อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[1] วันที่ 22 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[1] วันที่ 22 ต.ค.59

“แต่นั่นมันงูยักษ์นะแม่ ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคย เห็นงูตัวใหญ่ขนาดนี้ ผมเป็นห่วงคำแก้วเหลือเกิน”
“แม่ยกคำแก้วให้เป็นลูกเจ้าแม่นาคีตั้งแต่อยู่ในท้อง งูนั่นอาจจะเป็นบริวารเจ้าแม่ที่ส่งมาช่วยคำแก้วจากไอ้เดนนรกพวกนั้น”
“ผมจะตามไปช่วยคำแก้วกลับมาให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ผมก็ยอม”
“แม่ไปด้วย”
ทศพลส่งสายตาขอร้อง ไม่อยากให้คำปองตามไป เพราะเป็นห่วง “แม่ !”
“อย่าห้ามแม่เลย แม่รู้ นังคำแก้วมันอยู่ที่ไหน” คำปองพูดอย่างมั่นใจ คำแก้วต้องอยู่ที่เทวาลัยเจ้าแม่นาคีแน่ๆ

ทศพลกับคำปองรีบร้อนลงจากเรือนเพื่อไปยังเทวาลัยเจ้าแม่นาคี ที่มุมลับตาเห็นกระถุ่ง ซ่อนกลิ่น ชบา แอบดูอยู่ที่มุมหนึ่ง เกายุกยิกทั้งตัว เพราะถูกมดกัด


“ต๊ายยย ! แม่ยายสะกิดลูกเขยลงเรือน คงจะไปเล่นจ้ำจี้กันในป่า” กระถุ่งนินทา
“แม่กับลูกใช้ผัวคนเดียวกัน จัญไรแท้ๆ” ซ่อนกลิ่นเบ้ปาก
“อีคำแก้วมันเป็นงู เพราะแม่มันสมสู่ไม่เลือกหน้าอย่างนี้ไง เวรกรรมมันถึงได้ตกแก่ลูก” ชบายิ้มสะใจ
“อีคำปองมันลอบเล่นชู้ เรื่องนี้ต้องถึงหูกำนัน !” กระถุ่งยิ้มร้าย... คราวนี้อีคำปองตายแน่มึง !

กอฝนขมิ้นส่งให้กำนันแย้มทาให้ไก่ชนตามอก ขา และใต้ปีก
กระถุ่งวิ่งหน้าตาตื่น ร้องแรกแหกกระเชิง วิ่งพรวดพราดขึ้นเรือนมา “พ่อกำนัน !! แย่แล้ว พ่อกำนัน !!!”
“ทะเล่อทะล่าขึ้นมาบนเรือนข้า มีอะไรวะนังกระถุ่ง” กำนันแย้มสะดุ้งตกใจ
“ควายหายหรือไงวะ” กอประชด
“ยิ่งกว่าควายหายอีก ! มีคนระยำทำอัปรีย์ในดอนไม้ป่า”
กำนันแย้มหัวเราะหึๆ หันมาถาม “น่ารำคาญจริงๆ คราวนี้ใครกับใครมันผิดผีลักลอบเอากันอีกล่ะ”
“ฉันไม่อยากจะพูดให้เป็นเสนียดปาก” กระถุ่งทำเป็นกระมิดกระเมี้ยน
“พูดมาเถอะ แม่คู๊ณ.... มาถึงขั้นนี้แล้ว” กอคะยั้นคะยอ
“ก็นังคำปองกับผัวนังคำแก้วน่ะสิ”
กำนันแย้มกับกอหูผึ่ง “เอ็งว่ายังไงนะ !”
กระถุ่งเล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากชบาและซ่อนกลิ่นน้ำไหลไฟดับ

เจ้าแม่นาคีลืมตาฟื้นคืนสติ หน้าซีดขาวราวกระดาษ อ่อนแรง ไม่สามารถแม้กระทั่งลุกขึ้นนั่ง
“เจ้าแม่” วัชระปราการดีใจ
“นี่ข้ายังไม่ตายอีกเหรอ”
“อย่ากังวลไปเลยเจ้าข้า มนต์อาลัมพายน์ถูกทำลายสิ้นแล้ว”
“ข้าเป็นหนี้บุญคุณเจ้ากับเลื่อมประภัสอีกแล้ว” วัชระปราการก้มหน้านิ่งไม่ตอบ “เลื่อมประภัสล่ะ ไปไหน ทำไมไม่อยู่กับเจ้า”
วัชระปราการหน้าสลด “นาง....นางตายแล้วเจ้าข้า” เจ้าแม่นาคีน้ำตาไหล สะอื้นด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “เลื่อมประภัสสละชีวิตตนเพื่อปกป้องแม่ทัพไชยสิงห์ให้รอดพ้นมรณภัยจากพวกของอ้ายนิรุทธราช”
เจ้าแม่นาคีเศร้าใจ “น้ำใจเจ้าช่างประเสริฐแท้ เลื่อมประภัส ฉัตรสุดา เจ้าสองพี่น้องสู้อุตส่าห์รับใช้ข้าจนตัวตาย ชาตินี้ข้าเป็นหนี้เจ้าแท้ๆ”
“หักห้ามใจเถิดเจ้าข้า ทุกชีวิตต่างหลีกหนีความตายไม่พ้น”
“ข้าเหนื่อยเหลือเกิน วัชระปราการ... บริวารของข้าล้มตายราวใบไม้ร่วง ข้าไม่รู้จักมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยเหตุใด”
“เพื่อคนที่เจ้าแม่รักเจ้าข้า... เจ้าแม่รอคอยวันที่จักกลายเป็นมนุษย์เพื่อครองรักกับแม่ทัพไชยสิงห์ อีกไม่นานเจ้าข้า ฝันร้ายจักผ่านพ้นไป ข้าจักอยู่รับใช้เจ้าแม่จนกว่าชีวิตของข้าจักหาไม่”
เจ้าแม่นาคีปิดเปลือกตาลง น้ำตาไหล จิตใจเศร้าหมองหดหู่ บอบช้ำทั้งกายและใจ

คำปองพาทศพลมาถึงธารน้ำตก จะมุ่งหน้าไปยังเทวาลัย
“แม่รู้ได้ยังไงว่าคำแก้วอยู่บนเทวาลัยนั่น” ทศพลสงสัย
“คำแก้วมันเคยบอกแม่ว่าเทวาลัยร้างนั่นเคยเป็นบ้านของมันมาก่อน เวลามันปวดหัวตัวร้อนไม่สบาย ก็ไปที่นั่นทุกที”
“แต่ไอ้งูยักษ์มันจะพาคำแก้วขึ้นไปบนนั้นทำไม”
คำปองไม่รู้จะอธิบายให้ทศพลเข้าใจได้อย่างไร ว่างูไม่มีทางทำร้ายคำแก้วที่เป็นงูด้วยกัน “เรื่องบางเรื่อง แม่ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่แม่มั่นใจว่าคำแก้วมันยังไม่ตาย งูไม่ทำร้ายมันหรอก”
ทศพลไม่เข้าใจว่าเหตุใดคำปองจึงมั่นใจนัก ไม่กลัวว่างูจะทำร้ายคำแก้วแม้แต่น้อย คำปองเหยียบบนโขดหินลำธารที่มีตะไคร่น้ำเกาะเขียวปี๋ เลยลื่น
“ระวังครับแม่ !” ทศพลรีบเข้าไปประคองคำปองไว้ได้ทัน ก่อนที่จะล้มหัวฟาดหิน
ทันใดนั้น กระถุ่งวิ่งอาดๆ นำหน้ากำนันแย้มกับพวกสมุนเข้ามา “นั่น ! นังหญิงชั่วชายโฉดมันทำบัดสีกันอยู่นั่น”
พวกสมุนกำนันแย้มกรูกันเข้าไปจับคำปองกับทศพล
“นี่มันอะไรกัน นังกระถุ่งเอ็งพาพ่อกำนันมาจับข้าทำไม” คำปองสะบัดหนี
กำนันแย้มเอ่ย “มีคนเห็นเอ็งกับผัวนังคำแก้วเล่นชู้กัน”
คำปองตกใจ “ไม่จริง ข้าถูกใส่ร้าย ! นังกระถุ่ง เอ็งใช่มั้ยที่กุเรื่องใส่ความข้า นังสารเลว”
“ไม่มีมูลฝอยหมามันจะขี้เหรอ ตอนนี้คนทั้งดอนไม้ป่าเขาลือกันกระฉ่อนว่าแม่ยายจ้ำจี้กับลูกเขย เกิดอีคำปองป่องกลางมีลูกขึ้นมาคงวุ่นพิลึก ไม่รู้จะเรียกกันอีท่าไหน” กระถุ่งลอยหน้าลอยตา
“อีกระถุ่ง !” คำปองปราดจะเข้าไปตบ แต่กระถุ่งรีบวิ่งไปหลบหลังกำนันแย้ม
กอได้ทีเหน็บแนม “ทีข้าตื๊อแทบตาย เอ็งยังไม่ยอมเล่นด้วย ที่แท้เอ็งก็ใช้ผัวคนเดียวกับลูกสาวนี่เอง อัปรีย์จริงๆ”
พวกชาวบ้านต่างสาปแช่งเซ็งแซ่ ถ่มน้ำลายใส่คำปอง
ทศพลแทรกขึ้น “มันไม่ใช่อย่างที่กำนันคิด ผมรักและเคารพน้าคำปองเหมือนแม่คนที่สอง ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่น เรื่องนี้ต้องเป็นการกลั่นแกล้งใส่ร้ายกันแน่ๆ”
“ถ้างั้น เอ็งมาทำอะไรสองต่อสองกับนางคำปองที่นี่” กำนันแย้มถาม
“ผมกับแม่มาตามหาคำแก้ว”
กอไม่เชื่อที่ทศพลบอก “ตามหาอีคำแก้ว แล้วทำไมต้องปล้ำกันกลางลำธารด้วยวะ”
“อย่าพูดหมาๆ นะพี่กอ” คำปองตวาดลั่น
กระถุ่งเหยียดหยาม “ชะชะช้า ! กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ! เพราะมึงสมสู่ไม่เลือกหน้าอย่างนี้ไง ฟ้าดินถึงได้ลงโทษสาปแช่งให้ลูกมึงเป็นงู”
คำปองทนไม่ไหว “อีตอแหลชิงหมาเกิด ! ถ้าวันนี้กูไม่ตบมึงฟันร่วงหมดปาก อย่ามาเรียกกูว่าอีคำปอง” คำปองปรี่เข้าไปจิกหัวกระถุ่ง ขึ้นคร่อมตบไม่เลี้ยง
“หยุดเดี๋ยวนี้ นี่เอ็งไม่เห็นหัวข้าเลยใช่มั้ย อีคำปอง” กำนันแย้มยิงปืนขึ้นฟ้าห้ามทัพ “เอาตัวผัวนังคำแก้วกับนังหญิงแพศยาไปสอบสวนที่เรือนข้า!”
สมุนกำนันแย้มกุมตัวทศพลกับคำปองไปที่เรือนกำนันแย้ม

ทศพลกับคำปองถูกมัดมือไพล่หลังกับหลักอยู่กลางลาน ไม่ต่างจากนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ชาวบ้านต่างก่นด่าสาปแช่งทศพลกับคำปอง
กำนันแย้มยกมือขึ้นให้เงียบ เริ่มการสอบสวน “งามหน้านัก ! ข้าจะถามเอ็งอีกครั้ง นังคำปอง ! เอ็งลักลอบเล่นชู้กับผัวลูกสาวเอ็ง จริงหรือไม่จริง”
“ผมกับแม่ไม่ผิด เราสองคนถูกใส่ร้าย” ทศพลตอบแทน
“แล้วเอ็งกับแม่ยายเอ็งไปทำอะไรสองต่อสองในป่าวะ” กอซัก
“ฉันจะขึ้นไปขุดหน่อไม้ป่าเอามาขาย ก็เลยให้ทศพลไปช่วยขน” คำปองกัดฟันแน่น จ้องกำนันแย้มตาเขม็ง
กำนันแย้มเข้าไปบีบปากคำปอง “ปากแข็ง! เอ็งจะยอมรับดีๆ หรือจะให้ข้าต้องออกแรง ห๊ะ!” อย่างไม่คาดคิด คำปองถ่มน้ำลายใส่หน้ากำนันแย้ม และชาวบ้านต่างฮือฮา คิดไม่ถึงว่าคำปองจะกล้า “อีคำปอง !!!” กำนันแย้มตบคำปองจนเลือดกบปาก
“อำนาจอยู่ในมือมึง ต่อให้กูไม่ได้ทำ มึงก็ยัดเยียดหาว่ากูทำอยู่ดี ถ้าพวกมึงอยากจะฆ่าแกงกูนัก ก็เอาเลย” คำปองโมโหตะโกนท้า
ชาวบ้านโห่ร้องด่าสาปแช่ง เซ่งแซ่ “อีแพศยา ! / อีดอกกระทือ ! / อัปรีย์จริงๆ”
พวกชาวบ้านปาหินใส่ทศพลและคำปอง ลำเจียกกับซ่อนกลิ่น ชบาแหวกฝูงชาวบ้านเข้ามาปกป้องทศพล
ลำเจียกตะโกนห้าม “พอ ! พอได้แล้ว ! นี่มันอะไรกัน ! เป็นบ้ากันไปหมดแล้วหรือไง !”
“นังคำปองมันเล่นชู้กับไอ้ทศพล มันต้องรับโทษตามจารีตของที่นี่” กอตะโกนบอก
“ตามกฎของดอนไม้ป่า ต้องเอาเฉลวประหน้า เอาดอกชบาทัดหู แล้วแห่ประจานหญิงแพศยาก่อนจะขับไปออกจากหมู่บ้าน” กำนันแย้มประกาศกร้าว
“แล้วไหนล่ะพยานหลักฐาน !” ลำเจียกเอ่ยถาม
กระถุ่งรีบเสนอหน้า “ฉันนี่แหละ พยานปากเอก หรือจะถามนังชบากับนังซ่อนกลิ่นมันดูก็ได้”
ลำเจียกรีบแปรสายตาเขียวปั้ดไปยังชบากับซ่อนกลิ่น คาดคั้นความจริง
ชบากับซ่อนกลิ่นรีบส่ายหน้าเลิ่กลั่ก ปฏิเสธเสียงสั่น ไม่กล้าลองดีกับลำเจียก “ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“เอ๊ะ ! อีนี่ !” กระถุ่งเสียหน้า
ลำเจียกได้ที “ปั้นเท็จใส่ร้ายคนอื่นเสียๆ หายๆ ตามกฎของหมู่บ้านเราต้องเอากะลาตบให้เลือดกบปาก จริงมั้ยจ๊ะ ลุงกำนัน”
กระถุ่งหน้าถอดสี หน้าตาเลิ่กๆ ลั่กๆ ส่อพิรุธออกมาทันที ปากคอสั่น “นังชบากับนังซ่อนกลิ่นมันเล่าให้ฉันฟังอีกที ถ้าจะเอาผิดก็ไปเอาที่มันสิ”
กระถุ่งพูดจบ ก็รีบเผ่นแน่บ ฝ่าวงล้อมพวกชาวบ้าน หนีกลับบ้านไปทันที พวกชาวบ้านโห่ เบือนหน้าหนีที่กระถุ่งพลิกลิ้นกลับไปกลับมา พากันแยกย้ายสลายตัว บ้านใครบ้านมัน
ลำเจียกยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ “คราวนี้ลุงกำนันจะปล่อยคุณทศพลของฉันได้แล้วหรือยัง”
กำนันแย้มเสียหน้าอย่างแรง กลัวว่าชาวบ้านจะหมดศรัทธา แค้นจนควันออกหู “ปล่อยพวกมันไป !”
สมุนกำนันแย้มรีบแก้มัดให้คำปองและทศพลเป็นอิสระ กำนันแย้มบุ้ยหน้ากับบุญส่งให้รีบตามทศพลไป เพื่อทำตามแผนการที่เมืองอินทร์วางไว้

ลำเจียกเดินคล้องแขนมาส่งทศพลออกมาจากบ้านกำนันแย้มแล้ว
“ขอบคุณมากนะลำเจียก ถ้าเธอไม่ช่วยไว้ ผมกับแม่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้”
ลำเจียกได้ทีออดอ้อน “คนรักกันก็ต้องปกป้องกันเป็นธรรมดา ลำเจียกรักคุณทศพลนะคะ”

อ่านละครนาคี ตอนอวสาน[1] วันที่ 22 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ