อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 22 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 22 ก.ย.59

“ท่านกงสุลบอกเองนี่คะว่าถ้ามีปัญหาอะไรมาหาได้ตลอด แล้วแม่นางก็บอกด้วยว่ามีอะไรให้มาหาท่านกงสุล”

ธนาธิปทำท่าระอา ก็พอดีมีเสียงคนเดินมาที่ห้องครัว ธนาธิปบอกให้นางหาที่ซ่อนเร็ว มองหาที่ซ่อนกัน สุดท้ายวิ่งเข้าไปซ่อนในตู้เก็บของ ธนาธิปมุดเข้าไปด้วย

ที่แท้บันลือเดินมาดูที่ห้องครัว เมื่อไม่เห็นใครจึงออกไป ธนาธิปโล่งอกเปิดประตูตู้ออกมาบ่นว่าเกือบไปแล้วดีที่หาที่ซ่อนทัน นางนึกได้ถามว่า “จะเข้ามาซ่อนกับนางทำไมคะ นางซ่อนคนเดียวก็พอ”

“นั่นสิ” ธนาธิปตอบงงๆ



แต่เพราะนางยังหิวธนาธิปจึงทำบะหมี่สำเร็จรูปให้ เอาชามกระเบื้องเนื้อดี ช้อนส้อมเป็นเงาวับพร้อม

ผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาดยกมาให้นาง ยกถ้วยบะหมี่จะเทใส่ชามให้ นางบอกว่ากินอย่างนั้นจะไปได้ฟิลอะไร แล้วหยิบส้อมพลาสติกจากถ้วยบะหมี่จ้วงเส้นบะหมี่

ซู้ดดดด...อย่างเอร็ดอร่อย ธนาธิปบอกให้ใช้ช้อน ยกกินแบบนั้นไม่เรียบร้อย

นางกินบะหมี่อย่างหิวโหยได้ฟิลเต็มที่ หมดถ้วยก็ลูบท้องอย่างมีความสุข นึกได้รีบยกมือไหว้ขอบคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้ ธนาธิปอบรมว่า

“เธอควรจะเชื่อฟัง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนจะได้ไม่โดนลงโทษ” นางบ่นว่าแค่ความผิดนิดๆหน่อยๆ “ถ้าทุกคนคิดแบบนี้ ทำผิดกันคนละนิดละหน่อย สังคมจะอยู่ได้ยังไง” นางแย้งว่าซิสเตอร์ก็ไม่น่าลงโทษหนักขนาดนี้ “การลงโทษมีวัตถุประสงค์ให้เธอเข็ดหลาบจดจำไม่ทำผิดอีก”

“แต่ถ้านางหิวจนไส้ขาด เป็นลมตายไปจะทำยังไงคะ”

ธนาธิปทั้งขำทั้งระอากับความช่างเถียงของนาง บอกว่าตนยังไม่เคยเห็นใครตายเพราะโดนโรงเรียนทำโทษ เคยเห็นแต่คนที่ดื้อเอาแต่ใจไม่ยอมฟังผู้ใหญ่ สุดท้ายก็ลำบากไปจนวันตาย

“ต่อไปนางจะตั้งใจฟังผู้ใหญ่มากกว่านี้ค่ะ จะได้ไม่ลำบากไปจนตาย แต่จะทำตามหรือเปล่าไม่รู้ เพราะนางถูกสอนมาว่าต้องคิดก่อนทำทุกครั้งค่ะ”

พอดีบันลือเดินเข้ามา ธนาธิปบุ้ยให้นางหาที่ซ่อนนางวิ่งจู๊ดเข้าไปหลบในตู้ตามเดิม บันลือมาบอกว่ากงสุลที่นิวยอร์กติดต่อมาว่ามีเรื่องด่วนช่วยโทร.กลับด้วย ธนาธิปบอกว่าไปโทร.ที่ออฟฟิศดีกว่า โทรศัพท์ห้องนี้ไม่ค่อยดี

บันลือเห็นชามที่โต๊ะก็สงสัย จะช่วยเก็บว่าธนาธิปไม่เคยทานอะไรหลังจากมื้อเย็น เขาบอกว่าวันนี้หิว ใช้ให้บันลือไปหยิบกุญแจออฟฟิศมาให้ แล้วเร่งนางว่า

“อิ่มแล้วก็รีบกลับ วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ”

นางกลับไปที่เตียง นอนยิ้มมีความสุข อิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ

ส่วนธนาธิปบอกให้บันลือไปแล้วก็ลงมือเก็บถ้วยชาม จึงเห็นโน้ตโพสอิทติดที่ข้างถ้วยบะหมี่ว่า “ขอบคุณค่ะคุณลุง ไว้จะมากินข้าวเคล้าธรรมะจากลุงอีกนะคะ” ธนาธิปพึมพำคำว่าลุง ส่ายหน้าขำๆความทะเล้นของนาง

ooooooo

เช้านี้เดวิดกับปีเตอร์สองตัวแสบของโรงเรียน อยู่ในชุดนักเรียนเดินผ่านร้านค้าเหล้า เดวิดที่ท่าทางเป็นลูกไล่ถามปีเตอร์กลัวๆกล้าๆ ว่าเจ้าของร้านจะฟ้องครูไหมว่าเราหนีเรียนมาซื้อเหล้า

ปีเตอร์เห็นคริสเดินก้มหน้าดูแผ่นกระดาษที่จดรายการซื้อของมา ก็บอกเดวิดว่ายากอะไร ก็ใช้คนอื่นซื้อสิ

คริสไม่ยอมไปซื้อเหล้าให้เพราะเจ้าของร้านรู้จักตน ขืนซื้อถูกฟ้องพ่อแม่แน่ ก็ถูกปีเตอร์อัดเข้ากำแพงถามว่าแล้วไง ผู้ชายก็กินเหล้ากันทั้งนั้น คริสโต้ว่าพ่อตนไม่กินเพราะมีแต่คนโง่ถึงเอาพิษไปทำลายตัวเอง เดวิดโผนใส่ตะคอกว่า ว่าตนสองคนหรือ พอดีคัมพลมาถึงตะโกน “เฮ้ย! หยุด!” เดวิดจึงหันมาเล่นคัมพลแทน

เดวิดกับปีเตอร์รุมกันเล่นงานคัมพล แต่เสียงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์กระหึ่มมา ทุกคนหันมองเห็นชัยพงษ์

ขี่บิ๊กไบค์ผ่ากลาง ทำให้เดวิดกับปีเตอร์ต้องปล่อยคัมพล ชัยพงษ์จอดรถถอดหมวกกันน็อก เดวิดกับปีเตอร์เห็นดังนั้นก็รุมกันเข้าไปเล่นงานชัยพงษ์ เดวิดหยิบมีดสั้นออกมา แต่ถูกชัยพงษ์บิดข้อมือจนมีดร่วง แล้วผลักเดวิดไปชนปีเตอร์ล้มโครม

“อยากเจ็บตัวอีกคนก็เข้ามา!” ชัยพงษ์พูดเรียบๆ เดวิดกับปีเตอร์มองหน้ากันเห็นว่ามือคนละชั้นเลยพากันหนี

เมื่อไปซื้อของแล้ว ชัยพงษ์เดินกลับมากับคัมพลและคริส ชัยพงษ์ถามว่าซื้อของจัดบอร์ดนิทรรศการได้ครบแล้วก็กลับโรงเรียนเสีย เตือนทั้งสองว่า

“ต่อไปต้องระวังสองคนนั้นให้ดี เผลอเมื่อไหร่มันเอาคืนแน่” มองหน้าคริสบอกว่า “หน้าตาเอาเรื่องนะเรา ไม่น่าเชื่อว่าเป็นสายประนีประนอม”

“พ่อแม่ผมสอนว่า ความเป็นลูกผู้ชายมันไม่ได้วัดกันที่การมีเรื่องกัน”

“ดีแล้ว บางทีลูกผู้ชายที่กล้าที่สุดก็คือคนที่เดินออกมาจากปัญหาได้เร็วที่สุด ดีแล้วที่คัมพลมีเพื่อนอย่างนาย แต่พี่คงจะต้องแจ้งโรงเรียนและกงสุลเรื่องสองคนนั่นพกอาวุธในที่สาธารณะ ถ้ามีนักเรียนไทยบาดเจ็บขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่ เราสองคนก็ระวังตัวด้วย ไม่จำเป็นก็อย่าออกมาข้างนอก เจ็บตัวขึ้นมามันไม่คุ้ม”

ทั้งสามเดินมาถึงมอเตอร์ไซค์ คัมพลขอพี่ชายขี่บิ๊กไบค์หน่อย ชัยพงษ์ถามว่าจะขี่ไปอวดนางหรือ คัมพลตาโตถามว่าพี่รู้ได้ไง ชัยพงษ์บอกว่าพ่อบอก แซวว่าแก้ผ้าเล่นน้ำกันโทงๆอยู่ไม่นาน รู้จักรักผู้หญิงแล้ว

“ผมกลัวจะเป็นแบบพี่ ใกล้แซยิดแล้วยังไม่มีแฟนเลย” ชัยพงษ์ด่าไอ้บ้า ตนยังไม่แก่ขนาดนั้น “ผมก็แค่ปลื้มนางเขาเฉยๆ ป่านนี้เป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” สีหน้าคัมพลเป็นห่วงมาก

ชัยพงษ์สบตาคริสขำๆที่คัมพลบอกว่าแค่ปลื้ม แต่เป็นห่วงออกนอกหน้าขนาดนี้...

ooooooo

เพียงเย็นวันนี้ คัมพล คริส เดวิดและปีเตอร์ ก็ถูกบราเธอร์ปกครองเรียกไปพบที่ห้องครูฝ่ายปกครอง ทุกคนยืนเรียงแถวก้มหน้าหลบตาบราเธอร์ที่ตำหนิอย่างไม่พอใจว่า

“เพิ่งเปิดเทอมได้อาทิตย์เดียวก็มีเรื่องชกต่อยกันแล้ว! เดวิด ปีเตอร์ หาเรื่องเขาก่อน มีอาวุธในครอบครองด้วย ฉันจะทำทัณฑ์บนเธอไว้ ถ้ามีครั้งต่อไปจะต้องโดนทำโทษขั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม” ทั้งสี่รับคำ “อ่ะ...จับมือกัน จำไว้ว่าเป็นเพื่อนกันต้องสามัคคีกัน”

ทั้งสี่มองหน้าแล้วจับมือกันอย่างไม่เต็มใจ ต่างแอบบีบมืออีกฝ่ายอย่างแรง ฉีกยิ้มเหมือนแยกเขี้ยวใส่กัน แล้วพากันเดินออกจากห้องบราเธอร์อย่างสงบเสงี่ยม แต่พอพ้นห้องมาเท่านั้น เดวิดก็พูดใส่หน้าคัมพล “Losers!!” คัมพลกระชากคอเสื้อเดวิด เดวิดทำท่าจะต่อย คัมพลท้าว่ากล้าก็เอาสิ ปีเตอร์ยุเดวิดให้ต่อยมันเลย!

พอเดวิดเงื้อหมัดจะต่อย คริสก็ร้องขึ้น “บราเธอร์!” เดวิดกับปีเตอร์ตกใจรีบปล่อยมือแล้ววิ่งหนีไป คัมพลหันมองถามคริสว่าบราเธอร์ไม่มาใช่ไหม

“วัวสันหลังหวะได้ยินชื่อก็วิ่งหางจุกก้นหนีไปแล้ว” คริสยิ้ม แล้วทั้งสองก็กอดคอกันเดินหัวเราะไป

ooooooo

นางยังปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต เมื่อยังทำไม่ได้ตามกฎระเบียบและเวลาที่ทางโรงเรียนกำหนดก็ถูกกลุ่มสายสุดาหัวเราะเยาะและแกล้ง แต่นางไม่ท้อแท้ ไม่อ่อนแอแต่พยายามทำตามที่พ่อสอนว่าต้อง “อดทน”

เมื่อนางอดทนที่จะปรับตัวเองให้อยู่ในกฎระเบียบที่เคร่งครัดให้ได้เพื่อคุณพ่อคุณแม่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก เธอจึงรู้สึกเป็นเรื่องท้าทาย และมีความสุขกับการปรับตัว

นอกจากปรับตัวเองแล้ว นางยังมีน้ำใจช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสกว่า นางช่วยมาเรียที่ขาพิการแต่เด็ก เพราะตกบันไดต้องผ่าตัดรักษาตัวทำให้ขาดเรียนบ่อยๆ วันนี้มาเรียกลับจากไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ จรรยาฝากพวกนางให้ช่วยดูแลมาเรียด้วย อย่าให้ใครรังแก นางสะดุดใจสงสัยว่าใครรังแก?

เนื่องจากมาเรียขาพิการจึงไม่อาจร่วมกิจกรรมบางอย่างกับเพื่อนๆได้ เมื่อเพื่อนทำกิจกรรมตัวเองจึงได้แต่นั่งมองด้วยความน้อยใจ แต่วันนี้นางได้ทำให้มาเรียมีความสุข เมื่อถึงชั่วโมงพละมีการแข่งแชร์บอล นางเสนอให้มาเรียมาเล่นด้วย กลุ่มสายสุดาปฏิเสธไม่อยากเอามาเป็นตัวถ่วง แต่นางก็หาวิธีให้มาเรียร่วมเล่นจนได้

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 22 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ