้ นับแต่วันที่ผมรักเขา ผมก็ไม่มีหัวใจไว้รักใคร แม้แต่คุณผมก็ไม่เคยมีให้!”

ปูเป้ตะโกนว่าไม่ดีตรงไหน?

“ผู้หญิงบางคนทำได้แค่ร่วมสุขแต่ร่วมทุกข์ด้วยไม่ได้ หลายปีมานี้ผมกับกระถินร่วมทุกข์กันมานาน กระถินไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมสักอย่าง วันนี้ถึงเขาจะไม่อยู่ แต่ผมก็จะทำให้เขามีแต่ความสุขเพื่อชดเชยให้...ผมเคยสัญญาว่าจะทำให้เขาภูมิใจที่ได้เป็นภรรยาของนายราม วันนี้ผมจะรักษาสัญญาด้วยการทำให้เขารู้ว่าไม่มีอะไรจะสำคัญกว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของเมียผม คุณกลับไปเสีย ชาตินี้ทั้งชาติผมจะซื่อสัตย์กับเมียผมคนเดียวไปจนตาย ผมจะไม่มีวันรักใครอย่างที่รักเขา”

เมื่อถูกปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ปูเป้ประชดว่างั้นก็เชิญจมปลักกันต่อไป ถ้าจะให้ดีก็ตายตามกันไปเสียเลยแล้วเดินสะบัดผ่านทุกคนไป มะยมกับชบาต่างดีใจที่ปูเป้ไปเสียได้

เมื่อปูเป้กลับถึงบ้าน คร้ามดักคอว่า “อย่าบอกนะว่าไปหาเรื่องทะเลาะกับเขามา”

“อยากจะเกาะเขา คุณพ่อก็ไปง้อเขาเองแล้วกัน เขาไล่ปูเป้กลับมาเหมือนหมูเหมือนหมา”

“ไอ้ราม!” คร้ามคำรามแค้น

ooooooo

สร้อยสนรับพุดกรองกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้อยู่คฤหาสน์นารายณ์ หากไปอยู่ห้องนอนของทดที่ท้ายสวน พุดกรองสีหน้าไม่พอใจ ละมุดก็บ่นว่ามาอยู่อุดอู้อย่างนี้ต้องการประจานเราต่อหน้าบ่าวไพร่ชัดๆ

สร้อยสนติงว่าพูดอย่างกับว่าเรามีที่ไป ละมุดพูดอย่างยะโสว่าทำไมจะไม่มี ทำให้พุดกรองที่รู้เช่นเห็นชาติกันดีกับละมุดเชื่อว่าละมุดต้องเป็นคนขโมยสร้อยเพชรไปแน่จึงอวดรวยคุยโตอย่างนี้

พอดีตำรวจมาสอบปากคำเพิ่มเติมเรื่องทด ถามว่าได้ยินว่าทดสนิทสนมกับพุดกรองดีแต่ตอนนี้เขาหายตัวไป เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย เชื่อว่าเขาอาจจะรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง บอกสร้อยสนว่ารบกวนช่วยให้เบาะแสเกี่ยวกับทดหน่อย สร้อยสนจึงออกไปคุยกับตำรวจข้างนอก

เมื่อพุดกรองอยู่กับละมุดตามลำพัง พุดกรองเห็นความลุกลี้ลุกลนของละมุดก็ยิ่งมั่นใจว่าละมุดเป็นคนขโมยสร้อยเพชรไป แต่เพราะพูดไม่ได้จึงใช้ปฏิกิริยาต่อต้าน เวลาละมุดป้อนอาหารก็พ่นใส่หน้า สายตาที่มองก็เต็มไปด้วยความอาฆาต ละมุดดูออกว่าพุดกรองรู้ว่าตนขโมยสร้อยเพชรไป จึงยอมรับอย่างประชดประชันว่า

“เออ...ข้าเอาไปเอง เอ็งอยากรู้แค่นี้ใช่ไหม” พุดกรองแสดงอาการแค้นที่ถูกหักหลัง ละมุดแก้ตัวว่า “ก็ข้าไม่ไว้ใจกลัวเอ็งโกง ข้าก็เลยแอบไปยักย้ายเพชรชุดนั้นมาตั้งแต่วันก่อนหน้า ก็ข้าไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องกับเอ็งนี่หว่า”

ละมุดลุกไปหยิบหมอนที่เย็บอยู่ซึ่งซ่อนสร้อยเพชรไว้ในนั้น เอามาให้ดูบอกว่าสร้อยเพชรอยู่ในนี้ โทษว่าเพราะ พุดกรองทำความแตกตนเลยเอาออกไปปล่อยไม่ได้ขู่ว่า

“รู้อย่างนี้แล้วเอ็งก็หุบปากเอาไว้ ถ้าเอ็งกระโตกกระตากทำให้เรื่องแดงเมื่อไหร่ ระวังหลักฐานจะมัดตัวเอง...

แค่รอเวลาแล้วค่อยออกจากที่นี่ไปพร้อมกัน ถ้าเอ็งไม่หักหลัง ข้าก็จะไม่ทิ้งเอ็ง” ละมุดเอาหมอนที่ซ่อนสร้อยเพชรมาหนุนแทนหมอนใบเก่าที่พุดกรองหนุนอยู่ แล้วยกถาดอาหารออกไป

พุดกรองรู้ว่าละมุดกำลังจะป้ายความผิดให้ตน มองหมอนที่ตัวเองหนุนอยู่ อยากจะเอาสร้อยเพชรมาล้างความผิดของตัวเอง เหลือบไปเห็นมีดปอกผลไม้ที่ละมุดลืมไว้แล้วพยายามจะไปคว้ามีดจนตัวเองตกเตียง สร้อยสนกลับมาตกใจที่แม่ตกเตียงถามว่าจะไปเอาอะไร พุดกรองพยายามจะพูดว่าหมอน สร้อยสนเอะใจเห็นหมอนที่แม่หนุนอยู่เปื้อนน้ำลายจึงเอาไปล้าง

อ่านละคร เลือดรักทระนง ตอนที่ 14 วันที่ 15 ก.ย.59

ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทประพันธ์โดย นางแก้ว
ละครเรื่องเลือดรักทระนง บทโทรทัศน์โดย ดนยา ทรัพย์ยิ่ง
ละครเรื่องเลือดรักทระนง กำกับการแสดงโดย แมน เมธี
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
ละครเรื่องเลือดรักทระนง ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.
ติดตามชมละครเรื่องเลือดรักทระนง ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ