อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 28 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 28 ก.ย.59

คำแก้วหลุดจากภวังค์หลังจากนั้น และปลีกตัวจากทศพลไปเตรียมตัวขายของในตลาดเหมือนเคย เลยรอดจากการอาละวาดของพิมพ์พร ซึ่งตระเวนตามหาทศพลด้วยความหึงหวงตั้งแต่เช้าอย่างหวุดหวิด

ทศพลไม่ชอบใจที่พิมพ์พรทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของและทำท่าจะพังเทวรูปเจ้าแม่นาคี เอ็ดลั่น

“คำแก้วจะมาทำอะไรที่นี่ พิมพ์คงตาฝาดเห็นเทวรูปเป็นคำแก้ว”

“พิมพ์ไม่ได้ตาฝาด นังคำแก้วมันยิ้มเยาะพิมพ์ มันจะแย่งพลไปจากพิมพ์”

“เหลวไหล...ใครได้ยินเข้า เขาจะหาว่าพิมพ์เป็นบ้า”



“พิมพ์อยากจะสับหน้าไอ้เทวรูปนี่จริงๆ”

ไม่ใช่พิมพ์พรคนเดียวที่ร้อนรุ่ม กำนันแย้มก็กำลังจะบ้าตายเพราะความแค้น

“จิตใจข้ามันร้อนรุ่มไปหมด ข้าอยากแก้แค้นให้ไอ้เลื่องลูกข้า ข้าจะไปฆ่านังงูผีอัปรีย์ที่เทวาลัย”

“ใจเย็นก่อนกำนัน ทำแบบนั้นเท่ากับเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ” หมออ่วมเตือนเสียงเรียบ

“ข้าเย็นไม่ไหวแล้ว หมออ่วมบอกข้าทีว่าข้าควรทำยังไง”

“จะปราบเจ้าแม่นาคีและสมุนของมันให้ราบคาบ เจ้าต้องใช้ของศักดิ์สิทธิ์...แหวนพิรอดของลำเจียกไง”

“แหวนนั่นช่วยได้จริงเหรอ”

“ถ้าแหวนนั่นไม่ขลังจริง นังลำเจียกคงถูกงูเจ้าแม่เล่นงานไปตั้งนานแล้ว”

กำนันแย้มตาวาว แสยะยิ้มร้ายเมื่อเห็นทางชำระแค้น

“ข้าไม่ยอมให้ลูกข้าตายเปล่า ชาตินี้ข้าจะต้องกำจัดเจ้าแม่อุบาทว์นั่นให้ได้ ต่อให้ต้องตายข้าก็ยอม!”

ooooooo

ผละจากพิมพ์พรมาได้ ทศพลก็เก็บกล้วยไม้ป่าไปง้อคำแก้ว หญิงสาวเห็นสายตาเว้าวอนก็ใจอ่อนแต่ยังตีหน้านิ่ง เสเก็บดอกไม้ป่าไปขายที่ตลาด เขาก็ไม่ย่อท้อตามไปชวนคุยด้วยจนได้

“ผมไม่อยากกลับไปเลย”

“ไม่คิดถึงคนที่บ้านคุณหรือไง”

ทศพลส่ายหน้า ไม่มีคนให้คิดถึงนอกจากอิ่มแม่นมที่เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ส่วนพ่อแท้ๆ...มีก็เหมือนไม่มี

คำแก้วเห็นเขาทำหน้าเศร้าก็สงสารอยากปลอบ แต่ก็พูดไม่ออกจนเขาโพล่งออกมาแทน

“ถ้าคุณไม่ยอมไปกรุงเทพฯกับผม ผมก็จะอยู่กับคุณที่นี่”

“จะอยู่ได้ยังไง ที่นี่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนกรุงเทพฯบ้านคุณหรอกนะ”

“ผมอยู่ได้ทุกที่ที่มีคุณ”

“พวกผู้ชายเมืองกรุงคงร้อยลิ้นกะลาวนเหมือนคุณทุกคนสินะ”

คำแก้วผละไปขายของที่ตลาดแล้ว ทศพลเลยไปสมทบเพื่อนๆและทัศนัยเพื่อค้นหาข้อความในแผ่นจารึกโบราณ แล้วก็พบว่ามีข้อความเกี่ยวข้องถึงพระเจ้านิรุทธราชแห่งเมืองมรุกขนคร

“พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีแสนยานุภาพเกรียงไกร ไม่ว่าจะไปตีเมืองไหนก็มักจะได้รับชัยชนะ แต่ก็น่าสงสัยว่าอาณาจักรที่รุ่งเรืองสุดขีดอย่างมรุกขนครกลับล่มสลายอย่างรวดเร็วหลังจากเพิ่งไปตีเมืองขึ้นได้เพียงไม่กี่วันและเมืองสุดท้ายที่พระเจ้านิรุทธราชนำทัพไปตีจนแตกแล้วนำมาเป็นเมืองขึ้นได้ก่อนจะล่มสลายก็คือเมืองปัตตนคร”

จบคำของทัศนัยก็มีภาพแวบในหัวทศพล บอกเล่าเรื่องราวเมื่อพันปีก่อนตอนไชยสิงห์ออกรบกับข้าศึกฝ่ายพระเจ้านิรุทธราช ส่วนพวกเพื่อนๆของทศพลก็ถกเถียงกันอย่างเคร่งเครียด ถึงเหตุล่มสลายของเมืองมรุกขนครและความเป็นมาของเมืองปัตตนครแต่ก็ไม่มีใครให้
ข้อสรุปได้

ทศพลไม่ได้สนใจข้อสันนิษฐานของเพื่อนๆและอาจารย์หนุ่ม แต่กลับโพล่งออกไปแบบไม่รู้ตัวนัก

“แม่ทัพของปัตตนครถูกจับไปพร้อมทหารคนสนิท ถูกทรมานต่างๆนานา ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ไม่มีทางที่เมืองเล็กๆอย่างปัตตนครจะยกทัพมาตีมรุกขนครจนล่มสลายได้หรอก”

ไม่มีใครรู้ว่าทศพลเอาข้อสันนิษฐานนี้มาจากไหน แม้แต่เจ้าตัวเองก็อดสงสัยไม่ได้ จนต้องไปปรึกษาเชษฐ์หนุ่มธรรมะธัมโมประจำกลุ่มถึงเรื่องที่ตนอาจระลึกชาติได้

“ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสสติญาณหรือการระลึกชาติ เมื่อฝึกจิตจนเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวก็ย่อมโน้มน้อมจิตไประลึกชาติได้”

“แล้วถ้าคนที่ไม่เคยผ่านการฝึกจิตเลยล่ะ”

“เรื่องบางเรื่องมันก็นอกเหตุเหนือผล หาคำอธิบายไม่ได้หรอก แกจะอยากรู้ไปทำไมวะ”

คำถามของเชษฐ์ทำให้ทศพลนิ่วหน้า ภาพความทรงจำตอนได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์ประหลาดก็ผุดในหัว

“ฉันก็ไม่รู้ มันเหมือนอยู่ในภวังค์ แต่บางครั้งก็ เหมือนว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง อาจมีอะไรดลใจฉันอยู่ก็ได้”

“หากระลึกชาติได้จริง อดีตชาติของแต่ละคนก็เป็นเพียงเครื่องเตือนสติแกในชาติภพก่อนๆ”

ทศพลตัดสินใจเล่าถึงความฝันประหลาดที่มีเขากับเพื่อนๆทุกคนในชุดนักรบโบราณ เชษฐ์อ้าปากค้างไม่อยากเชื่อ เช่นเดียวกับคนอื่นที่รู้เรื่องในเวลาต่อมา ทศพลเลยได้แต่ถอนใจหนักหน่วง อยากรู้เหลือเกินว่าเรื่องราวจากอดีตชาติต้องการบอกอะไรกับเขาแน่...

ooooooo

เลื่อมประภัสกับฉัตรสุดาสองสาวคนสนิทในร่างงูเขียวของเจ้าแม่นาคีเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความเป็นกังวล โดยเฉพาะเรื่องความสงสัยของทศพลที่นับวันก็เข้าใกล้ความจริงขึ้นมาทุกที

“ชาติที่แล้วแม่ทัพไชยสิงห์ไม่รู้ชาติกำเนิดของเจ้าแม่นาคี ความลับยังเป็นความลับ แล้วชาตินี้เขาจะรู้หรือไม่”

“รู้ก็คือรู้...ไม่รู้ก็คือไม่รู้” เลื่อมประภัสเอ่ยปลงๆ

“หากชาตินี้แม่ทัพไชยสิงห์รู้ความจริงจักเป็นเยี่ยงไร”

“ห้ามอันใดก็ห้ามได้แต่ห้ามชะตากรรมไม่ได้ ทุกอย่างล้วนถูกอำนาจกรรมลิขิตเอาไว้แล้ว...”

นอกจากนิมิตต่างๆที่แล่นผ่านในหัวของเขาไม่เว้นแต่ละวันแล้ว ทศพลยังต้องตะลึงตาค้างในเวลาต่อมา เมื่อมีภาพนางไม้ในฝันของเขาปรากฏในภาพถ่ายของประกิต!

ไม่มีใครตอบได้ว่านางไม้คนนั้นเป็นใครมาจากไหน และก็ไม่ทันค้นหาคำตอบ หนุ่มๆทั้งกลุ่มก็ต้องวิ่งไปบ้านของคำปองเพราะได้ยินเสียงเอะอะ กอกับลำเจียกนั่นเองที่แวะเอาแกงมาให้ โดยอ้างว่าเพื่อไถ่โทษที่เข้าใจผิดคำแก้วในครั้งก่อน แต่จุดประสงค์แท้จริงนั้นคือจับผิดอาการของคำแก้วเมื่อเจอฤทธิ์ของแหวนพิรอดบนมือลำเจียก

คำปองรำคาญ บอกให้ลูกสาวรับหม้อแกงเพื่อตัดปัญหา คำแก้วรู้สึกร้อนๆหนาวๆแต่ยังพอทนไหว แต่สาเหตุที่ทำให้สะดุ้งจนปล่อยหม้อหล่นพื้น ก็เมื่อลำเจียกบอกว่าแกงในหม้อนั้นทำจากเนื้องู!

ลำเจียกจับสังเกตคำแก้วตลอด สะใจมากเมื่อเห็นอาการของอีกฝ่าย

“เห็นงูอยู่ในหม้อถึงกับมือไม้อ่อนเลยเหรอ เนี่ย แหละนะที่เขาว่างูด้วยกัน มันไม่กินเนื้อพวกเดียวกันเอง”

คำแก้วโกรธมาก ปรายตามองด้วยแววตาเหมือนอสรพิษ ลำเจียกกลัวมากแต่ยังปากดี

“ทำไมแกจะทำอะไรฉัน ก็เอาซี้...แน่จริงแกก็แปลงร่างเป็นงูยักษ์มาฆ่าฉันแบบที่แกฆ่าพี่เลื่องเลยสิ”

“ฉันไม่ได้ฆ่าพี่เลื่อง!”

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะเป็นใคร ในเมื่อแกอยู่ในกระท่อมกับพี่เลื่องแค่สองคน”

“ปากเก่งนี่ ทีอยู่ต่อหน้าชาวบ้านทำไมไม่พูดความจริงล่ะ เขาจะได้รู้ว่าเธอหลอกฉันไปให้ไอ้เลื่องมันปล้ำถึงที่”

ลำเจียกหน้าเสีย คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะย้อน คำแก้วได้ทีสำทับเสียงเข้ม

“คนชั่วๆแบบนั้น ตายไปก็สมควรแล้ว ความจริงเจ้าแม่นาคีน่าจะเอาเธอไปด้วย แผ่นดินดอนไม้ป่าจะได้สูงขึ้น”

“นังคำแก้ว...อย่าคิดว่ามีคุณทศพลให้ท้ายแล้วจะรอดนะ แกคงคิดว่าเสน่ห์ของแกมัดใจคุณทศพลได้อยู่หมัดล่ะสิ แต่ฉันจะบอกให้เอาบุญ ลับหลังแกคุณทศพลชอบทำตาเล็กตาน้อยใส่ฉันไม่รู้กี่หน ไม่รู้ว่าคิดอะไรกับฉันกันแน่”

“คงคิดว่าผู้หญิงบ้านป่าก็หน้าด้านไม่แพ้ผู้หญิงเมืองกรุงละมั้ง หรือไม่คงด้านกว่าด้วยซ้ำ”

“นังคำแก้ว...แกอิจฉาฉันล่ะสิที่คุณทศพลเค้าพิศวาสฉัน”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 28 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ