อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.59

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.59

การฝึกและซ้อมร้องเพลงเพื่อเข้าประกวดงวดเข้ามาทุกที วันนี้ซิสเตอร์มาการิต้าประกาศว่าเหลือเวลาอีกไม่มากทุกเสาร์อาทิตย์นี้ไปจนถึงวันแข่งตนอนุญาตให้มาเรียกับฮองลันที่เป็นนักเรียนไปกลับมาอยู่รวมกับนักเรียนประจำเป็นกรณีพิเศษ

ซิสเตอร์ปอนลีนแจ้งข่าวดีว่ามีศิษย์เก่าชื่อมิสมาริสสาที่เป็นผู้ออกแบบท่าเต้นให้กับศิลปินดังหลายคน อาสาจะมาช่วยสอนพวกเธอ ขอให้อย่าดื้ออย่าแผลงฤทธิ์อะไรเด็ดขาด

ทุกคนรับปากแข็งขัน พอมิสมาริสสาปรากฏตัว นางก็แอบกระซิบว่า “หน้าตาใจดี น่าจะสบาย”



แต่พอเริ่มฝึก สินีนาฎก็บ่นว่าเหนื่อยเหมือนจะตาย มาเรียบ่นว่านี่มันเจ๊โหดชัดๆ ขณะนั้นเองซิสเตอร์ปอนลีนเข้ามาถามว่าเหนื่อยไหม เด็กๆ ทุกคนใจชื้นตอบพร้อมกัน “เยส มาดาม”

“เดี๋ยวซ้อมเต้นเสร็จ ไปอาบน้ำล้างตัว ทานข้าวกลางวันแล้วเจอกันที่ห้องดนตรี เราจะซ้อมเต้นประสานกันบ่ายนี้เข้าใจนะ” ทุกคนตาเหลือกคราง โหยยยยย... ซิสเตอร์ปอนลีนย้ำว่า “เข้าใจนะ”

“เยส มาดาม” ทุกคนตอบเสียงอ่อย ในบรรดาเพื่อนๆ สายสุดาเต้นได้ดีที่สุดเอวไหลไหล่พลิ้วแต่ไม่สนใจเพื่อนๆ ซ้ำตำหนิอีก จนนางถามว่าทีมเวิร์กน่ะรู้จักมั่งไหม ทั้งสองโต้เถียงกันอีก จอยคามรู้สึกเสียใจที่เพื่อนๆต้องเหนื่อยเพื่อช่วยตนในเรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ

“ไม่เป็นเรื่องตรงไหน เด็กนักเรียนอย่างพวกเรามันจะมีสักกี่เรื่อง เรื่องนี้แหละสำคัญที่สุด” นางโต้

“ใช่ เพราะฉะนั้นเราจะแพ้ไม่ได้” สายสุดาเปลี่ยนเสียง สินีนาฎเลยเสนอให้ช่วยพวกตนเพราะเธอเก่งที่สุด “ได้ เอาเลยไหม”

ความมุ่งมั่นที่จะช่วยจอยคาม เกลื่อนความทิฐิที่มีต่อกันได้โดยไม่รู้ตัว

ฝ่ายปอนลีนก็สุขภาพดีขึ้นอย่างประหลาด จนซิสเตอร์เทเรซ่าพูดกับเพื่อนๆอย่างทึ่งว่า

“ฉันดีใจจริงๆเลยค่ะ การร้องเพลงนี่เหมือนเป็นยาวิเศษเลยนะคะซิสเตอร์”

ซิสเตอร์มาการิต้าเสนอว่าเราไม่ได้ร้องเพลงประสาน เสียงกันนานแล้ว ออเดรย์บอกว่าไม่ได้ยินเสียงคุณแม่อธิการมานานทีเดียว

“โถ...จะมาฟังอะไรเสียงคนแก่คะ” คุณแม่อธิการพูดอย่างถ่อมตัว แต่ทนเสียงรบเร้าของเหล่าซิสเตอร์ไม่ได้จึงร้องเพลงให้ฟังโดยมีพวกนักเรียนออกมาเต้นเข้ากับเพลงของคุณแม่อธิการอย่างน่ารักร่าเริง ซิสเตอร์ปอนลีนยิ้มปลื้มอย่างมีกำลังใจมาก นางถึงกับประกาศว่า

“เอาล่ะ มีกำลังใจซ้อมแล้ว สู้ตายพวกเรา!”

“เฮ้!!” เสียงเพื่อนๆเฮรับอย่างฮึกเหิม

จากนั้นทุกลมหายใจของทีมร้องเพลงก็กลายเป็นการซ้อมไปหมด ไม่ว่าจะทำอะไร เท้าก็ขยับเต้นไปด้วย

ธนาธิปดูการซ้อมของพวกนักเรียนอย่างชื่นชมในความเอาจริงเอาจัง แล้ววันนี้เขาก็ได้รับกระดาษโน้ตแปะที่ตู้เย็นข้อความว่า

“พรุ่งนี้แล้วววว มาเชียร์พวกเราด้วยนะคะ ท่านกงสุล”

ธนาธิปอ่านแล้วยิ้ม...

ooooooo

การประกวดร้องเพลงประสานเสียงเริ่มแล้ว นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆทยอยกันเข้ามาลงทะเบียน กลุ่มนักเรียนชายต่างแต่งหล่อเท่กันสุดๆ สาวๆเห็นต่างกรี๊ดกร๊าดกันแทบหูดับ

นางกระซิบเพื่อนๆว่าดูเขาเก่งๆกันทั้งนั้น มาเรียชี้ให้ดูทีมแชมป์เก่า จอยคามชมว่าเท่มากไว้ขอไปถ่ายรูปกับเขากัน

“ไม่ นั่นคือคู่แข่งอย่าเสียเวลาไปวอร์มเสียงกันดีกว่า” สายสุดาตึงเครียด จอยคามจ๋อยเดินตามสายสุดาไปมีนารีบตาม

นางหันมาเห็นสินีนาฎนั่งกุมท้องหน้ามุ่ยถามว่าเป็นอะไร สินีนาฎบอกว่าตนตื่นเต้นจนท้องปั่นป่วนไปหมดแล้ว ฮองลันบอกว่าตนก็เหมือนกันถามว่าจะรอดไหมเนี่ย พอดีจรรยาเดินเข้ามาพร้อมแท็กติดเสื้อแจ้งว่า

“ลงทะเบียนเรียบร้อย มารับแท็กติดเสื้อได้ เราขึ้นเป็นทีมสุดท้าย”

ที่หน้างาน ชัยพงษ์เดินไปรับธนาธิปที่เดินเข้ามาบอกว่าทุกคนมาถึงแล้วอยู่ข้างใน ธนาธิปพยักหน้าเดินตามเข้าไปในห้องประชุม พ่อแม่ของทีมนักเรียนคอนแวนต์ที่ประกวดต่างมาให้กำลังใจลูกหลานตนรวมทั้งพ่อแม่ของจอยคามด้วย ซิสเตอร์มาการิต้าและปอนลีนก็มานั่งด้วย เมื่อการแสดงจะเริ่ม ผู้ใหญ่ทุกคนหาที่นั่งกันแล้ว คัมพลก็แอบเลี่ยงออกไป

คัมพลมาหานางกับสินีนาฎที่หลังเวทีบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ของนางกับของตนอยู่หน้าเทวีเลยท่านกงสุลก็มา สินีนาฎได้ยินก็แอบดีใจท้องไส้หายปั่นป่วนไปเลย ส่วนสายสุดาได้ยินก็พูดอย่างยะโสว่า

“ต้องมาสิ ก็สายขึ้นเวทีทั้งทียังไงพี่ธิปก็ต้องมา” มีนาถามว่าแล้วคุณพ่อคุณแม่เธอมาหรือเปล่า “ท่านไม่ว่างเห็นว่าไปเมืองนอกน่ะ”

พอดีการร้องประสานดังขึ้นนางบอกเพื่อนๆว่าเริ่มแล้วรีบไปดูกัน คัมพลอวยพรให้โชคดี เห็นสินีนาฎ นั่งหน้าเศร้าก็เดินไปส่งกังหันลมอันเล็กๆให้บอกว่า “อย่าให้เสียชื่ออาจารย์คัมพลนะ” แล้วเดินออกไปไม่ได้คิดอะไร แต่สินีนาฎที่แอบปลื้มเขาอยู่มองกังหันลมแล้วยิ้มแก้มแทบปริ

ooooooo

การประกวดผ่านไปแต่ละทีมล้วนเก่งและได้รับเสียงปรบมือกึกก้อง ทีมคอนแวนต์ยิ่งดูก็ยิ่งหนาว จรรยาถอดใจชวนเพื่อนๆกลับกันดีไหม

“ไม่!!” นางเสียงดัง พอรู้ตัวก็ลดเสียงลงบอกว่าเราจะไม่ท้อ สายสุดามองทีมที่เพิ่งผ่านการประกวดไปปรามาสว่าก็งั้นๆแหละ นางโพล่งว่า “จะงั้นจะงี้ก็ไม่ใช่เรื่องของเรา เราแค่ออกไปทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็พอ ทีมอื่นเขาแค่อยากชนะ แต่เราอยากสนุกด้วยกันแล้วก็อยากทำให้เพื่อนด้วย”

“แต่ฉันก็อยากชนะนะ” สายสุดาแย้ง นางบอกว่าทีมเราถึงต้องมีเธอไง ถามเพื่อนๆว่าสู้ไม่สู้ สายสุดาตอบทันทีว่าสู้สิ เพื่อนๆทุกคนเลยร้องสู้ จอยคามขอบคุณทุกคนด้วยความซาบซึ้ง

นางปลุกระดมให้เพื่อนๆสู้ แต่ตัวเองกลับไม่เชื่อมั่นไปนั่งซึมที่บันไดหนีไฟ ธนาธิปเดินมาถามว่า เป็นอะไรเมื่อกี้เห็นฮึกเหิมทำไมมานั่งเหี่ยวอยู่ตรงนี้ นางนิ่ง ธนาธิปถามว่าเราเป็นตัวตั้งตัวตีไม่ใช่หรือ

“ก็ใช่ แต่นางแค่อยากช่วยเพื่อน ไม่นึกว่ามันจะจริงจังขนาดนี้” ธนาธิปถามว่าแล้วเธอกลัวอะไร “กลัวแพ้ เอ๊ะ...ไม่ใช่ ไม่ได้กลัวแพ้ นั่นมันยายสายสุดา กลัวว่าไม่ได้ตัง...ก็ไม่เชิง...เออ...ลุง...นางกลัวอะไรก็ไม่รู้”

ธนาธิปบอกว่ากลัวอะไรไม่รู้ก็ไม่ต้องกลัว นางว่าคงกลัวแพ้แล้วจอยคามจะไม่ได้เรียนเปียโนอีกเพราะเขารักการเล่นเปียโนมาก

“จอยคามน่ะเขาทำใจได้แล้ว ที่ทุกคนทำให้เขาวันนี้มันคือกำไรสำหรับเขาแล้วนะ สิ่งที่เธอทำให้เพื่อนมันเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมมาก แค่นี้ฉันว่าพวกเธอก็เป็นผู้ชนะอยู่แล้ว แล้วจะมากลัวอะไร ฮึ” นางตาเป็นประกายขึ้นมาบอกว่าจริงด้วย “ไปสนุกกับเพื่อนๆ ได้แล้วนั่งฝ่ออย่างนี้เหมือนไม่ใช่อภิรดี”

นางนึกสนุกถามว่าแล้วยังไงถึงใช่ ธนาธิปยั่วว่าให้ออกไปร้องเพลงคล่อมจังหวะให้คนเขาฟังทรมานเล่นน่าจะใช่ นางยิ้มขำๆลุกขึ้นกระฉับกระเฉงมั่นใจบอกธนาธิปว่า “ได้เลย จัดไป นางจะไม่ทำให้ลุงผิดหวังเด็ดขาด”

สายสุดาเดินมาเห็นก็สงสัยว่าทำไมสองคนนี้ถึงได้สนิทกัน?

ooooooo

และแล้วพิธีกรก็ประกาศการประกวดถึงทีมสุดท้ายคือทีมวิคตอเรีย คอนแวนต์ ทุกคนในทีมหันมองหน้ากัน นางที่ได้กำลังใจมาเต็มที่แล้วบอกเพื่อนๆ อย่างมั่นใจว่า ไป ออกไปสนุกกันพวกเรา!! ทุกคน ประสานมือกันร้อง...

“เฮ้!!”

การร้องและเต้นของทีมวิคตอเรีย คอนแวนต์ ไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่ความใสของพวกเธอทำให้ดูน่ารัก อบอุ่น แต่เมื่อมาเรียเข็นรถออกมาร้องเพลง เสียงเธอก็ตรึงทุกคนให้เงียบกริบ แล้วตามด้วยเสียงปรบมือกึกก้องยาวนาน

เมื่อแสดงจบ ซิสเตอร์มาการิต้าชมว่าพวกเธอเก่งมาก ปอนลีนถามว่ารู้สึกเป็นยังไงบ้าง มาเรียบอกว่ามีความสุขมาก สินีนาฎบอกว่าเหมือนได้เอาชนะความกลัวของตัวเอง ฮองลันกับจรรยาเห็นด้วย

“หนูรู้สึกจริงๆนะคะ ว่าหนูไม่แคร์เลยว่าเราจะแพ้หรือชนะ” นางยิ้มแย้มร่าเริง

“หนูรู้สึกว่า...หนูชนะแล้วค่ะมาดาม” สายสุดาเชิดอย่างภูมิใจ

ทุกคนมีความสุขที่ได้ทำสมความตั้งใจแล้ว เมื่อพิธีกรประกาศทีมที่เข้ารอบ ประกาศถึงทีมที่สามเท่านั้น ทีมวิคตอเรียคอนแวนต์ก็เริ่มเก็บของกันอย่างไม่มีความหวัง จนหลายคนไม่ได้ยินว่าทีมพวกตนได้เข้ารอบเป็นทีมสุดท้าย สายสุดากับมาเรียได้ยินร้องบอกเพื่อนๆ ด้วยความดีใจ ทุกคนกรี๊ดแล้ววิ่งไปบนเวที

จนเมื่อพิธีกรประกาศผลการตัดสินทีมที่ได้อันดับสามคือทีมวิคตอเรียคอนแวนต์ จะได้รับเงินรางวัลเป็นจำนวนห้าพันริงกิต ทุกคนตะลึงแล้วโผกอดกันท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง เมื่อออกไปรับรางวัลนางกับสายสุดาดึงจอยคามให้เป็นตัวแทนไปรับ นาทีนี้มีแต่ความดีใจและความสุข ที่เคยเคืองกันก็กอดกันด้วยความดีใจ

ปรากฏการณ์นี้ซิสเตอร์ออเดรย์รำพึงกับฟรานซิสและคุณแม่อธิการว่า

“มิตรภาพอาจไม่ได้มาง่ายๆ เราคงได้แต่ภาวนาขอให้เด็กๆผ่านไปให้ได้ในทุกๆบททดสอบ”

ฝ่ายชัยพงษ์ก็บอกธนาธิปว่า “เห็นแบบนี้แล้ว ผมว่าท่านกงสุลน่าจะบอกความจริงเรื่องเป็นผู้ปกครองสินีนาฎได้แล้ว สายสุดาน่าจะเข้าใจ” ธนาธิปพยักหน้าแต่ก็ยังแอบหวั่นอยู่ลึกๆ

เพื่อนๆมอบเงินรางวัลทั้งหมดให้จอยคามไปเรียนเปียโนถ้าเหลือก็เอาไปให้พ่อแม่ ขอเธออย่าดูถูกตัวเองอีก อย่าดูถูกพ่อแม่ตัวเองด้วย พ่อแม่เราไม่มีเท่าคนอื่นก็ไม่ได้แปลว่าท่านไม่รักเรา สายสุดาฟังแล้วเปรยเหมือนเจ็บลึกในใจว่า

“ของแบบนี้บางทีไม่เจอเองก็ไม่รู้สึกหรอกนะว่าความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจมันเป็นยังไง”

นางถามว่าสายสุดาเป็นไบโพล่าหรือเปล่า วันก่อนโกรธจอยคามจะเป็นจะตาย วันนี้เข้าใจซะงั้น สายสุดาแก้เกี้ยวพาลว่าจะเข้าใจไม่เข้าใจก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ พวกนางบ่นว่าบ้าหรือเปล่า ชวนไปห่างๆดีกว่าเดี๋ยวติดเชื้อบ้า

จากการร่วมกันช่วยจอยคามครั้งนี้ จอยคามปรารภกับสายสุดาและมีนาว่าที่จริงพวกนางก็ไม่ได้เลวร้ายมากนะ มีนาไม่กล้าตอบแต่พอสายสุดาบอกว่า ก็โอเค ไม่แย่ มีนาจึงพยักหน้าเป็นลูกขุนพลอยพยักว่า ใช่...ก็โอเคนะ

ทุกคนยิ้มแย้มกับผลสำเร็จครั้งนี้จนเหมือนบรรยากาศกำลังจะดีขึ้น

ซิสเตอร์เทเรซ่าก็คุยกับฟรานซิสว่าหลังจากงานนี้เด็กๆดูจะเปิดใจให้กันมากขึ้น

“ค่ะ ได้แต่หวังว่าพวกแกจะไม่เจอบททดสอบอะไรอีก” ซิสเตอร์ฟรานซิสได้แต่หวังเช่นนั้น

งานนี้ไม่เพียงเด็กๆจะกลมเกลียวกันได้เท่านั้น ซิสเตอร์ปอนลีนที่อาสาเป็นผู้ดูแลเด็กๆ ก็บอกซิสเตอร์ออเดรย์ว่าตนไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย เมื่อเข้าไปในห้องดนตรี ปอนลีนมองเปียโนอย่างภาคภูมิใจ ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานความสุขให้ตน บอกว่า “ลูกมีความสุขเหลือเกิน ลูกหายแล้วใช่ไหมคะ...ลูกหายแล้ว”

เมื่อเสียงนาฬิกาเตือนให้กินยา เธอมองยาในมือแล้วทิ้งถังขยะ ยิ้มกับตัวเองบอกว่า ฉันหายแล้ว...ฉันหายแล้ว

ซิสเตอร์ปอนลีนเดินออกจากห้องดนตรีไปอย่างมั่นใจ

ooooooo

ในวันไปชมการประกวดร้องเพลงของลูกๆ

เด่นชัยกับพิทักษ์เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่โรงเรียน

เซ็นต์เซเวียที่ปีนังด้วยกัน พิทักษ์ยืนยันจะขอนางไปเป็นสะใภ้ วันนี้เด่นชัยกับเอมอรคุยกันถึงเรื่องนี้ขณะกินข้าวที่ร้านอาหาร

เด่นชัยมีนางเพียงคนเดียว แต่พิทักษ์มีลูกชายถึงสามคนคือทัศนัย ชัยพงษ์และคัมพล เอมอรถามว่าพิทักษ์จะขอนางไปให้ลูกคนไหน เด่นชาติคาดว่าชัยพงษ์ เอมอรสงสารคัมพลเพราะแสดงออกชัดเจนว่าชอบนาง

“ก็จริง แต่ผมว่าคัมพลเด็กไป ไม่น่าจะเอายายนางอยู่หรอก...ผมตามใจลูกทุกเรื่องแต่เรื่องนี้ผมไม่ยอม ใครจะมาเอาดวงใจของผมไป ผมต้องเป็นคนเลือก”

เอมอรถามว่าแบบนี้บ้านพิทักษ์ก็ตกไป เด่นชาติบอกว่าไม่ตก เพราะพิทักษ์บอกว่านางเหมาะกับคนที่เป็นผู้ใหญ่หน่อยเขาจะขอให้ทัศนัยลูกชายคนโตที่กำลังเรียนแพทย์อยู่ที่อเมริกา

เอมอรฟังแล้วหนักใจ คิดว่าวันหนึ่งพ่อลูกคงต้องทะเลาะกันเรื่องนี้แน่

ฝ่ายธนาธิป หลังการประกวดร้องเพลงเห็นเด็กๆ เข้ากันได้แล้วก็คิดจะบอกสายสุดาเรื่องตนเป็นผู้อุปการะสินีนาฎ

แต่ปรากฏการณ์ที่เห็นไม่ใช่ธาตุแท้ เพราะเมื่อผ่านการประกวดร้องเพลงแล้วสายสุดาก็กลับมาเหมือนเดิม กระทั่งเมื่อจอยคามชมนางกับสินีนาฎที่ร่วมกันช่วยตนว่าเขาก็ดีนะ ก็ถูกสายสุดาไล่ว่าถ้าเขาดีก็ไปอยู่กับเขาเลยเที่ยงนี้ไปกินข้าวกับเขาก็แล้วกัน เล่นเอาจอยคามงง

“นี่ อยู่กันมานานไม่รู้หรือไงว่าสายสุดาเขาไม่ชอบให้สนใจคนอื่นมากกว่า” มีนาตำหนิ จอยคามบอกว่านึกว่าเขาเลิกโกรธกันแล้ว “ถึงยังงั้นก็เถอะนี่เขาจะโกรธกันใหม่เพราะเธอแล้วนะ รู้ยัง”

จอยคามฟังแล้วเสียวสันหลัง เพราะรู้พิษสงของสายสุดาดีว่าถ้าถูกเธอเกลียดแล้วจะเป็นอย่างไร

ooooooo

สายสุดาเดินมาเจอซิสเตอร์มาการิต้า มาดามบอกว่าเห็นท่านกงสุลมาน่าจะมาหาเธอ สายสุดาดีใจมากรีบเดินไปทันที ธนาธิปอยู่ในห้องอำนวยการกำลังฟังนางจ้อแทบไม่หายใจ

นางเล่าเรื่องที่พิทักษ์ถามว่าใครเป็นผู้อุปการะสินีนาฎ เพราะตนเคยขอความช่วยเหลือจากคัมพลก่อน ตนบอกว่าท่านกงสุลพิทักษ์บอกว่าเกรงใจท่านกงสุลตนจะจัดการเอง เลยอยากถามท่านกงสุลว่าโอเคหรือเปล่า เพราะถ้าโอเคลุงพิทักษ์ก็พร้อมจะอุปการะสินีนาฎเหมือนกัน ธนาธิปถามสินีนาฎว่าสะดวกจะให้ใครอุปการะ

สินีนาฎถามว่าตนมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ แค่ทุกวันนี้ก็เกรงใจท่านกงสุลแย่แล้ว

“ถ้าแค่เหตุผลว่าเกรงใจก็ไม่ต้อง ฉันเต็มใจช่วยเหลือหนูในเรื่องการเรียนให้ดีที่สุด ผลการสอบออกมาก็น่าปลื้มใจ ไปบอกคุณลุงพิทักษ์นะว่าฉันไม่ได้มีปัญหาอะไร” นางถามว่าแปลว่าท่านกงสุลจะเป็นผู้อุปการะสินีนาฎต่อไป

สายสุดาเดินมาถึงหน้าห้องพอดีได้ยินธนาธิปตอบนางว่า

“ใช่ ฉันยินดีเป็นผู้ปกครองของสินีนาฎต่อไป คิดเสียว่าเป็นพี่ชายคนหนึ่งเหมือนกับที่เป็นพี่ชายของสายสุดาไง”

ขีดความอดทนของสายสุดาขาดผึงทันที สายสุดาตาวาวด้วยความโกรธ

ooooooo

เมื่อนางกับสินีนาฎไปแล้ว สายสุดาพรวดเข้าไปหาธนาธิปตัดพ้อต่อว่าว่าทำไมไม่ปรึกษาตนก่อน

สินีนาฎกับนางเป็นคนที่ตนเกลียด ไม่ชอบ ธนาธิปถามว่าทำไมต้องเกลียดคนนู้นคนนี้

เหตุผลของสายสุดาคือพวกเขาชอบทำตัวเด่นกว่าสวยกว่าเป็นลูกรัฐมนตรี สินีนาฎก็เชิดใส่ตนตามไปด้วย แต่เขากลับส่งเสริมสินีนาฎทำเหมือนไม่เข้าข้างตนเลย ซ้ำพวกเขายังรวมตัวกันไม่ยอมลงให้ตนด้วย

“เอ...แล้วทำไมสายจะต้องให้คนอื่น ‘ลง’ ให้ด้วย เราวิเศษมาจากไหน...สายสุดา ฟังพี่นะ สายเป็นน้องของพี่ พี่จะเห็นคนอื่นดีกว่าน้องของตัวเองได้ยังไง แต่พี่ไม่ชอบที่สายอิจฉาคนอื่น และไม่ชอบมากที่สายดูถูกคนอื่น คนที่เขาล้มในวันนี้ ไม่ได้แปลว่าเขาจะล้มตลอดไป ไม่แน่นะวันหนึ่งสายหรือพี่อาจจะต้องพึ่งพาเขาก็ได้”

“ไม่มีทาง!”

“สายสุดา...เอาเถอะ โกรธพี่ก็ไม่เป็นไร แต่พี่ขอร้องนะ อย่าไปพูดอะไรให้สินีนาฎต้องสะเทือนใจมากไปกว่านี้”

“แค่นี้ใช่ไหมคะ” สายสุดากระชากเสียงแล้วสะบัดออกไปเลย พอไปถึงลานกิจกรรมก็คำราม “คอยดูนะ พวกเธอจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไปแน่”

สายสุดาเรียกมีนากับจอยคามมาให้ช่วยกันเยาะเย้ยดูถูกสินีนาฎ หาว่าเธอเป็นภาระของธนาธิป สินีนาฎจ๋อย นางสะอึกออกไปจะเอาเรื่อง พอดีซิสเตอร์ฟรานซิสมาขัดจังหวะจึงแยกย้ายกันไป

เมื่อเข้าห้องเรียนนางบอกให้สายสุดาขอโทษสินีนาฎเดี๋ยวนี้ที่พูดจาไม่ดีทำให้เธอเสียใจ สายสุดาเหยียด ยิ้มเชิดใส่บอกว่าสินีนาฎต้องมากราบขอบคุณตนที่ยอมรับภาระมาทั้งที่ไม่จำเป็น และนางก็ทำเหมือนตัวเองดีอยู่คนเดียว มีนากับจอยคามก็คอยเป็นลูกคู่ผสมโรงดูถูกสินีนาฎ

อ่านละครเรื่อง นางอาย ตอนที่ 7 วันที่ 30 ก.ย.59

ละครเรื่อง นางอาย บทประพันธ์โดย นราวดี
ละครเรื่อง นางอาย บทโทรทัศน์โดย คฑาหัสต์ บุษปะเกษ
ละครเรื่อง นางอาย กำกับการแสดงโดย ปวันรัตน์ นาคสุริยะ
ละครเรื่อง นางอาย ผลิตโดย บริษัท เมกเกอร์ วาย จำกัด
ละครเรื่อง นางอาย ควบคุมการผลิตโดย ยศสินี ณ นคร
ละครเรื่อง นางอาย ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ