อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 4 วันที่ 24 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 4 วันที่ 24 ก.ย.59

เมื่อถึงเวลาตัดสินว่าจะเลือกชุดไหนไปแสดง จรรยาบอกกลุ่มนางว่าทีมสายสุดาเก่งมากซิสเตอร์ให้ผ่านอยู่ทีมเดียวลุ้นให้ทีมนางสู้ๆ นางบอกมาเรียว่าแพ้ชนะไม่สำคัญ แต่เราต้องแสดงสปิริตให้ทุกคนเห็นความสามารถของเรา

“ถ้าเราสู้ด้วยใจ เราก็ไม่แพ้ใครหรอก” สินีนาฎปลุกใจ แล้ว นาง สินีนาฎ และฮองลันก็ยื่นมือไปวางทับกันอย่างมีกำลังใจ มาเรียวางมือทับไปเป็นคนสุดท้าย เปล่งเสียงขึ้นพร้อมกัน

“สู้!”

ผลการตัดสินทีมที่ได้รับเลือกไปแสดงในงานของสถานกงสุลคือ ทีมแองเจิ้ล ของกลุ่มสายสุดา พวกเธอกระโดดกอดกันด้วยความดีใจไม่วายเย้ยกลุ่มนางว่ารสชาติของความพ่ายแพ้แซ่บไหม นางปลอบมาเรียว่าไม่ต้องเสียใจเราทำเต็มที่แล้ว



“มีอีกทีมคะ” เสียงซิสเตอร์เทเรซ่าประกาศต่อ “อีกทีมที่คะแนนเท่ากันได้ไปแสดงด้วย คือ ทีมวอยส์ออฟเลิฟ”

กลุ่มนางดีใจสุดๆ โผกอดมาเรีย มาเรียดีใจจนน้ำตาซึม...

ooooooo

สายสุดาเยาะเย้ยพวกนางว่าที่ซิสเตอร์ให้ทีมตนชนะเพราะสงสารคนพิการ นางย้อนอย่างสมเพชว่าเธอน่าสงสารมากกว่ามาเรียเสียอีก เธอใจพิการเพราะชอบดูถูกคนอื่นคนขี้อิจฉาอย่างนี้ไม่มีความสุขหรอก

มีนากับจอยคามออกรับแทนเพื่อน ถามนางว่ารู้หรือไม่ว่าสายสุดาเธอเป็นลูกลอร์ด นางผงะถามว่าหลอด?

มีนาบอกว่าลอร์ดที่แปลว่าเจ้าพระยาน่ะ นางร้องอ๋อบอกว่านึกว่าหลอดกาแฟ สายสุดาปี๊ดจะเอาเรื่องก็พอดีซิสเตอร์ออเดรย์เข้ามาถามว่ามีอะไรกัน พอรู้เรื่องก็ให้นางขอโทษสายสุดา

นางยอมขอโทษโดยดีบอกว่าตนเสียใจที่บางทีก็พูดไปก่อนคิดไม่ทัน ไม่ได้ตั้งใจจะล้อพ่อของสายสุดาจริงๆซิสเตอร์ออเดรย์ให้นางขอโทษแล้วจบเรื่อง แต่นางต้องไปคัดลายมือมาร้อยจบว่า “ต่อไปนี้หนูจะคิดให้มากก่อนพูด”

เมื่ออยู่กันสองคน ซิสเตอร์ออเดรย์เตือนนางว่าต่อไปจะพูดอะไรเกี่ยวกับคุณพ่อของสายสุดาต้องระวังให้มาก เพราะคุณพ่อของสายสุดาก็คือคุณพ่อของท่านกงสุลธนาธิปด้วย นางฟังแล้วเหวอ คิดไม่ถึง ต้องมาบ่นกับสินีนาฎว่าไม่น่าเชื่อว่าสองคนนี้จะเป็นพี่น้องกัน เพราะนิสัยต่างกันมาก พาลไม่ชอบหน้าธนาธิปไปด้วย

รุ่งขึ้นเป็นวันที่จะต้องไปงานกันแล้ว จรรยาตรวจจำนวนคน ขาดนางกับสายสุดาเพิ่งออกจากห้องน้ำ สองคนมาถึงพอดีรถตู้ของสถานกงสุลก็มาถึงพอดี สายสุดาเล่นแง่ไม่ยอมขึ้นรถคันเดียวกับนาง แต่พอเห็นคนขับรถคือคัมพลลงมาเชิญขึ้นรถ สายสุดาก็สะเทิ้นเขินอายจนเก็บอาการไม่อยู่ ขึ้นรถไปอย่างว่าง่าย

ซิสเตอร์ฟรานซิสกับออเดรย์มองอย่างไม่สบายใจเพราะนักเรียนโรงเรียนโน้นชอบมาจีบนักเรียนโรงเรียนเราทุกยุคทุกสมัย ถามคัมพลแล้วได้ความว่าคนขับรถของสถานกงสุลลาเพราะภรรยาคลอดลูก ซิสเตอร์ออเดรย์กำชับว่า

“เอาเถอะ เอาเป็นว่าอย่าไถลไปที่อื่น รีบพาไปส่ง ท่านกงสุล กำชับด้วยว่าอย่ามาส่งเกินสี่โมงเย็นเข้าใจนะ”

ได้ออกมานอกโรงเรียนก็ตื่นเต้นแล้ว นางตื่นเต้นยิ่งขึ้นเมื่อเห็นชัยพงษ์ขี่บิ๊คไบค์ตีขนาบแล้วจะแซงรถตู้ ตื่นเต้นจนอุทาน “โหย มอไซค์เท่เลย” คัมพลบอกว่าพี่ชายตนเดี๋ยวก็เจอกัน นางบอกว่าเดี๋ยวเจอกันจะขอลองขี่บิ๊กไบค์บ้าง

พอถึงสถานกงสุล ชัยพงษ์ลงจากรถเอากล่องขนมให้บันลือแบบรู้กัน บันลือขอบคุณบอกว่าขนมที่ร้านส่งมาให้แล้วตนให้จัดไว้ที่ครัวเย็น
พอลงจากรถสินีนาฎก็กระซิบบอกนางว่าปวดฉี่ทนไม่ไหวแล้ว นางจะไปเป็นเพื่อน แต่มาเจอบันลือก่อนนางใจไม่ดีกลัวความแตกว่ารู้จักกันมาก่อน แต่บันลือทำเป็นไม่รู้จักเชิญทุกคนเข้าไปข้างในอ่อยว่ามีขนมให้ทานเชิญตามสบาย นางแอบขอบคุณบันลือที่ทำเป็นไม่รู้จักตนซ้ำยังกระซิบว่ามีคุกกี้อร่อยมากตนเก็บไว้ให้เป็นพิเศษแล้ว

สินีนาฎเข้าห้องน้ำออกมาแล้วไปห้องไม่ถูก ขณะหันรีหันขวางไม่รู้จะไปทางไหนก็เจอชัยพงษ์เข้าพอดี ชัยพงษ์เห็นสินีนาฎก็ปิ๊งทันทีบอกตัวเองว่าคนนี้แหละสเปกเลย! พอรู้ว่าสินีนาฎมาห้องน้ำแล้วกลับห้องไม่ถูกก็อาสาไปส่งอย่างกระตือรือร้น

นางเห็นสินีนาฎยังไม่กลับมาจึงจะไปตาม คัมพลจะไปด้วย สายสุดาที่แอบชอบคัมพลอยู่เห็นดังนั้นก็ไม่พอใจขยี้ดอกไม้ที่กำลังร้อยมาลัยจนแหลกคามือ

คัมพลกับนางและชัยพงษ์กับสินีนาฎมาเจอกัน นางจำชัยพงษ์ได้ว่าเป็นคนขี่บิ๊กไบค์เมื่อกี๊ อ้อนขอลองขี่บิ๊กไบค์บ้าง ชัยพงษ์โอเคทันที นางหันไปชวนสินีนาฎไปด้วยกัน คัมพลอ้อนขอไปด้วย ไปๆมาๆเลยชวนไปด้วยกันทั้งหมดเลย

ธนาธิปมาเจอ พอรู้ว่านางอยากขี่บิ๊กไบค์ก็สั่งห้ามเด็ดขาด ถ้าฝืนคำสั่งตนจะเป็นคนลงโทษเอง พูดแล้วผละไปเลย

“โห...ลุง...ไม่เข้าใจวัยรุ่นเลย” นางตะโกนตามหลัง มองตามตาละห้อย

ooooooo

การแสดงเริ่มแล้ว การแสดงตีกลองสะบัดชัยกับการเต้นลาวกระทบไม้และเล่นยิมนาสติกลีลาใหม่ของสายสุดาได้รับเสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน กงสุลใหญ่มอบช่อดอกไม้ให้ชมว่าเก่งมาก สายสุดายิ้มปลื้ม และยิ่งปลื้ม เมื่อเห็นคัมพลตบมือสูงๆให้ คัมพลทึ่งมากเอ่ยกับชัยพงษ์ว่านึกว่าอยู่ในรั้วคอนแวนต์จะเป็นแต่สีซอเล่นเปียโนเสียอีก

“ชักอยากรู้แล้วสิว่านางกับสินีนาฎจะแสดงอะไร” ชัยพงษ์ใจจดจ่ออยู่กับสินีนาฎ

รายการต่อมา มาเรียออกมาร้องประสานเสียงกับนาง สินีนาฎและฮองลัน เมื่อถึงท่อนฮุกมาเรียโชว์เดี่ยวได้อย่างเพราะพริ้ง พอร้องเพลงจบผู้ชมพากันลุกขึ้นปรบมือกึกก้องยาวนานยิ่งกว่าของสายสุดา กงสุลใหญ่ขึ้นมอบช่อดอกไม้ให้มาเรีย ยังความปลื้มปีติแก่มาเรียจนน้ำตาไหล มาเรียกอดเพื่อนๆทั้งสามขอบใจทุกคนที่ทำให้ตนมีวันนี้

งานนี้ธนาธิปชมนางว่า “เธอนี่แปลกนะ เวลาซนก็ซนเกินเด็กผู้หญิง แต่เวลามีสาระก็ได้งานได้การดีเหมือนกัน รู้ไหมว่าสิ่งที่เธอทำให้มาเรียนั้นมีค่ามาก”

“มันเป็นหน้าที่ของเพื่อนค่ะ คำว่าเพื่อนไม่ใช่เจอหน้าพูดคุยเล่นหัวสนุกไปวันๆ แต่เราต้องช่วยเหลือ ไม่ทอดทิ้งกัน มาดามสอนว่า เพื่อนที่ดีต้องเจริญไปด้วยกันค่ะ”

ธนาธิปปรบมือให้นางล้อๆหยอกว่าในที่สุดคำพูดของซิสเตอร์ก็ไม่เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา นางบอกว่าตนฟังแล้วเก็บไปคิดทุกเรื่องแหละ ที่คิดมากเป็นพิเศษก็คือธรรมะของเขา

ooooooo

สินีนาฎมีปมด้อยเรื่องครอบครัว ยิ่งแม่ทิ้งช่วงไม่ได้มาเยี่ยมและไม่มีแม้แต่จดหมายมาก็คิดหนักซึมเศร้าจนนางเป็นห่วง จึงแอบพาไปที่บ้านพักกงสุลหวังได้รับคำแนะนำดีๆจากธนาธิป

แม้ธนาธิปจะดุที่นางมาแบบนี้อีกซ้ำพาเพื่อนมาด้วย แต่พอรู้ปัญหาของสินีนาฎก็ให้ความช่วยเหลือช่วยโทรศัพท์หาแม่เธอ แต่ไม่มีคนรับสาย แม้ติดต่อแม่ไม่ได้แต่สินีนาฎก็ซาบซึ้งใจที่ธนาธิปช่วยเหลือ นางเองก็ขอบคุณ ก่อนกลับยังบอกว่าแล้วจะมาใหม่

“ไม่ต้องมาแล้วบอกแล้วไงว่ามันผิดกฎ สักวันฉันคงต้องเสียคนเพราะเด็กกะโปโลอย่างเธอแน่” ธนาธิป ปราม นางฉีกยิ้มให้แล้วผลุบหายไป พอนางไปแล้วธนาธิปก็เผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัว

พอกลับถึงห้องนอน ก็เจอซิสเตอร์ฟรานซิสมาตรวจพอดี เลยแกล้งทำเป็นละเมอเดินไปชนเตียง

ซิสเตอร์ฟรานซิสเชื่อสนิทพากลับไปนอนเตียงแล้วออกไป

ที่ห้องซ้อมดนตรีเกิดความหวาดกลัวกันขึ้นมาอีกเมื่อจอยคามไปซ้อมดนตรีแล้วได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ดังมาตลอดเวลา เมื่อบอกแม่อธิการ ท่านเดินขึ้นไปตามเสียงร้องไห้ เจอซิสเตอร์ปอลลีนยืนหันหลังร้องไห้สะอึกสะอื้น บอกแม่อธิการว่าตนไม่อยากมีชีวิตต่อไปแล้ว ตนเป็นคนไม่มีค่า

ซิสเตอร์ปอลลีนเป็นโรคซึมเศร้าและช่วงนี้ไม่ได้กินยาเพราะไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าตนเป็นคนบ้า แม่อธิการอธิบายให้เข้าใจว่าเธอไม่ได้เป็นบ้าแค่ไม่สบาย และอาการจิตใจหดหู่เศร้าหมองนั้นรักษาได้ ขอแต่ให้เธอพยายาม ตนก็จะสวดมนต์อ้อนวอนพระเจ้าให้เธอกลับมามีชีวิตที่สดใส ทำให้ซิสเตอร์ปอลลีนมีความหวังจนยิ้มออก

สินีนาฎก็สดใสขึ้นเมื่อนางชี้ให้เห็นว่า ที่แม่ส่งเธอมาเรียนที่นี่ก็เพราะรักและอยากให้มีอนาคตที่ดี แต่ไม่ว่าอย่างไรถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็ให้รู้ไว้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอยังมีตนเป็นเพื่อนเสมอ

นางพยายามทำตามที่พ่อสอนว่าให้อดทน และปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพใหม่ให้ได้ ทำให้นางนอกจากปรับตัวเองได้แล้วยังช่วยเพื่อนๆทั้งมาเรียและสินีนาฎที่มีปัญหาได้ ทำให้เธอมีกำลังใจและมีความสุข จนเขียนจดหมายบอกพ่อกับแม่ว่า

“พ่อกับแม่คะ ชีวิตในโรงเรียนคอนแวนต์ที่นี่ มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทั้งหมดหรอกค่ะ”

ooooooo

วันนี้ ซิสเตอร์ฟรานซิสประกาศตรวจของนักเรียนเกรด 10 นักเรียนต่างตื่นตกใจเพราะไม่รู้ตัวล่วงหน้าเลยเก็บซ่อนของไม่ทัน ทุกคนถูกตรวจและยึดของผิดระเบียบคนละอย่างสองอย่างแล้วจดลง แบล็กบุ๊ก

เมื่อถึงเวลาชำระคดี แต่ละคนถูกลงโทษตามความผิดของตน นางไม่มีของผิดระเบียบแต่ใส่ถุงเท้าแล้วไม่ซักยัดไว้เต็มถุง ถูกหักคะแนนและให้คุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าแม่พระจนกว่าจะหมดคาบเรียน

ซิสเตอร์ฟรานซิสเอาของที่ยึดได้ไปใส่ไว้ในตู้ นางเห็นโทรศัพท์มือถือของตนอยู่ในตู้ ฉุกคิดถึงสินีนาฎอยากได้มาให้เพื่อนโทร.หาแม่ จึงวางแผนกับเพื่อนๆจะเอาโทรศัพท์มา สายสุดาเสียดายลิปกลอสที่ซื้อมาใหม่ไม่ทันได้ใช้ก็ถูกยึดไปอยากได้คืน นางเสนอว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้องมาร่วมมือกัน

นางเป็นหัวโจกวางแผนไว้อย่างละเอียดให้เพื่อนๆ แต่ละคนทำหน้าที่ต่างกันแต่ตัวเองจะเป็นคนเข้าไปเอาของในตู้ และเมื่อได้ของมาเมื่อไหร่ก็ทางใครทางมันเหมือนเดิม

แผนการของนางล้มเหลวไม่เป็นท่าเมื่อถูก

สายสุดา “หักหลัง”นำความไปฟ้องซิสเตอร์จนถูกจับได้ แต่ผู้ที่จับได้เป็นซิสเตอร์เทเรซ่าที่มีความหลังกับพ่อของนาง เมื่อนางสารภาพผิดและสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ซิสเตอร์เทเรซ่าที่อยู่เวรแทนเพื่อนจึงปล่อยให้ไปนอน นางเข้าห้องนอนเห็นพวกสายสุดานอนหลับสบายอยู่เลยแก้เผ็ดแอบวาดหนวดแมวที่หน้าสายสุดา

รุ่งเช้า จอยคามกับมีนาต้องช่วยกันลบหนวดแมวที่หน้าสายสุดาถูกันแทบถลอกแต่ไม่ออก นางกับสินีนาฎพูดกันขำๆว่าใครจะไปรู้ว่าปากกานี้ลบไม่ออก ฝ่ายสายสุดาได้แต่เก็บความแค้นไว้พูดไม่ออกเพราะตนหักหลังนางเอง

ooooooo

วันนี้เป็นวันหยุดบรรยากาศในโรงเรียนจอร์จทาวน์อะคาเดมี่คึกคักเป็นพิเศษเพราะผู้ปกครองต่างมารับลูกหลานตัวเองไปพักผ่อน พิทักษ์ก็มารับคัมพลเช่นกัน เขาบอกว่าเด่นชาติจะมาถึงตอนบ่าย ชวนไปรับนางออกมาก่อนดีไหม

คัมพลแอบดีใจที่จะได้เจอนาง เมื่อไปรับนาง นางกลัวสินีนาฎจะเหงาและคิดมากจึงขอพาสินีนาฎไปด้วย แล้วทั้งหมดก็ไปพบกับเด่นชาติและเอมอรที่ร้านอาหารในโรงแรมหรู ครู่เดียวธนาธิปก็เข้ามากับชัยพงษ์ ทั้งหมดจึงร่วมโต๊ะกันเพราะรุ่นพ่อเป็นเพื่อนสนิทกัน

เพราะเด่นชาติติดธุระจึงจะกลับกับเอมอรก่อน คัมพลขออนุญาตพานางกับสินีนาฎไปปีนังฮิลล์และจะพาไปส่งโรงเรียนให้ตรงเวลา พิทักษ์จึงให้ชัยพงษ์ไปช่วยดูแล ธนาธิปจึงไปส่งเด่นชาติกับเอมอรขึ้นเครื่องที่สนามบิน กำชับพี่ชายให้ดูแลนางกับสินีนาฎให้ดีด้วย
การไปปีนังฮิลล์เลยกลายเป็นจับคู่กันพอดี

สินีนาฎบอกนางว่าอยากโทร.หาแม่ นางจึงขอยืมโทรศัพท์ของชัยพงษ์ให้โทร. ปรากฏว่าโทร.ติดและแม่รับสาย สินีนาฎดีใจมาก สองแม่ลูกบอกรักและคิดถึงกัน แต่น้ำเสียงของแม่ดูร้อนรน คุยไม่กี่คำก็วางสาย เพราะที่บ้านกำลังถูกเจ้าหน้าที่มายึดทรัพย์เพราะถูกเพื่อนหักหลังทางธุรกิจถูกฟ้องล้มละลาย แต่แม่ปิดบังสินีนาฎไม่อยากให้ลูกไม่สบายใจ

คัมพลเห็นแววตาพี่ชายวิบวับผิดปกติถามว่าชอบนางหรือ ชัยพงษ์บอกว่าเกรียนๆแบบนั้นไม่ใช่สเปก แล้วมองสินีนาฎเคลิ้ม คัมพลแซวพี่ชายว่า “ผมช่วยเชียร์เต็มที่เลย ผมว่าแล้วอย่างพี่มันแพ้ทางหวาน”

แล้วสองคู่ก็ไปเที่ยวอย่างลงตัว สมใจ

ooooooo

ระหว่างไปซื้อน้ำด้วยกัน ชัยพงษ์คุยกับสินีนาฎถึงการมาเรียนที่วิคตอเรียคอนแวนต์และครอบครัว จึงรู้ว่าพ่อกับแม่เธอแยกทางกันแม่จึงส่งเธอมาเรียนที่นี่ ทำให้ชัยพงษ์เข้าใจและคุยกันสนิทสนมยิ่งขึ้น

ที่จุดชมวิว นางกับคัมพลกำลังถ่ายรูปกันอยู่ ปีเตอร์กับเดวิดคู่ปรับเก่ามาเจอเข้า ทั้งสองให้นักเลงแถวนั้นสองคนเล่นงานคัมพลแล้วหลบไป นักเลงทั้งสองแกล้งเดินชนคัมพลและหาเรื่องชกต่อยกัน นางพยายามห้ามและช่วยคัมพล

ชัยพงษ์ซื้อน้ำกลับมาเห็นพอดี เขาทิ้งน้ำวิ่งไปช่วยน้อง พอพวกนั้นชะงัก ทั้งสี่ก็พากันวิ่งมาสถานีรถราง ชัยพงษ์พาสินีนาฎขึ้นรถราง แต่นางวิ่งหกล้มขึ้นรถไม่ทัน คัมพลฉุดนางลุกขึ้นแล้วพาไปหลบที่ตู้รถรางร้างบอกว่าอย่าออกไปไหนจนกว่าตนจะกลับมา สินีนาฎเป็นห่วงนางจะไปตาม ชัยพงษ์จึงโทร.แจ้งธนาธิป ธนาธิปให้ชัยพงษ์พาสินีนาฎไปส่งที่คอนแวนต์และเล่าให้ซิสเตอร์ฟังด้วย แล้วตัวเองก็รีบไปที่สถานีรถราง
พอรถรางมาจอด เดวิดกับปีเตอร์รีบลงรถแล้ววิ่งอ้าวไป ธนาธิปสงสัยว่าสองคนนี้มีพิรุธ แต่มีเสียงประกาศว่าวันนี้รถรางจะหยุดให้บริการเร็วกว่าปกติ ธนาธิปจึงรีบขึ้นรถรางไป

ธนาธิปตามไปเจอคัมพลกำลังถูกนักเลงสองคนรุม ธนาธิปสวมวิญญาณนักสู้เข้าไปช่วยคัมพลสับฝ่ามือเข้าที่กระเดือกของนักเลงคนหนึ่งจนมันหายใจไม่ออก ส่งสัญญาณให้คัมพลหยิบมีดของนักเลงที่หล่นอยู่ส่งให้ แล้วตรงเข้าเล่นงานมัน คัมพลตัดสินใจร้องตะโกน

“ตำรวจช่วยด้วยครับ!”

นักเลงทั้งสองจึงวิ่งหนีไป ธนาธิปถามหานาง พอดีมีเสียงประกาศเป็นครั้งสุดท้ายว่ารถรางเที่ยวสุดท้ายกำลังจะออกภายในห้านาที ธนาธิปกับคัมพลจึงรีบออกไป พอไปเจอนางไฟรอบๆก็ดับลงเพราะปีนังฮิลล์ปิดทำการแล้ว

ธนาธิปโทร.หาบันลือ บันลือบอกว่าตนจะส่งรถขึ้นไปรับแต่ถนนที่ขึ้นปีนังฮิลล์ถูกตัดขาดช่วงหนึ่งเพื่อซ่อมแซม รถขึ้นไม่ได้นอกจากจะประสานกับตำรวจเอาเฮลิคอปเตอร์ขึ้น ธนาธิปบอกว่าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ ถามว่าทางเดินเท้าล่ะ?

“ห้าชั่วโมงครับมืดมากแล้วอันตรายเกินไป แถมคุณคัมพลก็บาดเจ็บด้วย” ธนาธิปถามว่าแล้วจะทำอย่างไรดี

บันลือจึงเสนอว่าตนรู้จักกับเจ้าของโรงแรมบนปีนังฮิลล์ เป็นโรงแรมเล็กๆ มีไม่กี่ห้อง ตนติดต่อไปแล้วตอนนี้มีเหลืออยู่สองห้องพอดี ให้ธนาธิปอยู่กับคัมพล แล้วจะให้ทางโรงแรมจัดแม่บ้านอยู่เป็นเพื่อนนางอีกห้องหนึ่ง พักที่นั่นรอพรุ่งนี้เช่ารถรางขบวนแรกเริ่มตอนเจ็ดโมง ตนจะไปรับลงมาเอง

ธนาธิปรู้สึกตัวเองอยู่ในสภาพทรุดโทรมจากการต่อสู้กับนักเลง คิดหาทางที่จะทำให้ดูดีสะอาดกว่านี้ ในที่สุดก็ได้ชุดพนักงานของโรงแรมมาแก้ขัด ทั้งสามในชุดพนักงานนั่งมองกันแล้วอดขำไม่ได้

เมื่อกลับไปห้องพักรอบันลือมารับ นางโทรศัพท์คุยกับพ่อและแม่อย่างใจเย็นว่า

“พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ นางปลอดภัยดี มีพี่คัมพลกับลุง เอ๊ย...กงสุลอยู่ด้วยค่ะ” แล้วนางก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน จนธนาธิปถามว่าไม่เดือดร้อนอะไรเลยหรือ “ก็นางไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ แถมมีผู้ปกครองอยู่ด้วยทั้งคน ไม่เห็นต้องกลัวเลย สู้นั่งชมวิวปีนังแล้วเก็บภาพสวยๆเอาไว้นึกถึงตอนที่กลับไปที่โรงเรียนดีกว่า”

“แต่ฉันว่าเธอควรเตรียมตัวอธิบายไว้ให้ซิสเตอร์บ้างนะ” ธนาธิปเตือนขรึมๆ

ooooooo

ธนาธิปโทร.รายงานคุณแม่อธิการเรื่องนางต้องค้างบนปีนังฮิลล์คืนนี้ คุณแม่อธิการตกใจและไม่พอใจมาก สายสุดากับพวกมาแอบฟังยิ้มร้ายสะใจว่าคราวนี้นางเสร็จแน่

แล้วทั้งสามก็คาบข่าวมาเม้าท์มั่วว่า นางค้างกับผู้ชายสองต่อสองทั้งคืนบ้าง นางถูกไล่ออกจากโรงเรียนที่กรุงเทพฯมานับไม่ถ้วนแล้วบ้าง สอบตกคบผู้ชายใจแตกบ้าง สินีนาฎทนฟังไม่ได้โต้ว่าไม่จริงนางไม่ได้เป็นอย่างนั้น

“หยุดได้แล้วสายสุดา เธอกับเพื่อนไม่ควรพูดจาให้ร้ายคนอื่นโดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ และถ้ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูดพวกเธอต้องขอโทษนางต่อหน้าเพื่อนทุกคนเข้าใจไหม” ซิสเตอร์ฟรานซิสเดินเข้ามาดุ ทุกคนจึงเงียบกริบ กลุ่มสายสุดารับคำหน้าจ๋อย เมื่อซิสเตอร์ ฟรานซิสบอกให้เข้านอนและห้ามคุยเรื่องนี้อีก ทุกคนรับคำกลับเตียง

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 4 วันที่ 24 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ