อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 28 ก.ย.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 28 ก.ย.59

ที่ศูนย์พักพิง เสียงเด็กโวยวายว่าตุ้ยขี้ขโมยจิรัชกับจูนรีบเข้ามาถามไถ่ ได้ความว่าตุ้ยไม่มีสีวาดภาพจึงหยิบของอ้อมมาใช้ ไม่ได้ตั้งใจขโมย จูนจึงไกล่เกลี่ยให้ตุ้ยขอโทษอ้อม ทีหลังจะหยิบของใครต้องขอเจ้าของก่อน จิรัชเห็นว่าเด็กๆบางคนไม่มีสีจึงจะหามาให้

จูนตำหนิจิรัชว่าเด็กทำผิดแล้วให้รางวัลได้อย่างไร จิรัชอธิบายว่าที่เด็กหยิบเพราะไม่มี เราก็ควรให้เด็กๆหรือเธออยากได้สีบ้าง จูนเคืองบอกตนไม่ใช่เด็กที่จะมานั่งวาดรูป

“ผมก็ไม่ใช่เด็ก ผมก็วาด ลองหัดดูสิเผื่อจะหายดุลงบ้าง” จูนเหวี่ยงใครดุ “นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ...คุณนั่นแหละเป็นผู้หญิงดุ ไม่รู้ตัวเลยเหรอครับ” จิรัชหยอกเบาๆพอขำๆ



บ่ายวันนั้นทั้งสองออกมาทานก๋วยเตี๋ยวริมทาง เห็นแม่ลูกเก็บขวดไปขาย ลูกไม่มีรองเท้าใส่ จิรัชดักคอจูน “จะสัมภาษณ์ใช่ไหมล่ะ งั้นคุยไปก่อนนะเดี๋ยวผมมา”

จูนเข้าไปคุยกับแม่ลูกคู่นั้น รู้ว่าสามีทิ้งไปจึงต้องหาเลี้ยงลูกคนเดียว และลูกก็ไม่ได้เรียนหนังสือ จิรัชวิ่งกลับมา ซื้อรองเท้ามาให้เด็กใส่ จูนมองยิ้มๆ แล้วบอกแม่เด็กว่าให้พาลูกไปที่ศูนย์บ้านพักพิง เพื่อเด็กจะได้เรียนหนังสือ...พอกลับมานั่งทานต่อ จูนก็เอ่ยขึ้นว่า เขาเป็นอาสาเต็มตัวแล้ว ยินดีต้อนรับ ทำเอาจิรัชยิ้มเขินๆที่เธอยอมรับในตัวเขาเสียที...

วันต่อมา หัฏฐ์โทร.หาเสนีย์เพื่อจะขอคำปรึกษาเรื่องยื่นขอเป็นผู้ปกครองเด็ก จูนรับสายแล้วบอกว่าเสนีย์ไปเมืองนอกไม่ได้เอามือถือไป พอหัฏฐ์บอกธุระ จูนก็บอกว่าตนพอช่วยได้...

นับวันปุ๊กกี้ก็ซึมลงๆจนน่าเป็นห่วง หัฏฐ์จึงชวนชินานางและลูกหมีออกไปทานเค้กกับปุ๊กกี้ ชินานางถามคิดอะไรถึงชวนพวกตน เขาสวน “คุณนั่นแหละคิดอะไร ผมอยากให้หลานมีเพื่อนและเพื่อนของปุ๊กกี้ก็คือนายลูกหมี ผมเลยโทร.ชวนมาด้วยกัน”

ชินานางเหวอที่ตนกลายเป็นตัวแถม...มาถึงร้าน ลูกหมีชวนปุ๊กกี้เลือกเค้ก ปุ๊กกี้ดูผ่อนคลายยิ้มแย้มขึ้น

ชินานางกับลูกหมีแกล้งขโมยตักไอศกรีมของกันและกัน ปุ๊กกี้เห็นแล้วหัวเราะออกมา หัฏฐ์พลอยโล่งใจที่เห็นหลานสาวสนุกสนานขึ้นบ้าง

กลับมาถึงบ้าน หทัยมองหนังสือกฎหมายที่หัฏฐ์อ่านค้างไว้ แล้วบอกเขาว่า วันนี้ทนายสุวัฒน์โทร.มาหา บอกว่าโทร.หาเขาแล้วเขาไม่รับสาย หัฏฐ์บอกว่าตนไม่มีสอนจึงออกไปศาลทำเรื่องขอเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ หทัยดีใจ

“จริงเหรอ!ดีแล้วเพราะทนายสุวัฒน์อยากให้ทางเรารีบจัดการเรื่องให้เสร็จ กลัวว่าคุณชลีกรจะยื่นเรื่องก่อน แล้วเราจะเสียเปรียบ...ภายในไม่กี่วันนี้เธอต้องขึ้นมากรุงเทพฯแน่ๆ สุวัฒน์บอกเธอต้องมายื่นเรื่องที่นี่”

ปุ๊กกี้ได้ยินว่าชลีกรจะมาก็หวาดกลัววิ่งหนีขึ้นห้อง ค้นหาดวงใจมากอดซุกตัวมุมห้องร้องไห้ หทัยเป็นห่วงรีบตามขึ้นไป ปุ๊กกี้ล็อกห้อง หัฏฐ์แปลกใจเพราะเมื่อครู่ยังดีๆอยู่ แต่พอได้ยินที่เราคุยกันก็เปลี่ยนไป ทั้งสองชักจะแน่ใจแล้วว่า ปุ๊กกี้กลัวชลีกรมาก แต่มันเกิดอะไรขึ้น

หัฏฐ์ออกมายืนครุ่นคิดที่สวนหลังบ้าน ชินานางเดินมาเห็นถามเขาคิดอะไรดึกๆดื่นๆ เขาเล่าว่าวันนี้ไปยื่นขอเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ แต่ต้องรอ 45 วันว่าจะมีใคร ค้าน “แต่ผมว่าไม่ต้องรอนานถึงขนาดนั้น ทางป้าสะใภ้ปุ๊กกี้คงรีบขึ้นมาขอคัดค้านแน่ เขาอยากเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้ทั้งๆที่ไม่ได้ต้องการตัวแกเลย”

ชินานางถามเขาจะทำอย่างไรต่อไป หัฏฐ์คิดว่าคงต้องสู้กันในศาล เรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่ เธอให้กำลังใจว่าเขาต้องชนะ เพราะทั้งเขาและหทัยรักปุ๊กกี้อย่างจริงใจไม่ได้สนใจสมบัติ หัฏฐ์ขอให้ศาลเชื่ออย่างนั้นเช่นกัน

“ศาลต้องเชื่อสิคะ เราก็แค่พูดไปตามความจริง ตอนมาใหม่ๆปุ๊กกี้เป็นเด็กหวาดกลัวผู้ใหญ่ พอมาอยู่

ที่นี่ไม่นานก็ดีขึ้นตั้งเยอะ ตอนแรกฉันยังว่าหลานคุณมีปัญหา เด็กน่าจะเจออะไรที่ไม่ดีมา ถ้าคุณลองถามปุ๊กกี้ให้เล่าให้ฟัง ฉันว่าศาลก็ต้องพิจารณาอย่างเที่ยงธรรมแน่นอนค่ะ”

หัฏฐ์มองชินานางยิ้มๆรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก...ในขณะเดียวกันชลีกรพยายามเป่าหูสาวิตรว่าหัฏฐ์กับหทัยต้องรู้แกวอยู่ก่อนว่าปุ๊กกี้จะได้รับมรดก จึงต้องการรับไปดูแล สาวิตรแย้งว่าเธอเป็นคนยัดเยียดให้ปุ๊กกี้ไปไม่ใช่หรือ ชลีกรรวบรัดให้เขาไปยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้ปกครองปุ๊กกี้เพื่อจะได้รู้ว่าทางนั้นต้องการอะไร ตนจะไม่ยอมให้คนนอกมาเอาสมบัติครอบครัวเราไป เราอุตส่าห์สร้างกันมา สาวิตรไม่อยากคิดมากปัดอยากทำอะไรก็ทำไป

ooooooo

เช้าวันใหม่ เสนีย์โทร.หาหัฏฐ์ เขาแกล้งโวยว่าเพื่อนอะไรพอต้องการตัวหายหัว เสนีย์ย้อนแล้วเพื่อนอะไรพอไม่มีเรื่องเดือดร้อนไม่เคยคิดถึงกัน หัฏฐ์หัวเราะที่ทันกัน

หัฏฐ์กำลังจะปรึกษาเรื่องปุ๊กกี้ ก็พอดีครูที่โรงเรียนปุ๊กกี้โทร.มาขอให้เข้าไปพบ หัฏฐ์จึงวางสายเสนีย์ไปก่อนแล้วรีบเดินทางไปโรงเรียน...มาถึงเจอชินานางนั่งสเกตช์รูปเล่นรอเด็กๆเลิกเรียน พอเห็นเขาก็แปลกใจ เขาบอกว่าครูเรียกมาพบ เธอสังหรณ์ใจว่าเรื่องอะไร

หัฏฐ์เข้าพบครูใหญ่ ครูพูดว่าปุ๊กกี้เป็นเด็กดีแต่เงียบขรึมไม่คุย ไม่หัวเราะเล่นกับเพื่อนๆ ถึงแม้จะทำงานตามที่ครูสั่งได้ แต่ไม่เคยตอบคำถามในห้องเรียนสักครั้ง หัฏฐ์บอกตนเคยบอกแล้วว่าเด็กเจอปัญหาสูญเสียพ่อแม่และย่าในเวลาใกล้ๆกัน ครูทราบดีจึงให้ครูแนะแนวคอยดูแล

“ทางโรงเรียนพยายามปลูกฝังให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง รู้จักแสดงความคิดเห็น แต่แกปฏิเสธไม่เคยแสดงอะไรเลย ถามอะไรก็เงียบไม่ตอบ เราต้องการให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่หวันยิหวาทำตามทุกคำสั่งเหมือนเป็นหุ่นยนต์...เหมือนกับว่าแกปิดกั้นตัวเองออกจากคนอื่น แล้วยังมีทีท่าเหมือนจะกลัวด้วยซ้ำ กลัวครู กลัวผู้ปกครอง ใครเข้าใกล้ก็สะดุ้ง เห็นมีเล่นอยู่คนเดียวก็กับเด็กชายชินกฤตหรือน้องลูกหมี แต่ก็เล่นกันเงียบๆ”

“ครูกำลังจะบอกว่าหลานผมผิดจากเด็กทั่วไปหรือครับ”

ครูใหญ่บอกไม่ถึงขนาดนั้นแต่น่าจะได้รับการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งสามสี่วันที่ผ่านมาแกมีอาการ หวาดกลัวมากขึ้นกว่าเดิม หัฏฐ์เองก็กลุ้มใจคิดว่าคงเครียดจากปัญหาหลายด้าน แต่ไม่อยากเล่าเรื่องพินัยกรรมให้ทางโรงเรียนฟัง

หัฏฐ์เดินเครียดออกมาเล่าให้ชินานางฟังว่าครูบอกว่าปุ๊กกี้เป็นเด็กมีปัญหา ชินานางเห็นใจปลอบว่าแต่ก่อนตนก็มองแบบนั้น เขาถอนใจ “ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ผมคงไม่ยอมรับแน่ๆ เพราะผมมองว่าปุ๊กกี้แค่เป็นเด็กเรียบร้อยมากไปซักหน่อย แต่ไม่ถึงมีปัญหา...”

“หมายความว่าตอนนี้คุณยอมรับแล้วใช่ไหม”

“ผมไม่รู้ว่าหลานผมเจออะไรมาบ้าง ตั้งแต่พ่อแม่แกตาย ก็มาเสียย่าไปอีก เป็นผู้ใหญ่ยังรับได้ยาก แกคงสะเทือนใจเรื่องนี้มากจริงๆ ผมบอกครูไปแล้วว่าคงต้องใช้เวลาอีกซักพักใหญ่”

“อย่าโกรธนะคะ ช้างขอแนะนำอะไรหน่อยได้ไหม... ลองพาปุ๊กกี้ไปหาจิตแพทย์เด็กดูดีไหม เผื่อเขาจะช่วยได้”

หัฏฐ์อึ้งปฏิเสธว่าหลานตนไม่ได้ป่วย ชินานางพูดไม่ออกจึงนั่งเงียบๆ...พอกลับถึงบ้าน ลูกหมีขอไปเล่นกับปุ๊กกี้ หัฏฐ์บอกว่าให้ทำการบ้านเสร็จก่อน แต่พอเข้ามาในบ้าน เจอชลีกรนั่งคุยกับหทัย ปุ๊กกี้กอดขาหัฏฐ์แน่น เกร็ง มีน้ำไหลออกมานองพื้น หทัยเห็นแล้วตกใจรีบให้ส้มพาไปอาบน้ำ หัฏฐ์เองก็ตกใจรีบอุ้มปุ๊กกี้ส่งให้ส้ม ชลีกรยิ้มเยาะ หัฏฐ์สังเกตเห็นรู้สึกไม่พอใจ

ชลีกรบอกหัฏฐ์ว่าตนมาขอรับปุ๊กกี้กลับไปอยู่ด้วย จะรับไปวันนี้เลย หทัยแย้งว่าตนยังไม่ตกลง หัฏฐ์เอ่ยถาม “ทำไมอยู่ๆคุณถึงต้องการตัวหลานผมล่ะครับ เพราะก่อนหน้านี้คุณก็เป็นฝ่ายอยากให้ปุ๊กกี้มาอยู่กับทางเราเอง”

“เพราะพี่ลีกลัวว่าทางคุณจะดูแลปุ๊กกี้ได้ไม่ดีไงคะ นี่ก็เห็นกับตา ปล่อยให้เด็กกลั้นปัสสาวะจนมาปล่อยเรี่ยราดอยู่กลางบ้าน”

“ปุ๊กกี้ไม่เคยเป็นแบบนี้ตั้งแต่อยู่กับเรามา เพึ่งมาเป็นก็ตอนเห็นหน้าคุณ” หัฏฐ์โกรธ

“อย่ามากล่าวหาลอยๆนะคะ สิ่งที่พี่เห็นกับสิ่งที่คุณคิดมันขัดแย้งกันนะคะ ถ้าคุณวิตรรู้เรื่องนี้ดูซิเขาจะเชื่อใคร ตกลงจะเอายังไงคะ จะให้พี่รับกลับไปดีๆหรืออยากจะมีเรื่องกัน”

“คุณจะทำอะไรก็ตามใจ แต่ผมให้หลานผมกลับไปไม่ได้” หัฏฐ์ไม่ยอม

หทัยเสริมว่าปุ๊กกี้เพิ่งย้ายโรงเรียนเพิ่งปรับตัว ถ้าย้ายอีกอาจจะมีปัญหา หัฏฐ์เสียงกร้าวขึ้นว่าที่ผ่านมาเด็กมีปัญหามามากพอแล้ว ไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกี่ยวกับเธอหรือเปล่า ชลีกรอึ้ง

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ คุณจะไปเชื่ออะไรกับคำพูดของเด็ก อยู่ใกล้ใครเด็กมันก็อ้อนไปตามเรื่องตามราว”

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 7 วันที่ 28 ก.ย.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ