อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 29 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 29 ก.ย.59

“นังคำแก้ว...แกอิจฉาฉันล่ะสิที่คุณทศพลเค้าพิศวาสฉัน”

“คุณทศพลน่ะเหรอจะชอบเธอ ในเมื่อเขามีคนรัก ของเขาอยู่แล้ว ฉันจะบอกให้เอาบุญ เลิกเพ้อฝันซะทีเถอะ ผู้ชายเมืองกรุงไม่มีทางมาสนใจผู้หญิงบ้านป่าให้เสียเวลาหรอก”

“มันก็ไม่แน่นักหรอก ผอมแห้งเป็นไม้เสียบผีอย่างนังพิมพ์พรน่ะเหรอจะสู้ขาวๆอวบๆใหญ่ๆอย่างฉันได้พนันกันไหมล่ะ ฉันจะเอาคุณทศพลมาเป็นผัวฉันให้ได้ คอยดูก็แล้วกัน!”

ooooooo

ไม่ใช่แค่ลำเจียกกับกอที่ตั้งหน้าตั้งตาหาทางจับผิดคำแก้ว พิมพ์พรที่อิจฉาและหึงหวงทศพลก็มีความคิดไม่ต่างกัน จะหาทางพิสูจน์ให้ได้ว่าคำแก้วไม่ใช่คนธรรมดา



เจิดนภาที่อาเจียนจนหมดไส้หมดพุงเพราะขยะแขยงเนื้องู ค้านอย่างอ่อนแรง ไม่เห็นด้วยที่เพื่อนสาวจะไปยุ่งเรื่องความขัดแย้งของคนในหมู่บ้านแบบนี้ แต่พิมพ์พรก็ไม่ยี่หระ

“จำได้ไหมที่ฉันเคยเห็นผู้หญิงในรูปปั้นหน้าตาเหมือนนังคำแก้ว”

“หมายความว่าเธอจะอยู่ที่นี่เพื่อสืบเรื่องนังคำแก้ว น่ะเหรอ”

“ใช่...ฉันต้องรู้ให้ได้ว่านังคำแก้วมันเป็นคนหรือเป็นงูเจ้าแม่กันแน่!”

ลำเจียกแจ้งข่าวร้ายแก่กำนันแย้มเวลาต่อมาว่าแผนจับผิดคำแก้วล่มไม่เป็นท่าอีกรอบ แต่กระนั้นท่าทางแปลกๆตอนคำแก้วเห็นแหวนพิรอดก็ไม่พ้นสายตาของเธอไปได้ หมออ่วมซึ่งนั่งฟังนิ่งๆเลยคิดได้ถึงแผนบางอย่าง จะใช้แหวนพิรอดและพลังไฟจากแสงอาทิตย์เผยตัวตนแท้จริงของคำแก้ว

ทัศนัยหมกมุ่นกับการแกะรอยแผ่นจารึกโบราณ ไม่ได้สนใจเรื่องวุ่นวายของเหล่านักศึกษากับชาวบ้านมากนัก ทศพลแวะมาคุยด้วยความเป็นห่วง แล้วก็ถึงกับหน้าเจื่อน เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายจะส่งพวกเขากลับกรุงเทพฯ

“อาจารย์พูดเหมือนจะไม่กลับพร้อมพวกเรา”

“ผมตั้งใจว่าจะกลับไปตามหาชิ้นส่วนศิลาจารึกส่วนที่ขาดไปที่เทวาลัยร้างนั่นอีกสักครั้ง บางทีมันอาจจะทำให้เรารู้ได้ว่าเมืองมรุกขนครล่มสลายลงเพราะอะไรก็ได้”

“ถ้างั้นอาจารย์ก็ให้พวกผมกับเพื่อนๆไปด้วยสิครับ”

“อย่าเลย ผมไม่อยากให้ใครมาเสี่ยงอันตรายอีก ถ้าถนนเข้าหมู่บ้านซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ ผมคงต้องส่งพวกคุณกับเพื่อนๆกลับกรุงเทพฯซะทีเพราะนี่มันก็เลยกำหนดกลับมานานแล้ว ผู้ปกครองพวกคุณจะเป็นห่วง”

“แต่ที่นั่นมันอันตรายนะครับอาจารย์ อาจจะพังลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ งูเงี้ยวเขี้ยวขอก็ชุกชุม ไหนจะคนของกำนันแย้มที่จับตาดูเราอยู่อีก ถ้าพวกกำนันจับได้ว่าเราเข้าไปยุ่มย่ามที่นั่นคงไม่ปล่อยเราไว้แน่”

“คุณไม่ต้องห่วงหรอกน่า ผมจะหาทางไปที่นั่นเอง และถ้าผมเป็นอะไรไป คุณจะช่วยดูแลจัดการเรื่องเทวรูปเจ้าแม่นาคีและหาหลักฐานเกี่ยวกับเมืองมรุกขนครต่อจากผมด้วยนะ รับปากผมสิ...”

ทศพลเข้าใจความรู้สึกอาจารย์หนุ่มดี จำต้องรับปากและนำส่วนหงอนของรูปปั้นที่หลุดจากเทวรูปตอนขนจากถ้ำใต้เทวาลัยมาเก็บไว้ เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯจะได้นำไปซ่อมแซมตามสัญญา

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดกับคำแก้วในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้พวกเพื่อนๆของทศพลอยากช่วยให้เธอหลุดจากข้อครหาว่าเป็นบริวารเจ้าแม่นาคีกลับชาติมาเกิด แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องมากนัก

ต่างจากแผนการของหมออ่วมและกำนันแย้ม ซึ่งร่วมมือกับกอและลำเจียก จะใช้แหวนพิรอดและพลังไฟจากแสงอาทิตย์เผยตัวตนของคำแก้วนั้น ทำท่าว่าจะเป็นไปด้วยดี แต่เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกขัดขวาง กำนันแย้มเลยส่งสมุนไปคุมตัวพวกทศพลไว้ ไม่ให้โผล่มายุ่งวุ่นวายจนเสียเรื่องเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

คำแก้วไม่รู้เรื่องแผนการของใคร มัวหงุดหงิดที่ขายของไม่ได้ และยิ่งหัวเสียเมื่อต้องเจอสายตาประณามและรังเกียจจากชาวบ้านคนอื่น คำปองไม่อยากให้ลูกสาวเครียดเลยปลอบไม่ให้คิดมาก

“ใครจะนินทายังไงก็ช่างหัวมัน ปล่อยให้นินทาไป เมื่อยปากก็เลิกเองแหละ เก็บมาคิดก็รกสมองเปล่าๆ”

“จะไม่ให้ฉันคิดได้ไงล่ะแม่...ดีไม่ดีอีกหน่อยคงลือว่าฉันเป็นผีปอบผีกะ แล้วเราสองคนแม่ลูกจะอยู่กันได้ยังไง”

“เราก็อยู่กันตามประสา ใครจะพูดยังไงแม่ไม่สน ไม่ได้ขอข้าวใครกิน สำหรับแม่...ยังไงเอ็งคือลูกของแม่เสมอ”

คำแก้วไม่ค่อยเข้าใจคำพูดแปลกๆของแม่มากนัก แต่ก็อารมณ์ดีขึ้นมากที่รู้ว่ามีคนรักและเข้าใจ พลันสายตาก็เหลือบเห็นช่อดอกกล้วยไม้ในถาด ซึ่งเธอรู้ทันทีว่าเป็นของทศพลแอบมาใส่ไว้ คำปองมองตามสายตาลูกสาวก็นึกสงสัยแต่คาดคั้นเท่าไหร่ก็ไม่รู้ว่าช่อดอกกล้วยไม้ป่านั้นเป็นของใครกัน...

แม้จะรับปากทัศนัยแล้ว แต่ทศพลก็อดห่วงไม่ได้ ตัดสินใจบอกเพื่อนๆให้ช่วยกันเกลี้ยกล่อมอาจารย์หนุ่มให้กลับกรุงเทพฯด้วยกัน และหากทัศนัยต้องการไปสำรวจถ้ำใต้เทวาลัยอีกครั้ง พวกเขาก็จะไปด้วย แต่ไม่ทันขยับไปไหน สมุนของกำนันแย้มก็โผล่มาเสียก่อนและประกาศกร้าวจะไม่ยอมให้ไปไหนทั้งสิ้น!

เมื่อจัดการพวกคนเมืองได้แล้ว หมออ่วมก็เริ่มต้นพิธีกรรมเผยตัวตนของคำแก้วด้วยการสวดบริกรรมต่อดวงอาทิตย์ ขอใช้พลังไฟทำลายล้าง ร่วมด้วยฤทธิ์ของแหวนพิรอดที่ผูกติดกับหุ่นฟางงูขนาดใหญ่ กำนันแย้ม กอและลำเจียกเฝ้ามองพิธีกรรมด้วยแววตาเป็นประกาย มีความหวังว่าจะแฉตัวตนของคำแก้วได้

คำแก้วกำลังช่วยแม่ขายของเกิดอาการร้อนตามร่างกายอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเจ็บจนทนไม่ไหวก็ผลุนผลันออกจากตลาดมุ่งหน้าสู่เทวาลัยเจ้าแม่นาคี คำปองรีบตามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็คลาดกัน โชคดีที่ทศพลซึ่งสังหรณ์ใจเป็นห่วงคำแก้วและหนีจากพวกสมุนของกำนันแย้มมาได้ตามมาเจอกลางทาง เลยอาสาไปช่วยคำแก้วแทน

ooooooo

คำปองกลับไปรอลูกสาวที่บ้าน ส่วนทศพลแยกไปตามหาคำแก้ว แล้วก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นว่าเธอนอนดิ้นรนทุรนทุรายอยู่กับพื้นหน้าทางเข้าถ้ำใต้เทวาลัย ผิวหนังเริ่มเป็นสีแดง เหงื่อแตกพลั่กทั้งตัว!

ทศพลจะพาไปอนามัยแต่คำแก้วก็ห้ามไว้ รู้ดีว่าหมอคงช่วยอะไรไม่ได้ แต่ไม่ทันคิดหาทางอื่น เธอก็หมดสติไปเสียก่อน ปล่อยให้ร่างทิพย์ของเจ้าแม่นาคีออกจากร่างของเธอมาทำพิธีขอฝนสู้กับพิธีของหมออ่วม

อิทธิฤทธิ์ของเจ้าแม่นาคีทำให้เกิดลมพายุและฝนตกห่าใหญ่ ขัดขวางพิธีกรรมของหมออ่วมจนล่มไม่เป็นท่า แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้คำแก้วฟื้น ทศพลรีบเข้าไปดูอาการด้วยความเป็นห่วงและเกือบจูบเธอไปแล้ว ถ้าวัชระปราการงูใหญ่สีน้ำตาลทองคนสนิทของเจ้าแม่นาคีจะไม่พอใจและโผล่ให้เห็นเสียก่อน

ทศพลตกใจมาก กระชับอ้อมแขนปกป้องคำแก้วเต็มที่ และนั่นก็ทำให้เธอได้สติ สะบัดตัวออกโกรธๆเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาฉวยโอกาสจะทำมิดีมิร้าย ทศพลหน้าเสีย เพราะงูตัวใหญ่นั้นหายวับไปแล้ว ได้แต่อึกๆอักๆจนกระทั่งเธอเป็นฝ่ายโพล่งถามออกมาเสียก่อน

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

“คุณจำไม่ได้เลยเหรอ เมื่อกี้จู่ๆคุณก็วิ่งหนีน้าคำปองมาที่นี่ ผมมาตามหาคุณ เห็นคุณล้มอยู่บนพื้นท่าทางคุณเจ็บปวดเหมือนโดนใครทำร้าย ตัวคุณก็ร้อนอย่างกับไฟแล้วคุณก็หมดสติไปตอนฝนตก ผมเลยพาคุณมาหลบฝนที่นี่”

คำแก้วกวาดตามองรอบๆตัวแล้วเห็นจริงตามเขา เลยแก้เก้อด้วยการขอตัวกลับ แต่เพราะยังปวดแสบปวดร้อนตามตัวเลยเดินไม่ไหว ทศพลเลยเสนอให้ขี่หลังเขากลับ

“ฉันเดินเองได้”

“ถ้าคุณไม่ยอม ผมจะอุ้มคุณไปเอง เลือกเอาละกันว่าคุณจะเอาอย่างไหน”

ท่าทางเอาจริงของเขา ทำให้คำแก้วยอมขี่หลังเขากลับแบบเสียไม่ได้ เมื่อพิมพ์พรเห็นก็หึงหวง โวยวายแบบไม่ไว้หน้าใครว่าเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพวกกำนันแย้มและหมออ่วมทำพิธีบางอย่าง

คำแก้วคร้านจะฟังเรื่องไร้สาระ ผละเข้าห้องไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ทศพลที่ต้องนิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ พิมพ์พรเห็นเขาเป็นห่วงเป็นใยคำแก้วอย่างออกนอกหน้าก็ทนไม่ไหว โพล่งออกไปเสียงกร้าว

“ก็พิธีพิสูจน์ว่านังคำแก้วมันเป็นคนหรือเป็นงูกันแน่น่ะสิคะ”

“ทำไมคุณต้องให้ร้ายคำแก้ว ผมไม่นึกเลยว่าพิมพ์ที่น่ารักและแสนดีจะเป็นแบบนี้ คุณเปลี่ยนไปมากนะพิมพ์”

“พิมพ์พูดความจริง คุณต่างหากที่เอาแต่หลงใหลนังคำแก้วจนหน้ามืดตามัวจนไม่ยอมรับฟังอะไรทั้งนั้น คุณรู้จักมันนานแค่ไม่กี่วันแต่คุณกลับเข้าข้างมัน ทั้งๆที่พิมพ์กับคุณรู้จักกันมาตั้งนานแต่คุณกลับไม่เห็นค่า”

ทัศนัยเห็นท่าไม่ดี ไม่อยากให้พวกนักศึกษาตีกันเลยพยายามไกล่เกลี่ย ทศพลยอมเลิกรา แยกตัวไปสงบสติอารมณ์อีกทาง ต่างจากพิมพ์พรที่มองตามด้วยความขัดใจที่คำแก้วแย่งทศพลไปจากเธอ

ooooooo

คำปองถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเรื่องราวจากลูกสาว ทั้งเรื่องอาการประหลาดร้อนรุ่มตามตัวราวกับโดนไฟเผา และพิธีกรรมแปลกประหลาดของหมออ่วมที่พยายามจะแฉตัวตนของเธอ

คำแก้วโมโหมากจะไปเอาเรื่อง แต่คำปองก็รั้งไว้

“ถ้าเอ็งไป ก็เท่ากับยอมรับว่าเราเป็นงูเจ้าแม่อย่างที่พวกนั้นกล่าวหาน่ะสิ”

คำเตือนของแม่ทำให้คำแก้วได้คิด พลันก็ร้องไห้โฮ อย่างอัดอั้น

“ทำไมฉันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ตกลงฉันเป็นอะไรกันแน่”

“เอ็งอย่าคิดมากเลยคำแก้ว ไอ้คนพวกนั้นมันจ้อง จะใส่ร้ายเอ็ง ดีนะที่พ่อทศพลไปเจอเอ็งก่อน”

“ไม่เห็นจะต้องให้เขามายุ่งด้วยเลย ฉันดูแลตัวเองได้”

“แน่ใจเหรอว่าเอ็งไม่อยากให้เขายุ่ง”

คำแก้วหลบตา แก้ตัวเก้อๆ “แน่ใจสิจ๊ะ ฉันไม่ได้รักได้ชอบเขาสักหน่อย อีกอย่าง...ฉันไม่อยากไปแก่งแย่งชิงดีกับใครเขาหรอก ทุกวันนี้ก็มีแต่เรื่องปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว”

แม้ปากจะบอกแม่ว่าไม่คิดชอบพอทศพลแต่คำแก้ว ก็โกหกตัวเองไม่ได้ว่าหวั่นไหวไปกับเขาไม่น้อย เช่นเดียวกับ ทศพลที่เลิกหลอกตัวเองอีกต่อไปเพราะได้คำตอบ แล้วว่ามีใจให้คำแก้วตั้งแต่แรกเห็น

ลำเจียกซึ่งผิดหวังจากพิธีกรรมของหมออ่วมกลัวเสียโอกาส แอบไปหาทศพลถึงที่พักในคืนเดียวกัน เลยได้รู้ว่าเขามีท่าทางสนอกสนใจนางไม้แต่งตัวด้วยชุดประหลาด จึงคิดแผนร้ายจะปลอมตัวเป็นนางไม้เสียเอง

แต่แผนของเธอก็พังไม่เป็นท่าเพราะถูกทศพลจับได้ตั้งแต่แรกเห็น ลำเจียกเลยเปลี่ยนเป็นแผนรุก โถมตัวหาหวังใช้กลิ่นกายสาวกระตุ้นอารมณ์ให้เขาเผลอไผลแต่เขาก็ไม่ตอบสนอง

“อย่าลำเจียก เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“มาเห็นก็ดีน่ะสิ ลำเจียกจะได้ประกาศให้ทุกคนรู้เลยว่าคุณตกเป็นของลำเจียกแล้ว”

“อย่าทำแบบนี้ลำเจียก ปล่อยผมก่อนที่ผมจะเหลืออดกับคุณ”

“ก็เอาสิ ถ้าคืนนี้คุณไม่ยอมเป็นของลำเจียก ลำเจียกก็จะโพนทะนาให้ทั่วเลยว่าคุณปล้ำลำเจียก!”

ลำเจียกทำตามที่ขู่ไว้ทุกอย่าง กรีดร้องเสียงหลงเรียกทุกคนรวมทั้งคำปองกับคำแก้วให้วิ่งมาดู ทศพลไม่พอใจมาก แต่ยังตั้งสติอธิบายความจริงกับทุกคน ลำเจียกเลยแสร้งบีบน้ำตาเรียกร้องความเห็นใจ

แต่กระนั้น...มารยาสาไถยของลำเจียกก็ตบตาคำแก้วไม่สำเร็จ

“เลิกบีบน้ำตาได้แล้ว คนที่นี่เขาไม่โง่เชื่อเรื่องโกหกของเธอหรอก เขาคงอยากได้เธอเป็นเมียมากสินะเลยลากเธอมาปล้ำอวดคนอื่นถึงที่นี่ ฉันชักจะสงสัยแล้วสิว่าใครปล้ำใครกันแน่”

ทศพลใจชื้นที่คำแก้วไม่หูเบา เช่นเดียวกับเพื่อนๆ คนอื่นที่เชื่อว่าเขาไม่ใช่คนแบบนี้ ลำเจียกถึงกับเต้นผาง

“นังคำแก้ว นี่แกหาว่าฉันปล้ำผู้ชายงั้นเหรอ”

คำแก้วส่ายหน้าหน่ายๆ ตอกไม่ไว้หน้า “เรามันคนบ้านเดียวกันนะลำเจียก ทำไมฉันจะดูไม่ออกว่าใครเป็นยังไง แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่เธอแล้ว ไส้มีกี่ขดๆ ชาวบ้าน เขารู้กันหมด”

ทัศนัยกลัวจะไปกันใหญ่ พยายามแยกให้ทั้งสองฝ่ายจบด้วยดี แต่พิมพ์พรก็ทำให้เสียเรื่อง ต่อปากต่อคำกับลำเจียกอีกยกด้วยความหึงหวงทศพล คำปองเห็นท่าไม่ดีเลยเป็นฝ่ายตัดบท

“กลับไปซะเถอะนังลำเจียก ก่อนที่เอ็งจะทำให้คนดอนไม้ป่าขายขี้หน้าไปมากกว่านี้”

ลำเจียกไม่ยอม สวนทันควัน “คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ ที่แท้น้าคำปองก็หวังจะจับผู้ชายไว้ให้ลูกตัวเองสิท่า

มิน่าล่ะ...ชาวบ้านเขาถึงได้นินทากันว่ายั่วผู้ชายเก่งตั้งแต่แม่ยันลูก”

คำแก้วโกรธจนตัวสั่นและทำท่าจะปล่อยพลังบางอย่างออกจากตัว คำปองเห็นก็จับมือไว้พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติ และเมื่อลำเจียกกระฟัดกระเฟียดจากไปแล้ว เธอก็เรียกลูกสาวไปคุยตามลำพัง

“ต่อไปนี้เอ็งต้องระวังตัวให้มาก อย่าให้โกรธหรือว่าเกลียดใครมากๆ เอ็งทำได้ไหม”

“ทำไมล่ะแม่ แม่ก็ดูนังลำเจียกสิ มันทำกับฉัน ฉันไม่ว่า แต่ถ้ามันทำกับแม่ ให้ฉันตายฉันก็ไม่ยอม”

“คำแก้ว...เอ็งฟังแม่ ความโกรธมันก็เหมือนงูร้าย พอโกรธขึ้นมามันก็พร้อมทำร้ายคนอื่นได้ทุกเมื่อ แม้แต่ตัวเราเอง แม่ไม่อยากเห็นเอ็งต้องพบจุดจบที่เลวร้าย เพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวเองนะคำแก้ว”

“ฉันจะพยายามก็แล้วกันจ้ะแม่”

ooooooo

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 29 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ