อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 26 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 26 ก.ย.59

หน่วยกู้ภัยปรบมือโล่งอก บรรดานักเรียนที่รอฟังข่าวอยู่ต่างก็โล่งใจเมื่อซิสเตอร์ออเดรย์มาบอกว่าสินีนาฎปลอดภัยแล้ว สายสุดาที่เลี่ยงไปนั่งอยู่มุมหนึ่งเอ่ยอย่างรู้สึกผิดที่คำพูดของตนทำให้สินีนาฎจิตตก ร้องไห้พึมพำ

“ขอโทษนะสิ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

แต่เพราะสินีนาฎยังซึมเศร้า หมอจึงให้กินยาคลายเครียดให้หลับ

ที่หน้าห้องพยาบาล ธนาธิป ชัยพงษ์ นางและซิสเตอร์ออเดรย์คุยกันอย่างเป็นห่วง ชัยพงษ์บอกว่าตนไม่สบายใจเลยที่จะปล่อยให้สินีนาฎกลับเมืองไทย นางขอว่าให้อยู่ที่นี่ต่อเถอะ ชัยพงษ์ถามว่าให้รัฐช่วยเป็นกรณีพิเศษได้ไหม



“เราช่วยเขาได้เท่าที่เราช่วยคนอื่น กงสุลช่วยคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่มีการเลือก” ธนาธิปยืนหยัดหลักการ

“ใจร้าย” นางสะบัดหน้ามองไปในห้องพยาบาลขออนุญาตซิสเตอร์เข้าไปเฝ้าเพื่อน ซิสเตอร์ออเดรย์อนุญาตให้เฝ้าได้หนึ่งชั่วโมง นางดีใจรีบเข้าไปในห้อง

ooooooo

รุ่งขึ้น เมื่อสินีนาฎตื่นเธอไปนั่งเศร้าอยู่ในโบสถ์จนธนาธิปมาเจอถามว่าทำไมไม่ไปอยู่กับเพื่อน สินีนาฎบอกว่าตนไม่มีหน้าจะไปพบเพื่อนเพราะเมื่อวานก่อเรื่องไว้เยอะและไม่พร้อมจะตอบคำถามเพื่อนด้วย ธนาธิปจึงขอให้เธอสัญญาว่า

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรอย่าคิดทำร้ายตัวเองอีก เพราะถ้าเธอเป็นอะไรไปคนที่เสียใจที่สุดก็คือแม่”

“ค่ะ หนูสัญญา หนูเสียใจที่เกือบทำเรื่องโง่ๆ ลงไป” เธอร้องไห้หนัก ธนาธิปส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา...

พรุ่งนี้ชัยพงษ์จะมารับสินีนาฎไปส่งสนามบินเพื่อกลับบ้านแล้ว ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่าเธอไม่ยอมพบใครเลยแม้แต่นาง เธอเข้าโบสถ์อ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้าได้โปรดช่วยตนด้วย ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้ามานั่งคุกเข่าข้างๆ บอกว่า

“เมื่อประตูบานหนึ่งปิดลง ก็ยังมีหน้าต่างบานใหม่มาให้กับเราเสมอ...หากยังเสียเวลาหาทางเปิดประตูที่ปิดตายลง หนูจะมองไม่เห็นหน้าต่างบานใหม่ที่เปิดรออยู่ คนเราต้องเจอเรื่องไม่คาดฝันในชีวิตอีกมาก ฉันเชื่อว่าหนูเป็นคนเข้มแข็งและรับมือกับมันได้”

“ค่ะมาดาม” สินีนาฎตอบรับอย่างมีกำลังใจสู้

เช้านี้เธอจะต้องออกไปจากโรงเรียนแล้ว แต่ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น เมื่อนักเรียนถูกเรียกเข้าไปในห้องเรียนรวมทั้งสินีนาฎด้วย จากนั้นซิสเตอร์ฟรานซิสประกาศข่าวที่ทำให้ทุกคนดีใจอย่างที่สุดว่า

“สินีนาฎจะได้เรียนที่นี่ต่อ เพราะมีผู้อุปการะเห็นว่าเป็นเด็กเรียนดีมีความสามารถ ขอให้ทุกคนแสดงความยินดีกับเพื่อนด้วย”

แต่สินีนาฎก็ยังน้อยเนื้อต่ำใจว่าถึงตนจะได้เรียนต่อแต่ก็ไม่ได้แปลว่าตนมีทุกอย่างเท่ากับคนอื่นแค่มีคนสงสารเท่านั้น ความเศร้าซึมของสินีนาฎทำให้นางบอกตัวเองว่าต้องคอยดูเธอไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

ดึกคืนนี้นางเห็นสินีนาฎก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่ก็กลัวว่าจะเป็นจดหมายลาตาย แต่ที่แท้เป็นจดหมายขอบคุณผู้อุปการะนิรนาม เธอเขียนแล้วใส่ซองไปฝากที่คุณแม่อธิการ รุ่งขึ้นนางเห็นชัยพงษ์มาหาคุณแม่อธิการแล้วกลับออกไปพร้อมซองจดหมายที่สินีนาฎไปฝากไว้ นางตื่นเต้นสุดๆ บอกเพื่อนๆ ว่ารู้แล้วว่าใครเป็นผู้อุปการะสินีนาฎ! แต่สินีนาฎไม่ตื่นเต้นบอกว่านางอาจเข้าใจผิดก็ได้

คืนนี้สินีนาฎไปเปิดตู้ล็อกเกอร์หยิบกล่องเล็กๆ สีหวานสวยออกมาเปิดดูผ้าเช็ดหน้าที่ธนาธิปให้ไว้ซับน้ำตาวันก่อนออกมาดูนึกถึงอ้อมกอดอบอุ่นที่ดาดฟ้าวันนั้น แล้วซบหน้ากับล็อกเกอร์สะอื้นเบาๆ

นางเห็นสินีนาฎไปซ้อมเปียโนก็ยุให้เธอสอบเกรดแปดจะได้เป็นครูสอนเปียโน สินีนาฎบอกว่าค่าสอบแพง นางยุให้ขอทุนจากชัยพงษ์ที่เธอเข้าใจว่าเป็นผู้อุปการะ สินีนาฎปฏิเสธเพราะนอกจากค่าสอบแล้วยังมีค่าหนังสือเพลง ดีไม่ดีต้องหาคนมาสอนเพิ่ม บอกนางว่าเลิกคิดเถอะ

นางไปที่ริมรั้วฝากคัมพลให้ไปบอกชัยพงษ์ว่าสินีนาฎอยากสอบเปียโน คัมพลถามว่าชัยพงษ์เป็นผู้อุปการะสินีนาฎจริงหรือ นางยืนยันว่าใช่ คัมพลรำพึงว่ามิน่าถึงได้โทร.ไปขอยืมเงินพ่อแถมไม่ยอมบอกว่าจะเอาไปทำอะไร นางย้ำอย่าลืมบอกชัยพงษ์ คัมพลรับปากอย่างเอาใจนาง

วันต่อมาซิสเตอร์ออเดรย์ก็เรียกสินีนาฎไปบอกว่าผู้อุปการะฝากของมาให้พร้อมข่าวดีว่าเธอจะได้เข้าสอบทรินิตี้ช่วงปลายปี สินีนาฎไม่สบายใจที่รบกวนชัยพงษ์อีก แต่อีกใจก็ดีใจและคิดหาของตอบแทนเขา นางถามว่าจะให้อะไร

คืนนี้นางแอบไปหาธนาธิปที่บ้านเห็นเขาเล่นเปียโนถามว่าจบเกรดแปดรึเปล่า อย่างนี้ก็สอนสินีนาฎได้สิ แล้วนึกได้เสาร์นี้ขอให้เขาพาตนกับสินีนาฎไปซื้อของเพราะสินีนาฎอยากหาของขวัญให้ชัยพงษ์ บอกว่า “เขากิ๊กกัน” ธนาธิปหยุดเล่นเปียโนทันที เตือนว่าพวกเธอยังอยู่ในวัยเรียนไม่ควรไปคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นางหัวเราะบอกให้ใจเย็นๆ ตนล้อเล่นเท่านั้น ธนาธิปเลยเก๊กกลบเกลื่อน บอกว่าเธอเองก็เหมือนกัน เรื่องรักๆใคร่ๆ มันเร็วเกินไป

“แต่ถ้าสองคนนั้นสนิทกันก็ไม่แปลกนะ ในเมื่อพี่ชัยพงษ์เป็นผู้อุปการะสินีนาฎ”

ธนาธิปฟังแล้วอึ้ง บันลือที่อยู่ใกล้ๆแอบอมยิ้มมองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ooooooo

ขณะไปเดินซื้อของ ธนาธิปบอกสินีนาฎว่า แม่เธอดีใจมากเมื่อรู้ว่าเธอได้เรียนต่อที่นี่ บอกให้เธอตั้งใจเรียน ต่อไปจะได้เป็นที่พึ่งของแม่ แต่ก็บอกว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปกดดันตัวเองถ้ามีปัญหาปรึกษาตนได้เสมอ

สินีนาฎมองธนาธิปเคลิ้ม หลงใหลในความอ่อนโยนอบอุ่นของเขา

วันต่อมานางบอกสินีนาฎว่าคัมพลนัดชัยพงษ์ให้แล้ว เขาจะมาเยี่ยมเย็นนี้ เมื่อพบกันสินีนาฎยื่นของขวัญให้ เขาถามว่าเนื่องในโอกาสอะไร เธอบอกว่าแทนคำขอบคุณเพราะถ้าไม่ได้เขาตนก็คงไม่ได้เรียนที่นี่ต่อ เมื่อเรียนจบตนต้องทดแทนพระคุณที่อุปการะตน

“พี่ไม่ได้เป็นคนอุปการะสิ” สินีนาฎตะลึง เขาชี้แจงว่า “ความจริงพี่อยากทำแบบนั้น แต่พอติดต่อมาที่โรงเรียนถึงได้รู้ว่ามีคนมาช่วยสิไปแล้ว” สินีนาฎถามว่าเขาเป็นใคร “พี่บอกไม่ได้ แต่เมื่อถึงเวลา เขาจะมาพบสิด้วยตัวเอง”

สินีนาฎมอบของขวัญให้บอกว่าถือเป็นของขวัญขอบคุณที่ “คุณ” พูดความจริงและมีน้ำใจที่ช่วยตนมาหลายครั้งแล้ว

“งั้นเรียกพี่ว่าพี่ชัยพงษ์ก็พอ ไม่ต้องเรียกคุณแล้วนะ มันเขิน”

พอคัมพลรู้ก็ถามชัยพงษ์ว่าแล้วเงินที่ยืมจากคุณพ่อหายไปไหนหมด แล้วคัมพลก็เซ็งเมื่อชัยพงษ์บอกว่า แต่งมอ’ไซค์ เปรยๆว่าถ้าพ่อรู้โดนด่าเปิงแน่ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าปักลายสวยที่สินีนาฎให้ขึ้นมาดูอย่างปลื้มอกปลื้มใจ

พอนางรู้ว่าผู้อุปการะสินีนาฎไม่ใช่ชัยพงษ์ก็ลิ่วไปหาธนาธิปด้วยความอยากรู้ว่าผู้อุปการะตัวจริงคือใครแน่ แล้วเธอก็ได้รู้ เมื่อเห็นใบเสร็จจ่ายค่าเล่าเรียนของสินีนาฎจ่ายในนามธนาธิปและจดหมายขอบคุณของสินีนาฎที่วางอยู่บนโต๊ะ

“รู้แล้วอย่าพูดไป ถ้าไม่อยากให้สายสุดาอาละวาดมากไปกว่านี้” ธนาธิปย้ำเมื่อนางรู้ความจริง

ooooooo

ระหว่างวิคตอเรียคอนแวนต์กับจอร์จทาวน์อะคาเดมี่ มีประเพณีการแข่งขันยิงธนูกันทุกปี โรงเรียนที่ชนะจะได้รับรางวัลพิเศษจากท่านกงสุลใหญ่แห่งประเทศไทย

ที่วิคตอเรียคอนแวนต์ผู้ที่คว้าชัยชนะครั้งแรกคือสายสุดากับจรรยา คราวนี้สายสุดาก็ชนะได้ไปชิงรางวัลท่านกงสุลอีก สายสุดาเยาะเย้ยนางว่าอดชิงรางวัลท่านกงสุลเลยสินะ มีนากับจอยคามทำตัวเป็นลูกคู่เย้ยว่า

“แข่งกับใครไม่แข่งมาแข่งกับสายสุดา”

นางไม่โต้ตอบเพราะถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่หลังการแข่งขันยิงธนูแล้วจะมีงานปาร์ตี้น้ำชาสำหรับนักเรียนทุกคน ซึ่งเป็นเวลาที่นักเรียนแต่ละคนจะแต่งตัวอวดกันเฉิดฉาย นักเรียนอื่นๆ แกะกล่องเสื้อผ้าที่ทางบ้านส่งมากันอย่างตื่นเต้น มีแต่สินีนาฎที่ไม่มีใครส่งมาให้ เธอบอกนางว่าไม่เป็นไร ใส่ของเก่าก็ได้ นางบอกว่าเอาของตนก็ได้เดี๋ยวให้แม่ส่งมาใหม่

แต่แล้วก็เซอร์ไพรส์เมื่อซิสเตอร์เทเรซ่าถือกล่องเข้ามาบอกสินีนาฎว่าผู้ปกครองเธอส่งมาให้ สินีนาฎดีใจมากบอกว่า

“ผู้ปกครองของหนูใจดี ส่งมาให้ทุกอย่างเลย ขอบคุณค่ะมาดาม”

ทั้งซิสเตอร์เทเรซ่าและนางต่างยิ้มให้สินีนาฎอย่างภูมิใจแทน แต่สินีนาฎยังขาดเสื้อผ้าของใช้ที่จำเป็น ธนาธิปอาสาจะพาไปซื้อให้ แต่ย้ำกับซิสเตอร์เทเรซ่าว่า

“รบกวนซิสเตอร์ช่วยปิดเป็นความลับไปก่อน มันมีเหตุผลของมันน่ะครับ ถึงเวลาแล้วผมจะบอกสินีนาฎเอง”

ธนาธิปพานางและสินีนาฎไปซื้อของใช้ผู้หญิงกัน นางยังแอบซื้อวีดิโอเกมใหม่เอี่ยมฝากธนาธิปเอาเข้าโรงเรียนให้ด้วยเพราะตนเอาไปเองเดี๋ยวโดนอิ๊บ

ธนาธิปกลับไปไม่ทันไร ชัยพงษ์ก็มาพบนางที่ประตูข้างโรงแรมฝากกล่องเล็กๆสีฟ้าอ่อนให้นางเอาไปให้สินีนาฎ

นางเอาไปให้สินีนาฎบอกว่า “ผู้อุปการะ”ฝากมาให้กำลังใจ สินีนาฎพยายามถามนางว่าบอกไม่ได้หรือว่าใครเป็นคนให้ นางยืนยันบอกไม่ได้เพราะตนสัญญาแล้วว่าถ้าบอกขอให้หน้าเป็นปลวก สินีนาฎขำบอกว่างั้นไม่ถามก็ได้ แต่พอเข้านอน ก็กอดกล่องของขวัญไว้แนบอก บอกตัวเองว่า

“แต่จะต้องรู้ให้ได้ว่าใครคือผู้ปกครองแสนดีของฉัน”

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของสายสุดาที่จับตามองอยู่อย่างริษยาอยากรู้อยากเห็นว่าใครเป็นผู้ปกครองของสินีนาฎ รุ่งขึ้นจึงออกอุบายบอกซิสเตอร์ว่าเห็นหนูตัวใหญ่วิ่งเข้าไปในห้องเก็บเอกสาร ซิสเตอร์จึงไขกุญแจให้เข้าไปช่วยกันไล่หนูกลัวจะกัดเอกสาร นาง สินีนาฎสายสุดา มีนาและจอยคาม เข้าไปช่วยกันไล่หนูในห้องเก็บเอกสาร

แต่สายสุดาต้องการหาแฟ้มประวัติของสินีนาฎอยากรู้ว่าใครคือผู้อุปการะสินีนาฎ พอเจอแฟ้มนางมาเห็นพอดีก็เลยรีบเดินหนี สินีนาฎเอะใจว่าในนั้นต้องมีชื่อผู้อุปการะตนตรงไปเปิดเจอพอดี นางตกใจกลัวสินีนาฎจะรู้ความจริงเลยแกล้งร้องว่าเห็นหนู สินีนาฎหลงเชื่อวิ่งไปไล่หนู และซิสเตอร์ออเดรย์ก็เข้ามาปิดลิ้นชักทันที

นางยิ้มสมใจที่รักษาความลับชื่อผู้อุปการะสินีนาฎไว้ได้

ooooooo

วันนี้ฮองลันถูกทำโทษให้ถูพื้นฐานไปเกาะรั้วคุยกับนักเรียนชาย ฮองลันบอกว่าเขาเป็นพี่ชายตน ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าถึงเป็นพี่ชายก็ไม่ได้ กฎของโรงเรียนห้ามคุยกับนักเรียนชายที่รั้วติดกัน

นางได้ยินเดินเข้าไปถามซิสเตอร์ฟรานซิสว่าห้ามทำไม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการพูดของนักเรียนชัดๆ ซิสเตอร์บอกว่าถ้าไม่ห้ามก็จะถือโอกาสคุยกันแล้วชักชวนกันทำเรื่องไม่ดี นางถามว่าแล้วถ้าคุยกันเรื่องดีๆได้ไหม

“ไม่ได้ วัยรุ่นชายหญิงเหมือนไฟกับน้ำ โรงเรียนป้องกันไว้ก่อนถูกแล้ว”

“แต่โรงเรียนป้องกันนักเรียนตลอดชีวิตไม่ได้ ทำไมโรงเรียนไม่สอนให้รู้จักโลกภายอก จบไปก็เข้าสังคมเป็น ไม่โดนใครหลอกง่ายๆล่ะคะ” ซิสเตอร์ถามว่านักเรียนมีกี่คนซิสเตอร์มีกี่คน คิดว่าเฝ้าพวกเธอไหวไหม นางบอกว่าก็ไม่ต้องเฝ้า แต่ให้ไว้ใจกันนิดหนึ่ง ซิสเตอร์ฟรานซิสตัดบทอย่างหงุดหงิดก่อนเดินไปว่า

“ขนาดห้ามยังแหกกฎ แล้วจะให้ไว้ใจยังงั้นเหรอ อภิรดี”

ooooooo

สินีนาฎถูกจอยคามกีดกันไม่ให้ซ้อมเปียโนอ้างว่าเธอไม่มีสิทธิ์เพราะผู้ปกครองเธอไม่ได้จ่ายค่าเรียนเปียโน พอดีซิสเตอร์ปอลลีนเดินเข้ามาท่าทางอารมณ์เสียคุมสติไม่อยู่ บอกสินีนาฎเสียงขุ่นว่า

“ต่อไปนี้เปียโนหลังนี้จอยคามใช้ได้คนเดียว” ซ้ำถูกจอยคามเย้ยว่าเจียมตัวเสียบ้างแค่ได้เรียนที่นี่ก็บุญแล้ว

สินีนาฎเสียใจร้องไห้วิ่งไปบอกนาง นางเลยพาไปที่บ้านพักกงสุล ถือวิสาสะให้สินีนาฎไปเล่นเปียโนของธนาธิป พอเขามาเจอก็บอกหน้าตาเฉยว่า มาดามไม่ให้สินีนาฎเรียนเปียโนเพราะไม่ได้จ่ายค่าเรียน เห็นเปียโนของลุงว่างอยู่เลยให้สินีนาฎมาเล่น คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม

“ก็มาแล้วนี่” ธนาธิปมองสินีนาฎอย่างสงสาร นางยิ้มดีใจสุดๆ

ooooooo

ขณะที่สินีนาฎซ้อมเปียโนนั้น นางนั่งเล่นเกมยิงธนูอยู่หน้าโทรทัศน์จอใหญ่อย่างเมามัน ส่วนธนาธิปใส่หูฟัง ฟังเพลงคลาสสิกอยู่ข้างๆ นางเอียงหูเข้าไปฟังแล้วชวนมาเล่นกันดีกว่า

“ไม่เอา ฉันเหนื่อยอยากพักผ่อน...เอาเล่มนี้ไปอ่าน มันเหมาะกับวัยของเธอ”

นางไหว้แล้วรับไปเปิดดู พอเห็นตัวหนังสือดำพรืดเต็มหน้าก็ทำหมดแรงคอพับหลับคร่อก ธนาธิปถามว่าเธอจะทำทุกอย่างเพื่อความสนุกเท่านั้นเหรอ นางบ่นว่าเขาก็จริงจังเกินไป ถามว่าหัวเราะเป็นหรือเปล่า มองหนังสือบ่นว่าชาตินี้จะอ่านจบหรือเปล่าเนี่ย

“ถ้ามีสมาธิก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้” นางบอกว่าตอนอยู่เมืองไทยครูให้นั่งสมาธิทีไรหลับทุกที ธนาธิปจึงอธิบายว่า “สมาธิหมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ ไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิ”

“สา...ธุ” นางยกมือไหว้ท่วมหัว “กว่าจะทำได้ นางคงแก่เท่าลุง” แล้วหันไปเล่นเกมต่อ ถูกธนาธิปดึงเกมจากมือแล้วยัดหนังสือใส่มือแทน นางทำหน้าเซ็ง ธนาธิป มองขำๆ แต่ที่ประตู สินีนาฎมาแอบดูอยู่ เธอมองธนาธิปอย่างปลื้ม...ต่อมาธนาธิปพูดกับบันลือหน้าตาเคร่งเครียดว่า “ผมคงต้องทำให้มันถูกต้องเสียที”

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็ไปหาซิสเตอร์ออเดรย์แล้วบอกสินีนาฎว่า

“ฉันขออนุญาตซิสเตอร์แล้ว ทุกเย็นวันศุกร์หลังเลิกเรียน เธอมาซ้อมเปียโนที่บ้านฉันได้”

สินีนาฎไหว้ขอบคุณ ดีใจจนวิ่งไปเต้นไปสวนกับซิสเตอร์ออเดรย์ก็สวัสดีแล้ววิ่งต่อไป ซิสเตอร์ออเดรย์มองตามไปอย่างโล่งใจที่สินีนาฎหายเศร้าแล้ว

ooooooo

เพราะทั้งโรงเรียนมีคนเล่นยิงธนูอยู่เพียงสองคนคือจรรยากับสายสุดา จรรยาจึงเสนอให้นางมาหัดยิง นางชอบ บอกว่าท่าเท่ดี จรรยาให้นางลองดู นางตั้งท่าเท่แต่ยิงไม่เข้าเป้า ท่าดีทีเหลว

“ตั้งสมาธิดีๆใจรวมเป็นหนึ่งกับธนู” จรรยาย้ำ พอนางทำตามก็ยิงได้เข้าเป้าเป๊ะ! สายสุดาอิจฉามาลากจรรยาออกไปบอกว่าไม่ต้องสอนแล้ว จรรยาถูกกระชากจนล้มแขนซ้น เมื่อจรรยาลงแข่งไม่ได้สายสุดาจับให้นางลงแทน นางไม่เอาบอกว่าไม่สนุก แต่สายสุดาเคี่ยวเข็ญแกมบังคับให้ลงแข่งเพราะตั้งใจไว้ว่าปีนี้ต้องชนะให้ได้ สั่งนางจับธนูขึ้นมาแล้วสอนให้ยิง

“เงียบ!” นางเสียงดังจนสายสุดาหยุดกึก เพื่อนๆ พากันงง แล้วนางก็หลับตาทำหน้านิ่ง ใจสงบ นึกถึงคำพูดของธนาธิปที่ว่า “สมาธิ หมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ ถ้ามีสมาธิก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้” พอลืมตานางปล่อยลูกธนูออกไปจากคัน ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าแต่ยังไม่ตรงกลาง สายสุดาบอกว่า ถือว่ายังไม่โอ เพราะทีมชายเขาโอกว่านี้เยอะ

แต่ที่จริงทีมชายมีปีเตอร์ เดวิด คัมพล และเดวิด แตกคอกันเพราะเดวิดขี้เกียจซ้อม คัมพลบ่นว่าไม่เก่งแล้วยังขี้เกียจ เลยต่อยกัน เพื่อนห้ามก็ไม่หยุด จนบราเธอร์คว้าถังน้ำสาดใส่จึงได้สติ

“พวกเธอเล่นกีฬาเพื่ออะไรกันแน่” บราเธอร์ดุ

วันนี้คัมพลกับนางมาเกาะรั้วคุยกัน ส่วนฮองลันก็แอบส่งขนมให้พี่ชาย โดยมีสินีนาฎกับมาเรียเป็นยามเฝ้าอยู่มุมตึก พอมาเรียร้อง “แม่เสือมา!” นางกับฮองลันและคัมพลกับพี่ชายฮองลันต่างก็วิ่งผละจากรั้ว แต่ “แม่เสือ” ฟรานซิสเห็นแล้ว

ทั้งหมดถูกลงโทษให้ใช้แปรงสีฟันคลานขัดพื้น โดยมีสายสุดาและพวกยืนหัวเราะเยาะอยู่

ซิสเตอร์ฟรานซิสคุมไปอบรมไปว่าขัดพื้นแล้วขัดจิตใจไปด้วยโตขึ้นจะได้เป็นหญิงสาวที่สะอาดงดงาม นางบอกว่าพวกตนคุยกันดีๆ แต่ผู้ใหญ่คิดไปในทางที่ไม่ดีตลอด ฮองลันก็บ่นว่า ถ้าเราทำแต่เรื่องดีๆ ก็ไม่น่าห้ามเลย

ooooooo

นางกับสายสุดาและเพื่อนๆเสนอทางโรงเรียนขอจัดงานสังสรรค์ร่วมกันระหว่างโรงเรียนชายหญิง คุณแม่อธิการและซิสเตอร์จึงเรียกมาคุย ซิสเตอร์ฟรานซิสปฏิเสธทันที นางขอให้ฟังเหตุผลพวกตนก่อนได้ไหม

“ไหนว่ามาสิจ๊ะ” ซิสเตอร์ออเดรย์อนุญาต

“เด็กวัยรุ่นสนใจเพศตรงข้ามเพราะถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนซึ่งเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่สนใจเลยก็ผิดธรรมชาติ แต่ความสนใจก็แค่พูดคุยพบปะกิ๊วก๊าวดี๊ด๊าแค่นั้น ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องไม่ดีอย่างที่ผู้ใหญ่คิด” นางแจกแจง สายสุดาพูดต่อว่า

“หนูคิดว่าโรงเรียนน่าจะฝึกให้นักเรียนเข้าสังคม รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามอย่างถูกต้อง”

ooooooo

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 26 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ