อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 27 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 27 ก.ย.59

คุณแม่อธิการฟังอย่างสนใจ ซิสเตอร์ฟรานซิสโต้ว่าตอนนี้มีหน้าที่เรียนก็ตั้งใจเรียนให้จบก่อน นางถามว่ามาดามไม่กลัวเด็กจบไปแล้วถูกผู้ชายหลอกหรือ ฟรานซิสที่เคยเป็นเด็กคอนแวนต์ใสซื่อแบบนั้นมาก่อนฟังแล้วอึ้ง แต่ก็ยังไม่เห็นด้วย ซิสเตอร์ออเดรย์แย้งว่า

“เด็กสมัยนี้ไม่มีพ่อแม่พี่น้องคอยคุมถี่ยิบยี่สิบสี่ชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อน ควรให้ได้เรียนรู้เรื่องภายนอก จะได้ทันคน”

“แต่มันผิดกฎนะคะซิสเตอร์ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะเสียชื่อโรงเรียน”



“ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เราจะไม่ให้เด็กๆ ได้พิสูจน์สิ่งที่เขาคิดบ้างเลยเหรอ อย่างน้อยก็ยังอยู่ในสายตาเรา หากสิ่งไหนไม่ดีเราจะได้ตักเตือนให้เป็นตัวอย่าง”

“ทั้งที่อาจกลายเป็นการส่งเสริมให้เด็กโตก่อนวัย รู้ทั้งรู้ว่ามันต้องเป็นเรื่องเป็นปัญหาซิสเตอร์ยังยอมให้ทำอีกเหรอคะ” ซิสเตอร์ฟรานซิสเสียงดังจนนางกับสายสุดาตกใจ

“ต่อให้มีรั้วเหล็กกั้นไว้เราก็ปกป้องเขาไม่ได้ทุกเรื่อง วันนึงเด็กๆ ก็ต้องเติบโตไปเผชิญโลกภายนอก เราสอนเขาได้แค่เพียงรักตัวเอง รู้จักคิดและรับมือกับปัญหา”

กลายเป็นซิสเตอร์ฟรานซิสกับซิสเตอร์ออเดรย์โต้เถียงกันไปมา นางกับสายสุดาหันมองทางนั้นทีทางนี้ทีลุ้นใจเต้นตึ้กตั้ก

ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าถ้าเพลี่ยงพล้ำไปแล้วมันกลับคืนมาไม่ได้ ซิสเตอร์ออเดรย์พูดอย่างเข้าใจว่า

“ฉันรู้ว่าซิสเตอร์รักและเป็นห่วงพวกเขามาก ไม่อยากให้เจอปัญหาเหมือนกับ...” ซิสเตอร์ออเดรย์เกือบหลุดปากไปว่าเหมือนซิสเตอร์ฟรานซิสแต่ยั้งทัน พูดเลี่ยงไปว่า “พวกวัยรุ่นในข่าว...แต่เราต้องเชื่อในจิตสำนึกรักดีและให้เกียรติการตัดสินใจของเด็กว่าเขาจะเลือกหนทางที่มีแต่ขวากหนามหรือจะก้าวข้ามไปหาแสงสว่าง”

ซิสเตอร์ฟรานซิสเถียงไม่ออก นางกับสายสุดาดีใจสุดๆ นางชื่นชมว่า

“มาดามออเดรย์...นางฟ้าผู้ใจดี...เทพีปกป้องของเรา ถึงพวกเราจะเป็นเด็ก แต่เราก็มีชื่อเสียงต้องรักษาเหมือนกันนะคะ ให้โอกาสและไว้ใจพวกเราเถอะค่ะ”

“หนูเป็นหัวหน้าเกรด ๑๐ จะช่วยนางดูแลเพื่อนๆ เองค่ะ” สายสุดารับปากแข็งขัน ทุกคนหันมองสงสัยว่าสองคนนี้ลงรอยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ต่างชื่นชมนางว่าเป็นผู้กล้าชัดๆ นางย้ำกับเพื่อนๆว่า

“แต่พวกเธอต้องสัญญานะว่าจะไม่เหลวไหลไม่งั้นฉันกับสายสุดาโดนมาดามบี้หัวแน่ๆ” ทุกคนรับคำแข็งขัน

สินีนาฎถามนางว่าทำยังไงสายสุดาถึงยอมช่วย นางหัวเราะบอกว่า “คนอย่างสายสุดา จะมีอะไร้...”

แต่การยอมแลกครั้งนี้ก็ทำเอานางถูกสายสุดาจับเคี่ยวให้ซ้อมยิงธนูจนเนื้อตัวเจ็บไปหมด สายสุดาเอายาให้ทาบอกว่า

“ฉันกลัวเธอหายไม่ทัน เดี๋ยวมาทำฉันแพ้ไปด้วย”

ooooooo

ถึงวันจัดปาร์ตี้ นักเรียนหญิงจากคอนแวนต์ต่างสดชื่นมีชีวิตชีวาอย่างมาก ส่วนนักเรียนชายก็เข้าแถวต้อนรับกันอย่างเท่แต่แอบหยิบหูหยิบตาให้ นักเรียนหญิงก็เขินกันแก้มแดง แต่แล้วก็สะดุ้งสงบเสงี่ยมเมื่อเสียง “แม่เสือ” ปรามมาตามแถว

“ทำตัวให้เรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี ไม่งั้นฉันจะสั่งยกเลิกงานปาร์ตี้” เมื่อช่วยกันจัดสถานที่ “แม่เสือ” ก็ยังตามประกบกระหนาบ “ห้ามส่งสายตา ห้ามมอง ห้ามยิ้มให้เด็กผู้ชาย” ทุกคนรับคำก้มหน้าก้มตาจัดสถานที่จน “แม่เสือ” ยิ้มพอใจ แต่ซิสเตอร์ออเดรย์ที่ยืนดูอยู่ส่ายหน้ากับความเฮี้ยบของซิสเตอร์ฟรานซิส

ธนาธิปที่เดินผ่านนางกับสายสุดาเพื่อไปที่โต๊ะประธาน เขาบอก “สู้ให้เต็มที่นะ” สายสุดาตอบอย่างมุ่งมั่นมากว่า

“หนูจะชนะ...ไม่ทำให้ท่านกงสุลผิดหวัง”

พอดีคัมพลถืออุปกรณ์ยิงธนูผ่านมานางยิ้มทักก็ถูกสายสุดาด่า “ยายบ้า! ยิ้มให้ศัตรูทำไม” นางบอกว่าก็แข่งกันสนุกๆไม่ได้รบกัน “แต่ฉันไม่สนุก ฉันต้องการเอาชนะ” สายสุดาตึงเครียดจนนางบ่นว่าบ้าชนะจนสมองไปหมดแล้ว

เมื่อได้เวลาแข่งขันยิงเป้านิ่งสายสุดายิงเข้าเป้าทุกดอก แต่นางวืดทุกดอกจนถูกดุ ผลคือฝ่ายชายชนะ นางยกแม่โป้งให้คัมพล สายสุดาพาลโกรธคัมพลและมุ่งมั่นจะเอาชนะให้ได้ เมื่อแข่งยิงเป้าเคลื่อนที่เธอจึงง้างธนูสุดแรงแล้วปล่อยลูกธนูออกไป

“โอ๊ย...” สายสุดาร้องเจ็บที่กล้ามเนื้อแขนเพราะเกร็งมากเกินไป เธอเจ็บจนต้องออกจากการแข่งขัน เดวิดเย้ยว่าเจ็บเท่ามดกัดร้องอย่างกับถูกช้างเหยียบ ซิสเตอร์เทเรซ่าบอกให้ยอมแพ้เถอะ เพราะสายสุดาลงแข่งไม่ได้แล้ว

“ถึงมีคนเดียวก็จะแข่งค่ะ” นางยืนยัน มองหน้าสายสุดาย้ำว่า “เราสัญญากันแล้ว” สายสุดามองซึ้งและพยักหน้าให้กำลังใจ

เพราะพวกคัมพลกับเดวิดไม่กินเส้นกันทำให้ไม่มีสมาธิยิงธนูไม่เข้าเป้าต่างด่ากันว่า “ห่วย” และ “กระจอก”

นางยืนนิ่งรวมสมาธินึกถึงคำพูดของธนาธิปที่ว่า “สมาธิหมายถึงการทำใจให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งที่ทำ” หยิบลูกธนูขึ้นพาดสายง้าง พอเทเรซ่าให้สัญญาณปล่อยเป้าเคลื่อนที่นางปล่อยลูกธนูออกไปทันที ลูกธนูพุ่งเข้าเป้าอย่างแม่นยำสวยงาม เสียงปรบมือโห่ร้องก้องโรงยิม สายสุดายิ้มปลื้มน้ำตาซึม

“ทีมที่ชนะในปีนี้ได้แก่....ทีมวิคตอเรียคอนแวนต์” ซิสเตอร์ออเดรย์ประกาศผล สายสุดาขึ้นไปรับถ้วยและนางขึ้นไปรับช่อดอกไม้ ทุกคนปรบมือให้กับความสำเร็จนี้ ธนาธิปเอ่ยชมว่า

“เก่งมากทั้งสองคน สู้แม้จะเสียเปรียบก็ไม่ยอมแพ้ ฉันภูมิใจในตัวเธอ...กีฬาส่งเสริมให้คนมีความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา ถ้าแตกสามัคคีทำอะไรก็ไม่สำเร็จ”

ทุกคนในโรงยิมลุกขึ้นปรบมือประทับใจทีมหญิงที่เจ็บแต่ก็ชนะ สายสุดายิ้มหน้าบาน พูดกับนางแต่ไม่มองหน้า

“ขอบใจ”

คัมพลมาชมนางว่ายิงธนูเก่งมาก สายสุดามาเห็นขู่ว่าจะฟ้องมาดามว่าแอบคุยกับผู้ชาย นางบอกว่าตนคุยกันต่อหน้าทุกคนไม่ได้แอบคุยแต่พอมองไปในงานคนหายไปเกือบหมด นางสงสัยออกเดินหา

นักเรียนหญิงชายวัยรุ่น เมื่อมาเจอกันก็เหมือนจับปูใส่กระด้ง ต่างจับคู่ไปคุยกัน พอนางหาเจอก็จับแยกกว่าจะแยกกันทีละคู่...ทีละคู่..กว่าจะหมดก็เล่นเอาเหนื่อย เพื่อนๆไม่พอใจบอกว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ทำไมไม่ไว้ใจกัน ฮองลันบ่นว่าทำเหมือนที่พวกผู้ใหญ่มองเราในแง่ลบ คิดว่าเราต้องทำผิดตลอด สายสุดาโต้ว่า

“เธอก็รู้ว่า ผู้ใหญ่คิดว่าถ้าอยู่กับผู้ชายสองต่อสองต้องมีเรื่องไม่ดี” มีนาโต้ว่ายิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ นางเลยชี้แจงว่า

“ฉันถึงพยายามทำให้ซิสเตอร์เชื่อว่าเราเป็นเพื่อนกับเด็กนักเรียนโรงเรียนโน้นได้โดยไม่มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉันกับสายสุดาเอาหัวเป็นประกันกับซิสเตอร์เพราะคิดว่าเราเชื่อใจกันได้ว่าจะไม่ทำอะไรที่ไม่ควร เหมือนที่ซิสเตอร์พูดเรื่องพรรค์นี้ สิ่งที่เราต้องฝึกฝนคือการหักห้ามใจไม่ใช่ไปบริหารให้มันเกิดเรื่อง จะคุยกันก็อย่าไปคุยกันในที่มิดชิด ทำอะไรให้อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ เขาจะได้รู้ว่าเราเป็นเด็กรู้จักคิด และไว้ใจได้”

คำพูดของนางได้รับความชื่นชมทั้งจากเพื่อนและซิสเตอร์ มีแต่ซิสเตอร์ฟรานซิสที่ยังเป็นห่วงเด็กอยู่มาก เมื่อรู้จากนางว่าเพื่อนๆหายไปมุ้งมิ้งขำๆกันเท่านั้น ซิสเตอร์ฟรานซิสสรุปทันทีว่า

“ฉันว่าแล้วไม่ผิด ต่อไปห้ามจัดงานร่วมกันเด็ดขาด”

“มาดามฟังเราก่อนสิคะ” สายสุดาเอ่ย “พวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหายเลยค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่หยุดพวกเราไว้ได้ก็คือคำสอนของมาดามค่ะ”

“จริงค่ะ พอเราเตือนกัน เราก็มีสติว่ามาดามสอนเราไว้ว่าเราต้องรักนวลสงวนตัว เราจะต้องทำตัวให้มาดามเชื่อใจเราให้ได้ค่ะ อย่าห้ามๆๆๆๆ พวกเราเลยค่ะ พวกเรามีคำสั่งสอนของมาดามเป็นเกราะป้องกันชั้นยอดอยู่แล้ว” นางเสริม

ซิสเตอร์ฟรานซิสอึ้งพูดไม่ออก หลบตาซิสเตอร์ออเดรย์แล้วหันหลังเดินออกไป

เหตุที่ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้มงวดกับนักเรียนมากเพราะเจ็บปวดกับอดีตของตัวเองที่เกือบเสียทีพวกจิ้งจอกขี้เมา ดีที่หนีตายเข้ามาในโบสถ์ และคุณแม่อธิการได้โอบอุ้มเข้าสู่อ้อมกอดของพระผู้เป็นเจ้าจนได้มีชีวิตที่สงบปลอดภัยในทุกวันนี้

ooooooo

แล้วความลับว่าใครเป็นผู้อุปการะสินีนาฎก็ถูกเปิดเผย เมื่อสินีนาฎไปซ้อมเปียโนที่บ้านกงสุล จดหมายที่เธอเขียนขอบคุณผู้อุปการะปลิวตกมา พอเธอรู้ก็ถามธนาธิปที่เดินมากับนางอย่างคาดไม่ถึงว่าท่านกงสุลคือผู้ปกครองตนหรือ

“จะใช่หรือไม่ใช่ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ”

“สำคัญสิคะ หนูเหมือนตายแล้วเกิดใหม่เพราะมีคนอุปการะ มาดามสอนว่าคนดีต้องรู้จักกตัญญู หนูอยากรู้ว่าผู้มีพระคุณของหนูเป็นใคร เมื่อหนูโตขึ้นจะได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณค่ะ”

“เธอไม่ต้องตอบแทนหรอก แค่ตั้งใจเรียน ประพฤติตัวเป็นคนดีก็พอแล้ว”

สินีนาฎไหว้ขอบคุณรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาดที่สิ่งที่เธอฝันกลายเป็นจริง ถามนางว่าเธอรู้ใช่ไหม

“ฉันสั่งให้นางปิดเธอเอง เพราะไม่อยากให้คนมองว่าฉันลำเอียงเลือกช่วยแต่เธอ เธอก็อย่าบอกใครแล้วกัน โดยเฉพาะสายสุดา”

สินีนาฎรับคำ แต่สงสัยว่าทำไมเฉพาะเจาะจงต้องปิดบังสายสุดาด้วย?

เมื่อฮองลันรู้ เธอคาดว่าที่กงสุลปิดเรื่องนี้กับสายสุดาคงเพราะรู้นิสัยขี้อิจฉาของน้องตัวเอง มาเรียติงว่าเขาไม่ได้เป็นพี่น้องกันแท้ๆ เหมือนจะเป็นคนละแม่

ทุกคนร้องอย่างคาดไม่ถึง ก็พอดีสายสุดา จอยคามกับมีนาเดินเข้ามา สายสุดาเดินเชิดเข้า จอยคามกับ

มีนาเดินหงอตามเข้ามา ซิสเตอร์เทเรซ่าเข้ามาเตรียมสอน ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับที่เงียบๆงงๆ

ooooooo

นางเห็นฮองลันมีของสวยๆงามๆใช้ก็อยากใช้บ้าง ฮองลันบอกว่าซื้อจากตั๊กช็อป นางนึกถึงขนมอยากไปบ้างชวนสินีนาฎยิก สินีนาฎกลัวถูกซิสเตอร์จับได้ นางอ้อนจนสินีนาฎใจอ่อน ฮองลันเลยนัดหลังกินข้าวกลางวันเจอกันที่มุมตึก

กลับจากหนีไปซื้อขนมที่ตั๊กช็อป บ่ายนี้เข้าเรียน นางแอบกินขนมในห้องเรียนจนซิสเตอร์ฟรานซิสได้กลิ่นขนม สอบถามจากฮองลัน ฮองลันรับสารภาพ ซิสเตอร์

ฟรานซิสคิดว่าต้องลงโทษนางและสินีนาฎไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าถ้านางสารภาพล่ะ ฟรานซิสไม่เชื่อว่านางจะสารภาพ ซิสเตอร์ออเดรย์ขอลองถามดูเองเชื่อว่านางจะสารภาพ

และเมื่อซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าใครเคยหนีออกไปซื้อของที่ตั๊กช็อปบ้าง นางกับสินีนาฎยืนขึ้น ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่าเคยไปกี่ครั้งแล้ว นางตอบหน้าตาเฉยว่า

“นับครั้งไม่ถ้วนแล้วค่ะมาดาม”

ooooooo

นางกับสินีนาฎถูกลงโทษให้วิ่งไปเก็บขยะ พร้อมกับตะโกนไปตามทางว่า “หนูจะไม่หนีออกไปนอกโรงเรียนอีกแล้วค่ะ...หนูจะไม่หนีไปนอกโรงเรียนอีกแล้วค่ะ”

สายสุดาแกล้งจะเอาขวดนมที่ยังเหลือทิ้งให้เก็บ นางปรามว่า

“ฉันรู้นะว่าเธอเป็นคนพาซิสเตอร์มาตรวจโต๊ะฉัน ...เธอเอาไปทิ้งถังขยะสิ”

สายสุดาจะทิ้งให้ได้นางเข้าแย่ง นมในขวดเลยพุ่งถูกหน้าซิสเตอร์ฟรานซิสเข้าเต็มๆ ทั้งสองถูกเรียกไปห้องพักครู ซิสเตอร์ฟรานซิสบอกว่าพวกเธอถูกหักคะแนนจนแบล็กบุ๊กจะหมดเล่มอยู่แล้วชอบตีกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องนัก สั่งเข้มว่า

“ฉันขอสั่งพวกเธอดีกันให้ได้ภายใน 1 อาทิตย์ ถ้าทำไม่ได้ฉันจะหักคะแนนเธอสองคน 20 คะแนนทุกวิชา”

ระหว่างเดินออกมาด้วยกันนางบ่นว่าถ้าทำคะแนนสอบพลาด มีหวังตกทุกวิชาเลย สายสุดาก็กลัวซ้ำชั้น ถ้าพ่อกับธนาธิปรู้ต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ เลยขอพักรบกันชั่วคราว

ซิสเตอร์ออเดรย์กับฟรานซิสดูอาการของทั้งสองแล้วเชื่อว่าไม่มีทางจะดีกันได้ ออเดรย์ถามว่ารู้อย่างนี้แล้วทำทำไม...

“ถ้าครั้งนี้พวกเขาดีกันได้ต่อไปก็จะดีกันได้นานขึ้นและกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในที่สุด” ฟรานซิส เชื่อเช่นนั้น แต่ออเดรย์ติงว่าเด็กยังไม่เปิดใจ ขู่ยังไงก็ไม่ได้ผล “แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้งัดกันนะคะ หวังว่าคงมีวันที่นางกับสายสุดาจับมือเป็นเพื่อนกันได้”

บ่ายวันนี้ขณะนักเรียนอยู่ในห้องเรียน นางมองไปทางสถานกงสุลเห็นรถและคนวิ่งกันชุลมุน เธอบอกซิสเตอร์เทเรซ่าที่สอนอยู่ว่าที่กงสุลต้องมีอะไรผิดปกติแน่ หรือว่าเกิดจลาจล!

ครู่หนึ่งซิสเตอร์ออเดรย์มาบอกว่าแคมป์คนงานไทยไฟไหม้ สั่งนักเรียนไทยให้ตามตนมา เมื่อพานักเรียนไทยไปถึงสถานกงสุล ซิสเตอร์ออเดรย์บอกธนาธิปที่กำลังช่วยนักเรียนชายกับชัยพงษ์กางเต็นท์ว่า

“ทางเราได้ตกลงกับทางโรงเรียนจอร์จทาวน์อะคาเดมี่ว่าจะอนุญาตให้นักเรียนไทยมาช่วยเหลืองานที่กงสุลในช่วงนี้ มีอะไรที่ทางดิฉันพอจะช่วยเหลือได้ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ ขอพระเจ้าคุ้มครองทุกคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากเย็นนี้ไปได้โดยเร็วนะคะ”

นักเรียนไทยทุกคนช่วยงานเต็มที่ งานบางอย่างทำไม่เป็น แต่เมื่อจำเป็นก็ทำได้ ธนาธิปเองก็ลงมือทำทุกอย่างแม้แต่เข้าครัวทำกับข้าว

ตกเย็น เมื่อจัดการทุกอย่างได้ค่อนข้างลงตัวแล้ว นางเข้าไปคุยให้กำลังใจคนงาน พวกเขาเป็นห่วงครอบครัวที่เมืองไทยเพราะไม่มีเงินส่งไปให้เหมือนทุกเดือน หลายคนที่เจ็บหนักก็คิดถึงครอบครัวอยากให้มาเยี่ยม

นางฟังความทุกข์ใจของคนงานแล้วบอกเพื่อนๆ ว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพวกเขา สายสุดาเสนอให้เอาของไปขายเอาเงินไปบริจาคให้พวกเขาไหม นางเห็นด้วย จึงตกลงเอาเสื้อผ้าของใช้ไปขายเพื่อเอาเงินไปช่วยคนงาน นางย้ำกับเพื่อนๆว่าอย่าให้ซิสเตอร์รู้เด็ดขาด พรุ่งนี้ตนจะเอาของไปฝากพันธมิตรช่วยขายให้ ได้เงินมาก็จะรีบดำเนินตามแผน

พันธมิตรที่นางเอ่ยถึงคือบันลือที่นางเรียกล้อจนติดปากว่าแบรี่นั่นเอง

ระหว่างที่ไปช่วยงานที่สถานกงสุล ซิสเตอร์ออเดรย์ก็สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างนางกับสายสุดาเห็นสัมพันธ์กันดีก็ถามทึ่งว่าเป็นไปได้จริงหรือนี่ หารู้ไม่ว่าทั้งสองตกลงสงบศึกกันสร้างภาพต่อหน้าซิสเตอร์เพราะกลัวถูกหักคะแนนแล้วต้องเรียนซ้ำชั้น แต่พอลับหลังซิสเตอร์ก็ฮึ่มฮั่มใส่กันเหมือนเดิม

นางเอาของที่รวบรวมได้ผ่านคัมพลไปฝากบันลือจัดการให้ วันต่อมาคัมพลบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อย ได้เงินมาซื้อตั๋วรถไฟให้ญาติคนงานที่บาดเจ็บหนักมาเยี่ยม รถไฟออกจากหาดใหญ่น่าจะถึงที่นี่ช่วงบ่ายแต่ตอนนี้ของในครัวหมดตนต้องขับรถพานักเรียนหญิงไปซื้อของแล้วจะเลยรับพวกพี่ๆเขามาที่นี่เลย

นางอยากไปด้วย คัมพลบอกว่าซิสเตอร์กับท่านกงสุลไม่อนุญาตแน่ แต่นางก็ตื๊อไปจนได้โดยแอบอยู่หลังรถตู้ แต่ถูกมีเนาะที่ไปซื้อของจับได้นางเลย

ถือโอกาส เผยตัวปีนไปนั่งข้างหน้ากับคัมพลซ้ำจะขอขับเองด้วย เพื่อนๆต่างโวยวายกลัวอุบัติเหตุไม่ยอมให้ขับ สายสุดายื้อยุดจนรถประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทางท่ามกลางเสียงหวีดร้องของทุกคน

ooooooo

ที่แคมป์ชั่วคราวของคนงาน เด่นชาติมาเยี่ยมนางและดูสถานการณ์ทางนี้ด้วย เอมอรถามว่าเด็กๆ อยู่ไหนได้ข่าวว่ามาช่วยงานที่นี่

พอลไปตามหากลับมาบอกว่าไม่เจอ ธนาธิปเอะใจว่าหรือจะไปกับคัมพลที่เอารถไปซื้อของ

จนบ่ายคัมพลพาทุกคนกลับมาในสภาพสะบัก สะบอมมอมแมมโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก ธนาธิปตำหนิที่ตนขอตัวพวกเขามาช่วยงานแต่กลับก่อเรื่อง

ซิสเตอร์ออเดรย์ก็ผิดหวังมาก นางยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเอง มาดามอย่าไปว่าคนอื่นเลย ซิสเตอร์ออเดรย์ถามว่ามีความจำเป็นอะไรต้องออกไปหรือไปเล่นซนกันเท่านั้น

นางบอกว่าเราจะไปสถานีรถไฟกัน แต่ไม่ทันเล่าก็ได้ยินเสียงคนงานร้องออกมาด้วยความดีใจ “แม่...” ปรากฏว่าบันลือนำญาติๆของคนงานที่บาดเจ็บเข้ามา ทุกคนกอดกันด้วยความดีใจ พวกนางมองภาพนั้นด้วยความปีติจนน้ำตาซึม เด่นชาติถามธนาธิปว่าฝีมือเขาหรือ ธนาธิปบอกว่าไม่ใช่ บันลือจึงรายงานว่า

“พวกคุณหนูๆเขารวบรวมเสื้อผ้ามาให้ผม

เอาไปขายแล้วเอาเงินมาซื้อตั๋วรถไฟให้ครอบครัวของคนงานห้าคนที่บาดเจ็บหนักน่ะครับ ผมขอโทษที่ช่วยปิดเป็นความลับ พวกคุณหนูๆเขากลัวผู้ใหญ่จะไม่เห็นด้วยครับ”

ทุกคนชื่นชมกับการกระทำของเด็กๆกันมาก

ooooooo

แม้ว่ากลุ่มนักเรียนจะทำความดีที่ช่วยให้ญาติพี่น้องคนเจ็บได้พบกันแต่ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่าก็ต้องลงโทษที่ทำผิด ตนจะขอปรึกษากับซิสเตอร์ท่านอื่นดูก่อนว่าจะทำอย่างไร ธนาธิปถามว่าจะประชุม เรื่องนี้เมื่อไร ตนขอร่วมด้วยได้ไหม

“ได้สิคะคุณธนาธิป ดิฉันจะเรียนคุณแม่อธิการให้ค่ะ”

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นักเรียนหญิงถูกสั่งกลับคอนแวนต์เพื่อพิจารณาโทษ เลยเกิดการโทษกันไปมาว่าใครเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง นางโทษว่าสายสุดาห้ามตนจับพวงมาลัยเลยเกิดอุบัติเหตุ สายสุดาเถียงไม่ออกเพราะเป็นความจริงเลยกลบเกลื่อนทำเป็นคันหัวเกายุกยิกเรียกให้มีนาช่วยดูว่าหัวตนเป็นแผลหรือเปล่า

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 5 วันที่ 27 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ