อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 20 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 20 ก.ย.59

“ครั้งนี้ข้าจะปล่อยสัตว์ทำทาน แต่อย่าให้ข้าเห็นหน้าพวกมันในดอนไม้ป่าอีกแล้วกัน ข้าไม่ปล่อยไว้แน่!”

พวกนักศึกษาไม่รู้เรื่อง เดินตามทัศนัยลัดเลาะไปตามป่าท้ายหมู่บ้านอย่างไม่ลดละ พิมพ์พร เจิดนภาและรัตนาวดีหงุดหงิดมาก บ่นกระปอดกระแปดตลอดทาง สร้างความรำคาญให้แก่ชาวคณะที่เหลือมาก จนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำตกใหญ่ ทั้งหมดถึงยิ้มออกและกระโดดลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน

ทัศนัยตัดสินใจกางเต็นท์พักแรมที่ลานโล่งใกล้ปราสาทโบราณ เหล่านักศึกษาชอบใจมาก ช่วยกันเตรียมของอย่างแข็งขันเพราะเหนื่อยเต็มทีแล้ว อยากพักจะได้มีแรงสำรวจปราสาทในวันรุ่งขึ้นตามที่อาจารย์หนุ่มสั่ง



ทศพลเพลิดเพลินกับบรรยากาศรอบๆจนอดใจไม่ไหวต้องเดินสำรวจ แล้วเสียงเรียกจากใครบางคนก็ทำให้เขาตกในภวังค์ เดินเหมือนละเมอเข้าไปด้านในของเทวาลัย!

ooooooo

คำแก้วนอนหมดสติทั้งวัน เพิ่งฟื้นและรู้สึกตัวในเวลาใกล้ค่ำเต็มที หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นแผลบนแขนหายสนิทเหมือนไม่เคยโดนอะไร แถมเธอยังสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ชวนค้นหา แต่กระนั้นเธอก็ยังไม่อยากรับรู้เพราะไม่แน่ใจนักว่าหากความจริงปรากฏจะรับได้หรือไม่

และระหว่างที่สับสนนั้นเอง คำแก้วก็ชนกับผู้ชายคนหนึ่งโครมใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไม่ได้ทำให้เธอหวั่นไหวเท่ากับภาพในหัวที่แวบขึ้นมาและทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเคยเจอเขาที่ไหนมาก่อน

ทศพลนั่นเองคือผู้ชายคนนั้น เขาก็รู้สึกไม่ต่างกันและไม่รอช้าจะตามไปคุยให้รู้เรื่อง คำแก้วจำได้ว่าเขาคือหนึ่งในกลุ่มนักศึกษาที่ค้างบ้านเธอเมื่อคืนก่อน แต่ก็ไม่อยากเสวนาด้วยเลยพยายามเดินหนี ทศพลตามไปดักหน้าจนได้แต่คงรีบมากไปเลยไม่ทันระวัง เหยียบตะกร้าสานใส่เครื่องเซ่นไหว้ผีตาแฮกบนนาของเธอเข้า

“ซุ่มซ่าม! ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถ้าปีนี้นาฉันล่มก็เป็นเพราะคุณคนเดียว”

“ก็ผมไม่เห็นว่ามีศาลเจ้าตั้งอยู่ตรงนี้”

“เขาเรียกผีตาแฮก เป็นผีที่ปกปักรักษาข้าวกล้าในนา...ไม่รู้เรื่อง!”

“งั้นหรือ ผมนึกว่ามีแต่แม่โพสพซะอีกที่ดูแลทุ่งนา”

“สิ่งที่คุณไม่รู้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี ชาวบ้านดอนไม้ป่านับเจ้าถือผี บูชาตามหน้าที่และฤดูกาล”

“ถ้าอย่างนั้นที่นี่คงมีผีเต็มไปหมด”

“ก็ใช่น่ะสิ มีทั้งผีเปรต ผีป่า ผีนา ผีไร่ แต่ไม่ว่า จะเป็นผีอะไรก็อยู่ใต้อำนาจของเจ้าแม่นาคีทั้งนั้น”

“เจ้าแม่นาคี...เพิ่งรู้ว่าพญานาคตัวเมียเป็นหัวหน้าปกครองผีที่นี่ ท่าทางจะใหญ่ไม่เบา ผมชักอยากเห็นแล้วสิ”

รอยยิ้มยั่วประสาทและท่าทางเหมือนไม่ยำเกรงเจ้าแม่นาคีทำให้คำแก้วไม่พอใจ ผลุนผลันออกจากตรงนั้น โดยไม่เหลียวหลัง ทศพลวิ่งตามแต่ก็คลาดกันในที่สุด

ความสนใจของทศพลที่มีต่อหญิงชาวบ้านทำให้พิมพ์พรโมโหหึง อาละวาดและแสดงความเป็นเจ้าของจนพวกหนุ่มๆเอือมระอา แต่กระนั้นเธอก็ไม่ยี่หระ ประกาศ กร้าวจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งชายหนุ่มไปจากเธอ

คำแก้วไม่รู้ตัวว่าเรื่องวุ่นวายจะมาถึงตัว มัวแก้ตัวกับแม่ถึงสาเหตุที่หายตัวไปทั้งวัน

“ฉันไปที่เทวาลัยร้างท้ายหมู่บ้านมาจ้ะ”

คำปองถึงกับตาเหลือก ไม่ชอบให้ลูกสาวไปป้วนเปี้ยนที่นั่น แต่คำแก้วกลับไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่

“เวลาฉันปวดหัวตัวร้อนไม่สบาย ไปที่นั่นทีไรฉันก็หายเป็นปลิดทิ้งทุกที ที่ป่วยก็หาย ที่เจ็บก็คลาย เทวาลัยนั่นไม่เห็นมีอันตรายตรงไหน ฉันว่าสวยดีออก อยู่ที่นั่นแล้วไม่อยากกลับ เหมือนเคยเป็นบ้านของฉันมาก่อน”

“เหลวไหล...เอ็งอย่าพูดให้ใครฟังนะ เขาจะหาว่าเอ็งเสียสติ ข้าน่ะกลัวว่าเอ็งจะถูกก้อนหินถล่มทับ ไม่ก็โดนงูเงี้ยวเขี้ยวขอมันกัดเอา”

“บอกแล้วไง งูไม่ทำอันตรายฉันหรอกแม่ พวกมัน เป็นเพื่อนฉัน”

“เอ็งเสียสติไปแล้วหรือไง อสรพิษเลี้ยงไม่เชื่อง ข้าไม่อยากต้องมาทำศพเอ็งเหมือนพ่อเอ็งอีกคน คำแก้ว ...แม่ห่วงเอ็งหรอกนะถึงได้เตือน”

“ฉันดวงแข็ง ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอก แม่อย่าห่วงเลย”

ooooooo

แม้จะเอาตัวรอดจากแม่ได้แต่คำแก้วก็คาใจกับท่าทีของหนุ่มหล่อที่พบกันโดยบังเอิญในเทวาลัยเจ้าแม่นาคี ทศพลเองก็มีอาการไม่ต่างกัน เขาเก็บเรื่องหญิงชาวบ้านที่ถูกตาต้องใจตั้งแต่แรกเห็นไปคิดจนเหมือนตกในภวังค์ มองเห็นเพื่อนร่วมแก๊งรวมทั้งตนเองแต่งตัวด้วยชุดทหารโบราณ

พิมพ์พรเห็นทศพลเหม่อลอยและเอาแต่พูดถึงหญิงชาวบ้านก็หึงขึ้นหน้า เมื่อได้ยินเพื่อนคนอื่นพูดถึงความเชื่อเรื่องพญานาคและความลึกลับของปราสาทโบราณเลยพาลหัวเสีย

“งมงายเหมือนชาวบ้านแถวนี้ไม่มีผิด นับถือกราบไหว้บูชางูบ้าบอกันทั้งหมู่บ้าน มิน่าถึงได้ล้าหลังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนกันอยู่อย่างนี้”
ทศพลทนไม่ไหว ปรามเสียงเข้ม “พิมพ์...จะพูดอะไร ให้เกียรติคนอื่นบ้าง อย่างน้อยก็ควรให้เกียรติสถานที่”

แต่มีหรือพิมพ์พรนักศึกษาสาวสวยจากเมืองกรุงจะกลัว “ถ้าเจ้าแม่งูนั่นศักดิ์สิทธิ์จริง คงมีชาวบ้านแห่มาขอหวยกันทั่วสารทิศแล้ว ไม่เหลือแค่ซากปราสาทผุๆพังๆ ตกสำรวจอย่างนี้หรอก”

จบคำลบหลู่นั้น กองไฟหน้าเต็นท์ก็ดับวูบ ท้องฟ้าโปร่งยามค่ำคืนเปลี่ยนเป็นร้องคำรามอย่างกราดเกรี้ยว บรรยากาศเงียบสงบกลายเป็นมีลมกระโชกแรง พัดพาข้าวของและกองเสบียงของเหล่านักศึกษาให้กระจายทั่วบริเวณ พร้อมๆกับที่ร่างของรัตนาวดีกระโจนพรวดไปบีบคอพิมพ์พร!

“กูจะเอามันไปด้วย”

อาการคลุ้มคลั่งของรัตนาวดีทำให้เหล่านักศึกษาแตกตื่น ทัศนัยได้ยินเสียงเอะอะก็มาดูแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นัก เชษฐ์ นักศึกษาธรรมะธัมโมประจำกลุ่มเลยตัดสินใจถอดสร้อยพระมาสวมให้ รัตนาวดีเลยสงบลงได้

รัตนาวดีถูกนำตัวไปนอนในเต็นท์หลังจากนั้น โดยมีพิมพ์พรกับเจิดนภาเฝ้าดูแลไม่ห่าง ทิ้งให้เหล่านักศึกษาชายคุยกันเครียดๆว่าอาการของรัตนาวดีเหมือนโดนผีเข้า ทัศนัยซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วยกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่เลยพยายามตัดบทว่าเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าและไล่ทุกคนไปนอน

เหล่านักศึกษาชายรีบทำตามที่อาจารย์หนุ่มบอก แต่เหตุการณ์ระทึกเมื่อครู่ก็ทำให้อดผวาไม่ได้จนต้องชวนกันสวดมนต์เพื่อความสบายใจ ทศพลเห็นเพื่อนกลัวมากเลยเตือนให้ตั้งสติ ฟังหูไว้หู

“ฉันไม่เชื่อแต่ก็ไม่ลบหลู่ พวกแกเรียนประวัติศาสตร์ นะเว้ย ต้องเชื่อสิ่งที่พิสูจน์ได้และมีหลักฐานเท่านั้น”

ประกิต วันชนะ สมมาตรและเชษฐ์มองหน้ากันเครียดๆ แม้จะเห็นด้วยกับทศพลแต่ก็หวั่นไม่น้อย เพราะตั้งแต่มาถึงดอนไม้ป่าก็มีแต่เรื่องแปลกๆเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน

และเรื่องประหลาดก็เกิดจริงๆในคืนนั้นเอง เมื่อคำแก้วถูกพลังลึกลับบางอย่างลากตัวจากบ้าน คำปองเห็นเลยสะกดรอยตาม แต่ก็ได้ตกใจจนสิ้นสติเสียก่อน เมื่อพบว่าลูกสาวคนเดียวหายตัวไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงร่างโปร่งบางของเจ้าแม่นาคี!

ooooooo

คำปองสลบตลอดคืนเลยไม่รับรู้ว่าร่างของเจ้าแม่นาคีที่เห็นมุ่งหน้าสู่เต็นท์ของเหล่านักศึกษาชาย และทันทีที่เห็นหน้าทศพลชัดๆ ร่างโปร่งแสงนั้นก็ก้มกระซิบข้างหู

“นานเหลือเกินไชยสิงห์...กว่าท่านจะกลับมาหาข้า ข้ายอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้พบท่านอีกครั้ง การรอคอยของข้าจักสิ้นสุดลงแล้ว”
จบคำก็โน้มตัวจูบอย่างดูดดื่ม ทศพลสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ริมฝีปาก แต่เมื่อลืมตาร่างโปร่งแสงของหญิงสาวในชุดโบราณที่เคยฝันถึงก็หายวับไปแล้ว!

ทศพลตัดสินใจลุกจากเต็นท์ไปตามหานางในฝันแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา พิมพ์พรเห็นหนุ่มหล่อที่ตัวเองแอบชอบตื่นกลางดึกก็พยายามยั่วยวนแต่เขาก็ไม่สนใจ ขอตัวไปนอนต่อหน้าตาเฉย

คำแก้วไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรกับตัวเองเมื่อคืนนี้บ้าง เมื่อคำปองบอกว่าเห็นเธอออกจากบ้านกลางดึก เธอก็ไม่เชื่อ เช่นเดียวกับรัตนาวดีที่แทบไม่เชื่อหูเมื่อแก๊งเพื่อนสาวบอกว่าเธอโดนผีเข้า

รัตนาวดีคิดทบทวนเรื่องเมื่อคืนแล้วก็ถึงกับขนลุกเมื่อจำได้ว่าภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนหมดสติคือดวงตาสีแดงก่ำซึ่งแฝงตัวในดงไม้ท่ามกลางความมืด

ภาพสุดท้ายของรัตนาวดีทำให้เหล่านักศึกษาหวาดกลัวไม่น้อย แต่กระนั้นสำนึกหน้าที่นักเรียนที่ดีก็ทำให้ต้องตั้งสติ ตั้งหน้าตั้งตาสำรวจพื้นที่รอบๆเพื่อข้อมูลสำคัญทางโบราณคดีตามที่ทัศนัยมอบหมาย

แต่เสียงหัวเราะและพูดคุยของเหล่านักศึกษาก็ต้องเงียบลงในเวลาต่อมา เมื่อรัตนาวดีเจอดีอีกครั้ง เห็นข้าวปลาอาหารที่เพิ่งทำเสร็จเต็มไปด้วยหนอนยั้วเยี้ย!

ภาพหลอนทำให้รัตนาวดีอาละวาดทำลายข้าวของจนเหล่านักศึกษาต้องไปหาของกินในตลาดแทน เปิดโอกาสให้ทศพลเจอกับหญิงชาวบ้านที่เขาเจอโดยบังเอิญในเทวาลัยเมื่อวันก่อนอีกครั้ง

คำแก้วซึ่งเก็บดอกไม้ป่ามาขายกำลังหัวเสียอย่างหนักเพราะเพิ่งมีปากเสียงกับลำเจียก เมื่อถูกหนุ่มเมืองกรุงตามตื๊อขอซื้อดอกไม้เลยระเบิดอารมณ์ใส่

“ดอกดินบ้านป่าคงไม่กลิ่นดีสีสวยเหมือนดอกฟ้าในเมืองกรุงหรอกกระมัง”

“ผมชอบความงามตามธรรมชาติมากกว่าความงามปรุงแต่ง”

สายตาของเขาสื่อความหมายตามที่พูดจนคำแก้วทำอะไรไม่ถูก ทศพลเลยยิ่งได้ใจ

“ดอกไม้พวกนี้ ผมเหมายกแผงเลยแล้วกัน”

“คุณจะซื้อไปทำไมตั้งเยอะแยะ กินหมดหรือ”

“ผมเหมาหมด คุณจะได้ไม่ต้องขายให้ใครอีก”

“ถ้ามีลูกค้าหน้าใหญ่ใจโตอย่างคุณมาซื้อทุกวัน ฉันคงรวยแย่”

ถ้อยคำประชดประชันไม่ได้ทำให้ทศพลสะทกสะท้าน และเมื่อเหลือบเห็นดอกไม้บนผมเธอก็ขอซื้อมาด้วย

“จะเอาไปทำไม กินก็กินไม่ได้”

“ผมจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก...ตอนคิดถึงคุณ”

คำแก้วถูกจีบตรงๆก็พูดไม่ออก หยิบมัดดอกไม้ทั้งแผงส่งให้เขาแล้วผละไปดื้อๆ แต่คงไม่ทันระวัง ดอกไม้ที่พันผมเลยหล่นพื้น ทศพลดีใจมากรีบเก็บใส่กระเป๋าด้วยท่าทางถูกใจเหลือเกิน

ooooooo

แม้จะได้ต่อปากต่อคำจนได้ดอกไม้บนผมเธอเป็นที่ระลึกแต่ทศพลก็ไม่พอใจแค่นั้น ตามตอแยจนรู้ในเวลาต่อมาว่าที่แท้หญิงชาวบ้านที่เขาพึงใจก็คือคำแก้ว ลูกสาวคนเดียวของคำปอง

ด้านพิมพ์พร เจิดนภาและรัตนาวดี...เดินหาของกินในตลาดจนเมื่อย แล้วก็ได้สะดุ้งกันทั้งแก๊งเมื่อจู่ๆก็มีชายชาวบ้านคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นหมอผีประจำหมู่บ้านมาตะคอกใส่หน้า

“นังหนู...เอ็งกำลังมีเคราะห์!”

หมออ่วมนั่นเองหมอผีคนนั้น เขาชี้มือไปทางรัตนาวดีแล้วประกาศกร้าว

“พวกเอ็งทุกคน โดยเฉพาะนังคนนี้...เอ็งเคราะห์หนักที่สุด ระวังตัวให้ดี”

รัตนาวดีหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักถามหาทางแก้ให้วุ่น แต่หมออ่วมก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากไล่ให้กลับกรุงเทพฯโดยเร็วที่สุด

“หาไม่พวกเอ็งจะมีภัยถึงชีวิต ข้าหมออ่วม...ทำนายใครไม่เคยพลาด”

ชาวบ้านส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตกใจ แต่พิมพ์พรกลับไม่หวั่นและยืนยันจะอยู่ต่อ หมออ่วมซึ่งรับมอบหมายจากกำนันแย้มมาขู่พวกนักศึกษาให้กลัวและเก็บของกลับกรุงเทพฯเลยตวาดทิ้งท้าย

“ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วนะ ถ้ารักตัวกลัวตายก็รีบไปจากที่นี่ซะ!”

ทศพลไม่รู้เรื่องคำเตือนของหมออ่วม มัวเดินตามคำแก้วเพราะอยากทำความรู้จักมากกว่านี้แต่เธอก็ไม่สนใจ ลำเจียกเห็นหนุ่มหล่อจากเมืองกรุงก็รี่หา เอาอกเอาใจสารพัดจนพิมพ์พรซึ่งผ่านมาเห็นทนไม่ไหว แหวลั่น

“ไม่รู้ว่าที่นี่ดอนไม้ป่าหรือเมืองแม่ม่ายกันแน่ ผู้หญิงแถวนี้ถึงหิวผู้ชายนัก เหมือนตายอดตายยากมานาน”

เจิดนภากับรัตนาวดีไม่อยากมีเรื่องเลยพยายามรั้งตัวพิมพ์พรไว้ แต่ก็ช้ากว่าลำเจียกที่ของขึ้นเสียแล้ว

“หนอย...อีนังผู้ดีแปดสาแหรก เที่ยวดูถูกคนอื่น ไม่รู้จักก้มดูเงาตัวเอง วันนี้อีลำเจียกจะตบเรียงตัวให้กินน้ำพริกไม่ได้เลย...คอยดู!”

สองสาวตบกันจริงๆหลังจากนั้น โดยมีมะลิ ชบา เจิดนภาและรัตนาวดีร่วมวงด้วย แก๊งเพื่อนหนุ่มๆของทศพลผ่านมาเห็นเลยช่วยแยกทั้งหกสาวออกจากกัน ส่วนทศพลถือโอกาสปลีกตัวไปตามหาคำแก้ว

คำแก้วได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็หันไปดู ถอนใจยาวอย่างเอือมๆเมื่อเห็นว่าเป็นหนุ่มหล่อชาวกรุงที่เหมาดอกไม้เธอทั้งถาด และแม้ว่าเธอจะรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาเขาไม่น้อยแต่ก็ทำเฉยไม่อยากยอมรับความจริง

“คุณตามฉันมาทำไม”

“ผมแค่...อยากรู้จักคุณ”

“มีสาวๆสวยๆในดอนไม้ป่าอยากรู้จักคุณตั้งเยอะ”

“แต่ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนคุณ ผมรู้สึกเหมือนคุ้นเคยกับคุณมาก่อน”

“ฉันเพิ่งเคยเห็นหน้าคุณครั้งแรก คุณจะรู้จักมักคุ้นกับฉันได้ยังไง”

“ผมเคยเห็นคุณในความฝัน”

คำแก้วถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งออกไปเสียงเครียด

“ประสาท...ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะ จะได้เชื่อเรื่องที่คุณกุขึ้น!”

ooooooo

ดูท่าคำหวานจีบสาวตรงๆจะไม่ได้ผล ทศพลเลยได้ตามง้อคำแก้วจนถึงบ้าน แต่กลับต้องเซ็งกว่าเก่าเมื่อเจอกับเลื่อง ลูกชายคนเดียวของกำนันแย้มที่มาติดพันคำแก้วเหมือนกัน ตั้งท่าจะเอาเรื่อง

“นี่เอ็งยังไม่ไสหัวไปจากดอนไม้ป่าอีกเหรอวะ”

“ถ้าภารกิจของผมที่เทวาลัยยังไม่สำเร็จ ผมก็ยังไปไหนไม่ได้”

“เอ็งอยากลองดีกับพวกข้าใช่ไหม”

คำแก้วเห็นท่าไม่ดี ปรี่ไปห้ามสองหนุ่มไม่ให้ตีกัน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่เลื่อง เมื่อไหร่จะเลิกเกะกะระรานคนอื่นเขาเสียที”

“คำแก้ว...เอ็งจะปกป้องมันทำไม”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 20 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ