อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 30 ก.ย.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 30 ก.ย.59

ทศพลดีใจมากที่คำแก้วเชื่อในตัวเขา และเมื่อเจอหน้ากันเช้าวันต่อมาก็อดไม่ได้จะเข้าไปขอบคุณและสารภาพความในใจ แต่คำแก้วก็ยังตีมึนทำเป็นไม่สนใจ

“ทำไมฉันต้องโกรธคุณด้วย คุณจะทำอะไรกับใครที่ไหนมันก็เรื่องของคุณ”

“แต่สำหรับผม มันคือเรื่องของเราต่างหากนะคำแก้ว”

คำพูดและสายตาจริงจังของเขาทำให้คำแก้วถึงกับอึ้ง ทศพลเลยถือโอกาสบอกความในใจ

“ถึงคุณไม่อยากรู้แต่ผมก็อยากให้คุณรู้ ผมไม่ได้สนใจลำเจียกเพราะผมมีคนที่ผมหมายปองอยู่แล้ว”



“คุณคงหมายถึงคุณพิมพ์พรคู่หมั้นคู่หมายคุณล่ะสิ เรื่องนั้นฉันรู้มาตั้งนานแล้ว หมดธุระแล้วใช่ไหม ฉันขอตัว”

พูดจบก็ผละไป ทศพลเลยตัดสินใจตะโกนไล่หลัง

“แล้วเรื่องที่ผมรักคุณล่ะ คุณรู้บ้างรึยัง”

คำแก้วถึงกับตัวชา พูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำสารภาพของเขา แทบไม่รู้ตัวเมื่อถามออกไปหลังจากนั้น

“คุณพิมพ์พรเหมาะสมกับคุณทุกอย่าง ทำไมคุณถึงมาสนใจผู้หญิงบ้านป่าอย่างฉัน”

ทศพลสบตาเธอนิ่ง เอ่ยเสียงหวาน “คุณเป็นผู้หญิงในฝันของผม ผมอธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่พอผมเจอคุณ ผมรู้สึกผูกพันกับคุณเหมือนเราเคยรักกันมานาน”

“ถ้างั้นคุณก็ตื่นได้แล้ว นี่มันความจริงไม่ใช่ความฝัน!”

เหตุการณ์บอกรักกลางทุ่งนาของทศพลเป็นที่รับรู้ของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะพวกเพื่อนหนุ่มๆร่วมแก๊งที่ถึงกับตั้งเงินพนันขันต่อว่าทศพลจะลงเอยกับใครระหว่างคำแก้วกับพิมพ์พร

พิมพ์พรช้ำใจแทบกระอัก แล้วก็เกือบล้มทั้งยืนเมื่อได้ยินทศพลประกาศต่อหน้าเพื่อนทุกคนว่าจะทำทุกทางไม่ให้พรากจากคำแก้ว และหากจำเป็น เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอ...

วันเดียวกันที่กรุงเทพฯ...มหาวิทยาลัยเชิญผู้ปกครองของเหล่านักศึกษาที่ออกภาคสนามกับทัศนัยไปรวมตัวกันเพื่อแจ้งข่าวไม่สู้ดีว่าทั้งคณะหายตัวไป ติดต่อไม่ได้!

บุญส่งยืนตัวชาเมื่อได้ยินว่าพิมพ์พรลูกสาวสุดที่รักไปออกภาคสนามที่ดอนไม้ป่า รู้ดีกว่าใครว่าที่แห่งนั้นมีอาถรรพณ์แค่ไหน ส่วนสุภัทรพ่อของทศพลก็อดเป็นห่วงลูกชายคนเดียวไม่ได้ แต่ก็ต้องทำนิ่งเหมือนไม่เห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่

เถ้าแก่เส็งพ่อของรัตนาวดียังไม่รู้ชะตากรรมลูกสาว เรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยส่งคนติดตาม แต่ก็ต้องใจเสียเมื่อรู้ว่าถนนหนทางถูกตัดขาด บุญส่งกับสุภัทรเลยอาสาเป็นตัวแทนจะไปตามทั้งคณะกลับมาเอง

ขณะที่พวกกรุงเทพฯเตรียมตัวบุกดอนไม้ป่าเพื่อตามหาลูกหลาน บรรยากาศภายในหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยความอึดอัด โดยเฉพาะจากพวกชาวบ้านที่โทษว่าเป็นเพราะคำแก้วและพวกนักศึกษาทำให้เจ้าแม่นาคีอาละวาด

ทัศนัยไม่ได้สนใจเรื่องขัดแย้งภายในหมู่บ้านนัก และฉวยจังหวะนี้แอบไปสำรวจถ้ำใต้เทวาลัยตามลำพังเพื่อตามหาแผ่นจารึกอีกครึ่งที่หายไป แต่ก็โชคไม่ดี ถูกวัชระปราการงูสีน้ำตาลทองตัวใหญ่ซึ่งทำหน้าที่อารักขาถ้ำของเหล่าพญานาคปรากฏตัวให้เห็นเสียก่อน!

ooooooo

ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของทัศนัยที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พวกทศพลเป็นห่วงอาจารย์หนุ่มมาก ตัดสินใจออกไปตามหาในถ้ำใต้เทวาลัย แต่ไม่ทันได้เข้าถ้ำก็ถูกพวกกำนันแย้มจับตัวไว้ก่อน

และสาเหตุที่พวกทศพลถูกจับก็เพราะพวกกำนันแย้มรวมหัวกับหมออ่วม กอและลำเจียก บุกไปค้นบ้านพักชั่วคราวของเหล่านักศึกษาโดยใช้แหวนพิรอดนำทาง แล้วพบว่ามีเทวรูปเจ้าแม่นาคีแอบซ่อนไว้

ทศพลพยายามอธิบายว่าต้องการนำไปศึกษาเพื่อข้อมูลทางโบราณคดีแต่พวกกำนันแย้มก็ไม่เชื่อ

“เหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นในดอนไม้ป่าเพราะพวกคนเมืองบังอาจลบหลู่เจ้าแม่นาคี ทำให้พวกเราเดือดร้อน”

เหล่าชาวบ้านซึ่งถูกปั่นหัวมารวมตัวกันและพร้อมใจกันลงความเห็นให้ลงโทษพวกทศพลถึงตาย!

กว่าคำปองกับคำแก้วจะรู้เรื่อง เหล่านักศึกษาก็เกือบถูกประชาทัณฑ์แล้ว คำแก้วจะเข้าไปช่วยก็ถูกลูกหลงจนช้ำทั้งตัว พิมพ์พรสาแก่ใจมากจะช่วยซ้ำ ทศพลเห็นว่าเรื่องจะลุกลามเลยโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“หยุดสักที เลิกงมงายจนทำร้ายคนอื่นได้แล้ว เจ้าแม่นาคีไม่มีจริง ความเชื่อของพวกคุณจะฆ่าคนบริสุทธิ์”

“ถ้าเจ้าแม่นาคีไม่มีจริง แล้วใครล่ะที่ฆ่าไอ้เลื่องลูกชายข้า”

“เรื่องนั้นผมไม่รู้ รู้แต่ว่าเรื่องงูเจ้าแม่เป็นแค่นิทานปรัมปรา ไม่มีอยู่จริง ถ้าไม่เชื่อ ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนดู”

“เอ็งจะพิสูจน์ยังไงวะไอ้หนุ่ม”

“ผมจะลงไปที่ถ้ำใต้เทวาลัย”

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง แต่ทศพลก็ยืนยันตามเดิม

“ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองว่าเจ้าแม่นาคีไม่มีจริง ผมจะลงไปในถ้ำใต้เทวาลัย ถ้าพรุ่งนี้ผมรอดกลับมา ผมอยากให้ทุกคนเลิกกล่าวหาปรักปรำคำแก้วเสียที”

คำแก้วซาบซึ้งใจมากที่เขายอมทำเพื่อเธอขนาดนี้ ต่างจากกำนันแย้มที่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ตกลง...พรุ่งนี้หากเอ็งยังมีลมหายใจอยู่ ข้าจะถือว่าเอ็งเป็นผู้วิเศษแห่งดอนไม้ป่า”

หลังจากตกลงกันได้ พวกกำนันแย้มก็ไปส่งทศพลที่หน้าทางเข้าเทวาลัย

“ข้าจะปิดปากถ้ำไว้แล้วพรุ่งนี้จะมาเปิดให้แต่เช้าหวังว่าเอ็งจะรอดกลับมานะไอ้หนุ่ม”

“อย่าลืมที่สัญญาไว้นะกำนัน ถ้าผมไม่ตาย กำนัน ต้องปล่อยทุกคนเป็นอิสระทันทีรวมทั้งเลิกยุ่งกับคำแก้วด้วย”

“ข้า...กำนันแย้มพูดคำไหนคำนั้น รักษาชีวิตเอ็งไว้ให้ดีก็ละกัน!”

ทศพลเข้าไปในถ้ำด้วยความมุ่งมั่น อยากช่วยเพื่อนและกู้ศักดิ์ศรีของหญิงอันเป็นที่รัก ลำเจียกเจ็บใจมากที่เขาทำเพื่อคำแก้ว แถมเอาชีวิตไปทิ้งในถ้ำที่ไม่มีใครเคยเอาชีวิตรอดออกมาได้อีกต่างหาก

คงมีเพียงพวกกำนันแย้ม หัวเราะด้วยความสะใจที่ใช้ทศพลเป็นเครื่องมือได้

“ไม่มีใครลงไปในถ้ำนั้นแล้วกลับขึ้นมาได้ ถ้ามัน รอดก็แสดงว่ามันปราบเจ้าแม่นาคีได้ ก็เท่ากับเรายืมมือมันกำจัดเจ้าแม่โดยที่เราไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ งานนี้ไม่ว่าใครจะตายก็ดีกับฝ่ายเราทั้งนั้น”

ooooooo

แม้จะแสดงออกให้ทุกคนเห็นว่าไม่กลัว แต่บรรยากาศภายในถ้ำก็ทำให้ทศพลอดพรั่นพรึงไม่ได้ แต่กระนั้นภาพเขียนบนฝาผนังถ้ำเกี่ยวกับเมืองโบราณและพญานาคก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจเขาได้ แต่ทันใดนั้นเอง...ทศพลก็เหลือบเห็นเงาดำของใครบางคน คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นทัศนัยเลยรีบตามไปดู

เวลาเดียวกันที่บ้านคำปอง...คำแก้วอดเป็นห่วงทศพลไม่ได้ เลยตัดสินใจตามไปช่วย และทันทีที่ถึงหน้าถ้ำ กายทิพย์ของเจ้าแม่นาคีก็ยึดครองร่างของเธอและพาเข้าไปในถ้ำอย่างคุ้นเคยดี

เจ้าแม่นาคีกลายร่างเป็นนางในฝันของทศพลมาช่วยเขาจากพวกเหล่าอสรพิษได้ทันเวลา และเมื่อเขาฟื้นก็ถึงกับตะลึงงัน เมื่อพบว่าตนไม่ได้อยู่ในถ้ำแต่อยู่ในเมืองที่งดงามราวสวรรค์

ทศพลกวาดตามองบรรยากาศงดงามรอบตัวด้วยความสนใจ ก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อได้เห็นนางในฝัน เจ้าแม่นาคีส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเดินนำเขามาที่สระน้ำสีมรกต

“สระมรกตแห่งนี้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับวังบาดาล”

“วังบาดาล...เมืองของพวกพญานาคน่ะหรือครับ”

นางในฝันไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่ทศพลก็ไม่ได้สนใจ วักน้ำใสในสระขึ้นดื่ม ยิ้มกว้างอย่างถูกใจ

“ท่านชอบที่นี่หรือไม่”

“ชอบสิ ชอบมากๆ แทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ในถ้ำใต้ปราสาทหินโบราณ”

“ของบางอย่างก็ละเอียดเกินกว่าที่จะมองเห็นด้วยตา”

“รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่า คุณมีตัวตนจริงๆน่ะเหรอ...แม่นางไม้”

“ข้าจักมีตัวตนหรือเป็นเพียงแค่ภาพมายา...ก็แล้วแต่ท่านจะคิด”

จบคำก็ผละไป ทศพลรีบตามแล้วก็พบว่าเธอพาเขามาที่อีกห้องซึ่งมีแท่นบรรจถรณ์งดงาม

“ที่นี่เป็นที่ส่วนตัวของข้า ไม่เคยมีบุรุษผู้ใดเคยเข้ามา...นอกจากท่าน”

“ถ้าอย่างนั้น...ผมก็เป็นแขกคนสำคัญของคุณน่ะสิ”

เจ้าแม่นาคียิ้มบางๆ แล้วส่งชุดแม่ทัพโบราณให้ ทศพลก้มมองชุดนั้นแล้วพลันภาพในอดีตชาติก็ผุดในหัว

“มันคือชุดของแม่ทัพไชยสิงห์แห่งปัตตนคร”

“ผมสงสัยมานานแล้ว ทำไมคุณถึงเรียกผมว่า...ไชยสิงห์”

“เพราะไชยสิงห์คือนามของท่านเมื่อพันปีที่แล้ว”

“พันปีที่แล้ว คุณกำลังจะบอกว่าผมเคยเกิดเป็นไชยสิงห์มาก่อน”

“ถึงท่านจะจำเรื่องในอดีตไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของท่านเอง แต่เรื่องระหว่างเรา ข้าไม่เคยลืม ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนผ่านไปนานสักแค่ไหน ข้าก็ยังคงรอท่านรอ... จนกระทั่งท่านกลับมาพบข้าอีกครั้ง”

ทศพลนิ่งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง “คุณรอผมอย่างนั้นเหรอ หมายความว่าที่ผมเห็นคุณบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เพราะคุณเป็นนางในฝันของผม แต่คุณคือคนรักของแม่ทัพไชยสิงห์ซึ่งก็คือผมในชาติที่แล้ว”

“ไม่ว่าจะไชยสิงห์หรือทศพลก็คือคนคนเดียวกัน”

ทศพลนิ่วหน้าไม่เข้าใจ เจ้าแม่นาคีเลยอธิบายเสียงอ่อน

“ท่านกับแม่ทัพไชยสิงห์มีดวงจิตดวงเดียวกันมีสัญญาผูกพันตั้งแต่ในอดีตชาติ เช่นเดียวกับข้าและคำแก้ว”

“คุณคือคำแก้วและคำแก้วก็คือคุณงั้นเหรอ...ผมงงไปหมดแล้ว”

“เรื่องบางเรื่องก็ยากเกินกว่าจะอธิบายให้เข้าใจได้ โดยเฉพาะเรื่องอจินไตยที่อยู่นอกเหตุเหนือผล อยู่เหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติ ท่านต้องค้นหาคำตอบด้วยตนเอง...”

ooooooo

ทศพลเคลิ้มไปกับความงามของนางในฝันและบรรยากาศรอบด้าน และเมื่อได้สบตาเธอ เรื่องราวในอดีตก็หลั่งไหลมาในหัว โดยเฉพาะความรักที่ไชยสิงห์เคยมีต่อนาคี

และก็เพราะความทรงจำนี้เองทำให้เขาโน้มตัวจะจูบ แต่เธอก็เบี่ยงตัวหนี

“ทำไมล่ะ...คุณรังเกียจผมเหรอ”

“ไม่ใช่...แต่มันยังไม่ถึงเวลา”

“ไม่ว่าจะอีกนานแค่ไหน ผมก็จะรอคุณ”

“อีกไม่นานหรอกไชยสิงห์ อีกไม่นาน...ข้าจะยอมเป็นของท่านชั่วนิรันดร์”

ทศพลหรือไชยสิงห์ในอดีตชาติโถมตัวนอนหนุนตัก นางในฝันหรือนาคี เจ้านางน้อยแห่งวังบาดาลในอดีตชาติยินยอมด้วยความเต็มใจ ทั้งสองใช้เวลาทั้งคืนรำลึกความหลังและถ่ายทอดความรักให้แก่กันและกัน

“ข้ามีความสุขเวลาที่อยู่กับท่าน...ไชยสิงห์”

“ผมก็เหมือนกัน อยากนอนหนุนตักคุณแบบนี้ ทั้งตอนหลับและตอนตื่น”

“อีกไม่นาน...ไชยสิงห์ รอข้าอีกไม่นาน ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับท่าน และวันนั้นก็ใกล้จักมาถึงเต็มที”

“ผมคงแทบขาดใจตายเพราะรอคุณ”

“การรอคอยไม่ทำให้ใครต้องตาย แต่ถ้ารออย่างมีจุดหมาย ถึงตาย...ข้าก็จักรอ”

อ่านละครนาคี ตอนที่ 5 วันที่ 30 ก.ย.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ