อ่านละครนาคี ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

“ไอ้ใบไม้ประหลาดนี่มันปักแน่น ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ออก”
“แม่จ๋า... พาฉันไปที่เทวาลัยที”
“เทวาลัย? เอ็งจะไปที่นั่นทำไม” คำปองสงสัย
“ที่นั่นมีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์... เจ้าแม่นาคีจะช่วยฉันได้”
“แต่...” คำปองอ้ำอึ้ง ไม่อยากให้เป็นอย่างที่คิด
“เจ็บเหลือเกิน แม่จ๋า... ช่วยพาฉันไปที ไม่งั้นฉันต้องตายแน่ๆ”
คำปองมองคำแก้วอย่างชั่งใจ

คำปองประคองคำแก้วออกจากกระต๊อบพาไปยังเทวาลัย
เมืองอินทร์เห็นคำแก้วดิ้นทุรนทุราย ก็รู้ได้ทันที “จริงของนังลำเจียก นังผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา... แต่ต่อให้เอ็งจะเป็นงูผีนรกขุมไหนจำแลงมา ข้าก็จะจับเอ็งถลกหนังให้ได้ !!!”
เมืองอินทร์ยิ้มเกรียม รู้แล้วคำแก้วไม่ใช่คนธรรมดา คิดจะหาทางกำจัดงูผีในร่างคำแก้วให้จงได้



คำปองประคองคำแก้วเดินกระปลกกระเปลี้ยมาถึงเทวาลัย พลางปลอบ “แข็งใจไว้นะลูก ถึงเทวาลัยเจ้าแม่แล้ว อดทนอีกหน่อย” คำปองพาคำแก้วไปนั่งลงตรงหน้ารูปปั้นพญานาค คำปองได้กลิ่นดอกมะลิวัลย์ลอยมาตามลม “กลิ่นดอกมะลิวัลย์.....” คำปองได้กลิ่นดอกมะลิวัลย์เข้าก็สลบฟุบลงข้างคำแก้วทันที
เจ้าแม่นาคีถอดกายทิพย์ออกจากร่างคำแก้วที่สลบไสลไปแล้ว เจ้าแม่นาคีเพ่งกระแสจิต จนเกิดแสงวาบขึ้นทั่วร่าง เจ้าแม่นาคีดึงใบขนครุฑที่ปักอกออก หน้าซีด เลือดสีเขียวไหลซึมออกจากอก
“ใบขนครุฑ ! เจ้าอินทร์มันกลับชาติมาเกิดเพื่อตามจองเวรข้า!” เจ้าแม่นาคีมองใบขนครุฑ ทันใดนั้นใบขนครุฑติดไฟลุกพรึ่บขึ้นทันที

คำปองรู้สึกตัวค่อยๆ ลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองยังอยู่ที่เทวาลัย คำแก้วกำลังก้มลงกราบเทวรูปเจ้าแม่นาคีด้วยความศรัทธา
คำปองรีบเข้ามาหา “คำแก้ว..... เอ็งเป็นยังไงบ้างลูก ยังเจ็บอยู่มั้ย”
“ฉันหายแล้วล่ะจ้ะแม่ เจ้าแม่นาคีช่วยฉันไว้”
คำปองประหลาดใจไม่น้อย บาดแผลที่หน้าอกของคำแก้วหายไปเป็นปลิดทิ้ง
คำปองยกมือไหว้รูปสลักพญานาคท่วมหัว “สาธุ... เจ้าแม่ท่านศักดิ์สิทธิ์แท้ๆ”
“แม่ยกฉันให้เป็นลูกจ้าแม่ เจ้าแม่เลยคุ้มครองให้ฉันรอดพ้นจากไอ้ใบไม้นรกนั่น”
“ไอ้ใบไม้ผีนั่นมันมาจากไหน ต้องมีใครปล่อยคุณไสยสกปรกใส่เอ็งแน่ๆ ไอ้หมออ่วมใช่มั้ย ?” คำแก้วส่ายหน้า
“ไม่ใช่มันแล้วใคร บอกแม่มา แม่จะไปเอาเรื่องมัน”
คำแก้วรั้งคำปองเอาไว้ ไม่ให้เอาเรื่อง กลัวว่าแม่จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย “อย่าเลยจ้ะแม่ กฎแห่งกรรมไม่เคยเข้าข้างคนชั่วคนเลวหรอก มันทำอะไรไว้ ก็ต้องได้รับผลกรรมสักวัน” คำแก้วพยายามข่มใจ อยากจะให้เลิกแล้วต่อกันในชาตินี้

หน้ากระต๊อบทศพล คำแก้วยืนประจันหน้ากับเมืองอินทร์
“นังนี่แหละพ่อหมอ ที่เป็นบริวารนังเจ้าแม่นาคี!” ลำเจียกประกาศกร้าว
เมืองอินทร์จ้องตาคำแก้ว แต่คำแก้วหลบหน้า ไม่กล้าสู้สายตา “เอ็งรู้ใช่มั้ยว่านังปีศาจงูมันอยู่ที่ไหน”
คำแก้วปฏิเสธ “ปีศาจงูอะไร ฉันไม่รู้เรื่อง”
“ใคร ? ใครเป็นปีศาจงู ? พูดเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว” ทศพลปวดหัว
ลำเจียกแฉ “จะใครซะอีกล่ะ ก็นังคำแก้วไงล่ะ มันเป็นงูผีจำแลงร่างมาหาผัว”
ทศพลชะงัก “งูผี !?!”
“พี่พล.... นี่คำแก้วไง พี่ลืมคำแก้วแล้วเหรอ” คำแก้วเข้าไปหา
แต่ทศพลผลักคำแก้วจนล้มด้วยอำนาจแห่งมนตร์เสน่ห์ “ฉันเกลียด ! เกลียดเธอ นังปีศาจงู ไปให้พ้น! ฉันรักลำเจียกคนเดียว”
คำแก้วน้ำตาตก คิดไม่ถึงว่าชายคนรักจะเปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้
“ได้ยินชัดเต็มสองรูหูหรือยัง คุณทศพลเค้ารักฉัน ไม่ได้รักนังปีศาจอย่างแก” ลำเจียกเยาะเย้ยแล้วควงทศพลเดินลอยหน้าออกไป
ซ่อนกลิ่นกับชบามองคำแก้วอย่างหวาดๆ ก่อนรีบเปิดแน่บตามลำเจียกไปทันที เมืองอินทร์จ้องจับผิดคำแก้วตาเขม็ง

ลำเจียกเดินควงแขนทศพลอวดคนในตลาด ชาวบ้านต่างป้องปากซุบซิบนินทา
“ผู้หญิงคนนั้นเป็นงูจริงๆ เหรอ ?” ทศพลยังคาใจ
“ไม่ใช่แค่งูธรรมดา แต่เป็นถึงบริวารเจ้าแม่นาคี อีคำแก้วมันเป็นนางปีศาจสารพัดพิษ คุณทศพลต้องระวังมันไว้ให้ดี อย่าอยู่ใกล้มันเด็ดขาดจำไว้” ลำเจียกใส่ไฟ
ทศพลพูดเหมือนละเมอ “คำแก้ว... งูผี....”
“พ่อหมอนะพ่อหมอ! อุตส่าห์พาไปถึงรังของมัน น่าจะฆ่าๆ มันไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด” ลำเจียกหัวเสีย
ซ่อนกลิ่นแย้ง “พ่อหมอเมืองอินทร์คงสงสาร เห็นว่าเป็นผู้หญิง”
ลำเจียกหันขวับ “แต่นังคำแก้วมันเป็นงู จะตัวผู้หรือตัวเมีย ก็ได้ชื่อว่าเป็นปีศาจ จะปล่อยให้มันออกอาละวาดฆ่าคนได้ยังไง”
ชบาสำทับ “หรือเอ็งอยากจะเป็นศพต่อไป ห๊ะ นังซ่อนกลิ่น”
ซ่อนกลิ่นอกสั่นขวัญแขวนคำแก้วในร่างงูไม่น้อย

พิมพ์พรซื้อของกับแม่ค้า
เจิดนภาเหลือบมาเห็นผู้ชายที่ยินอยู่ข้างๆ ลำเจียก หน้าตาคลับคล้ายคลับคลา ในที่สุดก็มั่นใจ ร้องลั่น “ยัยพิมพ์! ดูนั่นสิ”
พิมพ์พรมองตามเจิดนภา “ทศพล !”
“หายไปตั้งหลายวัน ทำไมถึงได้กลับมาพร้อมนังลำเจียก หรือว่า... !!!” เจิดนภาอึ้งไป
พิมพ์พรลมหึงตีขึ้นหน้า ทิ้งของที่ซื้อมา แล้วรีบปรี่เข้าไปหาทันที

พิมพ์พรปรี่เข้าไปกระชากผมลำเจียก แล้วตบจนคว่ำแบบไม่ทันให้ตั้งตัว
“อ๊ายยยยยย !!!!”
พิมพ์พรด่ากราด “นังหน้าด้าน! ไร้ยางอาย !ทศพลเป็นของฉัน แกไม่มีสิทธิ์!”
ลำเจียกตั้งตัวติด กลับมาเป็นฝ่ายตบพิมพ์พรบ้าง “แต่ตอนนี้คุณทศพลเป็นผัวฉัน! เขาดั้นด้นตามฉันไปอยู่ที่นาคหนี นอนกกฉันทั้งวันทั้งคืนจนฟ้าเหลืองเชียวล่ะ แกเอ๊ยยยยย”
“ตอแหล! ทศพลไม่ตาต่ำคว้าผู้หญิงแพศยาชิงหมาเกิดอย่างแกมาเป็นเมียหรอก” พิมพ์พรโกรธควันออกหู
“ชะ อีหูแหก! แกไม่เชื่อก็ลองถามคุณทศพลดูสิว่าจริงรึเปล่า” ลำเจียกชักสีหน้าเชิงท้าทาย
“ไม่จริงใช่มั้ย พล ?”
ทศพลหันมาตอบพิมพ์พร “ลำเจียกเป็นเมียผม ผมรักลำเจียกคนเดียว”
พิมพ์พรไม่เชื่อหู “ว่าไงนะ” พิมพ์พรหันไปมองลำเจียกที่ยืนลอยหน้าอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า “แก ! อีช๊อคกะรี !” พิมพ์พรเลือดขึ้นหน้าขึ้นคร่อมลำเจียกตบไม่เลี้ยง
ชาวบ้านเฮลั่น เจิดนภาจะเข้าไปห้าม แต่ถูกชบากับซ่อนกลิ่นลากมาตบอีกคู่ ตบกันถึงพริกถึงขิง
วันชนะ ประกิต สมมาตร และเชษฐ์ ได้ยินเสียงเอะอะ ก็วิ่งเข้ามาดู
เขษฐ์ดีใจ “เฮ้ย ไอ้พลกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ !!!”
วันชนะรีบบอก “อย่าเพิ่งดีใจไอ้หลวงปู่ ช่วยกันห้ามมวยก่อน ตีกันใหญ่แล้ว”
เพื่อนๆ ของทศพลพยายามเข้าไปห้าม แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนจะยิ่งชุลมุน ตีกันไม่รู้ใครเป็นใคร ทันใดนั้น เสียงปืนยิงขึ้นฟ้าดังเปรี้ยง ! ทุกคนชะงัก หันไปมองเป็นตาเดียวกัน

สุภัทรตบหน้าทศพลสั่งสอน
ทศพลมองสุภัทรอย่างอึ้งๆ “พ่อตบผมทำไม”
“ยังมีหน้ามาถาม ฉันไม่เคยเลี้ยงแกมาให้เป็นผู้ชายมักมาก เห็นแก่ตัวแบบนี้!!” สุภัทรโกรธจัด
“พ่อเคยเลี้ยงผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่แม่ตายผมก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด พ่อนั่นแหละที่สอนให้ผมเห็นแก่ตัว..ตอนนี้ผมจะเป็นหรือตาย จะขึ้นสวรรค์หรือลงนรกมันก็เรื่องของผม พ่อไม่เกี่ยว” ทศพลเถียง
“ไอ้พล !” สุภัทรเสียงลั่น
“คุณพ่อขา ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันก็ได้....”
สุภัทรตวาดกลับลำเจียก “ฉันไม่ใช่พ่อเธอ!!แล้วก็เลิกยุ่งกับลูกชายฉันเสียที”
ลำเจียกรีบหุบปากหน้าม่อย เข้าไปคลอเคลียทศพลทำตัวน่าสงสาร อ้อนผัว
“ลำเจียกเป็นเมียผม” ทศพลยืนยันเสียงแข็ง
สุภัทรยิ่งโมโห “เมียแกคือคำแก้ว กลับไปหาคำแก้วเดี๋ยวนี้!”
“ผมไม่กลับ! พ่อไม่มีสิทธิ์มาบังคับผม ผมเกลียดผู้หญิงชื่อคำแก้ว ผมรักลำเจียกคนเดียวเท่านั้น ไม่มีใครที่จะพรากเราสองคนจากกันได้” ทศพลโอบลำเจียกเข้ามากอดแน่นด้วยแรงเสน่หา
สุภัทรมองทั้งคู่อย่างเหลืออด

ที่เถียงนา เจิดนภาเอาลูกประคบ ประคบให้พิมพ์พรแก้ฟกช้ำ
“ไอ้พลหายไปไม่กี่วัน คว้าลำเจียกกลับมาเป็นเมียหน้าตาเฉย” วันชนะงุนงง
“ฉันสงสารคำแก้วว่ะ ไม่นึกเลยว่าไอ้พลจะได้ใหม่แล้วลืมเก่า อยู่กินกับคำแก้วหม้อข้าวไม่ทันจะดำ ก็มีเมียใหม่ซะแล้ว” สมมาตรรู้สึกผิดหวัง
“มันโท ปัดฉานุตัปปะติ ทำอะไรโดยผลีผลาม ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง” เชษฐ์เทศนา
ประกิตเข้าข้างเพื่อน“ไอ้พลมันอาจจับได้ว่าคำแก้วเป็นงู ก็เลยหาเมียใหม่ก็ได้”
สมมาตรดีดหูประกิต “นี่แกยังไม่เลิกคิดว่าคำแก้วเป็นเมียงูอีกหรือไงวะ”
“เล่ห์นางพญางูยังสู้สาวพันธุ์เกษตรอย่างนังลำเจียกไม่ได้” เจิดนภาเบ้หน้า
“นังลำเจียกมันต้องทำเสน่ห์เล่ห์กลใส่พลแน่ๆ พลถึงได้หลงมันจนแทบโงหัวไม่ขึ้น” พิมพ์พรมั่นใจว่าลำเจียกทำเสน่ห์ใส่ทศพล

ที่กระต๊อบทศพล สุภัทรมาหาสองแม่ลูกถึงที่กระต๊อบ “ฉันต้องขอโทษแทนเจ้าทศพลด้วยที่มันทำตัวเหลวไหลแบบนี้ สำหรับฉัน การแต่งงานมีครอบครัวไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ไหนๆ เจ้าพลมันก็เลือกที่จะแต่งงานอยู่กินกับหนูคำแก้วแล้ว มันก็ต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตคู่ให้ดี ไม่ใช่ไข่ทิ้งไข่ขว้าง มักมากแบบนี้”
“คนรักกันก็เพราะมีวาสนาต่อกัน ถ้าคู่กันแล้วก็คงไม่แคล้วกันไปได้ ดอกเตอร์อย่าคิดมากไปเลย หากยังไม่สิ้นชาติสิ้นวาสนาต่อกัน พ่อทศพลก็จะกลับมาเอง” คำปองเอ่ยเสียงเรียบ
“ลูกมันเลี้ยงได้แต่ตัว เลี้ยงหัวใจมันไม่ได้ ฉันผิดเองที่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีให้ลูกมันได้ภูมิใจสักครั้ง ตำแหน่งหน้าที่การงานที่ใครๆ ต่างยกย่องสรรเสริญ ไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวฉันมีความสุขเลยสักนิด กว่าจะรู้ว่า “ครอบครัว” สำคัญแค่ไหน มันก็สายเกินไปเสียแล้ว” สุภัทรสำนึกผิด

อ่านละครนาคี ตอนที่ 10 วันที่ 10 ต.ค.59

ละครเรื่อง นาคี บทประพันธ์โดย ตรี อภิรุม
ละครเรื่อง นาคี บทโทรทัศน์โดย สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์
ละครเรื่อง นาคี กำกับการแสดงโดย พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ผลิตโดย บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ละครเรื่อง นาคี ควบคุมการผลิตโดย ธัญญา-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
ละครเรื่อง นาคี ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3
ที่มา ไทยรัฐ