อ่านละครนาคี ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.59

มากขึ้นเท่านั้น รีบตามหาตัวมันให้เจอก่อนที่คำทำนายของหมออ่วมจะเป็นจริง!”

เลื่องไม่มีทางเลือกต้องทำตามพ่อสั่ง เช่นเดียวกับคำแก้วที่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อรู้จากงูเขียวเพื่อนรัก

ทั้งสองตัวว่ารัตนาวดีถูกเปรตงูลักพาตัวไปขังไว้ในเทวาลัยเจ้าแม่นาคี

ด้านรัตนาวดี...ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อฟื้นจากสลบไสลมาพบว่าตัวเองถูกขังในห้องมืดและอับชื้น และระหว่างที่มองหาทางออกนั่นเอง นักศึกษาสาวจากกรุงเทพฯก็ต้องกรีดร้องสุดเสียง เมื่อเห็นเงาดำตัวสูงใหญ่ มือเท่าใบลาน หัวเป็นงู แลบลิ้นแผล็บๆ พร้อมกับภาพบางอย่างแวบในหัว

ภาพในอดีตเผยให้เห็นกรรมที่รัตนาวดีเคยก่อ เอามีดตัดหัวงูจงอางแม่ลูกอ่อนอย่างเลือดเย็น ชาตินี้เธอเลยถูกงูจงอางตัวนั้นซึ่งเกิดเป็นเปรตตามเอาคืน!



“อย่าทำอะไรฉันเลย ฉันกลัวแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะ แล้วฉันจะทำบุญกรวดน้ำไปให้”

เสียงกรีดร้องขอชีวิตของรัตนาวดีไม่มีใครได้ยินเพราะเปรตงูใช้มนต์บังตาเธอไว้จากคนอื่นๆ แต่มนต์ที่ว่าก็ใช้ไม่ได้กับคำแก้วที่มีงูเขียวสองตัวช่วยนำทาง เปรตงูไม่สะทกสะท้าน ประกาศกร้าวจะเอาชีวิตรัตนาวดีชดใช้กรรมในอดีตและเป็นอาหารในชาตินี้ แต่ก็ถูกคำแก้วซึ่งกลายเป็นร่างทรงของเจ้าแม่นาคีในเวลาต่อมาขัดขวาง

“ปล่อยนางไปซะ ทุกชีวิตล้วนมีกรรมเป็นเครื่องลิขิต เจ้าไม่มีสิทธิ์จะเอาชีวิตใครทั้งนั้น”

“ข้าหิว ข้าทรมาน อยากไปผุดไปเกิด นังเด็กนี่มันเคยทำกรรมกับข้า มันจะต้องเป็นตัวตายตัวแทนของข้า”

“เจ้าวิญญาณบาปเอ๋ย...เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เจ้าชอบหลอกลวงโป้ปดผู้อื่น ทำให้ต้องกลายเป็นอชครเปรตทนทุกขเวทนาแสนสาหัส กรรมเก่าเจ้ายังชดใช้ไม่หมด เหตุใดต้องสร้างกรรมใหม่อีก จงไปตามทางของเจ้าซะ”

“กูไม่ไป มึงนั่นแหละอย่าแส่...อีนังเจ้าแม่นาคี”

ขาดคำร่างสูงใหญ่ของเปรตงูก็กลายเป็นจุณในพริบตา รัตนาวดีหลับตาแน่นและเมื่อลืมตาอีกครั้งก็ตกใจแทบบ้าเมื่อเห็นเจ้าแม่นาคีหน้าตาเหมือนคำแก้วไม่ผิดเพี้ยน!

คำแก้วไม่รู้ตัวนักว่าทำอะไรลงไป แต่เมื่อได้สติก็ไม่รอช้าพารัตนาวดีกลับบ้าน พิมพ์พรกับเจิดนภาที่แอบตามคำแก้วมาแต่คลาดกันแถวหน้าเทวาลัยเห็นรัตนาวดีในสภาพแทบยืนไม่ไหวก็อาละวาดใส่คำแก้วทันที

“นังคำแก้ว...แกทำอะไรเพื่อนฉัน”

“ไว้รอถามเพื่อนคุณเองดีกว่า”

“อย่ามาไขสือ แกเอาเพื่อนฉันมาขังไว้ในถ้ำนั่นใช่ไหม”

“ถ้าคุณคิดอย่างนั้นก็ตามใจ...”

ooooooo

ทัศนัยแยกนักศึกษาชายเป็นสองกลุ่มเพื่อตามหารัตนาวดี โดยกลุ่มของทศพลไปแถวเทวาลัยเจ้าแม่นาคีแต่ก็คลาดกับพิมพ์พร เจิดนภาและคำแก้วที่พาตัวรัตนาวดีกลับไปแล้วอย่างปลอดภัย

ทศพลตัดสินใจพาประกิตกับวันชนะเข้าไปในเทวาลัยแล้วก็ต้องติดแหง็กในนั้นเพราะฝนดันตก สามหนุ่มเลยถือโอกาสสำรวจลานกว้างภายในปราสาทซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมอลังการ และขณะที่ตะลึงลานกับความงามตรงหน้านั่นเอง ทศพลก็มีภาพแวบในหัวว่าเคยมีคนถูกจับตัวมาประหารที่นี่

ประกิตกับวันชนะทำหน้าไม่เชื่อเมื่อทศพลบอกว่าที่นี่เคยเป็นลานประหาร แต่ไม่กี่อึดใจก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อเห็นว่าที่คอของทศพลมีรอยแผลยาวเหมือนถูกของมีคมบาด!

แผลที่คอมีเพียงเลือดไหลซิบๆแต่ทศพลก็ไม่ยี่หระนัก สนใจเทวรูปเจ้าแม่นาคีภายในเทวาลัยมากกว่าเพราะเพิ่งค้นพบว่าบริเวณฐานกับช่วงลำตัวของเทวรูปมีรอยต่อเป็นหินคนละสี

“ดูจากเนื้อหินคร่าวๆ ส่วนที่ต่อเติมใหม่น่าจะมีอายุไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ”

“หมายความว่าเทวรูปเจ้าแม่นาคีที่เห็นอยู่นี่เป็นของเก๊เหรอวะ” วันชนะถามอึ้งๆ

“เทวรูปเดิมคงพังทลายลงจนไม่เหลือซาก ชาวบ้านเลยสร้างเทวรูปพญานาคขึ้นมาใหม่ทับของเดิม”

“โธ่เอ๊ย...หลงเชื่อเป็นตุเป็นตะ ที่แท้เจ้าแม่นาคีก็แค่นิทานหลอกเด็ก มันน่าลงหนังสือพิมพ์แฉให้สิ้นไส้”

ประกิตนิ่วหน้าไม่เข้าใจ หากเทวรูปนี้ไม่ใช่เจ้าแม่นาคีแล้วจะเป็นเทวรูปอะไร ทศพลเลยช่วยไขข้อข้องใจ

“ดูจากรอยต่อบริเวณพังพานที่เป็นของเดิมน่าจะเป็นเทวรูปพญานาคเก้าเศียร บางทีเทวาลัยนี้อาจสร้างขึ้นเพื่อบูชาท้าวศรีสุทโธนาค พญานาคผู้เป็นใหญ่แห่งลำน้ำโขง ปกครองพญานาคน้อยใหญ่ฝั่งไทยทั้งหมด”

วันชนะกับประกิตพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะตกใจหน้าเสียเมื่อเห็นทศพลตกไปในโพรงด้านหลังเทวรูป!

ทศพลตกลงไปในถ้ำใต้เทวาลัยซึ่งไม่เคยรู้ว่ามี ประกิตกับวันชนะรีบหาอุปกรณ์มาช่วยดึงเพื่อนจากโพรง เปิดโอกาสให้ทศพลได้สำรวจพื้นที่ในถ้ำด้านล่างและได้เจอนางในฝันที่หน้าตาเหมือนคำแก้วไม่ผิดเพี้ยน

“คำแก้ว...คุณมาที่นี่ได้ยังไง”

ร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคีซึ่งถอดจิตมาจากกายหยาบของคำแก้วนั่นเองที่ปรากฏตัวให้เขาเห็น กลิ่นหอมกรุ่นของดอกมะลิวัลย์จากตัวเธอทำให้เขาเหมือนตกในภวังค์

“ข้าอยู่ที่นี่...รอคอยท่านตรงนี้มานานแล้วไชยสิงห์”

“ไชยสิงห์...ใครกัน”

“ก็ท่านอย่างไรเล่า...แม่ทัพไชยสิงห์แห่งปัตตนคร”

“คุณล้อผมเล่นใช่ไหมคำแก้ว”

“ข้าไม่ใช่คำแก้ว ท่านลืมข้าเสียแล้ว...ไชยสิงห์”

“ไม่ใช่คำแก้ว แล้วคุณเป็นใคร คุณเป็นนางไม้ใช่ไหม”

เจ้าแม่นาคีไม่ตอบแต่นำทางเขากลับไปบนลานในปราสาทอย่างปลอดภัย ทศพลตั้งท่าจะถามอะไร

บางอย่างแต่ไม่ทันอ้าปาก นางในฝันหน้าตาเหมือนคำแก้วก็หายวับไปแล้ว!

ooooooo

แม้จะช่วยรัตนาวดีออกมาได้ แต่คำแก้วก็ถูกทุกคนรวมทั้งแม่แท้ๆมองมาด้วยแววตาสงสัยว่าเธอไปทำอะไรแถวเทวาลัย หญิงสาวผู้ชอบเล่นกับงูทำเป็นไม่สะทกสะท้านกับสายตาเหล่านั้น ทั้งที่ในใจเริ่มวิตกว่าตัวเองอาจมีบางอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอสะดุ้งตื่นกลางดึกแล้วพบว่ามีคราบโคลนบนฝ่าเท้า

แต่ข้อกังขาเกี่ยวกับคำแก้วก็ไม่น่าตกใจเท่าเรื่องที่พวกทศพลกลับมาบอกว่าพบถ้ำใต้เทวาลัย

ทัศนัยตื่นเต้นมากตามประสาผู้เชี่ยวชาญและสนใจประวัติศาสตร์และโบราณคดี “ผมอยากเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง ถ้าเป็นจริงอย่างที่ทศพลว่า เราอาจเป็นคณะสำรวจชุดแรกที่ค้นพบแหล่งอารยธรรมบ้านดอนไม้ป่า”

“เราต้องรีบลงมือก่อนที่กำนันแย้มจะไหวตัวส่งคนมาขัดขวางพวกเราเหมือนที่เผาเต็นท์คราวก่อน”

“เราต้องลักลอบเข้าไปสำรวจใต้เทวาลัยนั่น อย่าให้พวกกำนันรู้เด็ดขาด!”

พวกนักศึกษายกเว้นพวกพิมพ์พรซึ่งต้องดูแลรัตนาวดีเตรียมตัวไปสำรวจถ้ำพร้อมกับทัศนัย ทศพลซึ่งบ่ายเบี่ยงไม่เล่าเรื่องที่ตนหาทางขึ้นจากถ้ำมาได้อย่างปาฏิหาริย์จึงผละไปหาคำแก้วเพื่อไขข้อสงสัย

“คำแก้ว...เมื่อคืนคุณไปที่เทวาลัยท้ายหมู่บ้านหรือเปล่า”

คำแก้วหน้าเจื่อนแต่เพียงแวบเดียวก็ตอบหน้าตาย “เมื่อคืนฝนเทไม่ลืมหูลืมตา ฉันจะไปทำอะไรที่นั่น”

“มีผู้หญิงหน้าเหมือนคุณแต่แต่งตัวประหลาดเหมือนหลุดมาจากยุคขอมช่วยผมออกจากถ้ำ”

“คุณพูดอะไร ฉันฟังไม่รู้เรื่อง”

ทศพลมองมายิ้มๆ ก่อนจะตั้งข้อสันนิษฐาน “ต้องเป็นนางไม้แน่ๆ นางไม้หน้าเหมือนคุณเปี๊ยบแต่ท่าทางสวยปนเศร้า ไม่ได้แข็งกระด้างเย็นชาเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้เหมือนใครบางคน”

“คุณว่าใคร”

“จะใครล่ะ ถ้าไม่ใช่คุณ”

คำแก้วหน้าแดง ใจเต้นรัวแบบที่ไม่เคยมาก่อน แต่กระนั้นก็ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทศพลมองมาขำๆก่อนจะผละไปสมทบพวกเพื่อนๆ แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อประกิตนำภาพถ่ายในถ้ำเทวาลัยซึ่งลำแสงสีขาวแลดูคล้ายลำตัวพญานาคกระจายอยู่ทั่วภาพให้ดู... ราวกับว่าภายในถ้ำนั้นเป็นที่อยู่ของพวกพญานาค!

อาการของรัตนาวดีไม่ดีเลย ไข้ขึ้นสูง ใบหน้าซีดเซียว แววตาเหม่อลอยเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร คำปองช่วยพิมพ์พรกับเจิดนภาดูแลแต่ก็ช่วยไม่ได้มากนัก จึงเสนอให้ตามหมออ่วมมาช่วยทำพิธีเรียกขวัญ

เมื่อคำแก้วรู้ก็เบ้หน้า ไม่เชื่อถือและศรัทธาในตัวหมอผีประจำหมู่บ้านเลยแม้แต่น้อย

“หมออ่วมมาจะช่วยอะไรได้”

“อย่างน้อยก็มาช่วยเรียกขวัญนังหนูให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว”

“ตาแก่เจ้าเล่ห์ รู้แค่งูๆปลาๆก็ตั้งตัวเป็นหมอธรรมประจำหมู่บ้าน หากินบนความเชื่อของคนอื่น ที่หนองไทรคงไม่ค่อยมีคนตกเป็นเหยื่อถึงย้ายมาหากินที่ดอนไม้ป่านี่”

“คนเจ็บคนไข้ในหมู่บ้านเรา แกก็ช่วยรักษาจนหายตั้งหลายคน”

“ที่ตายไปก็มาก พอคนไข้เกิดตายขึ้นมา แกก็อ้างโน่นอ้างนี่สารพัดให้ตัวเองพ้นผิด”

“เอ็งอคติกับหมออ่วมเกินไป”

“ใครจะยอมรับนับถือแกก็เชิญ แต่ฉันคงทำใจไหว้ไม่ลง”

ooooooo

พิมพ์พรไม่สนใจคำเตือนของคำแก้ว ตัดสินใจไปตามหมออ่วมด้วยตัวเอง และทันทีที่มาถึง หมอผีประจำหมู่บ้านก็ได้กลิ่นสาบงูคละคลุ้งไปหมด คำปองละล่ำละลักปฏิเสธ บอกว่าไม่มีทางเป็นไปได้เพราะตั้งแต่ผัวตาย ครอบครัวเธอก็ไม่ล่างูขายอีก

แต่หมออ่วมก็ไม่เชื่อ ทำจมูกฟุดฟิดตามหาที่มาของกลิ่นสาบงูจนคำแก้วทนไม่ไหว

“หมออ่วมนี่จมูกดีจัง ฉันอยู่ที่นี่แท้ๆยังไม่ยักกะได้กลิ่น”

“เอ็งอยู่ทุกวันก็เลยชินน่ะสิ ข้าว่าบ้านเอ็งต้องมีงูอาศัยอยู่แน่ๆ”

“งูที่หมออ่วมว่ามันน่าจะเลื้อยอยู่บนหัวคนแถวนี้มากกว่า”

หมออ่วมโมโหที่ถูกเหน็บและทวีความสงสัยในตัวคำแก้วมากขึ้น แต่อาการเพียบหนักของรัตนาวดีก็รอไม่ได้ เขาเลยต้องผละมาทำพิธีเรียกขวัญ แต่ไม่ทันสำเร็จทศพลก็โผล่มาขัดขวาง

รัตนาวดีตัวสั่นเป็นลูกนกเพราะถูกน้ำมนต์ของหมออ่วมสาด ทศพลโกรธมากและคิดว่าหมอผีเป็นพวกลวงโลก คำปองเห็นท่าไม่ดีเลยแยกทั้งสองจากกัน หมออ่วมต้องผละไปแบบเสียไม่ได้แต่ไม่วายขู่

“อาการมันเข้าขั้นตรีทูต พิธียังมาล่มกลางคันอีก ข้าหมดหนทางเยียวยาล่ะ คงต้องปล่อยไปตามบุญตามกรรม”

“พอจะมีวิธีแก้ไขบ้างไหมหมออ่วม”

“ข้าเคยเตือนให้รีบออกจากดอนไม้ป่าแต่พวกมันไม่เชื่อ สุริยคราสคราวนี้ไม่รู้ต้องเซ่นสังเวยเจ้าแม่นาคีสักกี่ศพ”

“ขออย่าให้เหมือนเมื่อสิบเก้าปีก่อนเลย”

“ข้าก็หวังว่าอย่างงั้น...”

ฝ่ายพิมพ์พร...เถียงกับทศพลอย่างหนักที่เขา

ไม่ยอมให้หมออ่วมทำพิธีเรียกขวัญให้รัตนาวดี

“พิมพ์อยากให้ยัยรัตน์หายก็เลยตามหมออ่วมมารักษา พิมพ์ผิดตรงไหน”

“รัตนาวดีเป็นไข้ ไปตามหมอผีมารักษาจะหายได้ยังไง”

“ที่นี่ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีหมอ มีแต่หมออ่วมเท่านั้นที่พอจะพึ่งได้ ของแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้”

“แล้วเป็นไง คราวนี้เห็นหรือยังว่ารัตนาวดีสภาพเป็นยังไงบ้าง”

“ยัยรัตน์ไม่ได้เป็นไข้ธรรมดา แต่อาจถูกภูตผีปีศาจรังควานเอาก็ได้”

“ผมผิดหวังในตัวคุณมากเลยนะ ผู้หญิงหัวสมัยใหม่อย่างคุณ ไม่น่างมงายเรื่องเหลวไหลพรรค์นี้เลย!”

อาการของรัตนาวดีเลวร้ายลง ไข้สูงกว่าเดิมจนทุกคนใจคอไม่ดี ทศพลอยากพาไปหาหมอในเมือง แต่คำแก้วก็มาแจ้งข่าวร้ายเสียก่อนว่าถนนเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาด คงอีกนานกว่าจะใช้ได้อีก

กำนันแย้มประสาทเสียมากเมื่อรู้จากหมออ่วมว่าพวกคนเมืองไม่ยอมกลับกรุงเทพฯ กลัวเหลือเกินว่าสุริยคราสปีนี้อาจเป็นหายนะเหมือนสิบเก้าปีก่อน หมอผีประจำหมู่บ้านเลยเสนอทางแก้

“ระวังอย่าให้พวกคนเมืองเข้าไปยุ่มย่ามในเทวาลัยเจ้าแม่นาคีอีกเด็ดขาด”

“ไอ้เดี่ยว ไอ้ทัพ...เอ็งสองคนไปที่บ้านนังคำปอง คอยเฝ้าจับตาดูพวกมันไว้ให้ดี อย่าให้พวกมันออกไปไหนเด็ดขาด ถ้ามันขัดขืนก็ลงมือได้เลย!”

ooooooo

นอกจากจะสั่งให้สองสมุนจับตาดูพวกคนเมืองอย่างใกล้ชิด กำนันแย้มและหมออ่วมยังให้คนจับตาดูคำแก้วเป็นพิเศษด้วย โดยเฉพาะหมอผีประจำหมู่บ้าน ปักใจนักหนาว่าคำแก้วต้องไม่ใช่คน

“วันก่อนข้าแวะไปบ้านนังคำปอง กลิ่นสาบงูคลุ้งไปหมด จะต้องมีงูบริวารเจ้าแม่กบดานอยู่ที่นั่นแน่ๆ”
กอซึ่งแวะมากินเหล้าด้วยรีบสนับสนุน “นังคำแก้วลูกสาวนังคำปองมันคลอดวันที่เจ้าแม่นาคีออกอาละวาดเมื่อสิบเก้าปีก่อน บางทีมันนั่นแหละที่เป็นบริวารเจ้าแม่ในร่างมนุษย์”

กำนันแย้มไม่อยากเชื่อเพราะยังไม่มีหลักฐาน กอเลยเล่าเรื่องประหลาดของคำแก้วให้ฟัง

“ข้าเคยเห็นนังคำแก้วมันมีเกล็ดคล้ายกับงูลอกคราบ แต่พอวันรุ่งขึ้นแผลที่แขนมันก็หายเป็นปลิดทิ้ง”

“เรื่องนี้มันชักจะทะแม่งๆอยู่นากำนัน บริวารเจ้าแม่นาคีมันอาจจะสิงสู่อยู่ในร่างหญิงสาวก็เป็นได้”

ข้อสันนิษฐานของหมออ่วมทำให้กำนันแย้มอยากสืบความจริงเรื่องคำแก้ว เดี่ยวกับทัพเลยต้องทำงานหนัก นอกจากต้องเฝ้าพวกคนเมืองไม่ให้ไปยุ่มย่ามแถวเทวาลัย ยังต้องจับสังเกตคำแก้วด้วย แต่พวกทศพลก็หาทางหนีไปจนได้ด้วยการปลอมตัวเป็นหุ่นไล่กาบนผืนนาของคำปอง

ถ้ำใต้เทวาลัยทำให้ทัศนัยและเหล่านักศึกษาตะลึงลาน ถกเถียงกันอย่างจริงจังว่าข้าวของมากมายหลุดรอดจากสายตาของคนภายนอกได้เช่นไร ทศพลคิดนิดเดียวก็เอ่ยเสียงเรียบ

“ที่นี่น่าจะเคยเกิดน้ำท่วมใหญ่มาก่อน”

“แกรู้ได้ไงวะไอ้พล หรือว่าแกเห็นภาพนิมิต” วันชนะสงสัย

“ข้าวของพวกนี้น่าจะถูกกระแสน้ำซัดลงมาจากข้างบนทับถมตกตะกอนลงมาอยู่ใต้ดินนี่”

ทศพลก็บอกไม่ได้ว่ารู้มาจากไหน แต่เสียงเรียกคุ้นหูที่ดังจากเทวรูปเจ้าแม่นาคีก็ดึงความสนใจเขาไปแทน และทันทีที่เห็นหน้าตาชัดๆ เขาก็แทบผงะ เพราะเทวรูปนี้มีใบหน้าเหมือนคำแก้วไม่ผิดเพี้ยน!

ภาพใบหน้าของเทวรูปนั้นทำให้ทศพลเก็บไปฝัน และในฝันนั้นเขาก็ได้กลิ่นดอกมะลิวัลย์ พร้อมกับการปรากฏตัวของนางในฝันที่เขาเข้าใจว่าเป็นนางไม้

“ข้ารอคอยท่านมานานนักหนา ไม่คิดว่าเราจักได้กลับมาพบกันอีก”

“เราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ”

“ถึงแม้ว่าท่านจักลืมข้า แต่ข้าไม่เคยลืมท่าน...

ไม่เคยลืมคำสัตย์สัญญาที่ท่านเคยให้ไว้กับข้า”

พลันภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็นภาพอดีตเมื่อพันปีก่อน ชายหนุ่มรูปงามหน้าตาเหมือนทศพลราวกับเป็นคนเดียวกันแต่แต่งชุดเครื่องแบบนักรบโบราณกำลังนั่งพนมมือสาบานต่อหน้ารูปปั้นพญานาค

“ข้าแม่ทัพไชยสิงห์...ขอตั้งสัจจะวาจาต่อหน้าองค์พญานาคผู้ศักดิ์สิทธิ์ จงรับรู้คำสาบานของข้า ข้ามีใจภักดิ์รักเจ้าเพียงผู้เดียว หากข้าได้มาเป็นแม่เรือน จะรักมิรู้เบื่อ เชื่อมิรู้หน่าย แม้ตายจากข้าก็จักเฝ้ารอทุกชาติภพ หากข้าแหนงหน่ายต่อนางแม้สักเมื่อเชื่อวัน ขอให้ข้าจงตายในสามวันเจ็ดวันเถิด”

ทศพลสะดุ้งตื่นหลังจากนั้น ภาพในฝันนั้นชัดเจนและเหมือนจริงจนแทบไม่น่าเชื่อ

“ผมคือไชยสิงห์งั้นเหรอ”

“เมื่อเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปีที่แล้ว...ท่านคือไชยสิงห์ แม่ทัพใหญ่แห่งปัตตนคร”

“แล้วคุณล่ะ คุณเป็นใคร”

“เชื่อเถิด...ท่านไม่อยากรู้หรอกว่าข้าเป็นใคร”

ooooooo

ไม่ใช่แค่ทศพลที่ฝันประหลาด เห็นนางไม้หน้าตาเหมือนคำแก้ว คำแก้วก็ฝันเรื่องเหลือเชื่อ

ไม่ต่างกัน น่าอายกว่าด้วยซ้ำเพราะดันฝันถึงทศพล

คำแก้วสงสัยว่าตนอาจมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกับทศพลแต่ยังไม่อยากตามหาความจริงตอนนี้ ต่างจากทศพลที่หมกมุ่นกับความฝันและการระลึกชาติจนต้องไปเลียบๆเคียงๆถามเชษฐ์หนุ่มธรรมะธัมโมประจำกลุ่ม

“มันจะไม่ดูงมงายไปหน่อยเหรอวะ เชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้”

“วิทยาศาสตร์ทั่วไปมีขอบเขตทางกายภาพ ใช้วัดตรรกะทางจิตไม่ได้ อย่างน้อยฉันก็เชื่อการเวียนว่ายตายเกิด”

“แกเชื่อเพราะศาสนาบอกให้แกเชื่องั้นหรือ”

“ก็ไม่เชิง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสสารไม่มีวันสูญหายแต่เปลี่ยนรูปได้ เหมือนข้าวที่เรากินเข้าไปแล้วกลายเป็นพลังงานและของเสียที่เราขับถ่ายออกมา ข้าวไม่ได้หายไปไหน แค่แปรสภาพไปเท่านั้น”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 3 วันที่ 24 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ