อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 6 วันที่ 28 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 6 วันที่ 28 ก.ย.59

เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น นักเรียนหญิงถูกสั่งกลับคอนแวนต์เพื่อพิจารณาโทษ เลยเกิดการโทษกันไปมาว่าใครเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่อง นางโทษว่าสายสุดาห้ามตนจับพวงมาลัยเลยเกิดอุบัติเหตุ สายสุดาเถียงไม่ออกเพราะเป็นความจริงเลยกลบเกลื่อนทำเป็นคันหัวเกายุกยิกเรียกให้มีนาช่วยดูว่าหัวตนเป็นแผลหรือเปล่า

พอมีนามาแหวกผมดูก็ผงะบอกว่าไม่มีแผลแต่เหาเต็มหัวเลย! พวกนักเรียนเลยตกใจกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหาหรือเปล่า ผลัดกันแหวกผมดูปรากฏว่าเป็นเหากันทุกคน!

เมื่อซิสเตอร์ออเดรย์รู้จึงหาทางกำจัดเหา สั่งทุกคนให้สระผมเอาหวีเสนียดสางแล้วหมักน้ำยาทิ้งไว้ มาเรียได้ยินก็ถอยห่าง บอกว่าตนทำไม่ได้ศาสนาตนห้ามฆ่าสัตว์ ถามมาดามว่ามีทางอื่นไหม



ซิสเตอร์ออเดรย์บอกว่ามี แล้วเชิญซิสเตอร์ปอลลีนถือปัตตาเลี่ยนเข้ามาบอกมาเรียว่า

“โกน!!”

มาเรียหน้าเหวอใบ้กินสนิทเลย

ooooooo

เมื่อถึงวันพิจารณาโทษ ธนาธิปมาร่วมด้วย คุณแม่อธิการชมเชยเจตนาและความดีที่พวกนักเรียนทำให้ครอบครัวคนงาน แต่คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ

คุณแม่อธิการตัดสินโทษว่า “ต่อไปนี้เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ ทุกวันหลังเลิกเรียนพวกเธอต้องมาคุกเข่าอธิษฐานต่อหน้าแม่พระ เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง คัดลายมือกฎระเบียบของโรงเรียนเรื่องการห้ามออกไปข้างนอกคนละห้าสิบจบทุกวัน และฉันขอสั่งงดของหวานในทุกมื้ออาหารของพวกเธอเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เช่นกัน”

ที่ทุกคนอุทานอย่างผิดหวังมากคือลงโทษไม่ให้กลับบ้านในวันหยุดยาวที่จะถึงนี้ นางถามว่าความดีที่พวกตนทำ ความเมตตาเพื่อนมนุษย์ ไม่สามารถมาลดหย่อนโทษได้เลยหรือ ซิสเตอร์ออเดรย์จึงแจ้งว่า

“เพื่อเป็นการตอบแทนความดีที่พวกเธอทำให้ครอบครัวของคนงานไทย ในช่วงวันหยุดยาวที่พวกเธอไม่ได้กลับบ้าน ท่านกงสุลไทยจึงขออนุญาตจัดเลี้ยงอาหารและเชิญทุกคนไปทานข้าวที่สถานกงสุลหนึ่งมื้อจ้ะ”

ทุกคนยิ้มดีใจลืมเรื่องที่ถูกลงโทษไปเลย ธนาธิป มองนางอย่างทึ่งในความกล้าของเธอ เขาพูดกับพวกนักเรียนว่า

“ในฐานะตัวแทนของสถานกงสุลไทย ผมขอขอบคุณพวกคุณทุกคนที่เป็นต้นคิดให้คนงานที่ได้รับบาดเจ็บได้พบกับครอบครัวเป็นความคิดที่บางครั้งผู้ใหญ่อย่างเราก็นึกไม่ถึง ท่านกงสุลใหญ่มีรางวัลเล็กๆน้อยๆ ฝากผมมา อยากจะมอบให้กับเจ้าของความคิดนี้ ใครเป็นคนต้นคิดโครงการนี้ขึ้นมา” ธนาธิปมองหน้าทุกคน หลายคนชี้มาที่นาง แต่นางโพล่งขึ้นว่า

“สายสุดาค่ะ สายสุดาเป็นคนต้นคิดเรื่องที่จะต้องบริจาคช่วยพี่ๆคนงานค่ะ แล้วพวกเราที่เหลือถึงได้ช่วยกันเสนอวิธี”

ธนาธิปเชิญสายสุดาขึ้นรับเข็มเกียรติคุณอันเล็กๆ บอกว่างสถานกงสุลขอบคุณที่มิสสายสุดาช่วยทำความดีครั้งนี้สายสุดาปลื้มแต่ก็อดรู้สึกถึงความห่างเหินไม่ได้ แต่พอธนาธิปลูบหัวบอกว่า “พี่ภูมิใจในตัวน้องมากนะ” สายสุดาก็ตื้นตันถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมาทันที จากนั้นธนาธิปประกาศว่า

“ท่านกงสุลใหญ่ฝากขนมเค้กมาให้เด็กๆแบ่งกันทาน ผมหวังว่าซิสเตอร์คงไม่ว่าอะไรนะครับ”

“ไม่ว่าค่ะ ทานขนมเค้กก้อนสุดท้ายก่อนจะต้องอดขนมหวานไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆถือว่าเป็นรางวัลปลอบใจนะคะ” ซิสเตอร์ออเดรย์ยิ้มให้ทุกคน แต่พวกนักเรียนต่างทำหน้าไม่ถูกไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี

สายสุดาแบ่งเค้กให้เพื่อนๆทุกคน โดยเฉพาะของนางได้ก้อนใหญ่กว่าเพื่อน แต่ก็ยังวางท่านั่งหันหลังให้กันแต่ดีที่ไม่มีบรรยากาศมาคุเหมือนทุกวัน

ooooooo

คืนนี้ สินีนาฎปลุกนางให้เป็นเพื่อนไปห้องน้ำ ไปถึงหน้าห้องน้ำต่างก็ชะงักขนลุกซู่เมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้

สินีนาฎโผกอดนางแน่น นางบอกว่าทางเดียวที่เราจะเลิกกลัวได้ก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน ชวนสินีนาฎไปดูหน้าผีให้ชัดๆ ไปเลย สินีนาฎไม่เอาด้วย แต่นางก็ลากไปด้วยกันจนได้

ที่หน้าตึก...จอยคามที่ครอบครัวยากจนแต่พยายามทำตัวเป็นคุณหนูเพื่อไม่ให้ใครดูถูก และเกาะสายสุดาอัพเกรดตัวเอง เธอแอบมานั่งอ่านจดหมายจากทางบ้าน อ่านไปร้องไห้ไปเมื่อรู้ว่าทางบ้านลำบากเพราะร้านโชห่วยขายไม่ดี เลยไม่ได้ส่งเงินมาให้ ฝากความหวังให้จอยคามเรียนจบแล้วรีบกลับมาหางานทำช่วยใช้หนี้ พ่อกับแม่งานยุ่งเลยไม่ได้มาเยี่ยม

จอยคามร้องไห้คิดถึงพ่อกับแม่ นางกับสินีนาฎ พลอยร้องไห้คิดถึงบ้านเหมือนกัน

วันนี้ปิดเทอมเล็กแล้ว ผู้ปกครองต่างพากันมารับลูกหลานตัวเองกลับบ้านด้วยความดีใจ มีแต่กลุ่มนางที่ถูกทำโทษไม่ได้กลับบ้าน นางปลอบใจกันเองว่า ดีเราจะได้กิน อาบน้ำ ทำอะไรก็ได้สบายจะตาย บอกให้เพื่อนคิดบวกเข้าไว้

นางกับสินีนาฎเห็นจอยคามนั่งเศร้าอยู่คนเดียวจึงเข้าไปถามอย่างเป็นมิตร แต่จอยคามกลับคิดว่าสองคนเป็นคนละฝ่ายกับตน จ้องจับผิดตน มาตีซี้เพื่อล้วงความลับเอาไปเม้าท์กัน ถึงกับประกาศว่า

“แต่ก่อนฉันไม่เข้าใจว่าทำไมสายสุดาถึงเกลียดพวกเธอแต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วและต่อไปฉันจะช่วยสายสุดาเล่นงานพวกเธอเต็มที่” พูดใส่หน้าแล้วลุกเดินหนีไปเลย นางกับสินีนาฎมองหน้ากันที่เจตนาดีกลายเป็นเรื่องทำคุณบูชาโทษไป

ด้วยความเป็นห่วงพ่อกับแม่ วันนี้จอยคามไปขอยืมโทรศัพท์ของซิสเตอร์เทเรซ่าที่จัดเอกสารในห้องธุรการโทร.คุยกับพ่อแม่ ได้ยินเสียงแม่ไออย่างหนักก็บอกให้ไปหาหมอค่ายาคงไม่เท่าไร แม่บอกว่าไม่เป็นอะไรอีกวันสองวันก็คงหาย ขณะคุยแม่ไอจนจะเป็นลม จอยคามได้ยินเสียงพ่อเรียกแม่อย่างตกใจแล้วสายหลุดไปก็ใจไม่ดี

เมื่อเลิกคุยโทรศัพท์ ซิสเตอร์เทเรซ่าถามว่ามีอะไรไหม จอยคามปดว่าไม่มี แต่ด้วยความเป็นห่วงแม่เธอแอบปีนรั้วโรงเรียนหนีออกไป แต่พอถึงเวลาเข้าห้องเรียนจอยคามหายไปนางกับสินนีนาฎตามหาก็ไม่เจอ ถามสายสุดาว่าซี้หายไปไหน เธอก็ทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวบอกว่าเห็นซุ่มอยู่แถวรั้วป่านนี้ปีนหนีไปแล้วมั้ง

สินีนาฎกับนางถามว่าเย็นนี้มีชุมนุมเด็กหอพวกเราต้องนำสวดมนต์ ถ้ามาดามรู้มีหวังโดนทัณฑ์บนแน่ ชวนให้ไปตามจอยคามกลับมาเถอะ สายสุดาปฏิเสธ นางถามว่าแล้วจะปล่อยให้เพื่อนโดนลงโทษหรือ ถ้ารีบไปตามตอนนี้ยังทัน

“ก็ได้...แต่ฉันไม่รู้ว่าบ้านจอยคามอยู่ไหนนะ”

“เรื่องนั้นไม่ยาก” นางนึกแผนออก ทำทีเข้าไปอาสาช่วยซิสเตอร์ออเดรย์จัดเอกสาร พอดีซิสเตอร์เทเรซ่ามาบอกซิสเตอร์ออเดรย์ว่าคุณแม่อธิการให้เข้าพบ

นางกับสินีนาฎจึงช่วยกันหาแฟ้มประวัติของจอยคามเพื่อหาที่อยู่ พอหาได้ก็ชวนสายสุดานั่งแท็กซี่ไปหากัน แท็กซี่พาไปตามที่อยู่ของจอยคามเป็นย่านโทรมของปีนัง

สายสุดาทักท้วงว่าจอยคามบอกว่าที่บ้านรวยแถวนี้ไม่ใช่ย่านไฮโซของปีนังนี่

จอยคามหนีจากโรงเรียนมาซื้อยาให้แม่กิน แม่บ่นว่าซื้อมาทำไมยาพวกนี้แพงพ่อก็ว่านี่เป็นค่าขนมของลูกใช่ไหมอยากให้ลูกตั้งใจเรียกให้จบจะได้มาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน จอยคามสะเทือนใจบอกว่าค่าเล่าเรียนแพงนักตนไม่เรียนก็ได้

แม่บอกว่าไม่ได้ ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นมีหน้าที่เรียนก็เรียนไปพ่อกับแม่มีหน้าที่ส่งลูกให้ได้เรียนดีที่สุด พ่อเตือนว่าให้รีบกลับโรงเรียนได้แล้ว จอยคามนึกได้ว่าหนีมาจึงขอตัวกลับ คว้ากระเป๋าวิ่งออกไปทางหลังบ้าน

พวกนางมาใกล้บ้านพอดี จอยคามเห็นเพื่อนมาก็ตกใจรีบหลบ แต่พอดีสินีนาฎเห็นรถเข็นขาย “หมั่วจี๋”ของโปรดขอแวะกินก่อนนางเอาด้วย ทีแรกสายสุดาก็ค้านว่าเราไม่ได้มาเที่ยวเล่นกันนะ แต่พอฟังสินีนาฎบรรยายความอร่อยของหมั่วจี๋ที่ทำสดๆ ก็นึกอยากกินเลยเอาด้วยแต่ย้ำว่าอย่านานนะ

ฝ่ายจอยคามหลบอยู่พอเห็นพวกนางไปรุมที่รถเข็นขายหมั่วจี๋ก็คิดแผนออก ตัดสินใจ “เป็นไงเป็นกัน”

ooooooo

จอยคามเดินออกไปหาพวกนางทำเป็นทักว่ามาแถวนี้ทำไม สินีนาฎบอกว่ามาตามหาเธอกลัวจะกลับไปสวดมนต์ไม่ทัน จอยคามเร่งให้รีบไปกันเลย สายสุดาถามอย่างไม่ไว้หน้าว่าไหนคุยว่าบ้านรวยไง?

จอยคามบอกว่านี่เป็นบ้านที่ครอบครัวมีไว้ให้เช่า ซึ่งยังมีอีกหลายที่ทั่วปีนัง

พ่อได้ยินเสียงคุยกันอยู่หน้าบ้านสงสัยว่าทำไมจอยคามยังไม่ไปจึงออกมาดู จอยคามทำเป็นทักว่าเป็นคนเช่าบ้านและคนแถวนี้ก็รู้จักตนกันทั้งนั้น เร่งเพื่อนให้กลับเดี๋ยวไม่ทันจะถูกทำโทษ

ที่คอนแวนต์ ธนาธิปเพิ่งไปเยี่ยมบ้านมามีของเยี่ยมมาฝากสายสุดาด้วย ซิสเตอร์ออเดรย์จะไปตามให้ จรรยาตกใจกลัวความแตกอาสาไปตามให้ และมีนาที่รู้กันก็แกล้งร้องไห้เสียงดังบอกว่าคิดถึงบ้าน ซิสเตอร์ออเดรย์เลยหันมาปลอบ

จรรยาไปรอที่ริมรั้วกระวนกระวายใจว่าทำไมพวกนางจึงยังไม่กลับมา ครู่เดียวสินีนาฎที่ปีนขึ้นมานั่งอยู่บนกำแพงก็บอกให้จรรยาช่วยรับด้วย จรรยาบอกว่าธนาธิปมาเยี่ยมสายสุดาให้รีบไปเลย ทุกคนรีบตะกายลงจากกำแพงวิ่งตื๋อเข้าไปทันที

ไปเจอซิสเตอร์ฟรานซิสกำลังเดินมาตามหาพอดี ถามว่าไปไหนกันมา นางแก้ตัวเนียนๆว่าพวกตนช่วยซิสเตอร์ออเดรย์จัดของในห้องธุรการฝุ่นเยอะเลยไปล้างหน้าล้างมือ ยื่นมือให้ดมว่าล้างจนสะอาดเลย ซิสเตอร์ ฟรานซิสดุว่าไม่ต้องอธิบายยาว เร่งสายสุดาให้ไปหาท่านกงสุลเพราะรอนานแล้ว

สายสุดาไปพบธนาธิป เขาเอาของฝากให้บอกว่าแม่สายฝากมาให้ สายสุดาถามว่าแม่เป็นอย่างไรบ้าง

ธนาธิปบอกว่าสบายดีคิดถึงเธอมากอยากมาเยี่ยม

สายสุดาบอกว่าไว้ตนกลับไปเองดีกว่า

“พี่ก็บอกอย่างนั้น คุณพ่อไม่ค่อยสบายต้องมีคนคอยดูแล”

“นั่นสิคะมันหน้าที่อยู่แล้วที่ต้อง ‘รับใช้’ คุณพ่อ”

“การอยู่ดูแลกันในยามเจ็บป่วยของคู่ชีวิต เป็นหน้าที่ที่ทำด้วยความรักไม่ใช่การรับใช้เพราะความจำเป็น วันหนึ่งถ้าสายโตพอ สายจะเข้าใจว่าสิ่งที่สายเอามาเป็นปมด้อย กดดันตัวเองอยู่ทั้งหมดนี้ มันเป็นเรื่องที่น้องคิดไปเองทั้งนั้น”

“ค่ะ พี่ธิปสักวันหนึ่งสายคงเข้าใจ...เพียงแต่มันไม่ใช่วันนี้”

“เอาเถอะสาย ชีวิตยังอีกไกล แต่จำไว้ว่าใครที่เข้าใจและปลดปล่อยได้เร็ว คนนั้นจะเริ่มต้นชีวิตได้ก่อน พี่อยากให้สายมองให้เห็นว่า ความจริงแล้วชีวิตของสายไม่มีอะไรสู้คนอื่นเขาไม่ได้เลย เอาล่ะ พี่มีธุระแค่นี้ ไว้เราเจอกันที่งานเลี้ยงอาหารค่ำวันมะรืนนะคะ”

ธนาธิปพูดให้สายสุดาสบายใจ เพราะเธอถือเป็นปมด้อยในชีวิตตลอดมาว่าตนเป็นแค่ลูกคนใช้เทียบไม่ได้เลยกับธนาธิปที่เป็นลูกคุณหญิง

ธนาธิปจะไปแต่นึกได้ให้สายสุดาไปตามสินีนาฎมาพบตนด้วย สายสุดาเครียดทันทีสงสัยว่า ทำไมต้องเจอสินีนาฎด้วย?

ooooooo

สินีนาฎไปพบธนาธิปนางตามไปด้วยอ้างว่าสายสุดาสงสัยว่าเขาพบสินีนาฎทำไมตนเลยมาเป็นเพื่อน ธนาธิปเอาพวกชีสและวิตามินมาฝากสินีนาฎเพราะเห็นผอมมาก ดูแลบำรุงตัวเองบ้างคุณแม่จะได้ไม่ห่วง

นางทวงว่าแล้วของตนล่ะ สินีนาฎบอกว่าเดี๋ยวแบ่งกับตนก็ได้

“เอาเถอะฉันขอโทษที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีเด็กในปกครองอีกคนวันมะรืนที่ไปทานอาหารฉันจะเอามาเพิ่มให้ก็แล้วกัน”

สายสุดาสงสัยว่าธนาธิปคุยอะไรกับนางและสินีนาฎ ทำไมธนาธิปต้องเอาของมาฝากพวกเขาด้วย นางชี้แจงว่าเพราะเขาเป็นกงสุลมีหน้าที่ดูแลนักเรียนไทย สายสุดาถามว่าแล้วทำไมไม่ฝากมีนากับจรรยาด้วย นางบอกว่าของที่ฝากมานี้ให้แบ่งๆกันกับมีนาและจรรยาแต่เธอเป็นคนพิเศษจึงฝากให้เธอคนเดียวคนอื่นฝากรวมๆมาให้ไปแบ่งกัน

นางพูดจนสายสุดาสบายใจว่าตนเป็นคนพิเศษของธนาธิป แต่ก็ยังไม่วางใจจึงขออนุญาตซิสเตอร์ให้จอยคามไปงานเลี้ยงด้วยทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทยเพื่อให้คอยจับตาดูว่าธนาธิปมีอะไรกับนางและสินีนาฎหรือไม่

จอยคามมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าเพราะตัวเองไม่มีชุดใหม่ที่จะใส่อวดใครได้เลย แต่พอดีซิสเตอร์เทเรซ่าเรียกประชุมนักเรียนที่จะไปงานเลี้ยงให้แต่งชุดนักเรียนกันหมด จอยคามทำเป็นบ่นเสียดายที่ไม่ได้แต่งชุดใหม่แต่ในใจโล่งอกที่ไม่ต้องกังวลเรื่องชุดอีก

ooooooo

งานเลี้ยงที่สถานกงสุลจัดเป็นอาหารไทย ที่ห้องครัวหอมฟุ้งด้วยแกงเขียวหวาน ในหม้อยังมีหมูหวาน ไข่พะโล้ ทุกอย่างจัดอย่างประณีต

นักเรียนที่จะไปงานเลี้ยง แม้จะไปอย่างนักเรียนแต่ทุกคนก็เสริมเติมแต่งหน้าตาเผ้าผมให้ดูดีเป็นพิเศษ วันนี้ก็ใช้ลิปกลอสกันได้อย่างเปิดเผย ทุกคนอยู่ในชุดเครื่องแบบถูกระเบียบเรียบร้อย ใบหน้ายิ้มแย้มอิ่มเอิบที่จะได้อิ่มทั้งอาหารปาก อาหารตาและอาหารใจ

ไปถึงหน้าสถานกงสุลพอประตูเปิดนางโผล่เข้าไปเป็นคนแรกเห็นคัมพลก็ร้องเรียก คัมพลได้ยินเสียงนางก็ตัวอ่อนใจอ่อนลงทันที มีนาเห็นคัมพลก็ตาหวานเชื่อม พอดีบันลือออกมาต้อนรับเชิญเข้าข้างในท่านกงสุลรอรับอยู่

พอเข้าไป นางก็กวาดตาปร๊าดไปที่โต๊ะอาหาร ส่วนจอยคามสายตาหยุดกึกที่ความหล่อของกงสุล

สายสุดาแสดงอาการหวงพี่ชายอย่างออกนอกหน้า เมื่อเข้ามากันหมดแล้ว ท่านกงสุลกล่าวต้อนรับด้วยมาดหล่อเสียงนุ่มคำหวานจนพวกสาวๆเคลิ้ม กล่าวต้อนรับเสร็จก็เชิญทุกคนรับประทานอาหารกันตามสบาย

นางกินอาหารไทยอย่างหิวโหยอย่างหนึ่งยังเคี้ยวอยู่ในปากตาก็มองอีกอย่าง จนจรรยบอกว่าเดี๋ยวไปตักเพิ่มนะใจเย็นๆ บันลือคอยบริการอย่างคล่องแคล่วสนิทสนมจนสายสุดาบอกว่าดูบันลือสนิทสนมกับนางและสินีนาฎมาก

ครู่หนึ่งสินีนาฎขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พอออกจากห้องน้ำก็หลงอีกตามเคย ชัยพงษ์ที่ทำ เค้กอยู่ออกมาเจอ

พอดีเลยชวนไปทำเค้กกัน สินีนาฎรู้สึกสนุกกับการทำเค้กเมื่อทำเสร็จช่วยกันยกออกไป เพื่อนๆชิมแล้วชมว่าอร่อยมาก ชัยพงษ์อวดว่าตนมีผู้ช่วยดี แล้วหันมองสินีนาฎยิ้มปลื้มให้กัน

จอยคามกินอาหารไทยอย่างเอร็ดอร่อยชมว่า ไม่เคยกินอาหารไทยอร่อยอย่างนี้มาก่อน ปกติกินแต่อาหารอิตาเลียน ฝรั่งเศส บอกมีนาว่าถ้าเจอร้านอาหารไทยอร่อยอย่างนี้ให้บอกจะได้บอกคุณพ่อคุณแม่

นางกินอาหารทั้งคาวหวานจนพุงกาง สายสุดาไม่มีความสุขนักเมื่อเห็นนางได้รับความสนใจจากคัมพลและธนาธิปมากกว่าตน

ooooooo

รุ่งขึ้น ชีวิตทุกคนก็กลับเข้าอยู่ในระเบียบเคร่งครัดเหมือนเดิม แต่วันนี้เป็นวัดหยุดสุดท้ายของเทอม ซิสเตอร์ออเดรย์ประกาศว่าก่อนเปิดเทอมใหม่ ทุกคนทำตัวดีตนจะคืนโทรศัพท์มือถือให้ใช้เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง

เสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นลั่นห้องประชุม แล้วทุกคนก็เข้าแถวไปรับโทรศัพท์ ซิสเตอร์เทเรซ่าประกาศย้ำว่าใช้แล้วให้ทุกคนมาคืนในกล่องนี้ตามเดิม ทุกคนรับปากแข็งขัน

พอได้รับโทรศัพท์มือถือแล้ว ทั้งห้องก็เงียบกริบทันที ต่างก้มหน้าเล่นมือถือของตัวเอง

สินีนาฎจะโทร.หาแม่แต่โทรศัพท์ถูกตัดใช้ไม่ได้เธอจึงจะออกไปรอข้างนอก นางให้ใช้ของตนแทน บอกว่าไม่ได้ใช้นานๆ ก็รู้สึกเฉยๆ คุยกับเพื่อนตัวเป็นๆสนุกกว่า

ซิสเตอร์ฟรานซิสเข้ามาบอกจอยคามว่าผู้ปกครองมาหา เพื่อนๆหูผึ่งยุกยิกขึ้นมาทันที ทุกคนอยากเห็นพ่อแม่ของจอยคามที่เธอคุยนักคุยหนาว่าเป็นไฮโซ เลยย่องกันไปแอบดู สายสุดากับมีนาก็ย่องไปแอบดูด้วย

นางได้ช่องเหมาะพอเห็นชัดๆก็เอะอะเบาๆ

“เอ๊ะ...นี่มัน...ทำไมฉันว่าหน้าพ่อจอยคามดูคุ้นๆ” ครู่เดียวก็ร้อง “อ๋อ...ลุงคนนั้นไง” สินีนาฎกับสายสุดาจำได้ว่าวันนั้นจอยคามบอกว่าลุงคนนี้ไม่ใช่พ่อแต่เป็นคนเช่าบ้านพ่อของตนอยู่ เลยต่างงง

พ่อกับแม่จอยคามมาเพื่อเอาเงินที่ยืมเป็นค่าเล่าเรียนของเธอมาให้และคืนค่าขนมให้ด้วย เพราะวันก่อนจอยคามเอาค่าขนมไปซื้อยาให้แม่จนแม่อาการดีขึ้น แม่พูดอย่างเข้าใจจอยคามว่า

“แม่รู้ว่าที่แกทำเป็นไม่รู้จักคราวก่อนเพราะอายที่บ้านเราจน แต่แม่เอาเงินไปซื้อชุดใหม่ใส่มาหาแกเลยนะดูพ่อแกสิหล่อเชียว”

“พ่อกับแม่เก็บเงินไว้เถอะ หนูสบายดีวันหลังไม่ต้องมาที่นี่หรอก” พ่อถามว่าโกรธที่พ่อไม่ค่อยได้มาใช่ไหม วันหลังจะเก็บเงินมาเยี่ยมบ่อยๆ “หนูบอกว่าไม่ต้องมาไง ชีวิตหนูที่นี่มันดีอยู่แล้ว พ่อกับแม่ทำแบบนี้ทุกคนคงเห็นหนูเป็นตัวตลกที่คอยโกหกปกปิดชีวิตตัวเอง ยิ่งถ้ารู้ว่าแม้แต่ค่าเรียนก็ยังต้องกู้เขา ทุกคนคงต้องหัวเราะเยาะสมเพชหนูแน่ๆ”

จอยคามร้องไห้โฮกลัวเพื่อนจะรู้ฐานะที่แท้จริงของตน พ่อถามอย่างเจ็บปวดว่า

“แกอายเพื่อนที่เป็นลูกพ่อกับแม่ขนาดนี้เลยเหรอ พ่อขอโทษนะที่ไม่ได้ร่ำรวยให้แกเอาไว้อวดใครๆ ถ้าพ่อกับแม่ทำให้ชีวิตแกพัง ต่อไป...พ่อสัญญาว่าจะไม่มาที่นี่อีก”

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 6 วันที่ 28 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ