อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 23 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 23 ก.ย.59

เนื่องจากมาเรียขาพิการจึงไม่อาจร่วมกิจกรรมบางอย่างกับเพื่อนๆได้ เมื่อเพื่อนทำกิจกรรมตัวเองจึงได้แต่นั่งมองด้วยความน้อยใจ แต่วันนี้นางได้ทำให้มาเรียมีความสุข เมื่อถึงชั่วโมงพละมีการแข่งแชร์บอล นางเสนอให้มาเรียมาเล่นด้วย กลุ่มสายสุดาปฏิเสธไม่อยากเอามาเป็นตัวถ่วง แต่นางก็หาวิธีให้มาเรียร่วมเล่นจนได้

นางให้มาเรียนั่งบนเก้าอี้สูงแบบกรรมการเทนนิสนั่งถือตะกร้าทำหน้าที่โกลคอยรับลูกบอล ทีแรกมาเรียก็รับไม่ได้ถูกกลุ่มสายสุดาไล่ว่าเล่นไม่ได้ก็ออกไป จนมาเรียขาดความมั่นใจและกลัว

“อย่าไปกลัว ตั้งสมาธิดีๆถ้าบอลมาหาเรา ก็เอาตะกร้ารับมัน” มาเรียบอกว่าตนไม่อยากเป็นตัวถ่วง นางชี้ให้เห็นว่า “เราคือทีมเวิร์กไม่มีใครเป็นตัวถ่วง เธอต้องทำให้เขารู้ว่าเธอทำได้”



มาเรียพยักหน้าอย่างมีกำลังใจ แล้วเธอก็ทำได้จริงๆ เพื่อนๆรอบสนามส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจกันเซ็งแซ่ ทำให้มาเรียยิ่งมีกำลังใจมาก จนจบเกมแล้วมาเรียยังกอดบอลไว้อย่างมีความสุขที่ได้เล่นแชร์บอลกับเพื่อนๆเป็นครั้งแรกในชีวิต นางเองดีใจที่ตนทำให้เพื่อนมีความสุข

เมื่อถึงชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนเกรด 10 โดยซิสเตอร์ฟรานซิสเป็นผู้สอน ซิสเตอร์ให้นักเรียนสร้างประโยคจากคำต่างๆ เช่น “Hypocrites” คนไม่จริงใจ จอยคามยกมือขึ้นก่อนเพื่อน แต่งประโยคว่า

“A hypocrite is a person we shall avoid” คนไม่จริงใจคือคนที่เราควรหลีกเลี่ยง ซิสเตอร์ฟรานซิสพยักหน้า แต่นางยกมือขึ้นทันที เมื่อได้รับอนุญาตให้พูดนางชี้ว่า

ประโยคนั้นถูกไวยากรณ์จริง แต่มาดามยกตัวอย่างคำว่า “Hypocrites” ที่เติม S หมายถึงคนไม่จริงใจหลายคน แต่จอยคามแต่งประโยคพูดถึงคนไม่จริงใจแค่คนเดียว ซิสเตอร์ฟรานซิสจึงให้นางแต่งประโยคที่ถูกต้องมา

“Hypocrites are those we shall avoid” คนไม่จริงใจคือกลุ่มคนที่พวกเราควรหลีกเลี่ยง

จอยคามเสียหน้ารู้สึกเหมือนโดนตบอย่างแรง ซิสเตอร์ฟรานซิสชมนางว่าเก่งมาก แล้วให้นักเรียนสร้างประโยคอื่นอีกเช่นคำว่า “นักการเอก”

สายสุดายกมือทันที ตอบเป็นภาษาอังกฤษว่า คุณพ่อของฉันเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียง

ซิสเตอรฟรานซิสให้แต่งประโยคใหม่คำว่า “Brag” แปลว่า “โม้” อีก สินีนาฎแต่งประโยคว่า “ฉันไม่ชอบโม้เกี่ยวกับตัวเองหรือครอบครัวของฉัน” ซิสเตอร์ฟรานซิส ชมว่าดีมาก แล้วประกาศหมดเวลาให้ทุกคนท่องศัพท์ที่ให้ไปใหม่ยกเว้น อภิรดี สินีนาฎ และสายสุดา

ทั้งสามถูกเรียกไปที่ห้องเรียน ต่างหน้าตาตื่นๆไม่รู้ว่าซิสเตอร์จะทำอะไร ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้ามามองหน้าทีละคน แล้วเอ่ยกับสินีนาฎและสายสุดาว่ารู้ว่าทั้งสองไม่ถูกกันมานานแล้วแต่เห็นว่าไม่มีอะไรรุนแรงเลยปล่อยไปตามภาษาเด็กๆ “แต่พออภิรดีเข้ามา ฉันก็เห็นว่ามาเป็นพวกเดียวกับเธอแล้วก็พลอยไม่ถูกกับสายสุดาไปอีกคน”

“ก็สายสุดา...” นางสวนขึ้น

“ไม่ต้องเถียง ฉันไม่ได้โทษว่าใครผิดใครถูกฉันไม่ได้ ถามว่าใครหาเรื่องใครก่อน แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเธอซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันจึงไม่ถูกชะตากันอย่างนี้?”

“หนูไม่ชอบคนที่ชอบคิดว่าตัวเองใหญ่นี่คะ” นางชี้แจง สินีนาฎบอกว่าตนก็เหมือนกัน สายสุดาบอกว่าตนก็เหมือนกัน สามคนมองแบบต่างโทษกัน ซิสเตอร์ตัดบทว่า

“งั้นก็ผิดพอกันทั้งสามคน ฟังนะอย่าคิดพยายามเป็นใหญ่เหนือใคร ที่นี่คนที่เป็นใหญ่ที่สุดคือพระผู้เป็นเจ้าและท่านสอนให้รักใคร่ปรองดองกันจงสามัคคีกัน จงสามัคคีกันไว้ให้มาก เพราะถ้าเธอแตกกันเอง นอกจากจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแล้วยังจะถูกเด็กๆชาติอื่นหัวเราะเยาะด้วย เข้าใจไหม?” ทั้งสามมองหน้ากันไม่ตอบ “ฉันถามว่าเข้าใจไหม?”

“เยส มาดาม” สามสาวตอบพร้อมกันเมื่อซิสเตอร์ฟรานซิสเสียงเข้มขึ้น

เมื่อนางกับสินีนาฎกลับมาที่ห้องทำการบ้าน มาเรียกับฮองลันและเพื่อนๆกำลังคุยกันอย่างทึ่งที่นางกล้าแลกหมัดกับสายสุดา นางพูดอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดาว่าตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องกลัวสายสุดาด้วย

จากความเป็นจริงทั้งในการเรียน การทำกิจกรรม และใช้ชีวิตในโรงเรียน นางเห็นถึงความอิจฉาริษยาและชิงดีชิงเด่นของสายสุดา และยิ่งชัดเจนเมื่อสินีนาฎชี้ให้เห็นขณะทุกคนกำลังเล่นแชร์บอลว่า

“ถ้าใครเด่น...สายสุดาจะคอยข่มให้ด้อยกว่า ถ้าใครด้อยอยู่แล้วก็ยิ่งกดให้ด้อยลงไปอีก”

“แล้วทำไมทุกคนต้องยอม”

“ก็เขาสวย เรียนเก่ง เป็นผู้ดีเก่า บริจาคหลายล้าน แม่เป็นไฮโซ เพื่อนเลยยกให้เป็นเจ้าแม่ประจำโรงเรียน”

“พ่อฉันสอนว่า เกิดเป็นคนเหมือนกัน...จะรวยจนหรือชาติตระกูลสูงมาจากไหนก็มีสิทธิ์เท่ากัน แม้แต่มาเรียที่ขาพิการก็ควรมีโอกาสเท่ากับเพื่อนคนอื่น”

สินีนาฎได้ยินนางพูดถึงพ่อก็เศร้าไปทันที จนนางถามว่าเป็นอะไร สินีนาฎกลบเกลื่อนว่าไม่เป็นอะไร แล้วขอไปห้องน้ำ นางมองตามแต่ไม่ติดใจอะไร

เมื่อสินีนาฎเข้าห้องน้ำแล้วน้ำตาก็ปริ่มขึ้นมาเธอรีบเปิดน้ำล้างหน้า มองเงาสะท้อนในกระจกพึมพำ เศร้า

“พ่อ...”

ooooooo

ที่ตึกดนตรี มีตำนานหลอนของโรงเรียนเล่าต่อๆกันมา แม้แต่นางที่เพิ่งมาก็ได้ฟังมาแล้ว วันนี้นาง สินีนาฎ ฮองลันและมาเรียเข้ามาที่ตึก สินีนาฎบอกว่าตนมาซ้อมเปียโนที่นี่ประจำก็ไม่เคยเจออะไรได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้เดินไปหาก็ไม่เจอ

“บ่อน้ำร้างที่ผีน้องน้ำสิงก็อยู่ข้างๆนี่เอง” ฮองลันพูดเสียวๆ นางนึกสนุกชวนไปดูกัน ทุกคนส่ายหน้า นางจึงไปคนเดียว เมื่อไปถึงบ่อน้ำร้างข้างตึกดนตรี นางมองบ่อน้ำพลางนึกถึงคำบอกเล่าของฮองลันที่ว่า

“เมื่อหกสิบปีที่แล้ว เคยมีเด็กนักเรียนไทยชื่อ ‘น้ำ’ ตกลงไปกว่าคนจะรู้ ศพก็ขึ้นอืดเน่าเฟะ โรงเรียนก็เลยเลิกใช้บ่อน้ำนี้ แต่วันดีคืนดีจะมีคนเห็นน้องน้ำขึ้นมาจากบ่อ ตัวเปียกโชก กลิ่นน้ำเน่าเหม็น มาดามสั่งห้ามเด็กมาเล่นแถวนี้ เพราะกลัวผีน้องน้ำฉุดลงบ่อไปเป็นเพื่อน”

นางไปนานจนเพื่อนๆเป็นห่วงพากันไปตาม ถูกนางแกล้งทำผีหลอกจนวิ่งหนีกันเตลิดเปิดเปิง นางหัวเราะชอบใจที่หลอกเพื่อนได้ พอกลับมาถึงห้องดนตรีทุกคนเป็นห่วงนาง สินีนาฎชวนไปช่วยนางกันเถอะ พลันก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ฮือ...ฮือ...ก็พอดีนางวิ่งเข้ามาในตึก ทุกคนดีใจแต่ยังสยองกับเสียงร้องไห้ของผู้หญิง

“ใครอนุญาตให้เข้ามา” เสียงซิสเตอร์ปอลลีนตวาด พร้อมกับเงามหึมาทาบจากบันไดตึกลงมาไล่ “ออกไป!!”

“ผีหลอก!” ฮองลันเสียงสั่นแล้วพากันวิ่งกระเจิงออกจากตึกลืมมาเรียเสียสนิท นางนึกได้ถามว่ามาเรียล่ะ มาเรียถูกลืมพอเห็นเงามหึมาใกล้เข้ามาก็หลับตาปี๋ด้วยความกลัว พอทั้งสามเหลียวไปก็เห็นมาเรียปั่นรถเข็นตัวเองแซงเพื่อนฉิวไปแล้ว

สามสาวมองมาเรียอ้าปากค้างไปตามกัน

ooooooo

วันนี้ธนาธิปมาที่คอนแวนต์เพื่อแจ้งแก่คุณแม่อธิการว่า อาทิตย์หน้าสถานกงสุลจะจัดงาน อยากให้นักเรียนที่นี่ไปแสดงต้อนรับคณะจากกระทรวงศึกษา คุณแม่อธิการบอกว่าเด็กๆคงตีปีกดีใจที่จะได้ออกจากรั้วโรงเรียน

เมื่อธนาธิปเดินกลับผ่านสนาม เห็นนางยืนกางแขนขาเดียว ปากคาบไม้บรรทัด ที่คอมีป้ายเขียนเหตุที่ถูกลงโทษ เขาเดินเข้าไปถามนางว่า

“ทำไมโดนทำโทษบ่อยจัง” ปากนางคาบไม้บรรทัดพูดไม่ได้ ธนาธิปพูดยิ้มๆว่า “น่าจะได้เห็นตัวเอง” นึกได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วยื่นให้นางดู นางขยับนิ้วเหมือนพิมพ์โต้ตอบ ธนาธิปยิ่งขำบอกว่า “อ๋อ...ตั้งสเตตัส” แล้วเดินผ่านมา ปล่อยให้นางจิกตามองตามตอบโต้ด้วยสายตาว่าฝากไว้ก่อนเถอะลุง!

ต่อมานางเดินคุยกันมากับฮองลัน นางถามว่าสายสุดาเป็นอะไรมากไหมตนไม่ได้คิดแข่งสักหน่อย ฮองลันบอกว่าถ้ายอมลงให้เขาก็จะไม่มายุ่ง

“ปล่อยให้ได้ใจ รังแกคนที่อ่อนแอไปเรื่อยงั้นหรือ ฮึ...ยอมง่ายๆ ก็ไม่ใช่นางสิ”

พอดีเดินผ่านห้องพักครู เห็นซิสเตอร์ออเดรย์กำลังกอดปลอบมาเรียที่ร้องไห้อยู่ นางมองอย่างสงสัย

ต่อมามาเรียไปนั่งเหม่ออยู่ที่ริมทะเลลานกิจกรรม ซิสเตอร์ออเดรย์บอกนางว่ามาเรียเสียใจที่ตัวเองพิการเลยไม่มีใครชวนเข้าร่วมกลุ่มแสดง ซิสเตอร์ออเดรย์พูดขณะมองมาเรียอย่างสงสารว่า

“คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน แต่สิ่งสำคัญคือโอกาส เพราะโอกาสสามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้ เมื่อได้รับโอกาสแล้ว ก็ควรฝึกการเป็นผู้ให้ คนที่ให้โอกาสคนอื่นย่อมได้รับความสุขตอบแทน”

นางมองมาเรียคิดหาทางที่จะช่วยเธอ

ooooooo

ที่โรงเรียนชายคัมพลเล่นรักบี้อย่างสนุกสนาน ชัยพงษ์ที่มาดูอยู่ริมสนามบอกน้องชายว่าจะขอยืมตัวไปช่วยงานของกงสุลห้ามเบี้ยว ห้ามหนี ห้ามอู้ คัมพลบอกว่าจะใช้อะไรก็ได้ขอแต่ให้ได้เจอนางก็พอ

ที่คอนแวนต์ กลุ่มสายสุดาซ้อมกันเอาจริงเอาจังเพื่อแข่งขันกันไปร่วมงาน กลุ่มสายสุดาซ้อมลาวกระทบไม้ สายสุดาโชว์ลีลาตีกลองสะบัดชัยอย่างแข็งแรงสวยงาม กลุ่มของนางมายืนดูก็ถูกสายสุดาพูดข่มว่าทำใจได้เลยว่าไม่มีทางชนะทีมตน และห้ามเลียนแบบด้วย

นางประกาศจะเล่นงิ้วเอาให้ยิ่งใหญ่ตระการตาไปเลย สายสุดาเย้ยว่ามีตัวถ่วงอย่างมาเรียจะทำอะไรได้ ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ต้องแข่งให้เสียเวลา มาเรียฟังแล้วสลดไป สินีนาฎบีบไหล่อย่างให้กำลังใจ นางโต้สายสุดาว่า

“เธอเก่ง แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่จะดูถูกคนอื่น ฉันจะพิสูจน์ให้เห็นว่ามาเรียก็มีความสามารถเอาชนะเธอได้”

เมื่อกลับมาปรึกษากันว่ากลุ่มเราจะเอาอะไรดี ลองหลายๆอย่างแล้วก็ไม่ถูกใจ บางอย่างมาเรียก็ไม่สามารถทำได้ เลยขอถอนตัวอย่างน้อยใจ นางปรึกษากับสินีนาฎขณะเข้านอนว่า

“ทำยังไงมาเรียถึงจะเข้าใจว่าถ้ามีกำลังใจสู้ชีวิต ความพิการก็ไม่ใช่อุปสรรค”

“ดึกแล้วทำไมไม่นอน!” เสียงซิสเตอร์ฟรานซิสดุ นางกับสินีนาฎรีบชักผ้าห่มคลุมโปงเงียบกริบ แต่พอ ซิสเตอร์ฟรานซิสเดินผ่านไป นางก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมา นั่งคิด แล้วโดดผลุงจากเตียง แอบไปที่ครัวบ้านพักกงสุลเจอบันลือกำลังจัดของว่างให้ธนาธิปพอดีเลยอาสาเอาไปให้เอง

ธนาธิปตกใจ แปลกใจว่านางมาได้ยังไง นางบอกว่านอนไม่หลับนอยด์เรื่องมาเรีย เพราะขาพิการก็เลยไม่มีกำลังใจตนเชียร์อย่างไรก็ไม่สู้

“ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความพิเศษไม่เหมือนใคร อยู่ที่จะหาเจอรึเปล่า” ธนาธิปเอ่ย นางฟัง คิด เครียด และหิว “กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวก็โดนทำโทษอีก”

นางจิ้มขนมที่ยกมาใส่ปากทีละชิ้น...ทีละชิ้น จนหมดแล้วก็พรวดไปที่หน้าต่างปีนไต่ต้นไม้ลงไปแล้วหันกลับมาถอนสายบัวอย่างงาม บอกว่าแล้วจะเอาขนมมาฝากใหม่

ธนาธิปเห็นความทะเล้นของนางแล้วยิ้มทั้งขำทั้งเอ็นดู

วันต่อมา เมื่อเข้าโบสถ์ร้องเพลงสวด นางคิดถึงคำพูดของธนาธิปเมื่อคืนนี้ ได้ยินมาเรียร้องเพลงอย่างไพเราะก็ดีใจเหมือนค้นพบสิ่งมหัศจรรย์

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 3 วันที่ 23 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ