อ่านละครนาคี ตอนที่ 4 วันที่ 25 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 4 วันที่ 25 ก.ย.59

“ก็ไม่เชิง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสสารไม่มีวันสูญหายแต่เปลี่ยนรูปได้ เหมือนข้าวที่เรากินเข้าไปแล้วกลายเป็นพลังงานและของเสียที่เราขับถ่ายออกมา ข้าวไม่ได้หายไปไหน แค่แปรสภาพไปเท่านั้น”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงจำเรื่องราวในชาติที่แล้วไม่ได้”

“การระลึกชาติคือการเรียกสัญญาเก่าหรือการ กำหนดได้หมายรู้ให้กลับคืนมาจากสิ่งกระทบ ถ้าไม่มีสิ่งกระทบที่เป็นสัญญาเก่าก็ย่อมจำเรื่องราวในอดีตชาติไม่ได้”

“สัญญาเก่างั้นเหรอ”



“เออ...แต่อย่างแกน่ะไม่ใช่สัญญาเก่าหรอก เขาเรียกว่าหมกมุ่น!”

พิธีบวงสรวงพญานาคใกล้เข้ามาทุกที กำนันแย้มเลยเกณฑ์สาวพรหมจรรย์ทั้งหมู่บ้านมาซ้อมรำถวายเจ้าแม่นาคี ลำเจียกก็เข้าร่วมด้วยแต่เพราะจำท่ารำไม่ได้เลยถูกทำโทษหลายครั้ง ในที่สุดสาวสวยประจำหมู่บ้านลูกสาวคนเดียวของกอก็ทนไม่ไหว ประกาศกร้าวจะไม่รำอีกต่อไป กำนันแย้มได้ยินเลยดุเสียงเข้มว่าเป็นกฎ ไม่มีข้อยกเว้น

“ทีนังคำแก้วมันก็ยังไม่มีผัวเหมือนกัน ทำไมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวมา”

หมออ่วมผ่านมาได้ยินเลยโพล่งตอบแทน “นังคำแก้วมันไม่มารำก็เพราะมันกลัวอาถรรพณ์สุริยคราสจะทำให้มันกลายเป็นงู เมื่อใดนาคราชกลืนดวงตะวันจนมืดมิด เจ้าแม่นาคีจะมีฤทธิ์คืนร่างเป็นงูใหญ่ พวกเอ็งจะได้เห็นเป็นบุญตา”

ชาวบ้านต่างหวาดกลัวเพราะเรื่องของคำแก้วฟังดูเข้าเค้า กำนันแย้มเลยออกคำสั่งกับลูกชาย

“ไอ้เลื่อง...เอ็งไปลากตัวนังคำแก้วมา ถ้ามันดื้อด้านไม่ยอมมารำ เอ็งก็ปล้ำมันทำเมียให้มันเสียพรหมจรรย์ซะ!”

คำแก้วไม่มีทางเลือกต้องตามเลื่องมาซ้อมรำ แต่ก็ไม่วายแผลงฤทธิ์ใส่กำนันแย้ม

“กฎพวกนี้ลุงกำนันกับหมออ่วมรวมหัวกันตั้งขึ้นมาทั้งนั้น” กำนันแย้มโมโหแต่คำแก้วก็ไม่สน “หรือฉันพูดไม่จริง ในที่นี้มีใครติดต่อเจ้าแม่นาคีได้บ้าง ทุกคนก็ฟังแต่หมออ่วมพูดเองเออเองกันทั้งนั้น”

“เอ็งไม่นับถือหมออ่วมข้าไม่ว่า แต่เอ็งอย่าลบหลู่เจ้าแม่นาคี มันจะพากันฉิบหายกันไปหมด”

“ฉันไม่ได้ลบหลู่เจ้าแม่นาคี แต่ฉันรับไม่ได้กับการวางอำนาจบาตรใหญ่ของลุงกำนัน”

“บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎเมือง ถ้าดื้อด้านไม่ยอมรับ เอ็งกับแม่ก็ไสหัวไปจากดอนไม้ป่าซะ”

“ฉันไม่ไป...เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิด”

“นังคำแก้ว...ข้าจะถามเอ็งเป็นครั้งสุดท้าย เอ็งจะรำหรือไม่รำ ถ้าไม่รำ ข้าจะให้ไอ้เลื่องปล้ำเอ็งทำเมีย”

เลื่องเกือบได้สมหวังแล้ว ถ้าคำปองจะไม่โผล่มาขวางและตอบรับคำสั่งของกำนันแย้มแทนลูกสาว คำแก้วไม่เข้าใจ คำปองเลยต้องลากตัวไปคุยอีกทางตามลำพังแม่ลูก

“ตอนแม่ตั้งท้องเอ็ง แม่เคยอธิษฐานว่าหากเอ็งรอดปลอดภัยมีครบสามสิบสอง แม่จะยกเอ็งให้เป็นลูกเจ้าแม่”

“ฉันเป็นลูกเจ้าแม่นาคีเหรอ”

“ถ้าเอ็งไม่ได้เป็นลูกเจ้าแม่ คงตายตั้งแต่คลอดแล้ว”

“เพราะอย่างนี้แม่ถึงยอมให้ฉันรำถวายเจ้าแม่นาคี”

“อย่างน้อยก็เป็นการตอบแทนเจ้าแม่ที่ให้เอ็งมีลมหายใจจนถึงทุกวันนี้”

“ฉันรู้แล้ว พรุ่งนี้ฉันจะตั้งใจรำถวายเจ้าแม่สุดฝีมือเลยจ้ะ”

ooooooo

คำแก้วซ้อมรำถวายเจ้าแม่นาคีกับแม่ตลอดบ่าย ส่วนทศพลก็วุ่นวายกับการสำรวจถ้ำใต้เทวาลัยพร้อมกับทัศนัยและเพื่อนๆ แต่ข้าวของโบราณชิ้นไหนก็ไม่ดึงดูดความสนใจเขาเท่าเทวรูปเจ้าแม่นาคี

วันชนะเห็นทศพลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับเทวรูปก็อดแซวไม่ได้

“ไงวะไอ้พล ฉันเห็นแกเอาแต่จ้องรูปปั้นนี่มาครึ่งวันค่อนวันแล้ว”

“สวย...สวยเหลือเกิน น่าจะเป็นคนจริงๆมากกว่าหินแกะสลัก”

“ยับยั้งชั่งใจบ้างโว้ย ถ้ายัยพิมพ์รู้ว่าแกนอกใจมาหลงรักรูปปั้นหินจะเป็นเรื่อง ฉันไม่อยากเห็นคนตบกับหิน”

“ฉันบอกแกรอบที่ล้านแล้วว่าฉันกับพิมพ์ไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“ตอนนี้ยังไม่เป็น ก็ทำให้เป็นสิวะ ยัยพิมพ์ให้ท่าแกขนาดนั้น”

“พิมพ์พรไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ฉันชอบ”

“แล้วแบบที่แกชอบเป็นยังไงวะ อย่าบอกนะเว้ยว่าแกชอบแบบรูปปั้นนี่”

“ถ้าฉันตอบว่าใช่...แกจะหาว่าฉันบ้าหรือเปล่า”

“รูปปั้นขอมอายุพันๆปี ถ้ามีผู้หญิงคนไหนหน้าตาแบบนี้คงเชยแย่”

ทศพลไม่เห็นด้วยสักนิด และเขาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อตัวเองเมื่อกลับถึงบ้านคำปองตอนเย็นและเห็นคำแก้วซ้อมรำถวายเจ้าแม่นาคีอย่างอ่อนช้อยและงดงาม

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณเพิ่งจะหัดรำเป็นครั้งแรก”

“ฉันก็แค่ทำตามที่แม่สอน รำบ่อยๆก็จำได้เอง”

“เสียดายที่พรุ่งนี้ผมไม่มีโอกาสไปดูคุณรำถวายเจ้าแม่นาคีที่เทวาลัย”

“กำนันแย้มก็เหลือเกิน ทำราวกับพวกคุณเป็นนักโทษอุกฉกรรจ์”

“ดอนไม้ป่าปกครองด้วยศาลเตี้ย ผิดถูกขึ้นอยู่กับกำนันแย้ม คุณทนอยู่ได้ยังไง ทำไมถึงไม่พาแม่ไปอยู่ที่อื่น”

“คุณจะให้ฉันกับแม่ไปอยู่ที่ไหน เราสองคนแม่ลูกไร้ญาติขาดมิตร ไม่อดตายก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

“ไปอยู่กรุงเทพฯกับผมเถอะคำแก้ว ไปให้พ้นจากที่นี่”

คำแก้วถึงกับนิ่งไปอึดใจ ไม่คิดว่าเขาจะชวนไปอยู่ด้วย

“ผมพูดจริงๆนะคำแก้ว ไปกรุงเทพฯด้วยกัน คุณ กับแม่มาอยู่บ้านผมก็ได้”

“ผู้หญิงบ้านป่าอย่างฉันไม่เหมาะกับเมืองฟ้าเมืองสวรรค์อย่างนั้นหรอก”

“แล้วถ้าคุณถูกคนพวกนั้นรังแกล่ะ”

“นั่นมันก็สุดแท้แต่โชคชะตา...”

โชคชะตาของคำแก้วไม่โชคดีเหมือนทศพลที่มีแต่คนเข้าใจ เพราะกำนันแย้ม หมออ่วมและกอคอยจับผิด มอบหมายให้ลำเจียกตามประกบเธอตอนรำถวายเจ้าแม่ นาคีในวันรุ่งขึ้น

“พ่อจะให้จับตาดูมันทำไม แม้แต่หน้ามัน ฉันยังไม่อยากจะมอง”

“นังคำแก้วมันเกิดวันสุริยคราส วันนั้นพายุถล่มทั้งหมู่บ้าน เจ้าแม่นาคีออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คน ข้ากำลังสงสัยว่านังคำแก้วจะเป็นบริวารเจ้าแม่นาคีมาเกิด”

“ถ้างั้นนังคำแก้วมันก็ไม่ใช่คนน่ะสิ เกิดนังนั่นมันกลายร่างเป็นงูขึ้นมา มันจะไม่ฆ่าฉันเหรอพ่อ”

“ตราบใดที่สวมแหวนพิรอด ก็ไม่มีวันที่งูตัวไหนจะทำอะไรเอ็งได้”

ooooooo

ลำเจียกไม่ใช่คนเดียวที่ต้องผวาเพราะคำแก้ว แม้แต่คำปองก็อดหวั่นไม่ได้ เกรงว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยกับวันที่มีสุริยคราสเมื่อสิบเก้าปีก่อน คำแก้วเลยต้องปลอบไม่ให้คิดมาก

“แม่อย่ากลัวไปเลย ถ้าไม่มีใครลบหลู่เจ้าแม่นาคีก็คงไม่เกิดอะไรขึ้น”

“แม่เสียพ่อเอ็งไปคนหนึ่งแล้ว ไม่อยากเสียเอ็งไปอีกคน”

“แม่บอกว่าฉันเป็นลูกเจ้าแม่นาคี เจ้าแม่ก็ต้องปกปักรักษาคุ้มครองฉัน ไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอะไรง่ายๆหรอก”

“คำแก้วเอ๊ย...ตั้งแต่เกิดมา เอ็งก็ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ”

“ฉันต่างจากเด็กคนอื่นยังไงเหรอจ๊ะ...”

คำปองถอนใจยาวก่อนจะย้อนอดีต เล่าเรื่องประหลาดของลูกสาวตั้งแต่แรกเกิดจนจำความได้ว่ามีเหตุยุ่งเกี่ยวกับงูมาตลอด แถมมีพฤติกรรมลอกคราบเหมือนงูด้วย คำแก้วอึ้งไปอึดใจก่อนโต้ว่าแม่คงคิดมากไปเอง เธอก็แค่หญิงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่มีจิตใจชั่วร้ายเลยเข้ากับงูได้เท่านั้น

ทศพลก็เก็บเรื่องคำแก้วไปคิดจนฝันเหมือนทุกคืน แต่ครั้งนี้ตื่นเต้นกว่าทุกครั้งเพราะเขาฝันว่านางในฝันเรียกให้เขาช่วย แต่เมื่อเขาได้เจอหน้า เธอกลับกลายเป็นงูขาวเผือกตัวใหญ่พุ่งมารัดตัวเขาไว้!

เรื่องเล่าจากอดีตและเหตุการณ์แปลกๆทำให้

คำแก้วกับทศพลเริ่มสงสัยในตัวกันและกันมากขึ้น เช่นเดียวกับพวกกำนันแย้มที่คิดว่าคำแก้วอาจไม่ใช่คนแต่เป็นบริวารของเจ้าแม่นาคีกลับชาติมาเกิด

หมออ่วมเห็นด้วย “ที่ไอ้กอว่ามาก็เข้าเค้า บ้านนังคำปองมีกลิ่นสาบงูเหม็นคลุ้งจนผิดสังเกต ข้ากำลังสงสัยว่าคำแก้วอาจเป็นบริวารของเจ้าแม่นาคีตัวไหนสักตัวอาศัยท้องนังคำปองมาเกิด”

“ถ้านังคำแก้วมันเป็นครึ่งคนครึ่งงูจริงอย่างที่ว่า ตอนเกิดสุริยคราส มันต้องคืนร่างเดิมให้พวกเราเห็น”

คิดได้ดังนั้นคำแก้วเลยกลายเป็นเป้าสนใจของพวกกำนันแย้ม ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ถูกจับตามองไปหมด จนกระทั่งได้ฤกษ์พิธีบวงสรวง เหล่าสาวๆจึงออกมาร่ายรำ พร้อมกับปรากฏการณ์สุริยคราสที่เริ่มโผล่ให้เห็นทีละน้อย

คำแก้วร่ายรำตามที่ถูกฝึก แต่ยิ่งรำก็ยิ่งเหงื่อแตก ดวงตาพร่าพราย เนื้อตัวอ่อนย้อยเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง และในเวลาเดียวกันนั่นเองที่บ้านคำปอง พิมพ์พรกับเจิดนภาก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อพยายามคาดคั้นความจริงเมื่อวันก่อนจากรัตนาวดี แต่ไม่ทันได้คำตอบ หญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายก็ถูกเปรตงูฆ่าหักคอต่อหน้าต่อตา!

ooooooo

พวกทศพลยังไม่รู้เรื่องรัตนาวดี มัวตื่นเต้นดีใจเมื่อทัศนัยค้นพบแผ่นจารึกอายุนับพันปีในถ้ำใต้เทวาลัย เช่นเดียวกับพวกกำนันแย้ม ต้องตะลึงตาค้างเมื่อได้ยินลำเจียกตะโกนลั่นว่าคำแก้วกำลังกลายร่างเป็นงู!

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความสับสนและอลหม่าน คำแก้วตกใจไม่แพ้คนอื่นเมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังจะกลายร่างเป็นงูจึงรีบหนีออกจากงานพิธีไปซ่อนตัวแถวเทวาลัย พวกทศพลก็ต้องแตกตื่นหนีตายให้วุ่นเมื่อจู่ๆก็เกิดแผ่นดินไหวในถ้ำใต้เทวาลัย ทำให้ทุกคนต้องรีบขนข้าวของโบราณออกไปให้มากที่สุด

งูเห่าสีน้ำตาลทองตัวใหญ่ชื่อวัชระปราการ บริวารเอกของเจ้าแม่นาคีเห็นคนเคลื่อนย้ายข้าวของ ทรัพย์สมบัติของเจ้าแม่นาคีก็ตั้งท่าจะขัดขวาง งูเขียวสองตัวเพื่อนของคำแก้วหรือแท้จริงคือเลื่อมประภัสร์กับฉัตรสุดา อดีตนางสนมคนสนิทของเจ้าแม่นาคี ต้องออกมาขวางไว้

“หากท่านออกไป พวกมนุษย์ย่อมแตกตื่น จักยิ่งเป็นภัยแก่คำแก้ว” เลื่อมประภัสร์ร้องเตือน

“อีกไม่นานเจ้าแม่ก็จักพ้นคำสาป กลับคืนเป็นนางพญานาคี กลับสู่วังบาดาลดังเดิม” ฉัตรสุดาเสริม

“เจ้ายังไม่รู้อีกรึฉัตรสุดา เจ้าแม่ตัดสินใจแล้วว่าจักเป็นมนุษย์ ไม่หวนกลับคืนเป็นพญานาคีอีก”

คำบอกเล่าของเลื่อมประภัสร์ทำให้วัชระปราการไม่ชอบใจเลย เพราะไม่อยากให้เจ้าแม่นาคีลดตัวมาเป็นมนุษย์

พวกทศพลขนข้าวของโบราณออกไปได้อย่างปลอดภัย แต่กระนั้นก็ต้องอึ้งในเวลาต่อมาเพราะข้าวของเหล่านั้นกลายเป็นหิน มีเพียงเทวรูปเจ้าแม่นาคีที่ทศพลพยายามแบกออกมาเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนไป นอกจากบริเวณหงอนบนหัวที่หลุดออกมาเพราะกระแทกพื้นระหว่างหนีออกจากถ้ำ

ส่วนคำแก้วก็รอดตายอย่างหวุดหวิด เพราะกายทิพย์ของเจ้าแม่นาคีสวดภาวนาช่วยไม่ให้คืนร่างเป็นงู และก่อนที่พวกทศพลจะขนของออกจากถ้ำ เจ้าแม่นาคีก็ปรากฏร่างเลือนรางให้เห็น พร้อมคำสัญญาจะทำทุกทางให้เขาจำอดีตชาติเมื่อครั้งเป็นแม่ทัพไชยสิงห์คนรักของเธอให้ได้

กว่าคำแก้วจะได้สติอีกครั้ง คำปองก็เกือบถูกชาวบ้านรุมทึ้ง โทษฐานมีลูกสาวเป็นบริวารของพวกงู แต่ทั้งหมดโดยเฉพาะพวกกำนันแย้มก็ต้องชะงัก เมื่อคำแก้วปรากฏตัวในสภาพปกติทุกอย่าง

หมออ่วมถึงกับพูดไม่ออก เพราะเข้าใจว่าคำแก้วจะกลายร่างเป็นงูไปแล้ว อึกๆอักๆจนถูกแขวะ

“ถ้างั้นเรื่องฉันเป็นครึ่งคนครึ่งงูก็แค่นิทานหลอกเด็กน่ะสิ ระวังนะ ปั้นน้ำเป็นตัว ระวังจะถูกถอนหงอกหมดหัว!”

ลำเจียกเห็นหมออ่วมหมดท่าเลยช่วยพูดว่าตนก็เห็นกับตาว่าคำแก้วมีผิวเหมือนเกล็ดงู แต่ก็ถูกตอกหน้าหงาย

“ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามากล่าวหากันพล่อยๆ ไม่อย่างงั้นฉันไม่ไว้หน้าแน่ ทั้งหัวหงอกหัวดำ!”

ooooooo

แม้จะเอาตัวรอดจากพวกกำนันแย้มมาได้แต่คำปองก็คาใจว่าเหตุใดลูกสาวคนเดียวถึงหนีไประหว่างพิธีรำถวายเจ้าแม่นาคี คำแก้วหน้าเจื่อนก่อนจะตีหน้าตายกลบเกลื่อนในอึดใจต่อมา

“ก็ฉันบอกแม่แล้วว่าฉันหน้ามืดจะเป็นลม ถ้ารำต่อฉันคงลงไปนอนกองอยู่ตรงนั้น ขายหน้าเขาเปล่าๆ”

“แต่พวกชาวบ้านเขาคิดว่าเอ็งหนี ทำให้พิธีแตก”

“คนมีปากก็พูดไป ใครจะคิดยังไงก็ช่าง มีอย่างที่ไหน คนจะกลายร่างเป็นงู...โกหกทั้งเพ!”

“เอ็งเป็นเด็กก็ไม่น่าไปลอยหน้าตีฝีปากกับหมออ่วมอย่างนั้น ชาวบ้านจะหาว่าแม่ไม่สั่งสอน”

“แม่ก็บอกเขาไปสิว่าแม่สอนแล้วแต่ฉันไม่จำเอง”

เรื่องวุ่นวายไม่ได้จบแค่นั้นอย่างที่คำแก้วหวัง เพราะทันทีที่กลับถึงบ้านก็ต้องเจอเรื่องสยดสยองเมื่อพิมพ์พรบอกว่ารัตนาวดีถูกเจ้าแม่นาคีเอาชีวิตไปแล้ว

คำปองแล่นไปแจ้งข่าวที่บ้านกำนันแย้มในเวลาต่อมา แต่กำนันขาใหญ่กลับไม่ยี่หระ

“เพื่อนเอ็งแค่ศพเดียวแลกกับชีวิตคนทั้งหมู่บ้านดอนไม้ป่าก็ถือว่าคุ้มค่า”

พิมพ์พรโกรธมาก ตอกเสียงกร้าว “คิดเหรอว่าเพื่อนฉันตายแล้วทุกอย่างจะจบ นางปีศาจเจ้าแม่นาคีจะต้องเอาชีวิตคนไปอีก ไม่แน่...รายต่อไปอาจจะเป็นพวกของกำนันบ้างก็ได้”

กำนันแย้มหัวเสียมากแต่ไม่ทันตอบโต้ ทัศนัยก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“พิมพ์พร...พอได้แล้ว ผมต้องขอโทษกำนันแทนลูกศิษย์ของผมด้วย”

“ผมเคยเตือนอาจารย์แล้ว ดอนไม้ป่าเป็นหมู่บ้านต้องคำสาป ในเมื่อไม่เชื่ออยากลองดีก็ต้องมีจุดจบอย่างนี้”

“ถนนซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะรีบไปจากดอนไม้ป่าทันที”

“หวังว่าพวกคุณจะไปแต่ตัว ไม่เอาอะไรติดไปด้วยหรอกนะ”

คำพูดแสดงความสงสัยของกำนันแย้มทำให้ทัศนัย ต้องยอมให้ตรวจที่พัก แต่รื้อทั้งบ้านคำปองก็ไม่พบ

สิ่งใด พวกกำนันแย้มเลยต้องกลับไปด้วยความเสียหน้าและผิดหวัง แต่ก็ไม่วายขู่ทิ้งท้าย

“ไม่มีก็แล้วไป แต่ผมจะเตือนพวกคุณไว้ สมบัติทุกชิ้นในเทวาลัยเจ้าแม่นาคีล้วนมีอาถรรพณ์ ถ้าไม่อยากมีอันเป็นไป อย่าได้แตะต้องเป็นอันขาด!”

ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดพวกกำนันแย้มถึงไม่เห็นเทวรูปเจ้าแม่นาคี แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะตามหาเหตุผล โดยเฉพาะทัศนัยซึ่งกำลังเครียดหนักที่พานักศึกษามาตายและลำบากติดแหง็กที่นี่ ทศพลต้องปลอบไม่ให้คิดมาก

“อาจารย์พาพวกเรามาที่นี่ทำไม...ลืมแล้วเหรอครับ ทุกคนต่างเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ ถ้าทำหน้าที่ในวันนี้อย่างดีที่สุดแล้ว ต่อให้พรุ่งนี้ต้องตาย...เราก็จะไม่เสียใจ”

ooooooo

การตายของรัตนาวดีทำให้สถานการณ์ของเหล่านักศึกษาและอาจารย์หนุ่มแย่ลง ทัศนัยจมปลักกับความรู้สึกผิดเพราะเป็นคนพานักศึกษาสาวมาตาย ทศพลต้องคอยปลอบไม่ให้คิดมาก โดยมีพวกนักศึกษาคนอื่นมองมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะรวมหัวกันไปพิสูจน์ความจริงบางอย่าง!

ทศพลไม่ได้ไปกับเพื่อนๆแต่ผละไปหาคำแก้วและถือโอกาสชวนเธอไปดูเทวรูปเจ้าแม่นาคี คำแก้วถึงกับอึ้งไปอึดใจเมื่อเห็นหน้าตาของเทวรูปชัดๆ

“เชื่อผมหรือยังล่ะว่าเทวรูปนี่หน้าเหมือนคุณราวกับแกะ ผมเห็นทีไรก็คิดถึงคุณทุกที”

“ถ้าไม่เห็นกับตา ฉันต้องคิดว่าคุณอำฉันเล่นแน่ๆ”

“รูปปั้นนี่อายุน่าจะเกือบๆพันปีแต่สภาพยังสมบูรณ์ อาจารย์ทัศนัยสันนิษฐานว่าอาจเป็นเทวรูปเจ้าแม่นาคี”

คำแก้วยกมือลูบใบหน้าของเทวรูปแผ่วเบา พลันก็ได้ยินเสียงสาปแช่งจากใครบางคนก้องในหัว

“ข้าขอสาปให้ร่างเจ้ากลายเป็นหิน ครึ่งหนึ่งเป็นคนแสดงถึงความดีงาม ส่วนอีกครึ่งเป็นงูแสดงถึงความชั่วร้าย วิญญาณของเจ้าจงสิงสถิตในร่างงูเผือกจำศีลภาวนาในถ้ำจวบจนครบหนึ่งพันปีจึงจักสิ้นเวร!”

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงใหญ่หลังจากนั้น คำแก้วสะดุ้งตื่นจากภวังค์ด้วยสีหน้างงๆ ทศพลเป็นห่วงอยากดูแลแต่เธอก็ผละหนี พร้อมกับความสงสัยในใจว่าเทวรูปนั้นถูกสาปจากใครกัน...

ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสาปเทวรูปเจ้าแม่นาคี แต่ที่รู้แน่คือเทวรูปนี้ไม่ได้ถูกหล่อจากหินหรือสำริดรมดำเหมือนเทวรูปอื่นๆ และทัศนัยก็เป็นผู้ค้นพบความจริงข้อนี้

“มันไม่เหมือนวัตถุอะไรทั้งสิ้น มันคล้ายศพอาบน้ำยาที่ขุดพบในพีระมิดของอียิปต์มากกว่า”

ทศพลซึ่งมานั่งดูเทวรูปด้วยความหลงใหลเหมือนเคย นิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ

“ศพอาบน้ำยาที่กลายเป็นหินน่ะเหรอครับอาจารย์”

“ใช่...แต่ถ้าจะให้แน่ใจต้องพิสูจน์ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เสียก่อน”

“ไม่น่าเชื่อ...ถ้าเป็นศพอาบน้ำยาจริง แล้วท่อนล่างที่เป็นงูนี่ล่ะครับ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 4 วันที่ 25 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ