อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 22 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 22 ก.ย.59

“ดินแดนแถบนี้มีประวัติความเป็นมาซับซ้อนยาวนานมากกว่าพันปีตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ ปราสาทหลังนี้สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะขอมในช่วงพุทธศตวรรษที่สิบหกถึงสิบเจ็ด”

เหล่านักศึกษากวาดตามองรอบๆ ทัศนัยเลยชี้ชวนให้ดูงานศิลปะชิ้นสำคัญ

“ภาพจำหลักวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยนั้นบนระเบียงคดด้านทิศตะวันตก และประติมากรรมหินทรายขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าเจ้าแม่นาคี”

พวกนักศึกษามีสีหน้าสนใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะตั้งแต่มาถึงหมู่บ้านดอนไม้ป่า ก็ได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้าแม่นาคีและความเชื่อเรื่องพญานาคไม่หยุดหย่อน ทัศนัยเข้าใจดีเลยขยายความแบบง่ายๆ



“ชาวบ้านในหมู่บ้านแถบนี้เชื่อกันว่างูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แม้แต่ชาวอียิปต์หรือไอยคุปต์โบราณก็ยังเลี้ยงงูเห่าไว้ในวิหารเพื่อทำหน้าที่เฝ้ารักษาขุมสมบัติล้ำค่าของฟาโรห์ แต่สำหรับในเมืองไทย ผมไม่เคยเห็นที่ไหนสร้างเทวาลัยไว้สำหรับบูชางูเหมือนกับที่นี่...”

ooooooo

ชั้นเรียนภาคสนามดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เหล่านักศึกษานั้นแทบลืมความอ่อนล้า เมื่อได้เห็นภาพสลักอันงดงามบนฝาผนังของเทวาลัย โดยแต่ละภาพล้วนแสดงให้เห็นถึงความผูกพันของชาวเมืองแถบนี้กับพญานาคอย่างเห็นได้ชัด

“คติโบราณเชื่อกันว่านาคเป็นผู้ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลและช่วยปกป้องชาวเมืองให้รอดพ้นจากอุทกภัย ด้วยเหตุนี้ชาวเมืองจึงจัดพิธีบวงสรวงบูชาพญานาคหรือพิธีนาคบูชาขึ้นเพื่อความร่มเย็นเป็นสุข”

ทัศนัยพาเหล่านักศึกษาชมภาพสลักเกี่ยวกับพญานาคจนถึงภาพสุดท้ายที่ผุกร่อนมองไม่รู้เรื่อง ประกิตช่างภาพประจำกลุ่มเดาว่าคงเป็นภาพพญานาคช่วยเหลือชาวเมืองเหมือนภาพอื่นๆ แต่พลันทศพลก็ผุดภาพ บางอย่างในหัว

“ไม่ใช่! นี่มันภาพพญานาคถล่มเมือง”

แต่ก็เพียงแวบเดียว ภาพสลักชิ้นสมบูรณ์ในหัวก็เลือนหาย ทศพลซึ่งไม่ค่อยรู้ตัวนักว่าพูดอะไรออกไปเลยคิดว่าตัวเองคงตาฝาดเพราะนอนน้อยเหมือนเคย

ขบวนทัศนศึกษาของทัศนัยสำรวจจนถึงด้านหน้าของเทวาลัยเจ้าแม่นาคี แต่ไม่ทันได้เข้าชมประติมากรรมเจ้าแม่นาคีที่แกะสลักจากหินทรายสีชมพู ทั้งคณะก็ต้องวิ่งกลับเต็นท์แทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่ามีกลุ่มควันลอยขึ้นมา!

เหล่าอสรพิษน้อยใหญ่บริวารของเจ้าแม่นาคี

เฝ้ามองดูสถานการณ์วุ่นวายของเหล่านักศึกษาเงียบๆ รู้ดีว่าเหตุไฟไหม้บริเวณเต็นท์พักแรมเป็นฝีมือของเลื่องลูกชายคนเดียวของกำนันแย้ม

ทศพลก็พอเดาได้เลยพาทุกคนไปขอความ ช่วยเหลือจากคำปอง คำแก้วช่วยแม่เตรียมที่พักชั่วคราวให้เหล่านักศึกษาและอาจารย์หนุ่มใหญ่ แต่ไม่เห็นด้วยเลยที่ทศพลจะไปเอาเรื่องกำนันแย้มโดยไม่มีหลักฐาน

กำนันแย้มเตรียมตั้งรับอยู่แล้ว แม้จะไม่พอใจที่ลูกชายเลือกใช้วิธีการอุกอาจแบบนั้นแต่ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ทศพลมาถึงพร้อมเพื่อนร่วมแก๊งหลังจากนั้นและก็ไม่รอช้าขู่ให้หาคนผิดมาลงโทษให้ได้

“ถ้ากำนันไม่ให้ความเป็นธรรมกับพวกผม ผมจะไปแจ้งทางการ”

“เอาเลย...เอ็งรีบไปแจ้งเลย ข้าอยู่ดอนไม้ป่ามาตั้งแต่หัวดำยันหัวหงอก ไม่เคยมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองโผล่หัวมาสักคน ถ้าพวกเอ็งอยากได้ความเป็นธรรมนักก็ไปหาเอาที่อื่น แต่ไม่ใช่ที่นี่”

“น่าสงสารคนดอนไม้ป่าเหลือเกินที่มีกำนันบ้าอำนาจ”

กำนันแย้มโกรธมาก ตั้งท่าเอาเรื่องนักศึกษาหนุ่มจากเมืองกรุงเต็มที่ แต่ทั้งหมดก็ต้องชะงักตาค้าง เมื่อมีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่าพบศพคนถูกงูกัดตายที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน!

ooooooo

สภาพศพมีรอยงูกัดที่คอ เนื้อตัวเต็มไปด้วยแผลพุพอง สร้างความสยดสยองให้แก่คนทั้งหมู่บ้าน แต่กลุ่มคนที่ต้องตกใจมากสุดคงหนีไม่พ้นเหล่านักศึกษาและทัศนัย เมื่อได้รู้ว่าศพนั้นก็คือลุงชมคนขับรถ!

ความตายของลุงชมกลายเป็นที่โจษจันกันทั้งหมู่บ้านดอนไม้ป่าหลังจากนั้น ความเชื่อที่ว่าเจ้าแม่นาคีจะออกอาละวาดอีกครั้งทำให้พวกชาวบ้านร้อนรนจนนั่งไม่ติด กำนันแย้มเลยตัดสินใจทำตามความเชื่อที่มีมาแต่เดิม คือนำศพที่ถูกงูกัดตายไปฝังในป่าช้า

เมื่อทัศนัยทราบก็ตามไปยับยั้งเพราะอยากนำศพลุงชมไปทำพิธีที่กรุงเทพฯ

“ยังไม่ทันชันสูตรว่าเป็นงูพิษชนิดไหน ทำไมกำนันถึงได้รีบร้อนเอาไปฝัง”

“พญานาคแบ่งเป็นสี่ตระกูลใหญ่ มีพิษมากมายถึงหกสิบสี่ชนิด ผมจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นพิษชนิดไหน”

เหล่านักศึกษามองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนจะโพล่งออกไปว่าไม่เชื่อเรื่องพญานาค กำนันแย้มได้ยินก็แหวลั่น

“ระวังปากของเอ็งหน่อยไอ้หนุ่ม ธรรมเนียมของที่นี่ ใครถูกบริวารเจ้าแม่นาคีกัดตายต้องรีบเอาไปฝัง ไม่เช่นนั้นคนที่อยู่ข้างหลังจะเดือดร้อนอยู่ไม่เป็นสุข”

สีหน้าหวาดๆของเหล่านักศึกษาทำให้เลื่องกับกำนันแย้มได้ที ขู่ให้รีบกลับกรุงเทพฯหากไม่อยากตายเพราะงูเจ้าแม่นาคี และถึงกับใจปํ้าเสนอจะหารถไปส่งถึงตัวเมือง แต่ทัศนัยก็ปฏิเสธจนกว่าจะได้ศพของลุงชมกลับไปด้วย

กำนันแย้มไม่ยอม “ไม่ได้...ยังไงก็ไม่ได้ คนที่ถูกงูฉกตายต้องกลายเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคี จะย้ายศพไปไหนไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างงั้นจะเกิดอาเพศใหญ่ วิญญาณคนตายจะไม่ไปผุดไปเกิด”

ขณะที่ทัศนัยกับพวกนักศึกษาหนุ่มๆเรียกร้องขอความเป็นธรรมเรื่องเต็นท์ถูกไฟไหม้และศพลุงชม พวกผู้หญิงก็สติแตก โดยเฉพาะรัตนาวดีที่เจอมาสารพัดเรื่อง ทั้งถูกผีเข้า ภาพหลอนและคนตาย ร่ำร้องอยากกลับ กรุงเทพฯแต่ก็ไม่มีหนทาง คำแก้วซึ่งแวะเอาเสื้อผ้ามาให้เลยอดไม่ได้จะปลอบให้ทำใจ

“ดอนไม้ป่าเป็นดินแดนอาถรรพณ์ ไม่ว่าใคร เข้ามาแล้วก็อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ถ้ายังไม่ถึงเวลา”

แต่คำปลอบของคำแก้วถูกเข้าใจว่าเป็นคำขู่ พิมพ์พรกับเจิดนภาโกรธมากแต่ก็โวยวายไม่ได้มากนักเพราะทุกคนในคณะจากกรุงเทพฯยังต้องอาศัยบ้านของคำปองเป็นที่พักแรม

เมื่อความหวังดีถูกแปลเจตนาเป็นอื่น คำแก้วก็เซ็งมากและพาลเคืองไปถึงทศพลชายหนุ่มรูปหล่อที่ทำให้หัวใจเธอเต้นไม่ปกติตั้งแต่เจอหน้ากันจนต้องไประบายกับแม่

“ไม่รู้เมื่อไหร่พวกคนเมืองจะกลับๆกันไปสักที”

“เอ็งไม่อยากให้เขาอยู่ที่นี่เหรอ”

“คุณทศพลไปมีเรื่องกับลูกชายกำนันแย้ม ฉันกลัวว่าพี่เลื่องจะไม่ยอมรามือง่ายๆ”

คำปองยิ้มบางๆ อดเย้าไม่ได้ “อ้อ...ที่แท้ก็เป็นห่วง”

“ฉันไม่ได้เป็นห่วง แต่ไม่อยากให้ใครต้องมาเลือดตกยางออกในบ้าน ฉันขี้เกียจต้องมานั่งทำแผลให้”

“ถ้าพ่อทศพลมาได้ยินคงดีใจที่เอ็งมีแก่ใจนึกถึงเขา”

“เราคนบ้านป่าบ้านดง คนเมืองอย่างเขาจะมาสนใจอะไร พอเสร็จธุระเขาก็ไป ไม่ได้กลับมาเจอกันอีก...”

ooooooo

ทัศนัยไม่ล้มเลิกความตั้งใจจะนำศพลุงชมกลับไปทำพิธีที่กรุงเทพฯ ทศพลก็เห็นด้วยแต่เมื่อคำแก้วรู้เรื่องก็ดักคอให้ตัดใจเพราะคงไม่มีทางเป็นไปได้

“คุณเชื่อเรื่องเจ้าแม่นาคีกับเขาด้วยเหรอ”

คำแก้วไม่ได้ตอบตรงๆแต่อธิบายถึงความเชื่อของชาวบ้าน “คนที่นี่เชื่อกันว่าเจ้าแม่นาคีดลบันดาลให้เกิดทุกอย่าง ฝนฟ้า น้ำท่า ข้าวกล้าในนาหรือแม้แต่อาเพศเหตุร้ายก็ล้วนเกิดแต่อำนาจของเจ้าแม่นาคี”

“ลุงชมถูกงูฉกตายก็เป็นเพราะเจ้าแม่นาคีด้วยงั้นเหรอ”

“เจ้าแม่นาคีไม่เคยทำร้ายใครก่อน คนขับรถคุณชะตาถึงฆาตเองมากกว่า”

“คุณพูดราวกับเป็นเจ้าแม่นาคีซะเองงั้นแหละ”

“ฉันพูดตามที่ฉันรู้สึก คุณไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ!”

ท่าทางแปลกๆของคำแก้วคาใจทศพลมาก แต่เขาก็ไม่มีโอกาสคาดคั้นความจริง เมื่อต้องรับมือลำเจียกที่ตามมาจีบเขาถึงบ้านคำปอง
แต่กระนั้นการมาถึงของลำเจียกก็มีประโยชน์ เพราะหญิงสาวมีข้อมูลหลายอย่างเกี่ยวกับหมู่บ้านดอนไม้ป่า โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าศพของลุงชมถูกฝังไว้ตรงไหนและใครเป็นคนฝัง

ลำเจียกกลับบ้านด้วยสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มั่นใจว่าข้อมูลที่มีจะทำให้ชายหนุ่มเมืองกรุงสนใจตัวเธอได้ไม่ยาก แต่ที่คาดไม่ถึงคือพฤติกรรมของเธอถูกงูเจ้าแม่นาคีสีขาวเผือกตัวใหญ่จ้องมองตลอด!

อ่านละครนาคี ตอนที่ 2 วันที่ 22 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ