อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 2 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 2 ต.ค.59

คำถามของเขาทำให้นิมิตแปลกๆแวบในหัวอีกครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ตอนนาคีเจอไชยสิงห์ครั้งแรกและความรักสุกงอมของทั้งสองหลังจากนั้น คำแก้วสับสนมาก แหวลั่น

“พอได้แล้ว ฉันไม่อยากฟังคุณเพ้อเจ้อ”

“แต่คุณต้องฟังนะคำแก้ว ผมเชื่อว่าชาติที่แล้วเราสองคนเคยเป็นเนื้อคู่กัน ผมไม่รู้จะอธิบายให้คุณเข้าใจยังไง แต่ไม่ว่าจะชาติที่แล้ว ชาตินี้หรือชาติไหนๆ... ผมก็รักคุณนะคำแก้ว”



“แต่ฉันไม่เคยรักคุณ ฉันเกลียดคุณ ขยะแขยงคุณยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน เก็บคำแก้ตัวของคุณเอาไว้หลอกผู้หญิงคนอื่นเถอะ เลิกยุ่งกับฉันแล้วออกไปจากชีวิตฉันซะ!”

ooooooo

เรื่องปรับความเข้าใจกับคำแก้วต้องพับไว้ก่อน เพราะทศพลมีสิ่งสำคัญกว่าต้องจัดการคือขโมยเทวรูปเจ้าแม่นาคีคืนจากพวกกำนันแย้ม ซึ่งมีแผนจะทำลายมันทิ้ง

ระหว่างที่พวกทศพลวางแผนกันอย่างเคร่งเครียด พวกกำนันแย้มก็พยายามทุกวิถีทางจะทำลายเทวรูปเจ้าแม่นาคี แต่ไม่ว่าจะลองด้วยวิธีไหน เทวรูปโบราณก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

หมออ่วมเสนอให้เอาเทวรูปไปฝากวัด ให้อำนาจพระพุทธคุณสะกดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้ออกอาละวาด แต่ขณะที่นำเทวรูปล่องแพตามแม่น้ำไปนั่นเอง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดครึม ส่งเสียงคำรามน่ากลัว!

คำแก้วรู้จากงูเขียวเพื่อนรักว่าพวกกำนันแย้มจะเอาเทวรูปไปฝากวัดก็รีบไปขัดขวาง เลยเจอกับพวกทศพลกลางทาง ทั้งหมดเลยมุ่งหน้าไปกู้เทวรูปเจ้าแม่นาคีคืนด้วยกัน

เลื่อมประภัสกับฉัตรสุดาในร่างงูเขียวกลัวจะไม่ทันการณ์ ตัดสินใจเลื้อยลงน้ำไปทำลายแพพวกกำนันแย้มเพื่อให้เทวรูปกลับสู่ถ้ำใต้บาดาลดังเดิม สร้างความเสียใจและเสียดายให้แก่ทศพลมากที่รักษาเทวรูปตามที่สัญญากับทัศนัยไว้ไม่ได้ แต่คำแก้วกลับเห็นว่าดีแล้วและคิดว่าใต้น้ำคือที่ที่เหมาะสมสำหรับเทวรูปเจ้าแม่นาคีที่สุด

หมออ่วมก็คิดเช่นนั้น เมื่อเห็นกำนันแย้มลำพองใจที่เทวรูปหล่นน้ำก็เอ่ยเตือนเสียงเข้ม

“อย่าลืมสิ เจ้าแม่นาคีเป็นนาคไม่ใช่ผี ยิ่งอยู่ในน้ำก็จะยิ่งคืนกำลัง มีฤทธิ์ยิ่งกว่าเก่า”

อำนาจลึกลับของเจ้าแม่นาคียังเป็นปริศนา แม้จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ให้เห็นบ่อยครั้งในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบางคนไม่เชื่อ และหนึ่งในนั้นก็คือพิมพ์พรที่คิดว่าเรื่องเจ้าแม่นาคีเป็นเรื่องแหกตาและงมงาย!

เวลาเดียวกันที่หน้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ...สุภัทรพร้อมกับอิ่มซึ่งรบเร้าขอตามมาด้วย หันไปมองบุญส่งอย่างสนใจ เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นมีท่าทีหวงแหนสัมภาระเป็นพิเศษ

“ของในกระเป๋านี้ท่าจะเป็นของสำคัญ” ด็อกเตอร์หนุ่มเปิดฉากทัก

“สำคัญแค่ไหน อาจารย์ก็น่าจะรู้ดี เพราะอาจารย์ก็เคยอยากได้มันมาแล้ว”

“ครุฑทองคำ...ของมีค่าแบบนี้ คุณจะเอามันไปด้วยทำไม”

“สะสางเรื่องในอดีต”

“คุณไปที่นั่นต้องการอะไรกันแน่”

“ตามหาลูกสาวผมและเผชิญหน้าศัตรูที่ทำให้ผมต้องพิการแบบนี้!”

สีหน้าถมึงทึงและน้ำเสียงแข็งกร้าวทำให้สุภัทรเริ่มสงสัยว่าบุญส่งต้องมีความหลังไม่ดีที่หมู่บ้านดอนไม้ป่าแน่ๆ

ooooooo

จบเรื่องเทวรูปโบราณ คำแก้วก็มานั่งเซ็งเรื่องทศพลเพราะยังหาทางออกไม่ได้ ทศพลพอเข้าใจความรู้สึกของเธอดี และเมื่อสบโอกาสก็รีบตามไปขอความรักอีกครั้ง

“จะความจริงหรือความฝัน ผมก็ได้นอนหนุนตักคุณอยู่ดี”

“ไปให้พ้น ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย”

“ถ้าคุณร้อง ชาวบ้านก็จะแห่มาเป็นสักขีพยานเรื่องระหว่างคุณกับผม”

“คนเจ้าเล่ห์ ฉวยโอกาส ฉันเกลียดคุณ”

“เมื่อไหร่คุณจะเชื่อว่าคุณเป็นนางในฝันของผม ที่ผมได้เจอคุณก็เป็นเพราะโชคชะตาลิขิตให้เราเป็นเนื้อคู่กัน”

“เชื่อคุณก็บ้าแล้ว!”

พูดจบก็จะเดินหนี แต่ทศพลก็ตามไปรั้งตัวไว้

“เดี๋ยวสิคำแก้ว เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

“อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

“ถึงคุณจะหนีหน้าผมแต่คุณก็ไม่มีวันหนีความจริงพ้น ในเมื่อคุณเสียผีให้ผมแล้ว คุณก็ต้องเป็นของผม”

คำแก้วหน้าแดง ทั้งฉุนทั้งเขิน แต่ก็ยังใจแข็งขู่เสียงเขียว

“หยุด! ถ้าคุณตามฉันมา ฉันจะไม่พูดกับคุณอีก”

ลำเจียกผ่านมาเห็นภาพบาดใจโดยบังเอิญ โกรธมากเมื่อสำเหนียกได้ว่าคำแก้วคือศัตรูหัวใจคนสำคัญ

“นังคำแก้ว อีนังแพศยา มึงแย่งผู้ชายกู!”

และเพลิงแค้นแรงหึงก็ทำให้ลำเจียก พร้อมด้วยซ่อนกลิ่นและชบาตามไปดักหน้าหาเรื่องที่ท่าน้ำ คำแก้วสังหรณ์ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดี ไม่อยากต่อความ แต่ลำเจียกก็ไม่ยอมหลีกทางง่ายๆ

“กูได้ยินเรื่องชั่วช้ากาลีของมึงหมดแล้ว นังซ่อนกลิ่น นังชบา จับมันเอาไว้!”

ลำเจียกรู้ดีว่าคำแก้วเกรงอำนาจแหวนพิรอดก็ใช้เป็นเครื่องมือทำให้ไม่มีแรงต้าน

“อีหน้าด้าน หนังหนาอย่างมึงมันต้องตบล้างน้ำสั่งสอน...ริอ่านใช้มารยาร้อยแปดเล่มเกวียนของมึงแย่งคุณทศพลไปจากกูเหรอ อีแพศยาชิงหมาเกิด...กูอยากจะรู้นักว่าหน้ามึงกับฝ่าตีนกูอะไรมันจะหนากว่ากัน”

ด่าจบก็ใช้มือข้างที่ใส่แหวนตบจนหน้าคำแก้วปรากฏรอยไหม้

“ดี...วันนี้กูจะตบมึงให้หน้าแหก ดูซิว่าคุณทศพลจะยังรักยังหลงมึงอยู่ไหม”

คำแก้วถูกตบจนหน้าช้ำไปหมด แต่คงไม่สาแก่ใจลำเจียกที่สั่งให้ซ่อนกลิ่นกับชบาช่วยกันฉีกทึ้งผ้าถุงของคำแก้ว ก่อนจะลากตัวไปท่าน้ำอีกครั้ง คำแก้วเจ็บปวดทั้งร่างแต่ทันทีที่ได้สัมผัสน้ำก็เหมือนมีพลังแล่นเข้าตัว...

ooooooo

คำแก้วหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มีใครรู้ว่าเธอหายไปไหน แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่รู้ว่ามานอนแผ่ในธารน้ำตกหน้าถ้ำใต้เทวาลัยได้เช่นไร แต่เธอก็ไม่มีแก่ใจจะคิดอะไรทั้งนั้นนอกจากร้องเรียนกับเจ้าแม่นาคี

“เจ้าแม่นาคี...ทำไมใครๆถึงใจร้ายกับลูก ลูกทำอะไรให้ ทำไมทุกคนในดอนไม้ป่าถึงจงเกลียดจงชังลูกกันนัก”

พลันก็เกิดนิมิตปรากฏในหัวเธอ เป็นเหตุการณ์เมื่อพันปีก่อน ตอนเจ้าแม่นาคีบุกไปถล่มเมืองมรุกขนคร พระเจ้านิรุทธราชเฝ้ามองลมฝนที่โหมกระหน่ำทำลายทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งชาวเมืองด้วยความแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งอยู่ในวงล้อมของเหล่าพราหมณ์ในหอคำหลวง

เจ้าแม่นาคีในร่างของพญานาคสีขาวตัวใหญ่พ่นน้ำจากยอดปราสาทหินบนเขาเพื่อทำลายเมืองมรุกขนครที่ประหารคนรักของเธอ และในที่สุดพระเจ้านิรุทธราชก็ทนไม่ไหวจะประจันหน้ากับพญานาคสาว

“พระบาทเจ้า...น้ำทะลักเข้าหอคำหลวงแล้ว หนีก่อนเถอะเจ้าข้า” เหล่าอำมาตย์ร้องเตือน

“ไม่! กูจักอยู่ที่นี่ กูจักสู้กับมันที่นี่”

“แต่ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรกับเจ้าแม่นาคีได้”

“ต่อให้กูต้องตาย กูก็จักขอเวียนว่าย ตามจองล้างจองผลาญมันทุกชาติทุกภพ!”

คำอาฆาตแค้นของพระเจ้านิรุทธราชเจ้าเมืองมรุกขนครนั่นเองที่ทำให้คำแก้วประสบชะตากรรมลำบากในชาตินี้ ชดเชยชาติที่แล้วที่พญานาคนาคีทำให้เมืองต้องล่มสลายและเจ้าเมืองต้องจมน้ำตาย!

“ดอนไม้ป่าเคยถูกพญานาคถล่มงั้นเหรอ น่ากลัวเหลือเกิน ...ชาวเมืองจมน้ำตายกันหมดเพราะพญานาคตัวนั้น”

ความโหดร้ายของพญานาคในนิมิตทำให้คำแก้วพูดไม่ออก แล้วก็ถึงกับอึ้งในเวลาต่อมา เมื่อได้เห็นใบหน้าของตัวเองไม่มีรอยไหม้จากฤทธิ์แหวนพิรอดให้เห็นแล้ว

พลังพิเศษของเจ้าแม่นาคีเป็นที่ประจักษ์ใจคำแก้ว ต่างจากบุญส่งหรือแท้จริงก็คือพระเจ้านิรุทธราชในอดีตชาติ ผูกใจเจ็บจากเหตุการณ์อาเพศเมื่อสิบเก้าปีก่อนจนต้องนำครุฑทองคำมาล้างแค้นในวันนี้ วัชระปราการหรืองูใหญ่สีน้ำตาลทองบริวารหนุ่มคนสนิทของเจ้าแม่นาคีเห็นเข้า ก็ตั้งท่าจะไปฆ่าฉัตรสุดาในร่างงูเขียวไม่อยากให้เขาก่อกรรม ถลาไปห้ามไว้ “ช้าก่อนท่านวัชระปราการ”

“เจ้าไม่เห็นรึไรฉัตรสุดา ไอ้นิรุทธราช...มันอยู่นั่น”

“เพลานี้ผลกรรมทำให้มันกลายเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา น่าเวทนายิ่งนัก”

“แต่ก็ยังไม่สาสมกับบาปเวรที่มันก่อไว้กับเจ้าแม่ในอดีตชาติ”

“เหตุใดไอ้นิรุทธราชจึงกลับมาที่นี่อีก”

“ไม่ว่าจักมาด้วยเหตุอันใด มันก็ไม่มีโอกาสได้กลับไปอีก!”

ooooooo

อ่านละครนาคี ตอนที่ 6 วันที่ 2 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ