อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 3 วันที่ 11 ก.ย.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 3 วันที่ 11 ก.ย.59

หัฏฐ์อยู่ข้างรั้วโผล่มาถาม “มีธุระอะไรรึเปล่า ถ้าไม่กรุณาอย่าพาดพิงถึงผม”

ชินานางตกใจแถไปว่าตนคุยกับคนในบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นจะแอบฟัง หัฏฐ์เถียงไม่ได้แอบฟังแต่เสียงมันแปร๋นเข้ามา ชินานางโกรธ ลูกหมีถามอาโกรธหรือ เธอปัดว่าเปล่า หนูน้อยท้วง “อาช้างสอนให้ลูกหมีพูดแต่ความจริง”

“ก็ได้ โกรธนิดหน่อยอย่าไปสนใจเลย เอางี้วันนี้อาจะไปส่งที่โรงเรียนนะ ถ้าใครล้อก็บอกว่าขอเวลาเดือนนึงจะเก่งให้ดู แล้วเย็นนี้เราไปวิ่งกัน เคไหม”

ลูกหมีรับคำโผกอดอาก่อนจะวิ่งไปหยิบกระเป๋ามาขึ้นรถ ชินานางขับรถออกจากบ้านต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเกือบชนกับรถของหัฏฐ์ ทั้งสองชะโงกหน้ามาเกี่ยงกันให้ถอยต่างบอกว่ารีบ หัฏฐ์ไม่ยอมจอดนิ่งอยู่แบบนั้น ลูกหมีคว้ากระเป๋าจะลงจากรถบอกคงไม่มีทางได้ไป ชินานางห้ามและยอมถอยรถให้แต่เข่นเขี้ยว...ไม่จบแค่นี้แน่ หัฏฐ์ยิ้มสะใจที่เอาชนะเธอได้...



ส่งลูกหมีที่โรงเรียนแล้วชินานางมาหาจิรัชที่สตูดิโอ บ่นเบื่อที่กรุงเทพฯรถติดมาก แล้วเล่าถึงปัญหาของลูกหมีให้ฟัง จิรัชเข้าใจดีเพราะตัวเองประสบมาก่อน

ชินานางอารมณ์ยังค้าง

“ผู้ชายเป็นอย่างงี้ทุกคนเลยเหรอ กวนประสาท ขี้เต๊ะ เห็นแก่ตัว ลามก...”

จิรัชงงเพื่อนของขึ้นเรื่องอะไรกันแน่ ชินานางขยายความว่าเป็นเพื่อนบ้าน อยากชวนแม่ย้ายบ้านหนี จิรัชหัวเราะแกล้งถาม ทำเป็นบ่นชอบเขาหรือเปล่า ชินานางโวยเกลียดต่างหาก จิรัชจะต้องไปดูที่จัดนิทรรศการตอนบ่ายจึงชวนชินานางไปด้วยกัน เธอเห็นว่างานนี้มีผลงานตัวเองร่วมจึงไปเพื่อจะหาตำแหน่งโชว์งานให้เด่นๆ

ในขณะที่หัฏฐ์กำลังเตรียมเอกสารสำหรับสอน จูนเดินเข้ามาถามรับกาแฟสักแก้วไหม เขาแปลกใจที่เธอมาถึงห้องพักอาจารย์

“ไม่ใช่แค่กาแฟนะคะ มีของฝากจากอังกฤษด้วย พี่เสนีย์ฝากมา จูนว่าพี่ชายจูนชักจะยังไงๆนะคะพี่หัฏฐ์”

หัฏฐ์ไม่เข้าใจ จูนขยายความว่าอยากได้เขาเป็นน้องเขย คงกลัวตนขายไม่ออก แต่ไม่ต้องห่วงตนรับมือไหวรู้ทางกัน แล้วยังกระซิบว่าพี่ชายตนอาจจะแอบชอบเขาก็เป็นได้ หัฏฐ์หัวเราะ

จิรัชขับรถมาคนละคันกับชินานางแล้วมาพลัดหลงกันในมหาวิทยาลัย พอดีจูนกำลังเดินมาที่รถ จิรัชเข้ามาถามว่าหอศิลป์ไปทางไหน พอเห็นหน้าต่างตกใจจำกันได้ จิรัชถอยหนีเรียกเธอยูโดสายดำ จูนกล่าวขอโทษอีกครั้งบอกให้เรื่องมันจบ และจะแก้ตัวด้วยการพาไปที่หอศิลป์ จิรัชลังเลสักพักกว่าจะเชื่อใจ พอเดินมาถึงหอศิลป์ก็ถามว่างานที่จัดแสดงจะแสดงนานแค่ไหน จูนส่ายหน้าบอกไม่รู้ไม่ค่อยได้เข้ามา

“น่าเสียดายที่คุณไม่เห็นคุณค่างานศิลป์บ้าง”

“เห็น แต่ฉันไม่ได้ว่างทั้งวันจนมีเวลานั่งเสพงานนะคุณ”

จิรัชเหน็บหัดดูไว้บ้างจะได้เลิกใช้ความรุนแรง จูนสวนตนไม่ได้ชอบความรุนแรง เขาจึงชวนให้ไปดูงานของตัวเอง เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น เธอยังกรุ่นบอกอย่าเลยคงดูไม่รู้เรื่อง

“เลือดเป็นโซดาหรือไง เดือดปุดๆเลย” จิรัชพูดไล่หลัง

ชินานางเดินมาคล้องแขนแซว “แหม เผลอแป๊บเดียวไปหยอดขนมจีบใครน่ะ”

“รู้ไหมใคร แฟนอาจารย์ข้างบ้านแกไงล่ะ”

ชินานางชะเง้อมองตามอย่างสนใจ

ooooooo

วันต่อมาบุญเรือนรอที่จะคุยกับสาวิตร เรื่อง อาการของภาวนา แต่ชลีกรเข้ามาขัดและพูดให้ร้ายบุญเรือนจนสาวิตรเชื่อ เขากำชับบุญเรือนให้เลิกดูแลภาวนา ให้ดูแลปุ๊กกี้คนเดียว พลันลดามณีเข้ามาบอกสาวิตรว่า มีตำรวจมาขอพบแม่ ทุกคนตกใจ

ตำรวจมาแจ้งว่าการตายของวิริยะและหรรษาดูจะไม่ใช่อุบัติเหตุ กำลังรวบรวมหลักฐานให้แน่ชัด อยากขอสอบสวนภาวนาและสาวิตรด้วย ชลีกรรีบออกตัวว่า

อย่าทำให้ครอบครัวตนเดือดร้อน ลูกๆตั้งสามคนยังเล็ก... สาวิตรพาตำรวจมาดูภาวนาที่นอนนิ่ง พร้อมพรเล่าอาการราวท่องตามสคริปต์ว่า “คุณท่านพักผ่อนได้ดี รับประทานอาหารได้มากพอควร ถ่ายหนักหนึ่งครั้ง ความดันโลหิต ปกติค่ะ”

ลดามณีชมว่าเป็นโปรเฟสชันแนลดี ชลีกรได้หน้าบอกตนคอยย้ำตลอดให้ดูแลดีๆ ลดามณีสังเกตเห็นว่าแหวนและสร้อยแม่หายไปไหนหมด ชลีกรหันมาดุพร้อมพรทันทีว่าถอดออกหรือ เธอตกใจบอกไม่เห็นท่านใส่ตั้งแต่มารับงานแล้ว สาวิตรไปเปิดเซฟปรากฏว่าว่างเปล่าไม่เหลือเครื่องเพชรสักชิ้น ชลีกรรีบบอกว่า คนที่รู้รหัสเซฟมีแค่ภาวนา สาวิตรและบุญเรือน

ทุกคนคิดว่าเป็นบุญเรือน พากันเข้ามาค้นห้อง บุญเรือนแปลกใจถามทำอะไรกัน ชุลีกรแหวใส่ให้บอกมาว่าเอาเครื่องเพชรภาวนาไปไว้ไหน บุญเรือนหน้าเสียที่เห็นตนเป็นขโมย สาวิตรอึดอัดใจแต่ก็ต้องบอกว่าป้ารู้รหัสเซฟ บุญเรือนอ้าปากค้างที่คนที่เลี้ยงมากับมือโทษตน ลดามณีค้นเจอเครื่องเพชรหยิบขึ้นมาสีหน้าโกรธมาก

บุญเรือนนั่งคอแข็งไม่ยอมรับเพราะรู้ว่าถูกปรักปรำ ทั้งชลีกรและลดามณีซักไซ้จะส่งตัวให้ตำรวจ สาวิตรยังเกรงใจบอกให้เธอกลับไปพักผ่อนที่บ้านเดิม บุญเรือนน้ำตาปริ่มที่โดนไล่ออกเป็นห่วงปุ๊กกี้ สาวิตรย้ำว่าชลีกรจะดูแลหลานเอง ส่วนค่าใช้จ่ายตนยังจะจ่ายให้ทุกเดือน

“ไม่ต้องค่ะ ถ้าคุณเชื่อว่าป้าทำผิด ก็ปล่อยให้ป้าตายอยู่ข้างถนนซะเถอะค่ะ”

สาวิตรถอนใจ ชลีกรยิ้มสะใจ...ตกเย็นเด็กๆกลับจากโรงเรียน ปุ๊กกี้เห็นบุญเรือนถือกระเป๋าเสื้อผ้าจะออกไปก็ร้องถามย่าจะไปไหน ชลีกรเข้ามากระชากแขนปุ๊กกี้ไว้หาว่าบุญเรือนจะยุแยงเด็ก และให้คนในบ้านเอาตัวบุญเรือนออกไป ปุ๊กกี้ร้องไห้ เด็กในบ้านยกมือไหว้ ขอโทษบุญเรือนที่ต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย

ooooooo

จิรัชเดินดูเพื่อออกแบบตกแต่งสถานที่จัดนิทรรศการ ชินานางเกิดไอเดียมากมายเดินสร้าง จินตนาการอีกสักพัก จิรัชขอตัวไปซื้อกาแฟ ชินานางเห็นมีประตูอีกบานจึงเปิดเข้าไปดู หัฏฐ์เพิ่งสอนเสร็จเดินผ่านมาเห็นห้องนิทรรศการเปิดไฟไม่มีคนก็สับคัตเอาต์ ไฟดับพรึ่บ

เสียงชินานางร้องลั่น หัฏฐ์ได้ยินตกใจรีบสับคัตเอาต์ขึ้น พอเห็นว่าเป็นชินานางก็แปลกใจมาทำอะไรที่นี่ ชินานางบอกว่าตนมาเช่าห้องจัดแสดงผลงาน ฉะนั้นตนมาอยู่ที่นี่ก็ไม่แปลก เขาต่างหากที่แปลก หัฏฐ์บอกตนเป็นอาจารย์ที่นี่ เธอรีบโวยว่าเขาแกล้งใช่ไหม เอาคืนเรื่องที่ลูกหมีทำกระถางบอนไซแตก

“เรื่องมันจบตั้งแต่ผมทำโทษนายลูกหมีแล้วครับ”

“คนเจ้าคิดเจ้าแค้นอย่างคุณ แถมขี้เหนียวเก็บได้แม้กระทั่งเงินค่าขนมเด็ก คุณไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆหรอกฉันรู้”

“คุณนี่คิดได้เนอะ ถ้าผมจะแกล้งคุณน่ะนะ ผมไม่ทำแค่ดับไฟแน่...” หัฏฐ์จึงแกล้งดับไฟ

จังหวะที่ทั้งสองเถียงกันอยู่ ยามใส่หูฟังเพลงเดินมาเห็นว่าห้องมืดก็คิดว่าไม่มีใครอยู่จึงปิดประตูใส่กุญแจ ชินานางถอยหนีหัฏฐ์จะเปิดประตูออกยิ่งตกใจโวยเขาล็อกประตูทำไม หัฏฐ์แปลกใจมาดึงดู หันมองหน้าเธอบอกว่าตนเปล่าล็อก หญิงสาวตะโกนลั่น

“ไอ้บ้า...ช่วยด้วยค่า มีคนติดอยู่ในนี้ ช่วยด้วย...” เสียงแปร๋นจนหัฏฐ์ต้องเอามือปิดหู

จิรัชถือกาแฟกลับมาแปลกใจทำไมห้องปิดล็อก คิดว่าชินานางหนีกลับไปก่อน...หัฏฐ์ปรามให้ชินานางเบาเสียงแล้วช่วยกันหาทางออก เขาเอามือถือออกมาจะโทร.แต่ไม่มีสัญญาณ ชินานางนึกได้เอามือถือ ตัวเองออกมาบ้าง ก็ไม่มีสัญญาณเช่นกัน หันมาโวยหัฏฐ์ ก่อเรื่องแล้วไม่รู้จะทำอย่างไรได้ไง เขาเอ็ดทำไมถึงขี้หงุดหงิดแบบนี้ ร่างกายขาดอ้อยหรือ ชินานางยิ่งยัวะ

จิรัชเห็นรถชินานางยังจอดอยู่ จึงโทร.ไปถาม

ชนนีว่าเธอกลับบ้านหรือยัง ชนนีบอกว่ายัง ลูกหมีได้ยินย่าคุยโพล่งออกมาหรืออาจะโดนจับตัวเรียกค่าไถ่ ชนนียิ่งใจเสีย

เวลาผ่านไป ชินานางเผลอหลับสะดุ้งตื่นเห็นหัฏฐ์คาบมือถือส่องไฟไปที่ลูกบิดประตู เธอถามตนหลับไปเมื่อไหร่ เขาบ่นไม่รู้ รู้แต่ว่าต้องคาบนี่มาเป็นชั่วโมงแล้ว ชินานางจึงคว้ามือถือมาช่วยส่องไฟให้แล้วถามยังไม่ออกอีกหรือ เขาเหน็บ ถ้าออกคงไม่มานั่งอยู่แบบนี้ ว่าแล้วก็รู้สึกร้อนอบอ้าว หัฏฐ์ทนไม่ไหวแกะกระดุมเสื้อจะถอด ชินานางตกใจร้องลั่นจะถอดทำไมตนร้อนยังไม่ถอดเลย เขาย้อนอยากถอดก็ไม่มีใครว่า

“บ้า! เป็นถึงอาจารย์กลับทำตัวบ้ากาม คอยดูนะฉันจะฟ้องกระทรวงศึกษาฯ”

“ฟ้องอะไร ฟ้องทำไม ใครกันแน่ที่บ้ากาม ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลยแต่คุณน่ะคิดไปไหนต่อไหนแล้ว หยุดส่งเสียงร้องแปร๋นๆซะที อากาศยิ่งน้อยๆอยู่ แล้วช่วยส่องไฟให้ผมดีๆถ้าคุณอยากออกไปจากที่นี่”

ชินานางโวยที่เขาว่าเป็นช้าง เขาเอ็ดให้เงียบจะใช้สมาธิ เธอจำต้องหุบปากโกรธๆ...สักพักได้ยินเสียง

แกร็ก...ลูกบิดหลุด ชินานางดีใจแต่พอเปิดประตูกลับติดแม่กุญแจที่คล้องข้างนอกอีก เธอหน้าเสียหมายความว่าต้องติดอยู่ในนี้ทั้งคืนหรือ หัฏฐ์ถอนใจเหนื่อยอ่อนทรุดลง...

ด้วยความอบอ้าวทำให้อ่อนเพลีย ชินานางนั่งกอดเข่าสัปหงกข้างหัฏฐ์ที่เอนหัวพิงหลับ ไม่ทันไรเธอก็ไหลมานอนหนุนตักเขาอย่างไม่รู้ตัว หัฏฐ์สะดุ้งตื่นมองอย่างขำๆ เห็นผมปรกหน้าเธอก็เขี่ยออกให้...ขณะเดียวกัน ชนนีกับลูกหมีตามมาหาจิรัชแล้วมาที่ห้องจัดนิทรรศการอีกครั้งพร้อมยาม เห็นประตูแง้มอยู่ จิรัชรีบบอกให้ยามไขกุญแจ พอเปิดไฟก็พบว่าชินานางนอนหนุนตักหัฏฐ์ซึ่งหลับอยู่เช่นกัน ลูกหมีร้องขึ้นว่า “อาช้างนอนตักน้าหัฏฐ์!”

“เสียงดังอะไรลูกหมี อาจะนอน” ชินานางละเมอออกมา หัฏฐ์สะดุ้งตื่นรีบสะกิด เธอลุกพรวดเห็นสายตาทุกคนที่มองก็ตกใจหันมองหัฏฐ์ค้อนๆราวเขาทำไมไม่บอก

ooooooo

ปุ๊กกี้ตื่นมาไม่เห็นบุญเรือนก็ใจเสีย ข้าวของในห้องก็หายไปหมดรวมทั้งตุ๊กตาดวงใจ จึงวิ่งมาที่ห้องภาวนา ชลีกรเปิดประตูออกมาบอกคุณย่าหลับอยู่ห้ามรบกวน หนูน้อยถามหาบุญเรือน เธอบอกว่าไปแล้วไม่อยากเลี้ยงเด็กงอแง ปุ๊กกี้จะร้องไห้

“ของปุ๊กกี้ไปอยู่ห้องใหม่แล้ว คุณย่าสั่งให้ปุ๊กกี้ย้ายไปอยู่ห้องนั้นเพราะปุ๊กกี้ชอบร้องไห้เสียงดัง คุณย่ารำคาญนอนไม่หลับ ไม่ได้พักผ่อน”
ปุ๊กกี้ไหว้อย่างน่าสงสาร จะไม่ทำให้ย่ารำคาญอีก ขอเข้าไปบอกย่าหน่อย แต่ชลีกรไม่ให้แล้วลากตัวมาที่ห้องเก็บของแคบๆ มีของที่ย้ายมากองสุมอยู่ ปุ๊กกี้วิงวอนขอหาย่าสักนิด

“เอ๊ะพูดไม่รู้เรื่องหรือไง คุณย่าไม่อยากเห็นหน้าแกแล้ว เพราะแกเป็นตัวซวยเข้าใจไหม”

ปุ๊กกี้ร้องไห้ว่าตนไม่ใช่ตัวซวย ชลีกรย้ำทำไมจะไม่ใช่ พ่อแม่ก็ตาย ย่ายังเจ็บหนัก อยู่ใกล้ใครคนนั้นก็ตาย หนูน้อยร้องไห้โฮไม่อยากให้ย่าตาย ชลีกรปิดประตูทิ้งหนูน้อยในห้องอย่างว้าเหว่ ปุ๊กกี้ร้องหาดวงใจ ดวงใจอยู่ไหน แล้วรื้อค้นของจนเจอเอามากอดแนบแน่น

ด้านชินานางหงุดหงิดไม่อยากออกไปไหน ชนนีกับลูกหมีล้อเรื่องที่นอนหนุนตักหัฏฐ์ เธอยิ่งหน้างอ บอกลูกหมีให้ออกไปวิ่งได้แล้ว ลูกหมีอิดออด...หัฏฐ์เองก็โดนหทัยล้อเรื่องนี้ แม้แต่ส้มยังรู้จากบัว บ่นเม้าท์กันแบบนี้ตนเสียหาย หทัยตีแขนติงคนที่เสียหายคือชินานาง
มากกว่าหัฏฐ์อ่อนใจหลบออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน เจอชินานางกำลังเข็นลูกหมีให้วิ่งก็ขำ

“ยิ้มอะไร อย่ามากวนประสาทฉันนะ” ชินานางเห็นคิดไปเรื่องเมื่อคืน

“ผมยิ้ม มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” ชินานางหาว่าล้อ “คิดได้ขนาดนั้น ผมจะล้อเรื่องอะไร”

“เรื่องอาช้างนอนตักน้าหัฏฐ์” ลูกหมีโพล่งขึ้น

ชินานางหน้าเสีย หัฏฐ์หัวเราะ เธอเร่งลูกหมีให้ออกวิ่ง หัฏฐ์เรียกลูกหมีแล้วแบมือว่าของเมื่อวานยังไม่ได้จ่าย ลูกหมีจำต้องล้วงเหรียญสิบออกมาสองเหรียญวางในมือเขา ทำหน้าเสียดาย เขาชมดีมากเหลืออีก 996 งวด ชินานางประชดว่าหน้าเลือด แล้วแกล้งเปิดขวดน้ำกระฉอกใส่เสื้อเขาเต็มเปา เขาร้องว่าเธอแกล้ง เธออ้างว่าตกใจแมงมุม ชมพูนุชวิ่งผ่านมากับเพื่อน เห็นภาพเด็ดรีบถ่ายคลิปเก็บไว้

หัฏฐ์กลับมาบ้าน เดินมาถอดเสื้อบิดตากที่หลังบ้าน เผอิญชินานางเดินหัวเราะสะใจเห็นซิกซ์แพ็กหัฏฐ์ก็ตะลึงมอง เขาหันมาเห็นตกใจรีบคว้าเสื้อมาปิดถามดูอะไรไม่ทราบ

“ฉันไม่ได้อยากดู คุณนั่นแหละโรคจิตชอบโชว์รึไง”

“คุณนั่นแหละโรคจิตแอบดูเห็นๆอยู่”

ชินานางข่มความอายเถียงข้างๆคูๆก่อนจะเดินหนี หัฏฐ์บ่นไล่หลัง “ยัยช้างพังแป้นนี่ถ้าจะไว้ใจไม่ได้”

ชมพูนุชกลับบ้านนั่งดูคลิปที่แอบถ่ายอย่างพอใจจะมีเรื่องไปเม้าท์นิดหน่อยกับน้อยหน่า ลูกๆเดินมาเห็นถามแม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านหรือ เธอชะงักแก้ตัวว่าแค่ช่วยสอดส่องสารทุกข์สุกดิบเพื่อนบ้าน ลูกทั้งสองจึงรับปากว่าจะช่วยด้วย

ในคืนนั้น ชินานางยังขุ่นเคืองไม่หาย จึงเอารองเท้าแตะมาเพนต์เป็นรูปช้างการ์ตูนเหยียบหัฏฐ์แบนแต๊ดแต๋ ไว้ใส่เข้าห้องน้ำอย่างสะใจ
ใครจะมีหน้าที่ต้องทำก็ทำกันไป ลดามณีไม่สะทก สะท้านเลยที่แม่ป่วย กลับเที่ยวกลางคืนเหมือนเคย และหน้าใหญ่เลี้ยงเพื่อนๆ ก้อยมีแฟนหนุ่มมารับ ลดามณีให้ชวนเข้ามาดื่มด้วยกันก่อน แอนยุให้พามาเลย ก้อยจึงไปควงแขนมาร์คเข้ามา ลดามณีมองความหล่อสะดุดตา พอก้อยแนะนำว่าเธอคือลูกเจ้าของพิพัฒน์พงศ์บวร เขายิ่งให้ความสนใจ ก้อยเริ่มไม่สบายใจ...และแล้วทั้งสองก็มาสานสัมพันธ์กันหน้าห้องน้ำ ลดามณีเล่นตัวพอเป็นพิธีแต่ใจจริงก็สนใจมาร์คไม่น้อย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ชลีกรขับรถมาส่งลูกทั้งสามและปุ๊กกี้ที่โรงเรียน พอเห็นครูที่ยืนรอรับก็ทำทีเป็นหอมลาเด็กทุกคน แต่พอหอมปุ๊กกี้ก็กระซิบกำชับห้ามเล่าเรื่องที่บ้านให้ใครฟัง ไม่อย่างนั้นเดือดร้อนแน่ ปุ๊กกี้สีหน้าหมองเศร้า คุณครูที่เห็นกลับชมว่าชลีกรน่าจะได้รางวัลผู้ปกครองดีเด่น

ปุ๊กกี้กลายเป็นเด็กซึมเศร้าไม่พูดจาไม่เล่นกับใคร เอาแต่กอดตุ๊กตาดวงใจแน่น ต่างจากลูกหมีที่อยู่กรุงเทพฯ ดูสนุกสนานร่าเริงแม้จะโดนนิดหน่อยกับน้อยหน่าลูกของชมพูนุชแย่งขนมกินบ่อยๆ ก็ไม่โกรธเคือง นิดหน่อยกับน้อยหน่าใช้ความร่าเริงของลูกหมีเลียบเคียงถามเรื่องหัฏฐ์กับชินานาง เพื่อเอาไปรายงานแม่

บัวเห็นรองเท้าแตะที่ชินานางวาดก็เอามาให้ชนนีดู เธอเอือมกับความทะเล้นของลูก บอกให้บัวเอาไปเก็บอย่าให้คนบ้านนั้นเห็นเด็ดขาด
ในขณะที่หทัยนั่งทำงานมองภาพถ่ายพี่น้องให้คิดถึงหลาน จึงโทร.ไปถามไถ่ ชลีกรรับสายแล้วพูดห้วนๆ

ว่าปุ๊กกี้อาบน้ำอยู่ค่อยโทร.มาใหม่ วางสายไป หทัยแปลกใจ... ปุ๊กกี้มองชลีกรทำไมบอกว่าตนอาบน้ำทั้งที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเฉไฉไล่ปุ๊กกี้ไปกินข้าว หนูน้อยย้อนถามว่าป้าสั่งไม่ให้กินพร้อมพี่ๆ ชลีกรสะบัดเสียง “ถ้าไม่ใช่เพราะลุงแกกลับมากินข้าวเย็นด้วย ฉันก็ไม่ให้แกกินหรอกย่ะ และอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าลุงวิตรนะ ไม่งั้นโดนแน่ เข้าใจไหม!”

ปุ๊กกี้สะอื้นรับคำ สาวิตรกลับมาเห็นหลานร้องไห้ก็ปลอบร้องทำไม ปุ๊กกี้สบตาดุๆของชลีกรก็ไม่กล้าพูด สาวิตรเห็นหลานมอมแมมและอยู่ห้องที่รกแคบก็ตำหนิชลีกร เธอทำทีบ่น

“นึกแล้วเชียวว่าคุณต้องว่าลี หมู่นี้ปุ๊กกี้แกดื้อจังเลยค่ะ อาละวาดรื้อห้องไม่ยอมอาบน้ำ ตั้งแต่คุณย่าป่วยนี่ไม่ยอมฟังใครเลย ลีกลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว”

“ไม่เอานะปุ๊กกี้อย่าดื้อ เดี๋ยวไม่น่ารัก คุณป้าเขากลุ้มใจแล้วเห็นไหม” สาวิตรเชื่อภรรยา

ปุ๊กกี้ก้มหน้าน้ำตาปริ่ม สาวิตรควักเงินใส่มือหลานหนึ่งร้อยบาท บอกเอาไว้ซื้อขนมและบอกชลีกรให้คนมาจัดห้องให้หลาน ทำความสะอาดให้ดีกว่านี้ พอสาวิตรเดินไป ชลีกรก็กราดเกรี้ยวใส่ปุ๊กกี้ ดึงเงินคืนมาและสั่งให้หนูน้อยทำความสะอาดเก็บของเอง

เย็นวันนั้นชินานางกำลังจะพาลูกหมีออกไปวิ่ง ชมพูนุชถือมะม่วงมาหนึ่งลูกเข้ามาตีสนิท ถามไถ่ว่าสนิทสนมกับอาจารย์ข้างบ้านหรือ ชินานางปัดว่าไม่สนิท พอดีหัฏฐ์ออกมาจะไปวิ่งเห็นสองสาวคุยกันก็เลี่ยงหนี ชมพูนุชเหน็บทันที

“หนุ่มหล่อสาวสวยอยู่ข้างบ้านกันแบบนี้ ไม่แอบปิ๊งกันบ้างเหรอคะ”

ชินานางรีบบอกว่าไม่มีทาง ชมพูนุชถามเล่นไลน์ไหมขอแลกไลน์ไว้คุยกัน ชินานางบอกไม่เล่นแต่ลูกหมีโพล่งขึ้นว่าเล่นตลอด ชินานางจึงอ้างว่ามือถืออยู่ในบ้าน ลูกหมีอาสาไปเอามาให้ ชินานางแทบอยากจะขย้ำหัว นิดหน่อยกับน้อยหน่าวิ่งตามลูกหมีเข้าบ้านหวังจะขอขนมกิน

ooooooo

ลดามณีแอบเที่ยวกับมาร์คทุกคืน แอนถามไม่กลัวก้อยโกรธหรือ ลดามณีกลับบอกว่าทำไมต้องกลัวในเมื่อมาร์คบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกับก้อย แล้วยื่นลิปสติกราคาแพงให้ พร้อมกิ๊ฟต์วอชเชอร์อีกหมื่นแก่แอนเป็นการหาพวก ด้วยความงกแอนยอมเลิกคบก้อยทันที

ครอบครัวจูนมีฐานะพอสมควร เสนีย์พี่ชายเป็นทนายความ แม่เห็นจูนอ่านหนังสือกฎหมายก็ถามจะเรียนต่อโทด้านกฎหมายอีกคนหรือ เธอรีบบอกว่าไม่ แค่อ่านเพื่อเอาไว้ช่วยเด็กเวลาเจอพวกหัวหมอ แม่ยินดีที่ลูกสาวทำงานช่วยสังคมแบบนี้ ทำให้จูนฮึกเหิมทำงานเต็มที่

ชลีกรมาส่งลูกๆและปุ๊กกี้ที่โรงเรียน ครูเอ่ยถามว่าทำไมปุ๊กกี้ดูซึมเศร้าไม่พูดคุยอย่างแต่ก่อน เธอชะงักอ้างว่าเด็กเสียพ่อแม่ไป ย่าก็มาป่วยอีกคงทำใจยาก ครูจึงบอกว่าจะดูแลเป็นพิเศษแต่เสียดายที่เด็กจะต้องไปต่อประถมหนึ่งที่โรงเรียนอื่น

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 3 วันที่ 11 ก.ย.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ