อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 8 วันที่ 30 ก.ย.59

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 8 วันที่ 30 ก.ย.59

เช้าวันใหม่ เสียงชินานางกับปุ๊กกี้เย้าแหย่กันดังมาถึงบ้านหัฏฐ์ หทัยเห็นปุ๊กกี้นั่งนิ่งไม่ทานข้าวจึงถามได้ยินเสียงเล่นกันไหม ลูกหมีคงรอปุ๊กกี้ไปเล่นด้วย ให้กินข้าวเร็วๆ หัฏฐ์บอกอีกว่าวันนี้มีเรียนว่ายน้ำ เสร็จแล้วจะพาไปทานเค้กดีไหม ปุ๊กกี้พยักหน้ารับเบาๆ...หัฏฐ์เดินออกมาที่สวนหลังบ้าน เห็นชินานางกำลังตั้งอุปกรณ์วาดภาพ จึงโทร.หาชวนว่าหลังเด็กๆว่ายน้ำเสร็จจะไปทานขนมเค้กต่อ เธอฟังไปหันมาเห็นเขายืนอยู่ข้างหลังก็โวย เพี้ยนหรืออยู่แค่นี้ต้องโทร.ด้วย เขาอ้างถ้าเข้าไปหาก็จะว่าไม่มีมารยาท เธอสวนแบบนี้โรคจิต หัฏฐ์หัวเราะที่แกล้งเธอได้

เสร็จจากว่ายน้ำ หัฏฐ์ ชินานาง ลูกหมีและปุ๊กกี้พากันมานั่งร้านเค้ก ลูกหมีตักป้อนปุ๊กกี้ ชินานางแอบขโมยกินของลูกหมี ลูกหมีขโมยกลับหัวเราะกันสนุกสนานทำให้ปุ๊กกี้ยิ้มออกมาได้ หัฏฐ์มองหลานสาวด้วยความตื้นตัน...ระหว่างที่หัฏฐ์กำลังดื่มกาแฟ ชินานางตักเค้กเข้าปากก็เห็นชมพูนุชเดินเข้ามากับขวัญเพื่อนบ้าน ทั้งสองถึงกับสำลัก ชมพูนุชสั่งขนมแล้วลงนั่งเม้าท์ทันที



“ได้ข่าวเรื่องบ้านแม่จิตรกรสาวที่มีหลานชื่อลูกหมีหรือเปล่าคะ” ขวัญถามบ้านที่โดนขโมยขึ้นใช่ไหม “เรื่องนั้นเล็กค่ะ เรื่องที่น่าสนใจกว่าคือเมื่อไหร่คุณยายเขาจะมีหลานอีกคนมาให้อุ้มต่างหาก...”

ขวัญแย้งว่าลูกสาวบ้านนั้นโสด ชมพูนุชหัวเราะร่าบอกโสดแต่สดไหมไม่รู้ ถ้าประกาศแต่งงานเมื่อไหร่ก็ต้องคอยนับนิ้ว...ชินานางกัดปากระงับความโกรธ ชมพูนุชยังพล่ามต่อ “คุณขวัญไม่เห็นเหรอคะว่านางน่ะติดกับอาจารย์ห้องแถวแจเลย พี่หมายถึงคนที่อยู่บ้านติดกันนั่นแหละค่ะ เขาคงจะเป็นอาจารย์ที่สอนตามมหาลัยห้องแถวเล็กๆ วุ้ย...ไปรับไปส่งหลานด้วยกันทุกวัน เมื่อเช้าก็เห็นพาหลานออกไปว่ายน้ำพร้อมกัน หลานสาวที่อุ้มตุ๊กตาเน่าๆไปทั่วบ้านทั่วเมือง ท่าทางเด็กก็ขี้โรคที่พี่ชี้ให้คุณขวัญดูเมื่อวันก่อนไงคะ”

คราวนี้หัฏฐ์โกรธลุกพรวด ชินานางต้องรั้งไว้ ฟังชมพูนุชเม้าท์ต่อ “วันที่ขโมยขึ้นบ้านน่ะ คนที่ลงมาเปิดประตูรับตำรวจเป็นผู้ชายเพื่อนบ้านนั่นแหละ สวมชุดนอนซะด้วย ไม่รู้ไปทำอะไรบ้านนั้นตอนแม่ของผู้หญิงไม่อยู่”

ขวัญตาโตตกใจ หัฏฐ์ไม่ทนต่อไปเดินเข้ามา “ถ้าอยากรู้ว่าทำอะไรก็ถามสิครับ ผมยินดีตอบให้” สองสาวสะดุ้ง “ไงครับมีอะไรจะถามผม เห็นพูดถึงอยู่เมื่อกี้” ชินานางมาห้ามแต่หัฏฐ์ให้เธอไปจ่ายค่าขนม แล้วหันมาถามสองสาวว่าชื่ออะไรกันบ้าง...แล้วแนะนำตัวเองบอกเพิ่งรู้ว่ามหาวิทยาลัยที่ตนสอนเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถว ตอนนี้เรารู้จักกันแล้วมีอะไรจะถามตนบ้าง อย่างเช่น ทำไมตนถึงเลี้ยงหลานไม่ดี ปล่อยให้อุ้มตุ๊กตาเน่าๆ และเรื่องที่ตนไปอยู่ในบ้านชินานางวันที่ขโมยขึ้นบ้าน ทั้งสองส่ายหน้าจะร้องไห้ หัฏฐ์แกล้งโน้มตัวมาพูดใกล้ๆชมพูนุช

“ดีครับ ในเมื่อผมให้โอกาสคุณถาม แต่คุณไม่ถามไม่อยากรู้ ฉะนั้นต่อไปกรุณาหยุดพูดเรื่องของผมหรือของคุณชินานางซะที ถ้าคุณยังเอาเรื่องของเรามาพูดพล่อยๆโดยไม่ถามความจริงก่อน เราคงได้เจอกันที่โรงพักหรือที่ไหนซักแห่งแน่ คุณเข้าใจไหมครับคุณชมพูนุช...”

ชมพูนุชพยักหน้า หัฏฐ์ขอให้ขวัญเป็นพยานให้ด้วย จากนั้นเขาก็เดินโกรธๆออกไป ชินานางจูงเด็กทั้งสองเดินตาม...ออกมานอกร้าน หัฏฐ์หยุดกึ้ก ชินานางและเด็กๆชนหลังเขาเป็นทอดๆ แล้วเธอก็ติงว่าเขาไม่ควรพูดแบบนั้น เพราะการพูดนั้นเหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟ

“คุณอาจจะทนได้แต่ผมทนไม่ได้”

“ค่ะ คุณรู้สึกเดือดร้อนเลยทนไม่ได้ แต่ที่คุณพูดไม่กระจ่างมันยิ่งไม่ดี เพราะคุณพูดเรื่องขโมยขึ้นบ้านแต่ไม่ชี้แจงให้ละเอียด มันเท่ากับยอมรับให้คนอื่นสงสัย ทำให้มีเรื่องพูดปากต่อปากกันไปไม่จบ”

“ขอโทษ ผมลืมนึกไปว่าคุณกังวลกับเรื่องตรงนี้มาก แคร์ขี้ปากชาวบ้านมาก” ชินานางร้องอ้าว...“เอายังงี้ คราวหลังช่วยเตือนให้ผมแจกแจงรายละเอียดด้วย ว่าผมเข้าไปในบ้านคุณทำไม เข้าไปยังไง แล้วผมเคยเข้าบ้านคุณกี่ครั้ง คุณเข้าบ้านผมกี่ครั้ง ทำอะไรกันบ้าง ทำตารางแจกเลยดีไหม ถ้าจะกลัวคนนินทา”

“คุณกำลังพาล และกำลังทำให้เด็กกลัวรู้ตัวรึเปล่า”

หัฏฐ์มองปุ๊กกี้ที่หน้าซีดตกใจ ผ่อนคลายลงขอโทษ ลืมไปว่าเธอเป็นเพื่อนกับชมพูนุช ชินานางโวยใครเป็นเพื่อนกับใคร หัฏฐ์หัวเราะที่ทำให้เธอโมโหขึ้นบ้าง

ระหว่างนั่งรถกลับ ชินานางบอกให้รอดูว่าคนชื่อขวัญจะกลายเป็นเป้าโดนนินทาคนต่อไป ครั้งก่อนตนพยายามเลี่ยงหนีเพราะถ้าค้านจะยิ่งยืดยาว ต้องยอมเออออตามไปเพื่อรีบลุกหนี แต่หัฏฐ์ว่านั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ดี หญิงสาวมองหน้าเขาที่ยื่นมาถามใกล้ๆว่าโกรธหรือ

“ตอนแรกก็นิดหน่อย แต่พอเห็นยัยนั่นอ้าปากพะงาบๆพูดไม่ออก ฉันบอกได้คำเดียวว่าคุณทำได้ดีมาก” ชินานางหัวเราะ

หัฏฐ์เห็นอย่างนั้นก็หัวเราะตาม ลูกหมีเกาหัวแกรกๆบ่น “เถียงกันแล้วก็หัวเราะกัน งงไปหมดแล้วเนี่ย เนอะปุ๊กกี้เนอะ”

กลับบ้านหัฏฐ์นั่งขำเมื่อนึกถึงคำพูดของชินานาง ปุ๊กกี้นอนหลับบนตักจึงอุ้มเข้าห้อง ปุ๊กกี้ลืมตามองเศร้าๆ เขาชวนคุยก็นิ่งเงียบ เขากลัดกลุ้มจะทำอย่างไรให้ปุ๊กกี้ร่าเริงอย่างเด็กปกติได้

วันต่อมาชินานางจะไปทำงานวาดภาพ ลูกหมีร้องขอไปด้วยแต่เธอเกรงไม่มีสมาธิทำงาน ไม่มีคนดูแล ลูกหมีเห็นว่าชนนีก็ไม่ว่าอะไรจึงวิ่งปรู๊ดออกไปจากบ้าน ทั้งสองงงหลานไปไหน...

ooooooo

ลูกหมีวิ่งจูงหัฏฐ์กลับเข้ามาในบ้าน บอกชนนีกับชินานางว่าตนมีคนช่วยดูแลแล้ว หัฏฐ์ยิ้มเผล่อาสาไปดูแลลูกหมีให้ อ้างปุ๊กกี้จะได้ไปสนุกสนานด้วยคน ชินานางบอกตนไม่มีปัญหา ดีเสียอีกจะได้ฝากเลี้ยงนายตัวยุ่ง ชนนียินดีจะไปเตรียมขนมให้ หัฏฐ์ขอจัดการเอง ลูกหมีร้องเย้ๆ

เสนีย์อ่านเอกสารคดีของหัฏฐ์แล้วตกใจเมื่อเห็นนามสกุลพัฒน์พงศ์บวร จึงรีบโทร.ไปถามหัฏฐ์ พอรู้ว่าลดามณีเป็นน้องสาวิตรก็อึ้งไปทันที หัฏฐ์ถามเป็นอะไรรู้จักกันหรือ เสนีย์ปัดไว้พร้อมแล้วจะเล่าให้ฟัง ขอตั้งสติก่อน หัฏฐ์สงสัยต้องเป็นเรื่องส่วนตัวแน่ๆ

ด้านลดามณีกลับเข้าบ้านด้วยความเบื่อหน่ายที่มีแต่เพื่อนกิน มาอาศัยกินฟรีที่โรงแรม พอรู้ว่าตนได้เป็นเจ้าของ ชลีกรสะใจแต่ทำทีปลอบว่าคนเราก็แบบนี้ เข้าหาเราเพื่อผลประโยชน์ ไม่จริงใจเหมือนคนในครอบครัว ลดามณีบ่นปวดหัวกับงานเอกสารที่ต้องอ่านแล้วเซ็น ไม่ถนัดเอาเสียเลย ชลีกรได้ทีอาสาทำให้ ลดามณีหลงชื่นชมช่างน่ารักไม่ระแวงสักนิดว่ากำลังจะโดนฮุบ...

ชินานางขับรถพาหัฏฐ์ ลูกหมีและปุ๊กกี้มาที่สวนดอกไม้ วิวสวยงามอากาศบริสุทธิ์ หมายมั่นจะวาดภาพให้เต็มที่ จิรัชกับจูนพาเด็กๆบ้านพักพิงเข้ามาหา จูนทักทายชินานาง เธอทักตอบ

“สวัสดีค่ะคุณจูน อ้อยหวานพูดถึงคุณให้ฟังตลอดเลยค่ะ”

จูนค้อนจิรัชแล้วหันมาเห็นหัฏฐ์ก็ทักด้วยความแปลกใจ จิรัชมองหัฏฐ์และชินานางอย่างสงสัย หัฏฐ์เย้าจูนกับจิรัชสนิทกันแล้วหรือ จูนรีบออกตัวว่าจิรัชตามไปเป็นครูอาสาที่บ้านพักพิง จิรัชแก้ตัวว่าไม่ได้ตาม บังเอิญมากกว่า จูนแนะนำชินานางกับเด็กๆว่าเป็นนักวาดภาพมืออาชีพ จะมาช่วยสอนน้องๆ ชินานางมองจิรัชงงๆ จูนหันไปชวนหัฏฐ์ให้เดินไป

อ่านละครดวงใจพิสุทธิ์ ตอนที่ 8 วันที่ 30 ก.ย.59

ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทประพันธ์โดย กิ่งฉัตร
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ บทโทรทัศน์โดย พรดี และ โซติกซ์ทีม
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ กำกับการแสดงโดย ชุดาภา จันทเขตต์ และ วรวุฒิ นิยมทรัพย์
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ผลิตโดย บริษัท โซนิกซ์ บูม 2013 จำกัด
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.
ละคร ดวงใจพิสุทธิ์ ออกอาการทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ