อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 27 ก.ย.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 27 ก.ย.59

สองวันผ่านไป สาวิตรกลับมาบอกว่าไม่มีเวลาแวะเยี่ยมปุ๊กกี้เลย ชลีกรโล่งอกบอกไม่เป็นไรวันหลังตนจะไปเยี่ยมเอง เขาเอ่ยถามว่าโอนเงินค่าเลี้ยงดูทุกเดือนหรือเปล่า เธออึกอักๆก่อนจะรับว่าโอน...น้ำเข้ามาบอกว่ามีแขกมาขอพบ สาวิตรแปลกใจ ชลีกรแนะนำให้สาวิตรรู้จักกับทนายยิ่งยศ ตนให้มาทำบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของนายแม่ สาวิตรให้รอพ้นร้อยวันก่อน อย่าทำเหมือนอยากได้สมบัติ ชลีกรเคืองบอกถ้าเกิดมีทรัพย์สินหายไปจะทำอย่างไร ตนจะให้ทนายยื่นเรื่องแต่งตั้งเขาเป็นผู้จัดการมรดกทุกอย่าง เขาบ่นอย่าให้มีปัญหาตามมาแล้วกัน

“นี่แหละค่ะลีถึงต้องรีบทำ เพราะคุณก็เป็นทายาทสายตรงคนเดียวอยู่แล้ว”



“คนเดียวที่ไหน ทั้งลดามณีทั้งปุ๊กกี้”

“น้องลดาเขาไม่ลุกขึ้นมาจัดการอะไรอยู่แล้ว งานการ ยังไม่ทำเลย ส่วนปุ๊กกี้น่ะยังเด็กอยู่ ลีไม่นับหรอกค่ะ”

สาวิตรมองภรรยาอย่างอึดอัดไม่อยากขัดต่อหน้าทนาย

ooooooo

ในตอนเย็นลูกหมีอิดออดที่จะทำการบ้าน ทั้งที่ปุ๊กกี้ตั้งใจทำจนเสร็จและถูกหมด หัฏฐ์เข้ามารับ

เห็นชินานางเคี่ยวเข็ญลูกหมีก็แกล้งบอกลูกหมีว่า

นึกว่าทำการบ้านเสร็จแล้วจะชวนไปเล่นตัวต่อที่บ้าน ลูกหมีตาโตลุกขึ้นรีบทำบอกให้เขารอแป๊บ หัฏฐ์จึงขอคุยกับชินานางส่วนตัว

บัวชะเง้อมองเพ้อเจ้อว่าเหมือนพระเอกนางเอกในละคร แรกๆทะเลาะกันแล้วก็รักกัน ชนนีเอ็ดดูละครมากไปแบบนี้จะเอาทีวีออกมาจากในห้อง บัวรีบโอดโอยจะไม่พูดอีก ชนนีมองชินานางกับหัฏฐ์คุยกันแล้วเผลอเคลิ้มไปตามที่บัวพูด พอรู้สึกตัวรีบหันมาทำงานต่อ

หัฏฐ์บอกชินานางว่าตอนเช้าขอซื้อขนมให้ลูกหมี เธอตกใจถามลูกหมีตื๊อให้เขาซื้อใช่ไหม เขาบอกลูกหมีบอกว่าเธอซื้อให้ทุกเช้า เธอว่าจะเอาเวลาที่ไหนไปซื้อ แค่ไปโรงเรียนยังไม่ทัน หัฏฐ์หัวเราะบอกโดนลูกหมีหลอกเกือบหมดตัว ชินานางจะจ่ายคืนให้

“ไม่เป็นไรหรอก คุณดูแลปุ๊กกี้ตอนเย็นแล้วถือว่าแลกกัน”

ชินานางว่าเขาจะเสียเปรียบเพราะลูกหมีทานจุ หัฏฐ์จึงขอให้เธอช่วยทำให้ปุ๊กกี้ทานของว่างตอนเย็นเยอะๆ

จะได้ขาดทุนน้อยหน่อย ชินานางสงสัยอยู่เหมือนกันที่ปุ๊กกี้มีท่าทางไม่กล้าหยิบทั้งที่อยากกิน หัฏฐ์ถอนใจบอกนี่แหละที่ตนเป็นห่วง อยากให้ช่วยกันหาวิธีแก้ไข

ด้านลูกหมีทำการบ้านเสร็จ ชวนปุ๊กกี้เล่นเล่านิทาน โดยให้ปุ๊กกี้ทำเสียงสัตว์ที่ตนพูดถึงปุ๊กกี้ยอมทำแล้วเริ่มสนุกไปด้วยหัวเราะออกมาอย่างจริงใจ ชินานางกับหัฏฐ์เดินกลับมาเห็นก็ดีใจไปด้วย แต่แล้วต้องตกใจที่จู่ๆลูกหมีก็หอมแก้มปุ๊กกี้หน้าตาเฉย

ตกค่ำชินานางเดินออกมาคุยโทรศัพท์กับจิรัช

ที่ระเบียง กำลังต่อปากต่อคำเย้ากัน ทันใดชินานางเห็นหัฏฐ์ใส่เสื้อกล้ามโชว์กล้ามเดินออกมาก็ตะลึงมอง จิรัชเห็นเพื่อนเงียบก็เรียก ชินานางสะดุ้งอ้างสัญญาณไม่ดีแล้ววางสายไป คลึงขมับตัวเองเรียกสติกลับมา...

วันต่อมายิ่งยศมาแจ้งข่าวกับชลีกรว่ามีคนมาคัดค้านการยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก คือทนายสุวัฒน์ บอกว่าภาวนาทำพินัยกรรมไว้ ชลีกรตกใจเมื่อรู้ว่าลูกชายของทนายสุทินรับช่วงงานต่อจากพ่อ ยิ่งยศแจ้งอีกว่า ครบ 90 วันจะเปิดพินัยกรรมต่อหน้าผู้เกี่ยวข้องทุกคน ชลีกรโมโหมากสั่งให้จัดการอะไรก็ได้ไม่ต้องรอให้ครบ

หลายวันต่อมา หัฏฐ์ได้รับโทรศัพท์จากสุวัฒน์ว่าวันที่ 15 เดือนหน้าให้เขาและหทัยพาปุ๊กกี้ลงมาสงขลาเพื่อฟังพินัยกรรม...พอหทัยรู้เรื่องก็ไม่สบายใจเพราะไม่ได้อยากให้ปุ๊กกี้ได้อะไร เกรงจะมีคำครหา หัฏฐ์บอกเราตัดสินใจอะไรเองไม่ได้ มันเป็นสิทธิ์ของหลาน หทัยหวั่นใจ

พอถึงวันเปิดพินัยกรรม ทุกคนรออยู่ที่บ้านภาวนาลดามณีเห็นหัฏฐ์ก็รีบบอกว่าจะไปรับที่แอร์พอร์ตแต่สา–วิตรชิงส่งรถไปรับเสียก่อน ปุ๊กกี้มีท่าทีหวาดกลัวตลอดเวลา ลดามณีแปลกใจว่าหลานเป็นอะไร หัฏฐ์ต้องอุ้มไว้ตลอด ลดามณีรีบนั่งข้างหัฏฐ์แล้วกระซิบถามว่าเขาหลบหน้าตนใช่ไหม เขานิ่งๆไม่ตอบ สาวิตรเห็นหลานหวาดกลัวก็ถามไม่สบายหรือเปล่า หทัยกับหัฏฐ์ก็ไม่เข้าใจ...สุวัฒน์มาพร้อมกรรมการสามคน ชลีกรตาวาวด้วยความไม่พอใจ ถามเสียงดัง

“มาแล้วใช่ไหม ไหนบอกมาสิว่าจะมีพินัยกรรมอะไร ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะเป็นของจริง ในเมื่อครอบครัวของสามีฉันถือเรื่องโชคลาง ตระกูลนี้ไม่เคยทำพินัยกรรม หรือมันเป็นพินัยกรรมปลอม” สาวิตรปรามให้ใจเย็น “จะให้เย็นได้ยังไง คุณแม่จะทำพินัยกรรมได้ยังไง ในเมื่อฉัน...ในเมื่อคุณแม่นอนป่วยอยู่ข้างบนตลอด จะเอาเวลาตอนไหนไปทำพินัยกรรม”

“ท่านทำก่อนพ่อผมจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต พ่อบอกว่าคุณภาวนาตามคุณพ่อให้มาพบที่บ้านหลังนี้และท่านก็ได้ลงมือทำพินัยกรรมโดยมีกรรมการรู้เห็นอีก 3 ท่านที่มากับผมวันนี้”

ชลีกรโวยทำไมตนถึงไม่รู้เรื่อง สุวัฒน์บอกว่าภาวนาทำวันที่พวกเธอไปญี่ปุ่น ชลีกรนึกโกรธพร้อมพร ลดามณีแทรกว่านายแม่ทำพินัยกรรมก็ดีแล้ว ไม่เห็นต้องหงุดหงิด อย่างไรเสียในพินัยกรรมก็ต้องแบ่งเป็นสามส่วน สาวิตรอายแทนตัดบทให้ฟังพร้อมๆกัน

สุวัฒน์เปิดพินัยกรรมอ่าน...อันดับแรกแจกแจงทรัพย์สินทั้งหมดที่มี แล้วเริ่มรายละเอียดทรัพย์สินปลีก ย่อยที่ระบุและไม่ได้ระบุเจาะจง ไม่ว่าเป็นเงินในธนาคาร ตลาด ตึกแถว ที่ดิน รวมทั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

พิพัฒน์พงศ์ที่สาวิตรดูแล ขอแบ่งออกเป็นสามส่วนเท่าๆกัน ให้สาวิตร ลดามณีและเด็กหญิงหวันยี่หวาหรือปุ๊กกี้...ที่ดินใจกลางเมืองสงขลาที่ติดถนนใหญ่ แปลงหน้ายกให้ปุ๊กกี้ ถัดมาให้ลดามณี ในสุดให้สาวิตร โรงแรมพิพัฒน์พงศ์ ขอยกให้ลดามณี ส่วนบ้านหลังนี้ ยกให้ปุ๊กกี้แต่เพียงผู้เดียว

ชลีกรพึมพำว่านายแม่ลำเอียง เหมือนภาวนาแย้งในความคิดเธอ...ฉันไม่เคยลำเอียง เพราะก่อนหน้านี้ สาวิตรมาขอแบ่งมรดกไปก่อนตั้งแต่พ่อเขายังไม่ตาย คราวนี้เขาถึงได้น้อยกว่าใคร

ชลีกรโวยเป็นไปไม่ได้ บริษัทที่สาวิตรดูแลคนเดียวกลับแบ่งเป็นสามส่วน สาวิตรปรามให้หยุด แต่เธอยังดื้อดึงทวงสิทธิ์ กรรมการยืนยันว่าพวกตนรับรู้ว่าภาวนาทำพินัยกรรมแบบนี้จริง ชลีกรไม่เชื่อหาว่าสุวัฒน์ปลอมแปลงยกให้ปุ๊กกี้เพราะเป็นเพื่อนกับวิริยะ สุวัฒน์บอกตนไม่เคยเห็นและรู้ข้อความในพินัยกรรม เพราะมันถูกเก็บอยู่ในธนาคาร พอถึงวันกำหนดต้องมีกรรมการทั้งสามท่านไปเซ็นรับออกมา ตนจึงไม่อาจทำอะไรหรือเปลี่ยนแปลงข้อความได้

ลดามณีเบื่อหน่ายถามอ่านพินัยกรรมจบหรือยัง สุวัฒน์บอก “ยังมีหน้าที่อีกส่วนหนึ่งที่ผมต้องดำเนินงานต่อ คือทรัพย์สินส่วนของคุณปุ๊กกี้ คุณภาวนาขอให้มีคนดูแลจนกว่าคุณปุ๊กกี้จะอายุครบ 20 ปี และชื่อของบุคคลที่จะเป็นผู้ดูแลทรัพย์ของคุณปุ๊กกี้ก็คือคุณหัฏฐ์และคุณหทัย ปริยวิศว์ ซึ่งเป็นน้าและป้าของคุณปุ๊กกี้”

ชลีกรยิ่งโกรธจนคุมสติไม่อยู่ โวยวายไม่เชื่อจนสาวิตรละอายต้องดึงเธอออกไป สุวัฒน์หันมาถามหัฏฐ์ว่ารับเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ตามกฎหมายหรือยัง ทั้งหัฏฐ์และหทัยส่ายหน้าอึ้งๆไม่คิดว่าจะมีปัญหา สุวัฒน์แนะนำให้รีบยื่นขอต่อศาลจะดีกว่าตนยินดีช่วยดำเนินการ

ชลีกรยังฮึดฮัด พอเห็นสุวัฒน์กำลังจะกลับก็ปรี่เข้ามาโวยว่าตนไม่เชื่อว่าเป็นพินัยกรรมจริง สุวัฒน์ยินดีให้เธอมาตรวจสอบได้ตลอดเวลา เธอว่าบริษัทที่สาวิตรเป็นคนบริหารคนเดียวแต่กลับได้เงินปันผลเท่าขี้เล็บ สุวัฒน์ว่าบริษัทเป็นของครอบครัวไม่ใช่ของใครคนเดียว...หัฏฐ์จูงปุ๊กกี้ออกมา ชลีกรจ้องมองอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ปุ๊กกี้หันหน้ามากอดหัฏฐ์แน่น ลดามณีเดินตามมาบ่นทำไมชลีกรถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ต้องขอโทษแทนด้วย คงจะช็อกที่ได้มรดกน้อย

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

“สำหรับลดา ลดาพอใจค่ะ ไม่คิดว่าจะได้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ แค่นี้ชีวิตลดาก็สบายไปตลอดชาติแล้ว... ไงจ๊ะปุ๊กกี้ กลายเป็นเศรษฐีตัวน้อยๆแล้วนะ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ด้วย ตอนนี้อายังต้องพึ่งใบบุญปุ๊กกี้เลย มีความสุขไหมคะ”

ปุ๊กกี้กอดซุกหน้ากับหัฏฐ์แน่น หทัยมองข้องใจ...

ชลีกรยังโวยวายใส่สาวิตรที่ไม่เดือดเนื้อร้อนใจบ้าง สาวิตร บอกเราก็ได้ไม่น้อย อย่าลืมว่าเราขอแบ่งมาก่อนหน้านี้แล้ว ชลีกรกราดเกรี้ยวว่าไม่พอ ไม่มีชื่อตนและลูกๆในพินัยกรรมเลย ต้องมีอะไรผิดพลาด ต้องมีใครกลั่นแกล้ง สาวิตรอ่อนใจเดินเลี่ยงออกไป ชลีกรหงุดหงิด โทร.สั่งสมุนให้ลากตัวพร้อมพรมาหาตน

รุ่งเช้าพร้อมพรกำลังป้อนข้าวแม่ที่บ้าน สมุนชลีกรมาบอกว่าชลีกรอยากพบ เธอคิดว่าคงเรียกกลับไปทำงาน สมุนทั้งสองไม่อยากบอกอะไร...พอพร้อมพรมาถึงก็โดนชลีกรตบหน้าเลือดกบปาก ด่าว่าที่ปล่อยให้ภาวนาเจอกับทนายแล้วไม่รายงานตน พร้อมพรตกใจ

“พี่ไม่รู้ พี่ผิดไปแล้ว อย่าทำอะไรพี่เลย”

“พี่เหรอ แกยังกล้ามานับญาติกับฉันอีกเหรอ ในเมื่อแกทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่าง ฉันก็จะทำให้แกรู้สึกบ้าง ไสหัวแกกับแม่แก โคตรแกออกจากบ้านฉัน เอาทุกอย่างคืนมาให้หมด”

พร้อมพรอ้อนวอนขอร้องกลับถูกตบอีกหลายฉาด สมุนยืนมองได้แต่สงสาร...

หลังจากกลับมากรุงเทพฯ หทัยกับหัฏฐ์เล่าเรื่องพินัยกรรมให้ชนนีกับชินานางฟัง ที่สำคัญไม่คิดว่าชลีกรจะร้ายกาจมาก ทำให้ปุ๊กกี้หวาดกลัว พวกตนไม่น่าพาหลานลงไปเลย ชินานางว่ามิน่าปุ๊กกี้ถึงมีท่าทางหวาดกลัวตลอดเวลา หทัยหวั่นใจว่าจะมีปัญหาตามมาอีก ชนนีคิดว่าเขาคงไม่พอใจที่ปุ๊กกี้ได้มาก หัฏฐ์บอกไม่แค่มากแต่เกินครึ่งของมรดกอีก ที่น่าหนักใจคือ

“ปุ๊กกี้ต้องมีผู้ปกครองดูแลและจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆของแกภายใต้การคุ้มครองของศาลจนกว่าแกจะบรรลุนิติภาวะ” ชินานางว่าเขาก็เป็นอยู่แล้ว “ถ้าเป็นจริงตามกฎหมายก็ดีสิ”

“ตอนที่รับปุ๊กกี้ขึ้นมาอยู่ด้วย เราคิดกันง่ายๆว่าทางโน้นเขาคงไม่ต้องการตัวแกอีกแล้ว เลยไม่ได้ทำเรื่องขอเป็นผู้ปกครองอย่างถูกต้อง แค่ทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านมาเพื่อเข้าโรงเรียนเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่ได้คิดอะไรกันเลย” หทัยถอนใจ

หัฏฐ์โทษตัวเองที่สะเพร่า ชินานางบอกยังไม่สาย แต่เขาเกรงชลีกรจะขัดขวาง หทัยคิดว่าที่ปุ๊กกี้มีท่าทีหวาดกลัวแบบนี้เพราะชลีกร...ชนนีเห็นใจเผอิญวันนี้ต้องไปค้างบ้านญาติ มีทำบุญขึ้นบ้านใหม่แต่เช้า และจะเอาบัวไปช่วยด้วย จึงบอกชินานางให้เอาลูกหมีไปนอนด้วยคืนนี้ หทัยจึงบอกว่ามีอะไรให้ช่วยบอกได้ หัฏฐ์พูดตามขำๆ ชินานางรู้ว่าเขาคิดอะไร

ooooooo

ที่บ้านพักใจมีคนมาขออุปการะเด็กมุก ทุกคนยืนส่งที่หน้าบ้าน จิรัชยืนมองเศร้าๆ จูนสังเกตเห็นถามเป็นอะไร เขาตั้งสติได้บอกดีใจที่มุกโชคดีมีพ่อแม่ใหม่ เด็กที่นี่ทุกคนโชคดีที่มีบ้านนี้เป็นครอบครัว แม้จะเกิดมาอาภัพ จูนมองอย่างไม่ไว้ใจถามเขาคิดแบบนี้เป็นด้วยหรือ

“อ้าว...มองผมยังไงเนี่ย ผมบอกแล้วไงว่าที่มาเนี่ย ไม่ได้มาทำเล่นๆนะครับ”

จูนไม่อยากเชื่อเดินหนี จิรัชตามบอกว่าตนพูดจริง...

ชลีกรยืนมองภาพภาวนาอย่างเจ็บแค้น เข่นเขี้ยวจะเอาตัวปุ๊กกี้กลับมา จะไม่ยอมให้ได้สมบัติไปง่ายๆ คอยดูว่าหลานคนโปรดจะต้องเจอกับอะไรบ้าง...ด้วยความเจ็บใจชลีกรมาสำนักงานทนายยิ่งยศ ปรึกษาจะทำอย่างไรให้ได้มรดกมาเป็นของสาวิตร ควรไปรับปุ๊กกี้กลับมาไหม

“อันดับแรกนะครับต้องให้สามีคุณร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองเด็กก่อน แต่ผมว่าฝ่ายโน้นก็คงเตรียมร้องศาลด้วยเหมือนกัน”

ชลีกรคิดว่าจะไปเอาตัวปุ๊กกี้กลับมาเลย ยิ่งยศบอกว่าได้แต่ก็คงต้องขึ้นศาลว่าใครจะได้เป็นผู้ปกครองเด็ก ที่แน่ๆฝ่ายนั้นได้เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ตามพินัยกรรม...

ชลีกรทุบโต๊ะโครม ตนทนอยู่เฉยๆให้ทางนั้นผลาญสมบัติหมดก่อนไม่ได้ ยิ่งยศเสนอให้ไปเจรจาขอเป็นผู้ปกครองเด็กตามกฎหมาย จะแลกด้วยเงินหรืออะไรก็ตาม ชลีกรยิ้มหมายมั่นเต็มที่

ด้านหัฏฐ์อ่านหนังสือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อย่างขะมักเขม้นเพื่อให้รู้ลู่ทาง ปุ๊กกี้เองก็นอนไม่หลับเอาแต่รำพันกับตุ๊กตาดวงใจว่าไม่อยากกลับไปอยู่กับชลีกร ตนกลัว...

ในคืนนั้นชินานางนอนกับลูกหมีสองคน ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กข้างล่างก็สะดุ้งตื่น คว้าโทรศัพท์เผื่อต้องโทร.แจ้งตำรวจ ลูกหมีพลอยตื่นไปด้วยถามมีอะไร ชินานางบอกลูกหมีให้เงียบๆอาจมีขโมยเข้าบ้าน ตนจะลงไปดู ลูกหมีตกใจตาสว่างร้องลั่น “ฮะ!ขโมยขึ้นบ้าน!”

ชินานางเอ็ดให้เบาๆอย่าส่งเสียง ลูกหมีว่าทำไมไม่ร้องจะให้พวกมันขนของไปหมดหรือ ชินานางนึกได้ว่าจริงอย่างหลานว่า จึงช่วยลูกหมีร้อง “ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย...”

“ช่วยด้วยค้าบ...ขโมยขึ้นบ้าน ช่วยลูกหมีด้วย ลูกหมีจะตายอยู่แล้ว...” ลูกหมีร้องดังขึ้น

หัฏฐ์ซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ได้ยิน รีบคว้าปืนมาเหน็บเอววิ่งลงไป หทัยกับปุ๊กกี้และส้มตกใจตื่นวิ่งออกมา หัฏฐ์จึงบอกให้รออยู่ในบ้านและให้โทร.แจ้งตำรวจ...หัฏฐ์วิ่งออกไปปีนขึ้นทางระเบียงห้องชินานาง เธอเห็นเขาก็เข่าอ่อนด้วยความกลัว เขาคว้าตัวเธอประคองไว้ ลูกหมี วิ่งมากอดหัฏฐ์ด้วย เขาปลอบทั้งสองให้ใจเย็นและบอกให้อยู่แต่ในห้อง ตนจะลงไปดู

ชินานางเป็นห่วงถ้าเกิดโจรมีอาวุธ หัฏฐ์บอกตนก็มีปืน เธอกลัวว่าพวกมันมาหลายคน หัฏฐ์ขำบอกป่านนี้พวกมันอาจหนีไปหมดแล้วเพราะเสียงเธอกับหลานดังไปถึงปากซอย ลูกหมีก็ขอลงไปด้วยกลัวพวกมันขึ้นมาบีบคอ...ทั้งสามเกาะกันเดินลงมาสำรวจ พบว่าข้าวของมีการเคลื่อนย้าย หน้าต่างมีรอยงัด ทันใดเสียงตำรวจมาถึง ทั้งสามเกาะกันออกไปเปิดประตู ชาวบ้านมามุงดูรวมทั้งชมพูนุชที่ตาโพลงเมื่อเห็นหัฏฐ์ในสภาพชุดนอนออกมาพร้อมชินานางและลูกหมี

“ดูสิคะใส่ชุดนอนออกมาต้อนรับตำรวจกันอย่างนี้ สงสัยจะอยู่ด้วยกันแน่เลย หนุ่มสาวสมัยนี้เขาไวไฟกันจริงๆ สงสัยเจ้าลูกหมีจะมีน้องให้เล่นด้วยเร็วๆนี้แน่เลย ถ้าขโมยไม่ขึ้นไม่รู้นะเนี่ย เนอะ...” ชมพูนุชเม้าท์ให้เพื่อนบ้านฟังอย่างสนุกปาก

รุ่งเช้า ชนนีกลับมาทันทีที่รู้ข่าวว่าบ้านมีขโมยขึ้น บัวแซวขนาดรีบยังแวะซื้อขนมกลับมาด้วยมากมาย ลูกหมีเล่าว่าตนเป็นคนไล่ขโมยไปเอง ชินานางว่าก็ตะโกนลั่นขนาดนั้น โชคดีที่หัฏฐ์ได้ยิน ไม่อย่างนั้นตนคงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ชนนีจึงให้เอาขนมไปขอบคุณและเน้นให้เห็นถึงการมีเพื่อนบ้านสำคัญขนาดไหน

ชินานางหอบขนมเต็มมือมาให้และขอบคุณหัฏฐ์อีกครั้ง เขาแซวพูดดีก็เป็น เธออายถามอยากทะเลาะอีกหรือ เขาโบกมือแล้วส่งนามบัตรให้ “มีอะไรก็โทร.เรียกนะจะได้ไม่ต้องตะโกน”

“แหม...ฉันคงไม่เดือดร้อนบ่อยๆหรอกน่า”

“เท่าที่ผ่านมาก็เหมือนจะบ่อยนะ เอาน่า คุณก็เอาเบอร์คุณมาจะได้เจ๊ากัน” ชินานางมองๆ หัฏฐ์อ้างว่าเผื่อวันไหนเลิกงานเร็วจะไปรับเด็กๆให้ หรือถ้ามีโจรขึ้นบ้านจะได้โทร.ให้มาช่วยบ้าง

ชินานางขำ ขอมือถือเขามาแล้วกดเบอร์ตัวเองให้ พร้อมย้ำบุญคุณหายกัน เขาจะแย้งแต่เธอตัดบท...จบข่าว ชายหนุ่มหัวเราะออกมา

ooooooo

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 27 ก.ย.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ